bc

ข้าเป็นนางร้ายในนิยายวาย(วอด)

book_age18+
472
ติดตาม
1.9K
อ่าน
องค์หญิง
ราชนิกุล/ชั้นสูง
กษัตริย์
ดราม่า
หวาน
evil
แวมไพร์
ราชนิกุล
lords
like
intro-logo
คำนิยม

เพราะไม่ชอบนางร้ายในนิยายวายเรื่องนี้เท่านั้นทำไมต้องทะลุมิติมาเป็นนางร้ายเองด้วยล่ะ นิยายแถมเป็นนางร้ายที่ใคร ๆ ก็เกลียดอีก ไม่มีสกิลพิเศษอะไรทั้งนั้น เออ วาย (วอด) แน่นอนนิยายเรื่องนี้ และก็เป็นไปตามคาด วาย(วอด) จริงๆ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ร้ายไปทำไม
ข้าเป็นนางร้ายในนิยายวาย(วอด) ร้ายไปทำไม 1/1 แคว้นเว่ย วสันตฤดู หรือฤดูใบไม้ผลิ รัชศกที่ 15 จักรพรรดิเว่ยหยางเทียนหลง แคว้นเว่ยคือหนึ่งในแคว้นที่ใหญ่สุด และถือเป็นแคว้นที่มั่นคงมากสุด ภายหลังจากการรวมแคว้นของบรรพบุรุษที่ออกรบมายาวนานกว่า 500 ปี นับได้ว่าความมั่นคงของสกุลเว่ยหยางนั้น สร้างความแข็งแกร่งให้คนในแคว้นเว่ยมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญตอนนี้แคว้นเว่ยกำลังมีงานหมั้นแห่งทศวรรษเกิดขึ้น นับว่าสร้างความคึกคักให้ทุกคนในเมืองหลวงไม่น้อย ห้างร้านแม้กระทั่งบ้านเรือนล้วนประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้มงคลเพื่อแสดงความยินดีกับบุตรชายของ ท่านราชครูเหยียนที่กำลังจะหมั้นหมายกับพ่อค้าหนุ่มที่มีอนาคตรุ่งเรืองจากแคว้นฉี ไม่น่าแปลกใจหรอกที่คนในแคว้นฉีจะแสดงความยินดีกับคนในเมือง ไม่ว่าจะมีฐานะเป็นเช่นไร หากมีงานมงคล หรือการหมั้นหมาย แม้แต่ทารกที่เพิ่งเกิด หรือกระทั่งวัยชราที่หายป่วย คนในแคว้นย่อมแสดงความยินดีกับพวกเขา “คุณหนูจะไปงานหมั้นของคุณชายจริง ๆ น่ะหรือเจ้าคะ” เสี่ยวจิวพูดเบา ๆ อย่างกังวลใจ ท่านราชครูย้ำหนักย้ำหนาให้ดูแลคุณหนูให้ดีอย่าให้ออกไปทำลายงานมงคล แล้วดูตอนนี้สิ คุณหนูที่เอาแต่เก็บตัวเงียบ ๆ ในเรือน มาบอกนางให้เตรียมชุดไปงานหมั้นของคุณชายรอง เสี่ยวจิวรู้สึกถึงลางร้ายชัด ๆ “ข้าเป็นบุตรีคนโตของท่านพ่อ เป็นพี่สาวของหมิงเอ๋อร์ หากข้าไม่ออกไปผู้คนจะครหาข้าว่าอย่างไร เจ้าย่อมรู้ดี” สตรีที่มีใบหน้าหวานล้ำ ดวงตากลมโต มองตัวเองในกระจกก่อนถอนหายใจเบา ๆ แค่นี้คนก็เกลียดเธอมากแล้ว “แต่ว่าคุณหนูชอบคุณชายอู่ เอ่อ..” เสี่ยวจิวรู้สึกอึกอัก พร้อมหลับตาเตรียมถูกคุณหนูใหญ่ทำร้าย แต่ทุกอย่างกลับเงียบงัน นางได้ยินเสียงถอนหายใจของคนตรงหน้า “ชอบแล้วอย่างไร ในเมื่อเขาไม่ได้ชอบข้า ที่ผ่านมาข้าช่างโง่เขลา เอาล่ะ ใกล้ถึงเวลาหมั้นหมายแล้ว ไปกันเถอะเดี๋ยวข้าจะไม่ได้อวยพรให้หมิงเอ๋อร์” สตรีผู้เป็นคุณหนูใหญ่บอกก่อนคว้าแขนสาวใช้ที่ตกใจกับการกระทำของนายสาวอยู่ เสี่ยวจิวยืนอึ้งกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของนายสาว คุณหนูของนางเปลี่ยนไปหรือถูกผีร้ายเข้าสิงกัน เรือนหลักสกุลเหยียน ราขครูเหยียนซือเว่ย ยืนมองบุตรชายคนรองอยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้มแล้วส่งยิ้มให้อย่างอบอุ่น พลันหางตาก็เหลือบไปมองบุตรีคนโตที่ทั้งเดินและวิ่งเข้ามาอย่างไม่เข้าใจ “แฮ่ก เกือบไม่ทันแล้ว” นางพึมพำพร้อมมองมายังคนที่เรือนหลักส่งสายตามองนางอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก “พี่หญิง..” เหยียนลี่หมิงเอ่ยน้ำเสียงเบาอย่างตระหนกถึงการมาของพี่สาวต่างมารดาที่ดูรีบเร่ง นางในวันนี้สวมชุดสีเหลืองอ่อน ใบหน้าที่ดูปราศจากเครื่องประทินโฉมต่างจากในวันวานทำให้นางดูอ่อนเยาว์กว่าเดิมนัก “พานางออกไป” ราชครูเหยียนซือเว่ยว่า ก่อนที่บ่าวจะเข้ามาจับตัวคุณหนูใหญ่ด้วยความเร็ว “ข้าแค่จะมาอวยพรให้น้องชายข้าในงานหมั้น เหตุใดท่านจึงทำราวกับข้าจะฆ่าเขา” นางพูดเสียงดังจนคนในงานต่างเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ แน่นอนใครจะไม่อยากฟังเรื่องสนุก ๆ ล่ะ คุณหนูใหญ่เหยียนลี่เซียนผู้ร้ายกาจ “หึ ไม่ใช่ที่ผ่านมาเจ้าเคยทำเรื่องนั้นหรอกหรือ” ราชครูเหยียนซือเว่ยพูดก่อนมองบุตรสาวคนโตอย่างเหนื่อยหน่าย วันนี้นางจะมาไม้ไหนอีกกัน อุตส่าห์สั่งคนให้เฝ้าดีแล้วแท้ ๆ เชียวนางกลับสามารถหลุดรอดออกมาปรากฏตัวจนได้ “ข้า..” นางเม้มปากก่อนมองไปรอบ ๆ ผู้คนล้วนมองนางอย่างเวทนา “หมิงเอ๋อร์ แม้ว่าที่ผ่านมาพี่สาวคนนี้จะคอยรังแกเจ้า พี่สาวขอโทษเรื่องที่ผ่านมา ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าไม่ควรทำให้เจ้าต้องลำบากใจ อย่ากังวลว่าพี่จะทำอันใดร้ายแรงอีก พี่จะคอยเป็นกำลังใจให้เจ้าเงียบ ๆ อยู่ตรงนี้ อ้อ หากเขาทำเจ้าเสียใจ อย่าทนเลยนะ หาคนใหม่ย่อมดีกว่า” นางว่าก่อนทุกคนจะรู้สึกแปลก ๆ ในคำพูดนางกัน ยังไม่ทันจะได้หมั้นหมาย จะให้เขาเลิกกันแล้วเรอะ “พี่ใหญ่ อึก ท่านไม่ต้องขอโทษข้า” เหยียนลี่หมิงพูดก่อนซับน้ำตาเบา ๆ พี่สาวคนเดิมของเขากลับมาแล้วสินะ เขากอดนางหลวม ๆบ่าวที่ยืนมองพร้อมแขกในงานล้วนดีใจที่พี่น้องรักกันเหมือนเดิมแล้ว “ฮือ ๆ ขอบคุณนะหมิงเอ๋อร์” นางว่าก่อนร้องไห้ออกมาเหมือนกัน “นี่พวกเจ้า เห้อ นี่มันงานมงคลนะ จะร้องไห้ทำไมกัน” ราชครูเหยียนซือเว่ยว่า แต่ตัวเองนั้นซับน้ำตาเบา ๆ ลูก ๆ ของพวกเขารักใคร่กันเหมือนเดิมแล้ว งานหมั้นหมายดำเนินต่อไปเมื่อฝ่ายชายอย่างอู่จิ้งหลวนเดินทางมาเข้าพิธี ความหล่อเหลาของเขาอดไม่ได้ที่จะทำให้สาว ๆ นั้นเสียใจ แม้จะแปลกใจที่เจอนางยืนตาแดงอยู่ แต่เอาเถอะตอนนี้มีใครสนใจนางกันล่ะ หลังจากงานหมั้นหมายจบลง ข่าวลือเรื่องคุณหนูเหยียนเปลี่ยนไปแล้วก็ดูจะส่งผลดีให้พี่น้องตระกูลเหยียนไม่น้อย ทุกคนล้วนคิดว่าที่ผ่านมานางคงหลงผิด ดีแล้วที่กลับตัวกลับใจได้ ท่านราชครูเหยียนจะได้เบาใจ และทำหน้าที่รับใช้บ้านเมืองอย่างเต็มที่ต่อไป “จบสักทีนะ แค่นี้ฉันก็สบายใจแล้ว” คุณหนูใหญ่ยกยิ้มอย่างพอใจ ทำได้ดีมาก เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว “เธอ” ผู้มาจากโลกที่อ่านนิยายเรื่องนี้อย่างบังเอิญ นอนกลิ้งตัวไปมาโดยไม่รู้ว่าด้ายแห่งโชคชะตาอันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว “คุณหนูเจ้าคะ ท่านยิ้มแบบนี้มาหลายชั่วยามแล้วนะเจ้าคะ” เสี่ยวจิวทัก เพราะหลังงานหมั้นของคุณชายรอง คุณหนูดูจะมีความสุขเอามาก ๆ นางเองก็บอกไม่ถูกว่าคุณหนูเปลี่ยนไปอย่างไร แต่เท่าที่สังเกตมาหลายวัน คุณหนูมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยล่ะ แต่จะเป็นคนอื่นสวมรอยก็ไม่ใช่ก็คุณหนูของนางก็ยังรูปร่างหน้าตาเท่าเดิม “เสี่ยวจิว เจ้าไม่เห็นหรือว่าน้องรองน่ะหมั้นแล้ว อีกไม่นานก็มีงานมงคลข้าควรจะมีความสุขสิ” “เอ่อ แต่ว่าคุณหนูเองก็ชอบคุณชายอู่นี่นาเจ้าคะ” “นั่นมันก่อนที่ข้าจะ..เอ่อ ก่อนที่ข้าจะคิดได้ว่าควรปล่อยเขาไปเพราะเขาไม่ได้สนใจข้า..” เหยียนลี่เซียนว่า เห้อ ในนิยายนั้นนางต้องอาละวาดพังงานหมั้นของน้องชายสิ นางจะขอตัดฉากนี้ออกไปเองก็แล้วกัน! “เพียงวสันตฤดู” คือนิยายวายจีนโบราณที่ ‘เหยียนลี่เซียน’ อ่านล่าสุดเพราะกระแสในเว็ปอ่านนิยายมาแรงมาก ๆ คนอ่านมากถึห้าสิบล้านวิว เรื่องราวของพ่อค้าหนุ่มนามว่า อู่จิ้งหลวนที่เดินทางมาทำการค้ากับแคว้นเว่ย และพบรักกับเหยียนลี่หมิง คุณชายรองบุตรชายราชครูที่มีจิตใจดีงาม แต่พี่สาวของเขา เหยียนลี่เซียนก็ตกหลุมรักชายหนุ่มเช่นกัน นางร้ายอย่างเหยียนลี่เซียนจึงกลั่นแกล้งและรังแกนายเอกเพื่อให้พระเอกมารักตน แต่ยิ่งทำเท่าไหร่ พระเอกกลับรักนายเอกมากขึ้น คนอ่านเกลียดนางร้ายมากขึ้นเช่นกัน นิยายจบลงด้วยการที่เหยียนลี่เซียนถูกส่งไปบวชตลอดชีวิต ครอบครัวตัดขาด ถูกชาวบ้าน 1 ช้าวบ้าน 2 3 4 5 ปาหินใส่จนตาย คนอ่านล้วนสะใจกับจุดจบของตัวร้ายที่แสนร้ายกาจ รวมถึงเธอด้วย แล้วทำไม ทำไมเธอถึงมาโผล่ในร่างของเหยียนลี่เซียนล่ะ ยังโชคดีที่ยังไม่ถึงตอนจบที่เดิมทีเหยียนลี่เซียนจ้างวานนักฆ่าไปฆ่าน้องชายตัวเอง ไม่เช่นนั้น เธอนี่แหละคงมีจุดจบเช่นเดียวกันกับในนิยายแน่นอน เธอเข้าร่างนี้มาสองสัปดาห์ ก็พบว่าเธออาจจะด่านางไว้เยอะรึเปล่านะ ถึงได้กลับมาเข้าร่างตัวละครที่เกลียดแบบนี้ คิดไปก็ปวดหัว ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่ตนไปเจอก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้คิดหนัก เธอรู้สึกว่าตัวเองทำพลาดไป หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานแต่งของเหยียนลี่หมิง “ท่านอ๋อง นางมาขอพบท่านอ๋องอีกแล้วพะย่ะค่ะ” พ่อบ้านจิ้งเข้ามารายงานเมื่อสตรีที่แสนร้ายกาจอย่าง เหยียนลี่เซียนมาขอพบเขา แม้ว่าจะเคยปฏิเสธมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ ‘เว่ยหยางเทียนฉิน’ หรือ ‘ฉินอ๋อง’ พยักหน้าเชิงอนุญาต ก่อนพ่อบ้านจิ้งจะออกไป “อยากเจอข้ามีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ” ฉินอ๋องเอ่ยถามสตรีที่วันนี้นางแต่งกายด้วยอาภรณ์สีหวานแปลกตา ไม่ใช่นางชอบสีฉูดฉาดหรอกหรือ “หยุดซะ เรื่องที่ท่านคิดจะทำร้ายอู่จิ้งหลวนนั่น หากท่านไม่อยากมีชีวิตอยู่” เหยียนลี่เซียนตอบเขา ก่อนมองเขาอย่างเอาเรื่อง ถ้าเขาจะทำร้ายอู่จิ้งหลวนนั่นแสดงว่าทำร้ายเหยียนลี่หมิงน้องชายของนางด้วย “ไม่ใช้เจ้าก็กำลังหาคนไปทำร้ายน้องชายตัวเองหรอกหรือ แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าคิดจะทำอะไร” ฉินอ๋องว่าก่อนดึงนางเข้ามาใกล้ ๆ ดวงตาเรียวงามจ้องกับเขาด้วยท่าทางตกใจ ก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างที่อกซ้ายมันเต้นผิดจังหวะ “นี่ท่าน ปล่อยข้านะ” เหยียนลี่เซียนโวยวาย นางพยายามลุกออกจากตักเขา แต่เขากลับจับเอวนางไว้แน่น “เสียงดังแบบนี้ต้องการให้ข้างนอกรู้หรือว่าเรากำลังทำอะไรกัน หากไม่บอกข้าว่าทำไมเจ้ารู้เรื่องนี้ อย่าคิดว่าจะมีชีวิตออกไปจากตำหนักข้าได้” ฉินอ๋องกดเสียงต่ำให้นางเงียบ เหยียนลี่เซียนจึงยอมเงียบ นางจ้องตาเขา ก่อนคิดในใจ นายก็เป็นตัวร้ายเหมือนฉันนี่ล่ะ เพียงแต่ นายเกลียดพระเอกที่ทำให้คนรักต้องเป็นของคนอื่นจากการเข้าใจผิด ถ้านายส่งคนไปฆ่าเขา นายจะตายเช่นเดียวกับฉันน่ะสิ ที่มาบอกเพราะห่วงนะนี่ “หม่อมฉันรู้ว่าท่านอ๋องคงเกลียดอู่จิ้งหลวนมาก แต่การทำเช่นนี้เหมือนปูทางสู่ความตายให้ตัวเอง หากฮ่องเต้รู้ เขาไม่ปล่อยท่านไว้แน่ ... อีกอย่าง เสียนเฟยเหม่ยฮวาคงเสียใจที่ท่านทำเช่นนี้” เหยียนลี่เซียนว่า ก่อนมองหน้าเขาที่ดูไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาแต่แววตาเจ็บปวดไม่น้อย “รู้เรื่องของข้าไม่น้อยเลยสินะคุณหนูเหยียน” ฉินอ๋องแสยะยิ้ม ยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูร้ายกาจขึ้นมาทันที มือหนาบีบคางเล็กแน่น เหยียนลี่เซียนพยายามดิ้นรน แต่เหมือนเรี่ยวแรงนางเหือดหายไปไหนหมด ไม่น่าเลยเรา รู้แบบนี้ปล่อยให้เขาตายไปก็ดี ไม่น่าหวังดีเลยยัยลี่เซียน “เจ้าสงสารในโชคชะตาของข้าอย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นจงช่วยข้าสร้างมันขึ้นมาใหม่สิ ข้ายกเลิกแผนการนั้นได้ แต่ทุกอย่างย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย” เขาเอ่ยก่อนที่เหยียนลี่เซียนจะเอ่ยปากประท้วงอะไร ปากหนาก็โน้มตัวลงมาปิดปากนางอย่างช่ำชอง จูบแรกของนาง ถูกเขาขโมยอย่างไม่น่าให้อภัย จูบของเขาช่างดิบเถื่อน เรียวปากเล็ก ๆ พยายามหลบหนี แต่เขากลับดูดดุน และบังคับให้นางยอมเขา ลิ้นหนาสอดเข้าไปยังโรงปากหวาน ดูดชิมน้ำหวานอย่างเอาแต่ใจ มือที่เคยอยู่นิ่ง กระตุกผ้ารัดเอวออกอย่างง่ายดายเผยให้เห็นเรือนร่างที่ดูเย้ายวน ปากหนาละจากการชิมน้ำหวานเคลื่อนต่ำลงมาที่คองามระหง ขบเม้มสร้างรอยตีตรา ก่อนกลืนกินอกงามอย่างช้า ๆ มืออีกข้างลูบคลึงเบา ๆ “อ๊ะ อย่า..” เสียงหวานขาดหายเมื่อเขาปิดปากนางด้วยจูบอีกครั้ง มือเล็กพยายามผลักไส แต่มีหรือที่จะต้านฤทธิ์ของอารมณ์พิศวาสนี้ได้ มือหนาไล้สำรวจเรือนร่างงามอย่างอ้อยอิ่ง บีบเคล้นสะโพกงาม ก่อนวนกลับมายังอกงามที่ท้าทายเขาอยู่ “อื้ออ ท่านอ๋อง หยุดนะ!!” เหยียนลี่เซียนพยายามห้ามเขา นี่มันอะไรกันนางไม่น่าพาตัวเองมาเจอคนอันตรายแบบเขาเลย “นี่แค่มัดจำไว้ก่อน ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก ส่วนราคาที่เจ้าต้องจ่ายไว้หลังงานหมั้นรับรองว่าเจ้าได้จ่ายมันอย่างแน่นอน” ฉินอ๋องกระซิบบอกนางก่อนลุกออกไป แม้ในใจอยากจะชิมบุปผาดอกนี้นานกว่านี้ แต่ขืนเป็นเช่นนั้น นางคงออกจากตำหนักเขาไม่ได้ตลอดไป เหยียนลี่เซียนรีบลุกขึ้นแต่งตัว และมองคนฉวยโอกาสอย่างไม่พอใจ ไหนว่าเป็นตัวร้ายที่แสนสุภาพอย่างไร นี่มันคนหื่น หื่นชัด ๆ เมื่อนึกถึงความหวาบวามที่เขามองให้ ใบหน้างามก็แดงก่ำโดยไม่มีสาเหตุ เอาเถอะอย่างไรเขาและนางคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ เหยียนลี่เซียนคิดในใจ โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ นิยายเรื่อง วสันตฤดูนั้นถูกนักเขียนแก้ไขงานเนื้อเรื่องอย่างบ้าคลั่งอยู่ ยิงคิดถึงฉินอ๋อง เหยียนลี่เซียนก็รู้สึกว่าตนนั้นพลาดแล้ว ไหนบอกจะหยุดคิดถึงหมอนั่นไง เห้อออ ยิ่งคิดยิ่งไม่ชอบใจ แต่ง่วงจัง ขอนอนได้ไหม “ฟี้Zzzzz” เสียงกรนเบา ๆ ของร่างเล็กทำให้บุรุษชุดน้ำเงินชะงัก คราแรกกะว่าจะมาดูให้เห็นกับตาถึงสตรีที่กลายเป็นหัวข้อสำคัญของแคว้นเว่ยในวันนี้ สตรีที่ดูโง่งม ทำอะไรไม่คิด ที่ทำให้เขาต้องตามลางตามเช็ดสิ่งที่นางทำไว้ พอเหยียนลี่หมิงได้ถูกหมั้นหมาย นางกลับมานอนหลับแล้วกรนอย่างสบายใจ แล้วลืมข้อตกลงที่ให้ไว้กับเขาอย่างนั้นหรือ ฉินอ๋องจึงล้มตัวลงนอนข้างกายนาง เขามองนนางที่หลับอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะใช้มือลูบไล้ใบหน้านางอย่างทะนุถนอม แม้ว่าใจจริงจะไม่อยากทำตัวโรคจิตแบบนี้ก็ตาม แต่พอเขาเจอนาง มันก็อดไม่ได้ เห้อ หากผู้อื่นรู้เข้าเขาคงไม่วายโดนนางกล่าวหาว่าย่องเขาหาสตรีที่แสนจะร้ายกาจเป็นแน่ “ห๊าววว นี่หลับไปตอนไหนเนี่ย” เหยีนลี่เซียนว่า ก่อนบิดตัวอย่างขี้เกียจไปมา แล้วลุกจากเตียงในสภาพหัวฟู วันนี้นางขี้เกียจมาก ยังดีที่ราชครูเหยียนไม่ได้เคร่งครัดกับจารีตประเพณีของแคว้นมากนักทำให้นางนั้นในชีวิตก่อนหน้าที่ขี้เกียจได้อย่างสบายใจ “ท่านพี่..” เหยียนลี่หมิงเอ่ยทักพี่สาวเสียงเบา เขาเพิ่งเข้ามานั่งรอนางในห้อง แต่ทว่าพี่สาวของเขานั้น ไย จึงไม่ค่อยเรียบร้อยนักนะ “อ้าว หมิงเอ๋อร์ เจ้ามาทำอะไรเหรอ ห๊าวว” เหยียนลี่เซียนทักผู้เป็นน้องชายด้วยท่าทางสบาย ๆ และน้ำลายที่แห้ง ๆ บริเวณแก้มจนผู้เป็นน้องชายส่ายหัวแล้วหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดข้างแก้วผู้เป็นพี่สาวอย่างเบามือ เหยียนลี่เซียนเงยหน้ามองการกระทำของน้องชายอย่างงุนงง เช่นเดียวกับเหยียนลี่หมิงที่ตอนนี้หัวใจเต้นระรัวเมื่อพบว่าพี่สาวของตนนั้นงดดงามมากจนเขาอดที่จะชื่นชมไม่ได้ “ท่านพี่เซียนเอ๋อร์ ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาท่าน..” เขากล่าว เหยียนลี่เซียนจึงนั่งลงตรงข้ามอย่างตั้งใจฟัง ยิ่งมองน้องชาย(นายเอก—จริงๆนางคิดว่าเขาก็เป็นพระเอกอีกคนนั่นล่ะ) ในนิยายบรรยายว่า เขาบอบบางราวกิ่งหยอก ใบหน้าหวานล้ำ ขนตาแพงอนงาม เรียวปากสีชมพูหวาน แต่เมื่อเธอเข้ามาอยู่ในร่างของเหยียนลี่เซียนกลับพบว่า เขาก็เป็นบุรุษรูปงามคนหนึ่ง คำว่างามของนักเขียนนิยาย กับของผู้อ่านนั้นไม่เหมือนกันสินะ แต่เขาก็หล่อเหมือนไอดอลที่เธอชอบเหมือนกันนะเนี่ย “ข้าไม่ได้อยากหมั้นหมายกับอู่จิ้งหลวน ท่านพี่ช่วยทำให้เขาถอนหมั้นข้าได้หรือไม่” เหยียนลี่หมิงว่า ก่อนมองพี่สาวด้วยสายตาอ้อนวอน “เอ่อ ไม่ใชว่าเจ้ากับคุณชายอู่ชอบพอกันหรือ?” เหยียนลี่เซียนถามอย่างงุนงง อะไรกัน นี่มันอะไรกันนางรู้สึกงงไปหมดแล้วพวกเขาเป็นตัวเอกกันไม่ใช่หรือ แล้วนี่ทำไมเหยียนลี่หมิงไม่ได้ชอบพอกับอู่จิ้งหลวนล่ะ “ข้าโดนเขาบังคับน่ะขอรับ การหมั้นหมายของข้านั้นมีมูลค่าต่อความสัมพันธ์ และความมั่นคงของแคว้นเว่ย แต่จริง ๆ แล้วอู่จิ้งหลวนแค่อยากจะใช้ข้าเป็นสะพานเชื่อมไปยังราชสำนักต่างหาก เขาอยากจะทำความรู้จักกับองค์หญิงใหญ่จินหรู เขาไม่ได้ชอบพอข้าด้วยความเสน่หาหรอก ข้าก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ เพราะฉินอ๋องบอกถึงแผนการของเขา และที่จริงแล้วข้าแค่อยากประชดท่านนะเซียนเอ๋อร์” เหยียนลี่หมิงสารภาพกับพี่สาวอย่างรู้สึกผิด เหยียนลี่เซียนได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เพราะตอนนี้นางรู้สึกงงไปหมดแล้ว ประชด? น้องชายอยากประชดพี่สาวเลยเข้าทางคนโลภ อะไรวะเนี่ย นี่นางอยู่ในนิยายเรื่องเดิมอยู่รึเปล่า ไม่ใช่ตัวเอกเขารักกันมานานแล้วหรอกหรือ หลังจากนั่งคิดและนอนคิดมาหนึ่งคืน เหยียนลี่เซียนนั่งทบทวนความจำเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้อย่างละเอียด ก็พบว่าตัวละครเหมือนเดิม แต่พฤติกรรม และเส้นเรื่องของนิยายนั้นดูจะเปลี่ยนไป นี่คงไม่ใช่ว่านักเขียนแก้ไขนิยายใหม่หรอกนะ “คุณหนูเจ้าคะ ท่านนอนทำหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะเจ้าคะ มีเรื่องเครียดอันใดบอกเสี่ยวจิวคนนี้ได้เลยนะเจ้าคะ บ่าวนางไหนทำให้คุณหนูไม่พอใจหรือเจ้าคะ” เสี่ยวจิวเอ่ยถามนายสาวด้วยความห่วงใย “มีคนหนึ่ง (ยัยนักเขียนนิยายนี่ล่ะ) เห้อ ข้าอยากกลับโลกเดิมแล้ว” เหยียนลี่เซียนบ่นพึมพำ เธออยากจะบ้าตาย คิดถึงโลกเดิมที่มีทวิตเตอร์ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งไว้คอยดูหนัง ฟังเพลงเวลาเบื่อ ๆ เห้อ อยากโพสต์ อยากตั้งกระทู้ถาม How to ใช้ชีวิตในโลกนิยายอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ แล้วเหล่าตัวเอกที่ทะลุมิติมานี่เค้าไม่เบื่อกันบ้างเหรอ “คุณหนู แค่คุณชายอู่ไม่สนใจ แถมยังหมั้นหมายกับคุณชายรอง ท่านอย่าคิดสั้นเลยนะเจ้าคะ” เสี่ยวจิวเกาะแขนนายสาวอย่างห่วงใย นางได้ยินแค่คำว่าอยากตายออกจากปากคุณหนูใหญ่ โถ่คุณหนูของบ่าว เสียใจจนเปลี่ยนไปขนาดนี้สินะถึงจะบอกว่าตัวเองเข้มแข็งแค่ไหนก็ตาม “เสี่ยวจิว เวลาเจ้าเบื่อ ๆ เจ้าชอบไปไหนเหรอ” เหยียนลี่เซียนเอ่ยถามเสี่ยวจิว ก่อนที่สาวใช้ของนางจะมโนไปไกลมากกว่านี้ ในโลกนี้อย่างน้อยก็น่าจะมีสถานที่ที่คนชอบไปเวลาเบื่อ ๆ ถ้าเป็นโลกเดิมของนางก็ห้างสรรพสินค้า ร้านชานมไข่มุก ร้านบุฟเฟ่ต์ โรงหนัง ในโลกใบนี้ก็น่าจะไม่ต่างล่ะมั้ง เอาล่ะ ของกินอร่อย น่าจะทำให้แก้เบื่อและคิดอะไรออกได้บ้างล่ะ เหยียนลี่เซียนยืนทำหน้าเซ็งเมื่อพบว่าสถานที่แก้เบื่อของเสี่ยวจิว คือ วัด กลิ่นธูปที่ถูกจุดบูชาลอยมากระทบจมูกนาง ไหนจะผู้คนที่เข้าออกวัดราวกับร้านสะดวกซื้ออีก “อุ๊ย นั่นมันคุณหนูใหญ่เหยียนลี่เซียนนี่ สงสัยว่าข่าวลือจะเป็นจริงสินะ” ชาวบ้าน 1 เอ่ย “ข่าวลือว่านางเสียใจจนเพี้ยนและพฤติกรรมเปลี่ยนน่ะเหรอ ดูท่าจะจริงนะ เจ้าดูสินางมาวัดด้วย ปกตินางเคยเข้าวัดทำบุญที่ไหน” ชาวบ้าน 2 พูดเสริม แล้วก็เกิดการซุบซิบนินทากันไปเรื่อย เรื่องของนางคงลือไปทั่วเมืองหลวงแล้วล่ะ “คุณหนูตามบ่าวมานะเจ้าคะ พระพุทธรูปที่ถูกสลักองค์ใหญ่ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์มากนะเจ้าคะ ขอพร หรืออธิษฐานอะไรก็สมหวังแน่นอนเจ้าค่ะ” เสี่ยวจิวลากเหยียนลี่เซียนเข้าไปข้างในโดยไม่สนใจสายตาของคนในวัดนัก “ตายจริง ไม่นึกว่าจะเจอเจ้าที่นี่ คุณหนูเหยียนลี่เซียน” เสียงหวานไพเราะแต่แฝงด้วยความจิกกัดดังขึ้น เหยียนลี่เซียนรู้สึกได้ว่าบรรยากาศที่นี่ดูเย็นยะเยือก ไร้เสียงจอแจเฉกเช่นข้างนอกก็รู้ได้ทันทีว่า สตรีที่เอ่ยทักนางนั้นคงไม่ใช่สามัญชนคนธรรมดาที่ไหนเขาอยากมาไหว้พระแล้วกันคนอื่นออกไปกัน “กล้าดีเช่นไรถึงจ้องมองพระสนมเช่นนี้” เสียงของสตรีรับใช้นางหนึ่งกล่าว เหยียนลี่เซียนได้แต่คิดในใจว่า ให้มันได้แบบนี้สิ ไปไหนก็มีแต่เรื่อง ยัยสนมนี่ใครอ่ะ ตัวละครในนิยายเหรอ “หงกูกู เจ้าอย่าดุนักเลย นางคงไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร อุตส่าห์ออกมาไหว้พระเงียบ ๆ แล้วเชียว” สตรีที่มีผ้าคลุมหัวว่า ก่อนเหลือบมองเหยียนลี่เซียนด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรนัก “หม่อมฉันต้องขออภัยพระสนมด้วยนะเพคะ เช่นนั้นเชิญพระสนมตามสบาย หม่อมฉันขอตัว” เหยียนลี่เซียนพูดก่อนดึงเสี่ยวจิวให้เดินตาม นางพยายามเค้นหาคำราชาศัพท์เท่าที่ดูซ๊รี่ส์มาแล้ว อีกอย่างขืนอยู่ต่อยัยสนมไรนั่นคงให้คนมาหาเรื่องนางเป็นแน่ “คุณหนูเจ้าคะ หยุดก่อนเถอะเจ้าค่ะ” เสี่ยวจิวจับมือนายสาวไว้หลังจากถูกลากออกมาจนถึงเจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาไว้สำหรับสักการะอีกองค์ เหยียนลี่เซียนจึงหยุดและนั่งลงพัก ก่อนถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ “เห้อ เสี่ยวจิวอุตส่าห์พามาสงบจิตใจที่วัดแท้ ๆ ดันมาเจอใครก็ไม่รู้ข่ม เสี่ยวจิวเจ้ารู้หรือไม่ว่านางคือพระสนมคนไหน” “พระสนมของฮ่องเต้ก็มีเพียงพระสนมเสียนเฟยเหม่ยฮวาอย่างไรล่ะเจ้าคะ” เสี่ยวจิวอธิบาย จักรพรรดิเว่ยหยางเทียนหลงมีพระสนมเพียงคนเดียว อีกทั้งยังไม่ได้แต่งตั้งจักรพรรดินี(ฮองเฮา) คนในแคว้นต่างคิดว่าเพราะพระองค์ไปแย่งคนรักของน้องชาย ซึ่งก็คือ ฉินอ๋องนั่นเอง “แล้วพวกขุนนางไม่เสนอบุตรีของตนให้บ้างหรือ” “ใช่ว่าจะไม่มีนะเจ้าคะ แต่ว่าถูกฝ่าบาทสั่งลงโทษทั้งลดขั้น และจำคุก เลยไม่มีผู้ใดกล้าเสนอบุตรีตัวเองอีกเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวจิวอธิบาย ขนาดไทเฮาที่เป็นพระมารดาเลี้ยงพยายามเสนอหลานสาวของตัวเองให้ เว่ยหยางเทียนหลงก็สั่งให้มารดาเลี้ยงไปรักษาศีลที่วัดหางไกลผู้คน ดูท่าทางนางไม่น่าจะได้กลับมามีอำนาจอีกแล้วล่ะ เหยียนลี่เซียนนั่งฟังอย่างตั้งใจ เพราะในนิยายทั้งบทฮ่องเต้ และราชวงศ์นั้นจืดจางมาก โดยที่ตัวเองไม่รู้เลยว่าถูกใครบางคนจับตามองอยู่ “นางไปไหว้พระที่วัดเช่นนั้นหรือ” บุรุษหนุ่มที่สวมอาภรณ์สีทองปักลายมังกร 5 เล็บเอ่ย พลางใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้อย่างประณีต ก่อนเหลือบมององครักษ์เงาที่เข้ามารายงานความเคลื่อนไหวของคนที่เขาสั่งให้จับตามอง “นางยังเจอกับพระสนมเสียนเฟยด้วยพะย่ะค่ะ” “เช่นนั้นหรือ เสียนเฟยของข้าแอบออกไปที่วัดนั่นอีกแล้วสินะ..” เขาพูด ก่อนส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาออกไป แล้ววางกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ลง หันไปมองสระน้ำข้างตำหนักที่มีฝูงปลาหลี(ปลาคราฟ)สีทองว่าน้ำอย่างสบายอารมณ์ แต่แววตานั้นกลับยากที่จะคาดเดาถึงความคิด พลางมองสตรีที่แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีหวาน ศีรษะประดับด้วยปิ่นรูปดอกไม้นานาชนิด ส่งยิ้มอ่อนหวานมาให้เขา “เสด็จพี่..น้องมารบกวนเวลาแห่งความสงบของท่านรึเปล่าเพคะ” องค์หญิงหรูจิน หรือเว่ยหยางจินหรู องค์หญิงเพียงองค์เดียวแห่งแคว้นเว่ยเอ่ยทักพี่ชายต่างมารดาที่วันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “ไม่เลยน้องพี่ ว่าแต่เจ้ามีสิ่งใดอยากจะได้หรือ ถึงได้มาหาพี่ถึงที่นี่” เว่ยหยางเทียงหลงบอกกับน้องสาวที่เกิดจากนางกำนัลรับใช้มารดาเขา อันที่จริงเรื่องนนี้นอกจากเขาและพี่ชายอย่างฉินอ๋องแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้แม้แต่พระบิดาผู้มักมากของเขาก็เช่นกัน “น้องมาหาเสด็จพี่เพราะว่า ช่วงนี้วังหลังดูเงียบเหงามาก ทรงคิดเช่นนั้นหรือไม่เพคะ” องค์หญิงจินหรูว่า ก่อนเหลือบมองผู้เป็นพี่ชายที่นิ่งเงียบ “พอไม่มีไทเฮาที่คอยสอดส่อง เจ้าก็เหงาเชียวหรือน้องพี่” เว่ยหยางเทียนหลงพูดพลางยิ้มอย่างรู้ทันน้องสาว “เสียนเฟยก็เอาแต่ไหว้พระ ทำบุญ น้องอยากมีหลานไว้เลี้ยงเช่นสหายคนอื่นบ้างนะเพคะ” องค์หญิงจินหรูบอก “นั่นสินะ พี่คิดว่าน้องสาวของพี่นั้นช่างเหงา พี่จะหาสหายมาไว้อยู่เป็นเพื่อนไว้เรียนด้วยดีหรือไม่ คุณหนูและคุณชายเหยียนเล่า พอจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้ไม่มากก็น้อย ลีกงกง ส่งหมายเทียบเชิญคุณหนูและคุณชายเหยียนให้เข้ามาเรียนรู้ขนบธรมเนียมในวัง” เว่ยหยางเทียนหลงสั่งลีกงกง ขขันทีรับใช้จึงน้อมรับคำสั่งแล้วเดินออกไป “แท้จริงแล้วท่านสนใจคุณหนูเหยียนลี่เซียนสินะเพคะ นางช่างดูเหมาะสมกับท่านดี ถ้าเช่นนั้นน้องก็ทูลลานะเพคะ” องค์หญิงหรูจินว่าอย่างปลง ๆ นี่นางมาทำให้สหายของนางวุ่นวายรึเปล่า ว่าแล้วก็แอบไปหาสหายที่จวนก่อนดีกว่า จวนสกุลเหยียน เหยียนลี่เซียนกลับมาที่จวนนางรู้สึกเหนื่อยล้าจากการที่ถูกเสี่ยวจิวลากนางไปดูนั่นนี่ที่วัด เหลือแค่กวาดลานวัดแล้วมั้งที่ยังไม่ทำ “คุณหนูเจ้าคะ ไม่ทำหน้าเช่นนั้นสิเจ้าคะ” เสี่ยวจิวบ่นผู้เป็นนาย ก็พยายามลากนางกลับไปยังเรือนของตัวเอง “ไยสหายของข้าจึงทำหน้าบูดบึ้งเช่นนั้นเล่า” เสียงหวานที่ฟังแล้วดูน่ารัก เหมาะสมกับใบหน้าของเจ้าของเสียงเป็นอย่างดีเอ่ยขึ้น เหยียนลี่เซียนพยายามทบทวนดูว่านางเป็นใคร ท่าทางไม่ใช่สามัญชนจากการแต่งกาย เนื้อผ้าดีเกินกว่าจะเป็นคุณหนูจวนไหน ๆ “เอ่อ ขออภัย ท่านเป็นผู้ใดหรือ” เหยียนลี่เซียนถาม นางพยายามเค้นความจำเจ้าของร่างแล้ว จำไม่ได้เลยสักนิด ไม่เหมือนในนิยายเรื่องอื่นเลย “นางก็แค่องค์หญิงน่ะท่านพี่” เหยียนลี่หมิงเดินเข้ามาพร้อมท่าทางกวน ๆ นั่น ยิ่งทำให้เหยียนลี่เซ๊ยนงงเข้าไปใหญ่ ใช่องค์หญิงจินหรูที่น้องชายนางเคยบอก แล้วทำไมถึงพูดเหมือนสนิทกันขนาดนั้นล่ะ ในนิยายต้นเรื่องเหยียนลี่หมิงไม่ได้มีสหายเป็นสตรีนี่นา “เจ้านี่ยังพูดมากไม่เปลี่ยนเลยนะ ข้ามาหาพี่สาวของเจ้าสหายของข้า” องค์หญิงจินหรูตรงเข้ามาเกาะแขนเหยียนลี่เซียนเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนนั้นมาหานาง “ข้าก็มีสิทธิ์ปกป้องพี่สาวข้าจากเจ้า” เหยียนลี่หมิงบอกก่อนเข้ามาแกะแขนอีกข้างของผู้เป็นพี่สาวแล้วเขม่นองค์หญิงจินหรูอย่างไม่ยอม “ข้าว่า เราสองคนเข้าไปนั่งห้องโถงรับแขกกันดีไหม เสี่ยวจิวเตรียมน้ำชากับขนมด้วย” เหยียนลี่เซียนบอกสาวใช้ก่อนพยายามแกะตัวเองออกจากการเกาะกุมของทั้งคู่ นี่เกิดเป็นหมึกกันหรือยังไง เกาะแน่นเชียว “ข้ามาหาเจ้าเพราะพักนี้เจ้าคงวุ่นวายกับงานหมั้นของน้องชายเจ้า สหายข้าเสด็จพี่อนุญาตให้เจ้ากับน้องชายของเจ้าเข้าวังไปเรียนเป็นเพื่อนข้า เห้อ ข้าแค่บ่นอยากได้พี่สะใภ้เท่านั้นเอง เขาก็ยังบังคับให้ข้าเรียนภาษาตะวันตกเพิ่มอีก” องค์หญิงหรูจินร่ายยามก่อนนั่งลงข้าง ๆ เหยียนลี่เซียน “ท่านจะบอกว่าข้าต้องไปเรียนด้วยเช่นนั้นหรือ” เหยียนลี่หมิงชี้มือเข้าหาตัวเองอย่างแปลกใจ ไม่ได้อยากไปเรียนร่วมกับสตรีที่ชอบทำตัวประหลาด ๆ แบบนางสักนิดเดียวนั่น

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.0K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook