bc

ข้ามเวลาไปหาเนื้อคู่

book_age18+
240
ติดตาม
1.5K
อ่าน
ดราม่า
หวาน
ลึกลับ
โลกมหัศจรรย์
like
intro-logo
คำนิยม

การข้ามเวลาไปหาเนื้อคู่นั้นณิรินจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอเป็นแค่เด็กสาวที่อยากมีรักธรรมดาแต่เธอนั้นกลับเป็นเด็กสาวอ้วนที่ไม่มีใครชอบ

สารภาพรักกับใครก็มีแต่ผิดหวัง เธอจึงได้ไปขออตีตเทพแห่งความรักโดยบังเอินจึงทำให้เกิดเรื่องวุ้นวัยมากมายหลังจากนั้น

เรื่องราวจะเป็นยังไงเธอจะต้องอยู่ยังไงกับการข้ามเวลาไปอีกโลกหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย และเธอจะได้กลับที่โลกของตัวเองหรือไม่ เรื่องราวจะเป็นยังไงมาเอาใจช่วยณิรินกันค่ะ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ข้ามเวลาไปหาเนื้อคู่ 1 ฉันตายแล้วเหรอ?
บทที่1 ฉันตายแล้วเหรอ? “ปวดหัวจัง...แม่คะ ณิรินขอน้ำหน่อยค่ะ หิวน้ำจัง” เสียงอ่อนล้าของณิรินดังแผ่วเบา ก่อนที่เปลือกตาของเธอจะค่อยๆ เปิดขึ้น เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ และพลันขมวดคิ้วอย่างงุนงง “ที่นี่...ที่ไหน?” ณิรินพึมพำเบาๆ รอบตัวไม่มีสิ่งใดที่เธอคุ้นเคย บ้านไม้เก่าโทรมที่ดูเหมือนหลุดมาจากอีกยุคหนึ่ง ผนังไม้เรียงเป็นแนว ห้องที่ไร้ดวงไฟมีเพียงแสงจางๆ จากภายนอกลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา เตียงที่เธอนอนอยู่ก็เก่าจนส่งเสียงลั่นเมื่อเธอขยับตัว ความกระหายน้ำรบกวนจนเธอไม่อาจอยู่นิ่งได้ แม้จะรู้สึกเหมือนร่างกายจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอก็รวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อพลิกตัวลงจากเตียง ตุบ! ร่างของเธอหล่นกระแทกพื้นอย่างจัง “โอ๊ย...เจ็บ!” เธอร้องครวญ ขณะพยายามยันตัวลุกขึ้น ความเจ็บปวดแทรกซึมทั่วร่าง แต่ความกระหายกลับไม่ยอมลดละ เธอคลานอย่างยากลำบากไปยังโต๊ะไม้เก่าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นกาน้ำวางอยู่บนนั้น “น้ำ...อยู่ตรงนั้น” เธอพึมพำอย่างมีความหวัง มือเรียวเอื้อมจับขาเก้าอี้เพื่อช่วยดึงตัวขึ้น แม้เรี่ยวแรงแทบจะหมด เธอก็ยกกาน้ำขึ้นมาด้วยความยากลำบาก แต่แล้ว... กาน้ำที่แห้งผากไม่มีน้ำสักหยด หัวใจของเธอราวกับถูกบีบ ความหวังพังทลายลงตรงหน้า ณิรินก้มหน้าด้วยความอ่อนล้าและสิ้นหวัง เธอกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากจนริมฝีปากแห้งแตก เธอนึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก เสียงครูในชั้นเรียนลูกเสือดังก้องในหัว: “ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีน้ำ ให้อาศัยน้ำใต้ลิ้นโดยแตะลิ้นกับเพดานปาก วิธีนี้จะช่วยให้เรารอดพ้นช่วงเวลาฉุกเฉินได้” ณิรินทำตามคำสอนในทันที เธอแตะลิ้นกับเพดานปาก กลืนน้ำลายที่มีเพียงน้อยนิดลงคอราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่า แม้กระนั้นก็ยังไม่อาจดับกระหายได้ เธอจึงเอนตัวลงกับพื้นด้วยความอ่อนล้า ก่อนจะหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า “ตื่นได้แล้ววว…!!” เสียงตวาดดังขึ้นพร้อมกับสายน้ำเย็นเฉียบสาดลงบนใบหน้า ณิรินสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เธอลืมตาขึ้นมองอย่างเลือนราง แต่ก็ยังไม่อาจเห็นใบหน้าของผู้พูดได้ชัดเจน เพราะความมืดยังคงครอบคลุมห้องนี้ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าดึงใบหน้าของเธอขึ้นอย่างไร้ความปรานี เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว ก่อนกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอ “เจ้าหนีไปไม่ได้หรอก สวีเสวี่ย... เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อรับรู้ความเจ็บปวดที่เจ้าทำกับข้า” เสียงของเขาเย็นยะเยือก และแฝงไปด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะสะบัดใบหน้าของเธอไปอีกทาง ทิ้งให้ณิรินอยู่ในความหนาวเหน็บเพียงลำพัง ณิรินนอนนิ่ง น้ำตาเอ่อไหลจากดวงตาอย่างไม่รู้ตัว เธอกระซิบออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา “ที่นี่...นรกใช่ไหม” เธอหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้ความหนาวเย็นและความโดดเดี่ยวโอบล้อมร่างกายที่สั่นสะท้านของเธอไว้... ยามเช้าปรากฏตัวพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาในห้อง เสียงกระดิ่งลม ดิ้ง...