เรื่องราวโดย Panja
author-avatar

Panja

เกี่ยวกับquote
writer for erotic
bc
ไออุ่นแห่งขุนเขา
อัปเดตเมื่อ Oct 8, 2023, 04:00
“คุณๆ ไอ้เสียผีนี่มันคืออะไรอ่ะ” ขุนเขาสะกิดถามเพราะยังข้องใจกับคำพูดของแม่เฒ่าและชาวบ้าน ที่บอกว่าผิดผีบ้างล่ะ ต้องเสียผีบ้างล่ะ ซึ่งตนไม่เคยได้ยินคำเหล่านี้มาก่อน จึงไม่เข้าใจ จึงต้องสะกิดถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ “เสียผี ก็คือ เรา…คุณและฉัน ต้องแต่งงานกันยังไงล่ะ” คำตอบของร่างบางทำเอาขุนเขาอ้าปากค้างดวงตาคมเบิกโพลงแทบจะถลนออกมานอกเบ้า “แต่งงาน!!!” ขุนเขาหลุดโพล่งออกมาเสียงดังจนเกือบเป็นตะโกน “แม่เฒ่า…เรายังไม่พร้อมค่ะ มีทางอื่นมั้ยคะ ที่จะทำพิธีขอขมา แต่ไม่ต้องเสียผีกัน” ม่อนดอยยังคงต่อรอง แม่เฒ่าหัวเราะหึหึอยู่ในลำคอพลางมองหน้าสองหนุ่มสาวสลับกันไปมาก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ “ลิขิตโชคชะตา ด้ายแดงนำพาบุรุษจากฟากฟ้ามาสู่ดิน…”
like
bc
ผู้ชายของฉันเป็นพระเอกเอวี
อัปเดตเมื่อ Nov 10, 2022, 00:16
“อ๊าาาา!!!” “ตั่บ!!ตั่บ!!ตั่บ!!!” เสียงเนื้อหน้าขากระทบกับแก้มก้นขาวนวล สลับกับเสียงร้องครวญครางของหญิงสาวร่างบางแต่อุดมไปด้วยสัดส่วนที่เร้าใจ หน้าอกทรงโตที่แกว่งไกวไปมาตามแรงกระแทกกระทั่นของชายหนุ่มที่สองมือจับยึดเอวคอดไว้แน่นเพื่อดึงไม่ให้ร่างสาวงามกระถดถอยไปตามแรงกระแทกที่อัดเข้ามาสุดลำ “อืม….อ๊าาาาาา….สุดยอดเลยค่ะ…มันเข้าไปลึกมากเลย…อ๊าาาาาา” “อ๊าาาาา…แรงๆค่ะ…อ๊าาาาาาา…อิ๊!! อิ๊!!…อ๊ะ!! อ๊ะ!!! อ๊ายยยยย!!!” “แฮ่กๆๆๆ อ๊าาาา!!! ฉันถึงสวรรค์แล้วนะคะ...คุณยังจะต่ออีกเหรอ…ไม่ไหวแล้วนะคะ…อ๊าาาาาา!!!” เสียงหอบหายใจรัว ตามมาด้วยอาการกระตุกเกร็ง ร่างกายอ่อนระทวยจนต้องปล่อยร่างให้ฟุบลงกับหมอนใบโต แต่ยังไม่ทันที่ร่างงามจะทันได้พักเหนื่อยจากการเอื้อมแตะสวรรค์ก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อชายหนุ่มเปลี่ยนจับพลิกร่างของเธอให้นอนหงายก่อนจะแยกเรียวขาขาวออกจากกัน และจับเข่าคู่งามขึ้นแนบลำตัวนวลเนียนก่อนจะสอดส่วนสำคัญแทงจมลึกทีเดียวมิดด้ามสุดโคน จนร่างงามร้องเสียงหลงด้วยความเสียว ตั่บ! ตั่บ!ๆๆๆๆๆ สะโพกแกร่งรัวเร็ว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นต่อเนื่องสลับช้าเร็ว กดหนักบ้างบางครั้ง จนร่างงามสั่นสะท้าน ร่างบิดเกร็ง ใบหน้าที่เติมแต่งมาสวยงามบัดนี้เหยเก คิ้วคู่งามขมวดมุ่น เส้นผมดำยาวแผ่กระจายเต็มหมอน สองเต้าเต่งกระเด้งขึ้นลงเป็นจังหวะตามแรงกระแทกกระทั้น เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามขมับ “ซี๊ดดด!!! อ๊าาาา!..แรงๆค่ะ!!!! อ๊าาาา!” สองมือเล็กถูกจับไขว้กันวางไว้ใต้ราวนม ยิ่งทำให้เห็นหน้าอกใหญ่ล้นทะลัก กระเด้งกระดอนไปตามแรงกระแทก จากช้าๆเนิบนาบๆสลับแรงและเร็วขึ้น เสียงหอบหายใจของชายหนุ่มเริ่มถี่รัว มือหนาเริ่มกระชับข้อมือบางไว้แน่น เหงื่อเริ่มหยาดหยดลงมาตามกล้ามเนื้อแขนและหน้าอก หน้าขาเริ่มแข็งเกร็ง สะโพกสอบกระแทกกระทั้นรุนแรงและเร็วขึ้น อันเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่าบัดนี้เขาใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของบทเพลงแห่งรักนี้แล้ว ตั่บ! ตั่บ!ๆๆๆๆๆ ตั่บ! เสียงตั่บ! สุดท้ายเกือบจะพร้อมๆกับเสียงกรีดร้องแห่งความเสียวซ่านของร่างงามที่นอนร่างสั่นระทวย หอบหายใจแผ่วเปลือกตาคู่งามปรือ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบถอดถอนแก่นกายออกทันทีและใช้มือชักรูดรีดให้น้ำสีขุ่นทะยานพุ่งออกมาสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนหน้าท้องนวลเนียนจนถึงหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงไปจนถึงตามใบหน้า แทบจะทั่วทั้งตัวเลยก็ว่าได้ในขณะที่ร่างงามหลับตาพริ้มหายใจหอบระทวยด้วยความเหนื่อยอ่อน “โอเค คัต!!! เยี่ยมมาก” “ไอ้บ้าไดสุเกะ!!! ใครใช้ให้แกชักมาทางนี้วะ!!! ดีนะเว้ยที่หลบทันน่ะ!! ไม่งั้นไม่เต็มหน้าฉันแล้วมั้ย!!!” เสียงก่นด่าที่ออกมาจากริมฝีปากอิ่มนั้นทำได้แค่สร้างเสียงหัวเราะให้เจ้าตัวและทีมงานเท่านั้น "เอาน่าชินคุง นี่ก็กดลงจนไม่รู้จะกดยังไงแล้วก็อารมณ์คนมันกำลังพุ่ง ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ" ไดสุเกะได้แต่โค้งคำนับขอโทษขอโพยร่างบางตรงหน้าที่กำลังสำรวจกล้องที่ใช้บันทึกเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆร้อนๆนั้นอย่างหวงแหน "หวังว่าน้ำของนายคงไม่กระเด็นมาโดนเครื่องทำมาหากินของฉันนะเว้ย!!! ชิ!!!" ‘ยามาดะ ชินะ’ หรือที่เพื่อนๆรวมไปถึงคนสนิทเรียกสั้นๆง่ายๆว่า ‘ชินคุง’ คือหญิงสาวร่างบางที่มีความสูงเพียง 160 เซนติเมตรกว่าๆ เท่านั้น มีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ขนตางอนงาม จมูกโด่งเล็กปลายรั้นเชิดน้อยๆ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ศีรษะทุยได้รูปปกคลุมด้วยเส้นผมเส้นเล็กซอยสั้นทรงทันสมัย แต่งแต้มด้วยสีเทาหม่นควันบุหรี่แซมด้วยสีดำด้านในตามสมัยนิยม แต่งตัวทะมัดมะแมงด้วยเสื้อยืดตัวหลวมสีดำลายกราฟฟิคกับกางเกงยีนส์พอดีตัวสีเข้ม มีรอยขาดหลุดลุ่ย ตั้งแต่หน้าขาเรื่อยลงมาจนถึงหัวเข่าเผยให้เห็นผิวสีขาวอมชมพูน่าสัมผัส "เอาน่าชินคุง อย่าไปว่าไดสุเกะมันเลย พอถึงตอนใกล้จะเสร็จทีไรมันควบคุมยากกันทุกคนแหละ" ‘ซาโตรุ’ กล่าวปลอบขำๆ กับท่าทีของหญิงสาวตากล้องหนึ่งเดียวของบริษัทยูทากะโปรดักชั่น ผู้ผลิตภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ยอดขายอันดับหนึ่งในประเทศ "โธ่!!! ซาโต้ซัง!!! ถ้าฉันหลบไม่ทัน ไม่กระเด็นเต็มหน้าฉันแล้วรึไงกันคะ!!" เสียงบ่นอุบอิบดังพร้อมๆกับสายตาค้อนที่ตวัดฟาดเบาๆไปยังต้นเสียงแก้ต่างนั้นด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อย แต่ไม่ได้จริงจังอะไรมาก "ฮ่าๆๆๆฮ่าๆๆๆๆ โธ่ๆๆๆๆ ระดับชินคุงผู้ที่ได้ชื่อว่าเทพเซียนแห่งยูทากะ ไม่มีทางที่จะหลบไม่พ้นหรอก ไม่มีอะไรจะมาทำให้เธอหวั่นไหวได้เลยนะ ชินคุง" ซาโตรุเอ่ยยิ้ม ก่อนจะกวาดตามองใบหน้านวลตรงหน้าอย่างพิจารณา "ตั้งแต่ผมทำงานกับคุณมานี่ก็นานหลายปีแล้วนะชินคุง ผมยังไม่เห็นคุณจะมีแฟนซักที ผมถามจริงๆเถอะ คุณเป็นตากล้องหนังเอวีนี่คุณไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ?" ซาโตรุเอ่ยด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจังและเบาจนเกือบกลายเป็นเสียงกระซิบในช่วงท้าย "โธ่! ซาโต้ซัง คุณก็รู้จักฉันดีนะคะ ไม่น่าจะถามแบบนี้เลย ฉันน่ะไม่ได้ ‘ใหม่’ กับงานนี้ แต่ฉันทำงานนี้มา เจ็ดปีแล้วนะต้องถามกลับไปที่คุณแล้วแหละว่าตอนนี้คุณไม่รู้สึกอะไรบ้าง คุณก็ทำงานนี้มาก่อนฉันอีกนะคะ" ว่าแล้วก็หันไปสบตากับซาโตรุ ก่อนจะหัวเราะขึ้นพร้อมๆกัน เมื่อนึกถึงวันเก่าๆ “ทำไมจะไม่รู้สึกหล่ะ ผมก็ผู้ชายนะชินคุง แต่ว่างานก็คืองานไง แต่ถ้าเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อนนั้นก็ไม่แน่ แม่คุณเอ้ย!!! ไม่อยากจะบอก เดินตัวงอกันเลยล่ะ พักเบรคเป็นไม่ได้เลย ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำ น้องนางทั้งห้านี่ทำงานหนักเลย ฮ่าฮ่าฮ่าๆ” ชินะและซาโตรุต่างหัวเราะกันเมื่อนึกไปถึงอดีต กว่าจะผ่านมาถึงจุดนี้ได้มันทำให้เธอนึกย้อนไปเมื่อตอนนั้น…
like
bc
ดวงใจสุลต่าน
อัปเดตเมื่อ Nov 9, 2022, 22:32
"คุณหนูดาเมียร์เจ้าคะ น้ำชาเจ้าค่ะ" เสียงเรียกของสาวใช้ดังขึ้น ทำให้ร่างเล็กบางระหงทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ไม้บุนวมลายสวย สลักลวดลายงดงาม เข้าชุดกันกับโต๊ะที่มีกาน้ำชากระเบื้องเคลือบใบเล็ก หอมกรุ่นลอยเอื่อยๆมากระทบจมูกเบาๆ "ขอบใจจ๊ะฟาเดีย" ดาเมียร์เอ่ยขอบใจสาวใช้เบาๆ พลางจิบน้ำชาที่สาวใช้รินให้ สายตามองเหม่อไปเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา นี่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่มันเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี่เอง -------------------------------------------------------- วันนั้น....ด้วยความซุกซนของหล่อนที่หนีออกไปเที่ยวกับฟาเดีย คิดว่าใกล้ๆคงไม่เป็นอะไร แต่ที่ไหนได้...คิดแล้วก็ขนลุกขึ้นมาอย่างเสียมิได้ หล่อนถูกจับ มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในที่ๆไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย หล่อนถูกขังกับพวกผู้หญิงหลายคนภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง ในจำนวนผู้หญิงพวกนั้น เธอจำได้ว่ามีผู้หญิงต่างชาติด้วยคนนึง หล่อนแตกต่างจากผู้หญิงพวกนั้น ผู้หญิงพวกนั้นต่างร้องไห้ระงม แต่เธอกลับนิ่ง ไม่มีน้ำตาสักหยด แววตาเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวเอเชียคนนั้นทำให้ดาเมียร์ขยับใกล้เธออย่างต้องการพี่พึ่ง แล้วพวกมันก็ให้พวกหล่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดบางเบา ปิดอะไรแทบไม่มิด มันทำให้เธอขวัญเสียมากเข้าไปอีก ดาเมียร์ร้องไห้หนัก เฝ้าโทษตัวเองที่ซุกซนจนได้เรื่อง พลัดหลงกับฟาเดียสาวใช้คนสนิทที่แอบหนีออกมาด้วยกัน เธอคดตัวอยู่แนบชิดกำแพงด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่พวกมันจะเข้ามา จับพวกเธอมัดแล้วลากออกไป..... สิ่งที่เธอเห็นเบื้องหน้า ยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักมาก มันเริ่มผลักผู้หญิงพวกนั้นขึ้นไปบนเวที ทีละคนๆ มันซื้อขายพวกหล่อนเหมือนผักเหมือนปลา แววตากักขฬะของพวกมันช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก คิดดังนั้น ดาเมียร์ห่อไหล่กอดตัวเองอย่างตื่นตะหนัก ผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่พวกมันแบกใส่บ่า บ้างอุ้มออกไป โดยไม่สะทกสะท้านในการดิ้นรนของพวกเธอเหล่านั้น แล้วก็มาถึง...เธอ...ดาเมียร์ถูกผลัก ทั้งลากออกไปบนเวที พวกมันไม่แยแสอาการขัดขืนของหล่อน ดึงหล่อนขึ้นสู่กลางเวที...ขายเนื้อสดนั้น... หล่อนร้องกรี๊ดเมื่อมือหนาของพวกผู้ชายที่ยืนรายล้อมอยู่ด้านล่างเวที ที่ยื่นมือมาพยายามลูบ ดึงทึ้ง ร่างกายบอบบาง ณ วินาทีนั้น ดาเมียร์คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ที่สุด พร้อมทั้งโทษตัวเองที่ไม่เชื่อฟัง ทำให้ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ คิดมาถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลอาบสองแก้มนวล หล่อนร้องกรี๊ดๆปานจะขาดใจ แต่พวกมันกลับสนุก ในที่สุดก็มีพวกมันคนหนึ่งประมูลหล่อนไป มันแบกหล่อนใส่บ่า หัวเราะร่า อย่างชอบใจ ดาเมียร์ดิ้นรนขัดขืน แต่มันหาสะดุ้งสะเทือนไม่ เธอคิดว่าเธอขอตายดีกว่าที่จะถูกมันปู้ยี้ปูยำ ดาเมียร์ดึงดาบสั้นที่คาดเอวมันอยู่ในขณะที่มันแบกเธออยู่บนบ่า ก่อนจะจ้วงแทงเบื้องหลังอันทะมึนของมันเต็มแรง มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนขว้างร่างบางลงกับพื้น มันมองหล่อนด้วยความอาฆาตแค้น ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหา ดาเมียร์ขดตัวงอหลับตาปี๋ด้วยเห็นวาระสุดท้ายของตัวเอง "สวบ" "ตุ๊บ" เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่อะไรหนักๆจะหล่นดังตุ๊บอยู่เบื้องหน้าของหล่อน ดาเมียร์เปิดเปลือกตาออกช้าๆ เห็นร่างหนึ่งฟุบจมกองเลือดอยู่แทบเท้าหล่อน เงาของใครคนนึงยืนทะมึนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางแสงตะวันที่สาดส่องเบื้องหลังของร่างสูงใหญ่นั้น ทำให้หล่อนเห็นเพียงเสี้ยวหน้าคมสัน ดวงตาเย็นชาคมปราบ มองมาที่หล่อนนิ่งๆ "ท่านสุรต่านซาฟาล ทางนี้ครับ" ร่างสูงใหญ่นั้น ก็ก้าวเท้าเดินออกไป โดยไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา ดาเมียร์มองตามแผ่นหลังอันกำยำ กว้างใหญ่นั้นไปอย่างเทิดทูญ "สุรต่านซาฟาล" ดาเมียร์พึมพำนามของผู้ที่ช่วยหล่อนให้พ้นกับขุมนรกเบื้องหน้า ก่อนที่จะมีคนมาช่วยพาพวกหล่อนที่พอจะช่วยได้ออกมา โดยคนของสุรต่านซาฟาล และ ชีคอัคนัส อามันต์ ก่อนที่แหล่งขายเนื้อสดนั้นจะถูกทำลายลง เธอถูกพากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ท่านพ่อและท่านแม่พอทราบเรื่อง ก็ใจหายใจคว้ำ ดุด่าเธอเป็นการใหญ่ พร้อมทั้งโทษตัวเองที่เลี้ยงเธอแบบตามใจ ดาเมียร์โทษตัวเธอเองที่ซุกซน เรื่องคราวนั้นทำให้เธอยิ่งถูกจับตามอง ท่านพ่อส่งคนตามประกบเธอทุกฝีก้าวด้วยความเป็นห่วง ดาเมียร์ถอนหายใจแช่มช้า ก่อนจะจิบน้ำชา เผื่อให้ผ่อนคลาย ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ ดาเมียร์เฝ้าสดับเรื่องราวของเขา สุรต่านผู้ช่วยชีวิตของหล่อนไว้ สุรต่านซาฟาลผู้เย็นชา ความเหี้ยมโหดแว่วเข้าหู ถ้าเอ่ยถึงชื่อสุรต่านซาฟาลทุกคนต่างครั้นคร้าม แต่....ดาเมียร์จำเสี้ยวหน้าคมคายแววตามุทะลุคมกริบนั้นได้แม่น คงมีสักวันที่เธอจะได้ชดใช้หนี้ชีวิตนี้ให้กับเขา
like
bc
พันธนาการรัก ทะเลทราย
อัปเดตเมื่อ Nov 9, 2022, 18:00
ฮัลลโหล่ววววว!!!!! เม็ดทรายยย มาแล้ววววววววว!!!!!! (^O^) ตึ๊กๆๆๆๆ ซวบๆๆๆๆ ซอรี่!!!! ตึ๊กๆๆๆ เอ็กคิ้วมี!!!! ขอโทษค่ะ!!!!! ขอทางโหน่ยยยยยย เสียงฝีเท้าดัง สลับกับเสียงขอโทษมันทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ พร้อมเสียงหอบแฮกๆๆๆของหญิงสาว ร่างบาง นามเม็ดทราย ดังไปทั่วบริเวณ อย่างไม่สนใจผู้คนรอบข้างที่หันมามองอย่างสงสัยว่า อินี่จะรีบไปไหน ;แฮ่กๆๆๆๆๆๆๆ...อยู่ไหนว่ะ เลทนิดเลทหน่อย แค่ 6 ชั่วโมงเอง ทำเป็นน้อยใจ ไม่มารับซะได้ ค่ะ!!!! แค่ 6 ชั่วโมงเอง เม็ดทรายเอ้ยยยยยยย แล้วคิดว่า ไกด์เค้าจะรอเมิงมั้ยยยยยยย (T^T) ไม่เห็นเหมือนที่มิลล์ไปเที่ยวเลย เพจผู้หญิงคนเดียวกก็เที่ยวได้ ที่เม็ดทรายชอบมาก ติดตามทุก EP. และสร้างแรงบรรดาลใจให้เธอมาเที่ยวในครั้งนี้...ไม่เห็นเหมือนที่คิดไว้เลย..จะทำไงต่อไปล่ะทีนี้ อิเม็ดเอ้ยยยยย... เม็ดทรายลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมายืนเก้ๆกังๆยังด้านหน้าสนามบินขนาดเล็กของเมือง คูลูฟ เมืองท่าสำคัญที่ ทุกเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศจะต้องมาลงจอดที่สนามบินนี้ เพื่อจะต่อรถ ต่อเครื่องบินไปยังที่ต่างๆใน แถบตะวันออกกลางนี้ ตะวันออกกลางใช่!! ตะวันออกกลาง ฟังไม่ผิดค่ะท่านผู้อ่าน อิเม็ดมาอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ที่ประเทศ คูลูฟซารีฟ (T^T) ประเทศเล็กๆในตะวันออกกลาง ที่เป็นที่เดียวที่มีสนามบินที่นี่ แต่!!!!!...เม็ดทรายต้องไปต่อค่ะ ไปต่อยังเมือง ซารีฟอามันต์ ที่เธอได้นัดไกด์ของเธอไว้ ให้มารับที่สนามบินแห่งนี้ แต่...เหมือนโชคชะตา จะทดสอบความกล้าหาญของเธอ เนื่องจากพายุเข้า ทำให้ไม่สามารถออกเดินทางได้ตามกำหนด เม็ดทรายจึงต้องรอต่อเครื่องถึง 6 ชั่วโมง ใช่!!!! 6 ชั่วโมง!!!! กว่าจะมาถึงนี่ก็ปาเข้าไป จะเที่ยงคืนแล้วค่ะ! ตั้งสติค่ะ!!! เม็ดทรายตั้งสติก่อน เธอรำพึงกับตัวเอง พร้อมสายตาสอดส่ายมองหาที่นั่งพัก เพื่อที่จะได้หาทางติดต่อกับไกด์ที่นัดหมายกันไว้แล้ว ดีนะที่สนามบินนี้ยังพอมี Free Wifi ให้ได้ใช้งานมั้ง เธอจัดการยกโทรศัพท์กดส่งอีเมลล์หาบริษัท ไกด์ทัวร์ทันที เพื่อบอกสาเหตุที่ทำให้เธอเลท ก่อนอื่นเม็ดทรายต้องหาร้านโทรศัพท์ เพื่อที่เธอจะได้หาซื้อซิมโทรศัพท์ของประเทศนี้ เพื่อจะได้ติดต่อกับทางบริษัทไกด์ทัวร์ได้ แต่!!! นี่มันกี่โมงแล้วค่ะ!! เที่ยงคืนแล้วค่ะ อย่าว่าแต่ร้านรวง รึว่ามนุษย์และ แม้แต่แมวสักตัวยังไม่เห็น คืนนี้คงต้องหาที่นอนแถวนี้ละมั้ยว้าาา อิเม็ดเอ้ยยยย แต่!!!!!!! พลันสายตาของเธอก็ไปสะดุดกับชายร่างท้วม ชาวอาหรับดูค่อนข้างมีอายุเข้า ชายคนนั้นยืนสูบบุหรี่อยุ่ข้างรถจิ๊บไม่ไกลจากที่เม็ดทรายนั่งอยู่ ฮะฮิ้ววววว!!!! สวรรค์ทรงเมตตา สาวน้อยบอบบางอย่างเราแล้ว (T^T) ขอบคุณค่ะ พระเจ้าขา (^_^) ขอโทษค่ะ...คุณลุงคะ หนูรบกวนสอบถามหน่อยค่ะ แถวนี้มีร้านขายโทรศัพท์มั้ยคะ เม็ดทรายถามเสียงอ่อน พร้อมส่งยิ้มหวานสุดฤิทธิ์ให้กับคุณลุงที่เธอเรียก คุณลุง มองเธอด้วยสายตานิ่งๆพลางสำรวจหน่อยๆตั้งแต่หัวจรดเท้านิดๆ เม็ดทรายในชุดกางเกงยีนต์สีเข้ม เลื้อยืดสีขาว คลุมด้วยแจ็คเก็ตยาวผืนบางสีเข้ม รองเท้าผ้าใบสีตุ่นๆไปด้วยฝุ่นของเธอ ดีนะที่เธอเตรียมพร้อมชุดเดินทางเป็นชุดทะมัดทะแมง เลยไม่เคอะเขิน รึว่ารู้สึกตะขิดตะขวงใจในการมองสำรวจอย่างถี่่ถ้วนของคุณลุงที่เธอเรียก ไม่มีหรอก เวลาป่านนี้แล้ว ที่นี่เมืองเล็กๆ ผู้คนก็มีน้อย เครื่องบินลำที่หนูมา ก็มีผู้โดยสารแค่ไม่กี่คนเอง ลุงชาวอาหรับบอกเสียงเรียบ ;เออ..แล้วมีโรงแรมแถวนี้บ้างมั้ยคะ เม็ดทรายถามอีกครั้งอย่างรู้สึกเกรงใจ โรงแรมแถวนี้ก็ไม่มีเหมือนกัน ว่าแต่หนูจะไปไหนล่ะ คุณลุงถามกลับมาเสียงเรียบอีกเช่นเคย หนูจะไปเมือง ซารีฟอามันต์ ค่ะคุณลุง จากที่นี่ไปอีกไกลมั้ยคะ ถ้าคุณลุงว่างหนูอยากจ้างให้คุณลุงไปส่งหนูหน่อย จะได้รึเปล่า Please เม็ดทรายมองคุณลุงด้วยแววตาอ้อนวอนสุดชีวิตเท่าที่คิดว่า จะบ้องแบ๋วทำให้ลุงใจอ่อนยอมไปส่งเธอให้ได้ พร้อมทั้งยกมือแสดงท่าทางขอร้อง น่าสงสารสุดๆเท่าที่จะทำได้ เธอไม่อยากนอนตากยุงที่สนามบินแห่งนี้หรอกนะ มองไปทางไหนก็มืด ไร้ผู้คน ขนาดนี้ บรื๊อ!!!! น่ากลัวววววว!!!! ซารีฟอามันต์...อืมมมมม..จากที่นี่ไปก็ขับรถอีกประมาณ 6 ชั่วโมงถึงจะเข้าเขตเมืองซารีฟ..ว่าแต่ลุงขอ 10,000 รีฟ ค่าขับรถไปส่ง เอาตามนั้น ถ้าไม่ได้ก็ไม่ไป โห!!!!! ลุง ใจร้ายจุงงงงงงงง (T^T) นี่มันนอกเหนือจากที่เตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางนี้ไปมากเลยนะ เม็ดทรายอดคร่ำครวญไม่ได้ แต่ก็เอาโว้ย ดีกว่าต้องนอนที่นี่ แถมไม่รู้ว่าอิบริษัทไกด์จะเทเราอีกมั้ย ไปต่อที่เมืองซารีฟอามันต์เลยดีกว่า ยังไงก็จองโรงแรมที่นู้นไว้แล้ว คิดได้ดังนั้น เธอก็ตอบตกลงแต่ยังไม่วายขอต่อรองราคานิสนุง ยังไงก็นิสัยคนไทยอ่ะนะ 5555+ ขอต่อนิดต่อหน่อย ก็ยังดี 8,000 รีฟ เม็ดทรายต่อรอง ;85 ลุงพูดพร้อมหันหลังเปิดประตูรถจิ๊บ ทำท่าจะก้าวขึ้นรถอย่างไม่ง้อ 85 ก็ 85 (T^T) เม็ดทรายบอกพร้อมจะยกกระเป๋าขึ้นด้านหลังรถจิ๊บคนเล็ก เดี๋ยวลุงเก็บให้ ลุงยื่นมือมาฉวยกระเป๋าเดินทางของเธอ เอาไปเก็บไว้ให้ที่ด้านหลังของรถ พร้อมประจำที่คนขับ ไปกันเลยยยยย Let Go!!!! เม็ดทรายเอ่ยออกไปอย่างคนอารมณ์ดี ไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไง วันนี้เธอไม่ต้องนอนตากยุงที่สนามบิน ถึงแม้จะฉุกละหุกไปบ้าง ก็ยังถือว่าเธอยังโชคดีอยู่ คุณลุงชื่ออะไรค่ะ หนูชื่อ เม็ดทรายนะคะ เรียกเม็ด รึว่าทรายเฉยๆก็ได้ เม็ดทรายเอ่ยปากถามคุณลุงระหว่างที่ออกรถกันมาได้ไกลพอสมควร อดัม ลุงตอบสั้นๆ พลางขับรถต่อโดยที่ไม่ได้สนใจจะถามรึว่าจะสนทนากับเธอต่อ เอิ่ม..คุณลุงค่ะ ทำไมคุณลุงประหยัดคำพูดจุง เม็ดทรายคิด พลางปรายตามองคุณลุงอย่างเอื่อมๆ โอเค ไม่พูดด้วยก็ได้ มองวิวข้างทางดีกว่า เอิ่ม...มืดจังเลยค่ะ ไม่มีไฟกิ่งข้างทางเลยค่ะ ยิ่งขับรถไกลออกไป ถนนหนทางยิ่ง
like