ภรรยา..mpregอัปเดตเมื่อ Sep 27, 2022, 02:11
หน้าที่ของภรรยาสำหรับคนอื่นมันเป็นยังไงเหรอครับ
Ryota Part
ถ้าผมพลาดท้องกับแฟนเก่า...
ย้อนกลับไปในเรื่องราวสิบห้าปีก่อน ผมยังคงตามติดชีวิตของคนที่ชื่อว่าแฟนเก่า..แต่ทุกอย่างดันแปรผันผมท้อง ผมไม่ได้ตั้งใจให้พลาดแบบนี้..
เพราะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ผมกับเลย์แย่ลงมากกว่าเดิม...
เราทั้งคู่ถูกครอบครัวจับให้แต่งงานกันเพราะลูกในท้องของผม ผมรู้ว่าเลย์ไม่ได้ต้องการแบบนี้เพราะผมทำให้อีกคนมองผมในด้านแย่ๆ เอง ถ้าในคืนนั้นผมไม่เมาและพลาดมีอะไรกับคนอื่นเราคงไม่เลิกกันและเลย์คงไม่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้..แต่สุดท้ายผมก็กลับไปแก้ไขมันไม่ได้อีกแล้ว
หลังจากแต่งงานทางฝั่งครอบครัวผมยกมอบตำแหน่งประธานบริษัทให้เลย์เพราะว่าครอบครัวของผมไม่ต้องการให้ผมเลี้ยงออสตินคนเดียว
เราสองคนปักหลักอยู่ที่ญี่ปุ่น..ในเวลาต่อมาผมกับตั้งท้องลูกคนที่สองแต่สถานะความสัมพันธ์ของผมและเลย์ก็ยังคงแย่กันมาโดยตลอดสิบห้าปี
อีกคนไม่เคยทำหน้าที่ของสามีที่ดี สิ่งที่ผมและเลย์ทำด้วยกันบ่อยที่สุดไม่ใช่การพาลูกไปเที่ยวในที่ต่างๆ หรือใช้เวลาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวแต่กิจกรรมที่ทำด้วยกันคือ เรื่องบนเตียง ถึงแม้ผมไม่ได้ต้องการแต่สุดท้ายก็ต้องยอม....
ทุกอย่างผ่านมาราวสิบห้าปี สิ่งที่ผูกผมไว้คือคำว่า ลูกต้องไม่ขาดความอบอุ่น..
ยอมรับว่ายอมโง่เพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ยอมโง่เพื่อให้มีอีกคนอยู่ในชีวิต..ถามว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกถึงคำว่ามีความสุขกับสามีเลย มีแต่ความเจ็บปวด แต่สิ่งที่ยังคงเป็นรอยยิ้มให้ผมได้จริงๆ ตอนนี้ก็คือ ออสตินและซีโน่..
“โอก้าซังง่า...” เสียงแหกห้าวของออสตินทำให้ผมหลุดออกจากความคิดของตนเอง และหันไปหาลูกชายที่ตอนนี้อยู่ในแบบฟอร์มชุดนักเรียน
“เรียกม๊ะซะเพราะเชียว” ผมหันไปพูดกับลูกชายที่ตอนนี้กำลังมองผมอย่างสงสัย
“ม๊ะมะเป็นอะไรหรือเปล่าเห็นยืนมองหิมะนานแล้วนะ” ออสตินไม่ได้ว่าเปล่ายกมือมาจับแขนของผมด้วย ตามจริงลูกๆ จะเรียกผมว่าม๊ะมะแต่ถ้าเรียกแล้วไม่หันก็จะใช้ก้าซังหรือโอก้าซัง
“เปล่าครับ..แล้วเราละพึ่งกลับมาจากโรงเรียนหรือไงแล้วซีโน่ละ” ผมถามเจ้าลูกชายคนโตพร้อมกับจับมือของออสตินที่จับแขนผมอยู่
ตามหลักแล้วเด็กๆ จะกลับบ้านกันเองเพราะว่าออสตินเป็นคนที่ติดเพื่อนมากช่วงตอนเย็นก็จะขี่จักรยานมาส่งน้องก่อนและทำภารกิจตอนเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะออกทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนตอนเย็น แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวมักจะเดินหรือขึ้นรถไฟฟ้าไปโรงเรียนกันทั้งออสตินและซีโน่แต่ถ้าหิมะตักหนักมากผมก็จะไปส่งเด็กๆ เอง..
“ผมพาน้องกลับบ้านแล้วเลยมาขอเงินม๊ะมะไปเที่ยวกับเพื่อนฮับบ” ไม่ได้ทำแค่เสียงอ้อนแต่ทำหน้าทำตาอ้อนใส่คนเป็นแม่ด้วย
“แล้วเงินที่ป๊ะปะให้หมดแล้วหรือไง..” ผมถามเจ้าลูกกชายกลับไป ตามแต่ละอาทิตย์ผมและเลย์จะสลับกันจ่ายเงินให้เด็กๆ ออสตินจะได้ไปประมาณ 3340เยน (ประมาณ1000บาท) และซีโน่จะให้1100เยน (ประมาณ300กว่าบาท) จะเป็นมาแบบนี้ตลอด
“มะ..หมดแล้วครับ..” สีหน้าที่ดูหงอยๆ ของลูก ผมเห็นแล้วก็ใจอ่อนแต่ออสตินบางทีก็ใช้เงินเยอะเกินตัวไปจริงๆ
“ใช้เงินเยอะไปไหมหืม..แล้วเสาร์อาทิตย์นี้เดี๋ยวก็หาทางออกจากบ้านอีกม๊ะมะไม่ให้เงินแล้วนะ..” ถึงผมจะบ่นไปแต่ก็ยอมยื่นเงินให้เจ้าลูกชายคนโต
“ก้าซังง่า..ผมลูกม๊ะมะน้า..”
“ก็เพราะตินเป็นลูกม๊ะนี่แหละ ม๊ะถึงต้องให้เงินใช้แบบนี้อะ..แต่ขอบ่นหน่อยไม่ได้หรือไง” ผมหันไปพูดกับเจ้าลูกชายที่ตอนนี้ยกยิ้มร่าเริง
“ค้าบบบ..ตินไปนะม๊ะ”
“ลืมอะไรไปหรือเปล่า..” ผมห้ามเจ้าลูกชายเอาไว้ก่อนที่จะวิ่งออกจากบ้าน
“ผมพาน้องไปอาบน้ำแล้ว..แล้วก็พาเจ้านานิไปเข้ากรงแล้วด้วย” ออสตินหันมาพูดกับผมพร้อมกับแววตาที่ประมาณว่า ผมทำเสร็จหมดแล้วม๊ะมะบ่นผมไม่ได้หรอก
“โอเคจ้ะ..อย่ากลับเกิน..”
“สามทุ่มใช่ไหมครับ”
“ครับ”
ฟอดดด..
และออสตินก็วิ่งกลับมาหอมแก้มผมก่อนที่จะวิ่งไปคว้าจักรยานคู่ใจปั่นออกจากบ้านไป ผมก็คงมีความสุขแค่กับลูกๆ ผมว่าผมคิดอย่างนั้นนะ..
“ม๊ะมะ..ก้าซังงงง...โอก้าซังงงงงง” เสียงซีโน่ที่ตะโกนลั่นบ้านจนผมต้องรีบเดินไปดู
“ครับม๊ะอยู่นี่ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าตะโกนถ้าซีเจ็บคอลูกก็ต้องไปหาคุณลุงหมออีก”
“เฮ้ออ..! โอจิซังน่ากลัว..” ซีโน่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนโซฟา ผมได้แต่ยกยิ้มมุมปากก็จะไม่ให้ยิ้มได้ไงก็คุณลุงหมอของซีโน่ชอบทำหน้าดุใส่หลานๆ ก็ไม่แปลกที่ซีโน่จะกลัว
“แล้วเรียกม๊ะมีอะไรครับ”
“ซีจะถามม๊ะว่าม๊ะมะจะไปร้านไหมครับ” ซีโน่พูดพร้อมกับมองหน้าผมไปด้วยเหมือนต้องการคำตอบมากๆ
“ที่ถามม๊ะเพราะซีหิวราเมนใช่ไหม” ผมถามเจ้าซีโน่ไปพร้อมกับสายตาจับผิด ร้านราเมนที่ผมว่าไปมันคือร้านของม๊ะมะผมเองซึ่งยกร้านนี้ให้ผมเป็นคนดูแลต่อซึ่งเวลาในการเปิดร้านก็จะช่วงห้าโมงเย็นและเปิดยาวจนถึงสองทุ่ม..
“อุ๊..ม๊ะรู้” เจ้าเด็กตัวเล็กทำมือปิดปากพร้อมกับหลบสายตาของผม
“อื้มมมม..ถ้าใครหิวราเมนต้องไปใส่เสื้อกันหว...” ยังไม่ทันพูดจบ เจ้าซีโน่ก็วิ่งขึ้นไปชั้นสองแล้ว ผมยกยิ้มขำกับท่าทีน่าเอ็นดูของเจ้าเด็กน้อย ผมจึงขยับเดินไปหยิบเสื้อขนเป็ดมาใส่ ก่อนจะเดินมาเก็บของลงกระเป๋ารอเจ้าตัวเล็ก
“ซีโน่อย่าวิ่งลูก เดี๋ยวล้ม” ผมตะโกนบอกเจ้าตัวเล็กที่ทำเสียงตึงตังอยู่บนชั้นสอง
“ก้าซังซีโน่มาแล้วววววว...” เสียงทะเล้นของซีโน่ทำให้ผมต้องรีบหันไปมองเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้ใส่เสื้อขนเป็ดแบบที่ผมใส่แต่ตัวเล็กลงหน่อย
“ป่ะ ไปกัน” ผมเอื้อมมือไปจับมือของซีโน่ก่อนที่จะเดินออกไปจากบ้านแต่ก็ไม่ลืมที่จะไม่ล็อกบ้าน ผมแปลกใจอยู่พอสมควรว่าทำไมลูกวิ่งไปเกาะประตูรถเหมือนทุกครั้งแต่ยืนมองนิ่งๆ ผมจึงมองตามสายตาของลูกก็พบว่าซีโน่มองที่ว่างของโรงจอดรถซึ่งที่ว่างนั้นจะเป็นที่จอดรถประจำของเลย์
“ม๊ะม๊า..ป๊ะปะไม่กลับบ้านมาหลายคืนแล้วนะฮะ”
“....” ผมสะอึกกับประโยคที่ลูกพูด..
“ป๊ะปะไปไหนหรือม๊ะมะ”