ดิ้ง...ดิ้ง ดังแผ่วเบาไปตามสายลมเย็นของยามรุ่งอรุณ ณิรินรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ร่างกายยังคงรู้สึกเจ็บปวดทุกส่วน สายตาของเธอจับจ้องไปยังแสงที่เล็ดลอดเข้ามา ความเงียบงันในห้องช่วยให้เธอได้ครุ่นคิด ‘ฉันต้องตายไปแล้วแน่ๆ ทำไมถึงเจ็บขนาดนี้...แต่ยังฟื้นขึ้นมาได้อีก’ เธอนอนนิ่งอยู่กับพื้นเย็นชืดทั้งคืน ความสับสนและความเศร้าเข้ามาแทนที่ เธอคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หยดน้ำตาซึมออกมาจากดวงตาโดยไม่รู้ตัว เธอปล่อยให้มันไหลลงบนแก้มราวกับเป็นทางออกเดียวในตอนนี้ ณิรินเธอเริ่มสะอื้น ก่อนจะระเบิดเสียงร้องออกมาด้วยความอัดอั้น "ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง! ผู้ชายที่มาเมื่อคืนเป็นใคร! ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย ฮืออ...แม่จ๋า!" เสียงของเธอดังก้องในห้องเล็กๆ ความเจ็บปวดทางจิตใจที่หนักหน่วงทำให้เธอตะโกนสุดเสียงอีกครั้ง "แม่จ๋า! ฮือออ...นี่มันเรื่องอะไรคะเนี่ย! หนูอยู่ในนรกอยู่หรือเปล่า? ทำไมๆ ฮือออ...หนูตายแล้วเหรอคะ ฮือออ..!" เธอก้มหน้าด้วยความเศร้าโศก น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงโศกเศร้าของเธอดึงดูดความสนใจจากบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอก "แอ๊ะ! แม่นางสวีที่ท่านอ๋องพามาน่ะ ไม่ใช่ว่านางใกล้ตายแล้วหรือ? เหตุใดตะโกนเสียงดังได้ถึงเพียงนี้นะ?" เสียงกระซิบของบ่าวคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความสงสัย ไม่นานนัก เด็กสาวสองคนเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน พวกเธอโยนกองเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าให้กับณิรินอย่างไม่ใยดี “นี่ เอาไปใส่ซะ! ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอ๋องสั่งให้ เจ้าคงตายไปนานแล้ว” เสียงของ หลิงหลง หนึ่งในบ่าวรับใช้ในจวนหยางอ๋องดังก้องด้วยความหงุดหงิด ณิรินมองเสื้อผ้าตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ร่างกายยังคงอ่อนแรงจนแทบขยับไม่ได้ เธอพยายามหาคำตอบในหัวว่าพวกเขาเป็นใคร และทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ หลิงหลงหันไปพูดกับ หนิงเซี่ย บ่าวสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอ๋องสั่ง ข้าคงไม่มีวันมาทำอะไรแบบนี้หรอก ส่วนเจ้าที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็ระวังตัวไว้ล่ะ ผู้หญิงที่ท่านอ๋องเก็บมาจากหอคณิกาน่ะ เนื้อตัวสกปรก ติดเชื้อหรือเปล่าก็ไม่รู้ พ่อนางก็ทำการค้าที่ผิดกฎบ้านกฎเหมือง จนต้องถูกประหารกันทั้งตระกูล แต่กลับเหลือเพียงนาง แทนที่จะฆ่าตัวตายตามพ่อแม่นางไปเสีย แต่นางกลับหนีไปซุกหัวอยู่ในหอคณิกา ถ้าเป็นข้า คงฆ่าตัวตายดีกว่าเข้าไปคลุกคลีกับพวกนางคณิกาจนชีวิตมีมลทินเช่นนั้น" “แต่ข้าได้ยินมาว่า แม่นางสวีเคยเป็นว่าที่พระชายาของท่านอ่องมิใช่หรือ พี่หลิงหลง" “นั่นมันเมื่อก่อน ตอนที่พ่อของนางยังมีชีวิตอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีทางเป็นไปได้อีก ข้าขอเตือนเจ้าก่อน แต่หากเจ้าไม่ฟังข้า หากเจ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมา ข้าจะไม่ปกป้องเจ้านะ” หนิงเซี่ยพยักหน้าอย่างไม่มั่นใจนัก ก่อนจะเดินไปพร้อมหลิงหลง ทิ้งให้ณิรินอยู่กับเสื้อผ้าที่กองอยู่ตรงหน้า และความเงียบที่กลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง เธอนั่งมองเสื้อผ้าพวกนั้นด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยคำถาม ‘ท่านอ๋องพวกคุณเป็นใคร? พวกคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่?’ น้ำตาเอ่อคลออีกครั้ง แต่เธอพยายามกลั้นไว้ เธอต้องการคำตอบ และมากกว่านั้น เธอต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ก่อน

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

นางสาวอินทุอรณ์

read
12.2K
bc

ไฟรักซาตาน

read
53.9K
bc

สอนรัก ลูกสาวท่านประธาน

read
1.4K
bc

ซาตานร้ายเดิมพันรัก

read
11.1K
bc

อ้อนรักพ่อผัว

read
7.0K
bc

ปราบพยศรักยัยรุ่นพี่

read
1.2K
bc

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

read
9.4K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook