1 เฮียอยากมีผัว
“เฮ้อออ” ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ใบหน้าหล่อเหลาคนหนึ่งนั่งเท้าคางพลางถอนหายใจยาวเหยียด หน้าตาบ่งบอกถึงว่าตนเองกำลังคิดหนักเรื่องอะไรสักอย่าง
“เป็นอะไรวะเฮีย” ชายหนุ่มที่นั่งด้วยกันถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนที่ชวนมากินเหล้าด้วยกันนั่งถอนหายใจเสียเหยียดยาวจนเขาอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้
ใบหน้าหล่อบอกบุญไม่รับ ทำเอาเขาที่นั่งอยู่ด้วยรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเพราะเกรงว่าเพื่อนคนนี้จะทำอะไรแผลง ๆ ขึ้นมาอีก
“กูอยากมีผัวว่ะมึง” ชายหนุ่มตอบเสียงราบเรียบ สีหน้าบ่งบอกถึงความจริงจังขั้นสุด
“ฮ่า ๆ โอ๊ยเฮีย” แต่สิ่งที่เขาได้กลับมากลับเป็นเสียงหัวเราะของเพื่อนรักที่แทบจะลงไปดิ้นขำกับพื้นในคำตอบเมื่อครู่นี้
“มึงจะขำอีกนานไหมสัด!” ชายหนุ่มเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ เขาอยากมีผัวมันน่าขำตรงไหนวะ เดี๋ยวพ่อก็ยิงทิ้งเสียนี่!
“ฮ่า ๆ ... มะ... ไม่... หัวเราะแล้ว” ทั้งที่พยายามตอบเช่นนั้นแต่สิ่งที่ทำกลับตรงกันข้าม ตั้งแต่เกิดมาจนอายุได้เท่านี้เขาก็พึ่งเคยได้ยินว่ามาเฟียอยากมีผัว เฮ้ย! สามีก็วันนี้แหละ
“...!” นัยน์ตาราบเรียบมองผู้เป็นเพื่อนของตนด้วยความเดือดดาล พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตนไม่ให้ลุกออกไปตบกะโหลกเพื่อนตนเองสักทีสองที
“โถ่เฮีย หล่อ ๆ อย่างเราต้องกดสิวะ จะไปเป็นเมียเขาทำซากอะไร” เมื่อเริ่มมีสติชายหนุ่มก็พูดบอกเพื่อนของตน หากชายรูปร่างกำยำล่ำสัน ใบหน้าหล่อฟ้าประทานเช่นนี้ไปเป็นเมียคนอื่น มีหวังสาว ๆ คงร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่ากันไปถ้วนหน้าแน่ สรุปง่าย ๆ คือเสียของหมด!
“แต่กูอยากมีผัว” ชายหนุ่มตอบอย่างจริงจัง ก็เขาอยากมีผัว ไม่ได้อยากมีเมียสักหน่อยนินา แต่ใครจะคิดว่าพวกผู้ชายเหล่านั้นเมื่อเห็นเขากลับหันก้นให้กันเสียได้
อี๋! พูดแล้วก็ขยะแขยงที่สุด!
“เออแล้วแต่เฮียเถอะ แต่กูว่าอย่างเฮียต้องได้เมียว่ะ ฮ่า ๆ”
หลายวันต่อมา
สวัสดีครับผมเฮียพยัคฆ์คนหล่อเองจะเรียกพยัคฆ์ก็ได้นะ อ๊ะ วันนี้ผมไม่ได้มาเปล่านะครับ... ผมจะมาแนะนำตัวให้ทุกคน ฮู้จัก อุ๊ย! ดันพูดภาษาแม่เสียนิ
เอาละครับ เรามารู้จักผมกันเลยดีกว่าเนอะ กระผมมีนามว่า นาย พยัคฆ์ บาสเตียน หรือ พยัคฆ์คนหล่ออิอิ ส่วนสูง192 เซนติเมตร ลูกครึ่ง อาหรับ-ไทย แม่อีสานพ่ออาหรับ ชอบกินส้มตำไก่ย่างมาก (ก.ไก่ล้านตัว) แล้วที่สำคัญผมชอบผู้ชายนะครับ ผู้หญิงนี่อย่าหวังจะได้เห็นขาอ่อนข้อยเลยฮ่า ๆ เอาละ ๆ ทุกคนคงรู้จักผมกันแล้วนะครับ อ้อ! ลืมบอกไปผมเป็นมาเฟียนะครับ
อุ๊ย! ไม่ต้องกลัวผมนะครับผมใจดีรักเด็ก (นางงามมาก) วันนี้ผมอารมณ์ดีมากครับเลยเข้ามา ‘มหาวิทยาลัย’ ที่ผมเป็นเจ้าของอยู่ ไม่ต้องอิจฉาครับ ผมรู้ผมรวย
‘โครม!!’
“โอ๊ย!” ผมกับร่างเล็กตรงหน้าร้องออกมาพร้อมกัน ตอนนี้ผมเห็นเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มนั่งกองอยู่กับพื้นเนื้อตัวเปื้อนไปด้วยฝุ่นละออง ใบหน้าฟกช้ำ... เดินชนกันแค่นี้เป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ?
“นี่เดินดูคนบ้างสิวะ!”
อ้าว ๆ นี่กูผิดเหรอครับที่ไม่เห็นไอ้เตี้ยอย่างมึง แล้วอีกอย่างมึงเดินมาชนกูเองนะครับ
“เป็นอะไรไหมครับเจ้านาย” ลูกน้องของผมที่เห็นเหตุการณ์ต่างวิ่งมาดูผมกันยกใหญ่
“อืมไม่เป็นไร” ผมตอบออกไป
“นี่คุณ! ยืนคุยกันอยู่ได้ไม่คิดจะช่วยผมหน่อยเหรอ” คนตรงหน้าเริ่มโวยวายจนทำให้ลูกน้องผมคนหนึ่งต้องพยุงเขาขึ้นมา
“อยู่ปีไหน” ผมถามออกไป เตี้ย ๆ แบบนี้คงไม่เกินปีหนึ่งหรอกเชื่อผมดิ
“แล้วทำไมผมต้องบอกคุณด้วย” นั่น! ย้อนกูอีก เดี๋ยวกูก็ยิงทิ้งแม่ง!
“ฉันถามว่าอยู่ปีไหน” ผมถามย้ำอีกครั้งพลางกดเสียงต่ำที่มักใช้กับพวกลูกหนี้ที่ดื้อรั้นไม่ยอมจ่ายเงินที่ยืมไป คนตรงหน้าเม้มปากแน่นท่าทีลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากลัวผมหรือกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“ปีสามคณะวิศวะ พอใจยัง”
“อืมดี น่ารักดี”
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ” ร่างเล็กถามท่าทีหาเรื่องไม่ได้เกรงกลัวลูกน้องผมที่ยืนรายล้อมนับสิบชีวิตเลยสักนิด ตัวแค่นี้ทำไมห้าวจังวะ?
“เปล่าไม่มีอะไรไปเรียนได้แล้วไป” ผมบอกแล้วเดินออกมาโดยไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่ายเลยสักนิด ก็คนมันมีงานมีการต้องทำไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับเด็กหรอกนะ
พาร์ท วันเวฟ
โอ๊ย! ซวยจริงเลยกู เมื่อคืนก็ไปมีเรื่องกับพวกไอ้เจมาแถมยังจะตื่นสายมา ‘มหาวิทยาลัย’ ช้าอีกแต่ที่ซวยสุดคือดันไปชนไอ้ยักษ์ที่ไหนก็ไม่รู้ คนยิ่งช้ำ ๆ อยู่ แล้วมันดันไม่ขอโทษกูอีกไอ้ห่าน ห่าลาก!
“เฮ้ยไอ้เวฟทางนี้เว้ย” เสียงไอ้วายไอ้เพื่อนเวรเรียกผมครับ ทีเมื่อคืนมึงทิ้งกูเลยนะสัด!
“เป็นไงบ้างวะมึง” เสียงของไอ้เอิร์ธหนึ่งในแก๊งถามผมขึ้นมา หลังจากที่ผมเดินมานั่งที่ประจำของพวกเราเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณนะครับเพื่อนเอิร์ธที่มึงยังรักเพื่อนคนนี้อยู่
“เป็น” ผมบอกแล้วโยนกระเป๋าลงที่โต๊ะไม้หินอ่อนตรงหน้า
“เป็นไรยะหล่อน” ไอ้กีรติหรือไอ้กีวี่กะเทยร่างยักษ์ในกลุ่มวางตลับแป้งในมือลงแล้วพูดขึ้น... ขอบคุณนะครับเพื่อนที่สละเวลาทำสวยมาเสือกเรื่องของกูได้ ซาบซึ้งใจจนน้ำตาจะไหลถึงตีน
“เซ็งโว้ย!!” ผมแหกปากร้องลั่นจนทำให้คนแถว ๆ นั้นหันมามองผมกันเป็นตาเดียว
“เซ็งอะไรของมึงวะหรือว่าผัวมึงไม่เอา” ไอ้เวรเอิร์ธเมื่อกี้มึงยังเป็นห่วงกูอยู่เลยนะไอ้เพื่อนห่า!
“ผัวพ่อมึงสิ” ผมสบถออกมาอย่างเดือดดาลสุด ๆ
“อ้าว ๆ นี่มึงเองเหรอวะที่เป็นผัวพ่อกูอะ... กระซิก ๆ เอิร์ธจะฟ้องแม่ว่ามึงเอาพ่อกูทำเมีย” ดูมันครับ ดูมัน วอนกินตีนแล้วไหมล่ะ
‘‘ไอ้เหี้ยเอิร์ธมึง! ตายยย! ย้ากกก” ผมแหกปากแล้ววิ่งไล่เตะก้นไอ้เอิร์ธในทันที โดยที่ไม่สนใจสังขารของตนเองที่พึ่งโดนคู่อริกระทืบมา นาทีนี้ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นขอเพียงแค่ได้เตะก้นไอ้เพื่อนเหี้ยนี่สักทีก็ตายตาหลับละ
“ฮ่า ๆ พวกมึงนี่จริง ๆ เลยเล่นเป็นเด็ก ๆ อยู่ได้” ไอ้วายพูดแล้วเอามือลูบท้องตัวเองไปมา นี่มึงขำขนาดนั้นเลยเหรอวะ? แต่รอเดี๋ยวเหอะ มึงจะเป็นรายต่อไปที่ได้กินตีนกูไอ้พวกเพื่อนเหี้ย
“เวฟคนสวย อย่าทำเขาเลยนะ” ไอ้เอิร์ธพูดล้อเลียนผม
“สวยพ่อมึงสิ” ผมด่ามันออกไปแล้ววิ่งไล่เตะมันต่อ... โอ๊ยเหนื่อย! มึงจะวิ่งเร็วไปไหนเนี่ย กูเหนื่อยแล้วนะ
“หยุดทำไมล่ะครับฮ่า ๆ น้องวันเวฟคนสวย” ไอ้เอิร์ธพูดขึ้นอย่างกวนตีนสุด ๆ หลังจากที่ผมนั่งกองอยู่กับพื้นเพราะความเหนื่อยอ่อน
“เสือก”
“อ๊ะ ๆ ไม่เอาครับไม่พูดคำหยาบเดี๋ยวไม่สวยนะครับ”
โอ๊ย! กูจะบ้าตายกับมึงไอ้ห่าเอิร์ธ ลาก่อนครับ ขอไป ‘ฆ่า’ ไอ้ห่าเอิร์ธก่อน