bc

หมอมาเฟีย

book_age18+
12.2K
ติดตาม
63.1K
อ่าน
เซ็กส์
รักเพื่อน
ดราม่า
สตรีนิยม
first love
มิตรภาพ
ความลับ
like
intro-logo
คำนิยม

ถ้าอยากเรียนหมอแกต้องสัญญากับฉันว่าจะดูแลหนูโซ่ตลอดไป

ตกลงจุดอ่อนของมึงเป็นใครกันแน่ ลูกสาวนายตำรวจใหญ่ หรือ ยัยเด็กที่ตามมึงเป็นเงา

โซ่รักไทนะ

ขอโทษ..พี่ไม่ได้รักเธอ

ผมรักเรย์คนเดียว

เรย์รักลินทร์เหมือนกัน

"คำว่ารักของไท..โซ่ไม่ต้องการอีกแล้ว"

ประโยคที่เปล่งออกมาจากปากภรรยาตัวน้อยทำให้กลินทร์ถึงกับอึ้งไปในทันที ความคิดที่ผิดพลาดไปของเขา มันทำให้ชีวิตของเขาต้องมาเผชิญกับสิ่งไม่คาดคิดอย่างนี้ได้

จากที่เคยคิดว่าถ้าวันหนึ่งคนตัวเล็กตรงหน้าจะขอเดินออกไปจากชีวิตของเขา เขาจะยอมปล่อยเธอไปให้อยู่กับคนที่เธอรักโดยที่ไม่ใช่เขา แต่พอมาวันนี้ที่คนตรงหน้ามาขอออกไปจากชีวิตของเขาจริงๆ เข้ากลับรับไม่ได้และไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้นเป็นอันขาด

"ถึงโซ่จะไม่รักพี่แล้ว..พี่ก็จะไม่มีทางปล่อยโซ่ไปจากพี่..เป็นอันขาด"

กลินทร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับอ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นจนโซ่ทองอึดอัดและหวาดกลัวกับสายตานั้นของกลินทร์ที่มองเธอ แววตาดุดันนั้นทำให้เธอรู้สึกกลัวว่าการประกาศออกไปอย่างนั้นกับคนตรงหน้า เธออาจจะไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้น

ส่วนกลินทร์นั้นเมื่อพูดออกไปอย่างนั้นแล้ว เขาก็บอกตัวเองว่าเขาจะไม่มีทางทำให้คนตรงหน้าเสียใจอีกและจะไม่ให้เธอไปจากเขาจริงๆ ไม่ว่าต้องขังเธอหรือมัดเธอไปกับเขาตลอดเวลาเขาก็จะทำ ขอเพียงแค่เธออยู่กับเขาตลอดไปเท่านั้น

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
จุดเริ่มต้นของภรรยาตัวน้อย
แก๊งเรดอายดราก้อน "นายใหญ่ทางนี้ครับ" มือขวาของแก๊งเรดอายดราก้อนนำทางผู้เป็นนายหาที่หลบซ่อนจากการถูกลอบฆ่า "ซาโต้..แกจะไปไหน" อิชิดะเอ่ยถามมือขวาของเขาที่นำลูกน้องพาเขามาซ่อนในที่ปลอดภัยแล้ว "ผมจะไปดูว่าพวกมันไม่ตามเรามาแล้ว และดูว่าคนของเรามาสมทบหรือยังครับ" มือขวาเอ่ยตอบกลับผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่สีหน้าดูเป็นกังวล "อืมม" อิชิดะพยักหน้ารับรู้ให้กับซาโต้ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากที่ซ่อน "นายครับเราต้องไปจากที่นี่ตอนนี้ คุ้มครองนายใหญ่" ซาโต้บอกกับผู้เป็นนายและหันไปบอกลูกน้องอีกสี่คนที่ตามมาดูแล "เกิดอะไรขึ้นซาโต้" ผู้เป็นนายเอ่ยถามอย่างสงสัย "เรามีหนอนบ่อนไส้ครับ ตอนนี้พวกมันกำลังมาทางนี้ เราจะต้องนั่งเรือข้ามไปหาคนของเราที่รออยู่อีกฝั่งครับ แต่นายไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะไม่ให้พวกมันทำอะไรนายเป็นอันขาด ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่" จากนั้นคนทั้งหกก็พากันลัดเลาะออกจากที่ซ่อนเพื่อหาทางไปยังท่าเรือให้ได้ "คุณซาโต้ พวกเราจะไปทางไหนต่อดี" ลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังเอ่ยถามซาโต้เมื่อเห็นว่าทางข้างหน้ามีทางไปเพียงทางเดียว และศัตรูกำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ "พวกมึงพานายใหญ่ไปก่อน กูจะล่อพวกมันไปอีกทาง" ซาโต้บอกกับลูกน้องทั้งสี่คนทันทีก่อนที่จะเดินแยกไปอีกทางเพื่อล่อศัตรูให้หลงกล "ไม่ได้ พวกเราต้องไปด้วยกัน" อิชิดะเอ่ยบอกกับมือขวาของตนอย่างไม่เห็นด้วยอย่างมาก "เดี๋ยวผมจะตามไปนะครับ คุ้มกันนายใหญ่เท่าชีวิต" ซาโต้เอ่ยบอกกับลูกน้องทั้งสี่ก่อนจะวิ่งแยกออกไปพร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าสองนัด ลูกน้องทั้งสี่ทำตามคำสั่งของมือขวาแห่งแก๊งเรดอายดราก้อนเป็นอย่างดี จนพวกเขาทั้งสี่พากันคุ้มกันผู้เป็นนายจนมาถึงท่าเรือเพื่อจะนั่งเรือไปเจอลูกน้องที่ตามมาสมทบจากการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ "เดี๋ยวก่อน รอซาโต้ก่อน" อิชิดะบอกกับลูกน้องทั้งสี่อย่างเป็นกังวลและเป็นห่วงมือขวาของตนที่ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะโผล่มาเลยสักนิด "นายครับขึ้นเรือไปก่อนเถอะครับก่อนที่พวกมันจะตามเรามาได้" ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาอย่างขอร้องเมื่อเห็นผู้เป็นนายไม่ยอมขึ้นเรือเสียที "ไม่ กูจะรอซาโต้" อิชิดะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและยังยืนอยู่ที่ท่าเรือไม่ก้าวเท้าไปไหน "นั่นไง คุณซาโต้มาแล้ว" ลูกน้องคนหนึ่งชี้ไปทางที่มือขวาของแก๊งกำลังวิ่งมาทางพวกเขา "พานายขึ้นเรือเดี๋ยวนี้" ซาโต้ร้องตะโกนบอกลูกน้องให้ทำตามพร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้นมา "ซาโต้!" "พานายขึ้นเรือ" ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาเสียงดังทำให้คนที่เหลือได้สติพากันดันนายขึ้นไปบนเรือทันที เสียงปืนที่ปะทะกันจากบนเรือและบริเวณท่าเรือดังสนั่นอยู่หลายครั้งจนเรือแล่นออกไปจากฝั่ง ทิ้งให้ร่างอันไร้วิญญาณของมือขวาแก๊งเรดอายดราก้อนนอนแน่นิ่งไร้คนเหลียวแลในเวลาต่อมา     หนึ่งสัปดาห์ต่อมา  @คฤหาสน์ตระกูลยูกิโอะ "ฉันจะรับผิดชอบชีวิตของเธอและลูกสาวเอง เพื่อตอบแทนที่ซาโต้ยอมสละชีวิตตัวเอง" อิชิดะบอกกับภรรยาชาวไทยของมือขวาของตนที่ถูกยิงตายไปเมื่อเจ็ดวันก่อนโดยที่ศพของเขานั้นถูกทิ้งไว้อย่างหมาข้างถนน ทำให้เขาทั้งเสียใจและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยชีวิตมือขวาของตนได้อีกทั้งกว่าจะได้ศพของมือขวามาประกอบพิธีก็ต้องรออีกวันหนึ่ง มันจึงเหมือนตราบาปในชีวิตของเขาที่ปล่อยให้ลูกน้องที่รักดั่งน้องชายแท้ๆตายอย่างโดดเดี่ยวแบบนั้น "ฉันไม่ต้องการอะไรค่ะ ขอเพียงแค่ดูแลลูกสาวคนเดียวของเราให้ไม่ลำบาก นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ" สิณาเอ่ยบอกกับผู้เป็นนายของสามีด้วยสีหน้าจริงจัง "ไม่ต้องห่วงนะพวกเราจะรักหนูโซ่เหมือนลูกสาวเราคนหนึ่งและจะเลี้ยงดูไม่ต่างจากไทโยเลย" ภรรยาของหัวหน้าแก๊งเรดอายดราก้อนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้าไปหาเด็กหญิงวัยสามขวบด้วยความเอ็นดู "ขอบคุณนายหญิงที่เอ็นดูลูกโซ่ ตอนนี้ฉันไม่ห่วงอะไรแล้วค่ะ" สิณาที่ได้ยินคำสัญญาจากผู้เป็นนายหญิงก็ยิ้มให้ด้วยแววตาที่เศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นสิ่งที่สร้างความตกใจและไม่คาดคิดให้กับคนในห้องรวมถึงเด็กหญิงวัยสามขวบที่นั่งข้างผู้เป็นแม่ไปด้วยก็เกิดขึ้น "มามะ มามะ" เสียงร้องของเด็กหญิงวัยสามขวบดังขึ้นเมื่อผู้เป็นแม่ที่อยู่ล้มลงไปพร้อมกับอาการน้ำลายฟูมที่ปากสร้างความตกใจให้กับอิชิดะกับฮิเดโกะเป็นอย่างมาก "ตามหมอ!" อิชิดะตะโกนบอกให้ลูกน้องที่อยู่ด้านนอกตามหมอทันทีพร้อมกับเข้าไปดูสิณาที่กำลังหมดลมหายใจ "คุณสิณา / มามะ มามะ" เสียงเรียกของฮิเดโกะและลูกสาวทำให้สิณาพยายามลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อบอกลาครั้งสุดท้าย "ทำไมทำแบบนี้ แล้วหนูโซ่จะอยู่จะอยู่กับใคร" ฮิเดโกะเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าและน้ำตาคลอขึ้นมาเมื่อเห็นเด็กหญิงวัยสามขวบเข้าไปกอดแม่ของตนแล้วร้องไห้ออกมา "ฉะ..ฉัน..ขอฝากโซ่ทองด้วยนะคะนายใหญ่..อ๊ะ..นายหญิง..เอ็นดูเขาด้วยนะคะ แกไม่เหลือใครแล้ว ญาติของฉันที่เมืองไทยก็ไม่มีแล้ว ตอนนี้ก็คงมีเพียงนายใหญ่และนายหญิงที่จะเมตตารับดูแลแก" "ได้ เราสองคนจะดูแลหนูโซ่เป็นอย่างดีให้เหมือนลูกของตัวเอง ฉันสัญญา" สิ้นเสียงคำสัญญาของฮิเดโกะ สิณาก็หลับตาลงและสิ้นใจในเวลาต่อมา โดยที่หมอเข้ามาช่วยยื้อชีวิตไม่ทัน ส่วนเด็กน้อยวัยสามขวบก็ยังคงกอดศพผู้เป็นแม่อยู่อย่างนั้นจนฮิเดโกะต้องเข้าไปอุ้มและพาออกไปจากห้องนั้นทันที   สามวันต่อมา  @คฤหาสน์ตระกูลยูกิโอะ "ไท ไทโย" ฮิเดโกะเรียกชื่อลูกชายวัยหกขวบที่นั่งดูหุ่นจำลองมนุษย์โดยไม่สนใจอะไรเลย   "ครับแม่" ไทโยหันหน้ามาหาผู้เป็นเมื่อเห็นว่าท่านไม่ได้เข้ามาในห้องเพียงคนเดียว "ไท นี่หนูโซ่ ต่อไปนี้ดูแลน้องด้วยนะลูก" "น้อง?" "ใช่จ๊ะ ตอนนี้อาจยังเป็นน้อง แต่ต่อไปน้องจะเป็นผู้หญิงของไทที่ไทต้องดูแลไปตลอดชีวิต" คำพูดของผู้เป็นแม่ทำให้เด็กชายวัยหกขวบต้องหันหน้าไปมองเด็กน้อยมัดจุกสองข้างที่ยิ้มตาโตมองเขาไม่กะพริบตา "ครับ..แม่" เด็กชายวัยหกขวบตอบกลับผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าคิดหนักโดยที่เด็กน้อยอีกคนมีแต่ยิ้มให้เขาไม่หุบพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ "ฝากดูน้องด้วยนะ นับแต่วันนี้เป็นต้นไปน้องจะมาอยู่กับเราด้วย แม่จัดห้องให้น้องนอนติดกับห้องไทนะครับ" "ห้องนั้นประตูมันทะลุกันได้นะครับแม่" "ต่อไปไทต้องดูแลน้องไงครับ ให้น้องอยู่ห้องนั้นแหละดีแล้ว" "ลูกโซ่อยู่กับพี่ไทนะคะ อย่าดื้อกับพี่ไทนะคะ" "ค่ะ หนูจะไม่ดื้อกับพี่ไท" "เก่งมากค่ะลูกสาวแม่" ฮิเดโกะเอามือขึ้นมาโยกศีรษะหนูน้อยเบาๆพร้อมกับเอ่ยชมก่อนจะลุกไปจากห้องนั่งเล่นของลูกชาย "ดูแลนายน้อยและคุณหนูโซ่ดีๆ" ฮิเดโกะสั่งกับพี่เลี้ยงสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง "ค่ะ นายหญิง" พี่เลี้ยงทั้งสองโค้งทำความเคารพก่อนที่ผู้เป็นนานเดินออกไปแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปในห้องของนายน้อยเพราะเขาเป็นเด็กที่โลกส่วนตัวสูงไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวาย จึงทำได้เพียงยืนอยู่หน้าห้องแล้วมองดูเด็กสองคนอยู่ห่างๆ "พี่ไท" เด็กหญิงสามขวบเดินเข้ามาหาเด็กชายที่ยืนมองหุ่นจำลองร่างกายมนุษย์อย่างสนใจ ก่อนที่จะเอาอะไรบางอย่างมาวางปักตามส่วนต่างๆของหุ่นนั้น "ทำอะไรคะ..พี่ไท" เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัยพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างอยากรู้ "พี่ไท" เด็กหญิงเอ่ยเรียกชื่อเด็กชายอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบคำถามและทำเหมือนไม่สนใจเธอเลย "เฮ้อ พี่กำลังดูร่างกายของคนอยู่" เด็กชายทนกับความเซ้าซี้ของเด็กหญิงไม่ไหวจึงตอบออกไปเพื่อปัดความรำคาญ "โซ่เล่นด้วยสิคะ" "ไม่ได้ มันไม่ใช่ของเล่น" "โซ่เล่นด้วยน้า" "ไม่ได้ พี่บอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ของเล่น" "โซ่อยากเล่นด้วย" คราวนี้เสียงของเด็กหญิงก็ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพร้อมกับจ้องหน้าเด็กชายไม่กะพริบตา "มันเล่นไม่ได้ มันไม่ใช่ของเล่น" เด็กชายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นด้วยความไม่พอใจเช่นเดียวกัน "ก็โซ่จะเล่น" "พี่ไม่ให้เล่น" "จะเล่น" "ไม่ได้!" "จะเล่น จะเล่น จะเล่น" "ออกไปเลย เด็กไม่น่ารัก" "แงๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงร้องของเด็กหญิงทำให้พี่เลี้ยงสองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องพากันมองหน้ากันอย่างคิดหนักว่าควรจะเข้าไปข้างในห้องดีไหม ยังไม่ทันที่พี่เลี้ยงทั้งสองคนจะก้าวขาเข้าไปก็มีเสียงของเด็กชายเจ้าของห้องตะโกนออกมาเสียก่อน "ไม่ต้องเข้ามา เดี๋ยวจะจัดการเอง" คำพูดของนายน้อยทำให้พี่เลี้ยงทั้งสองภาวนาว่านายน้อยของพวกเขาคงไม่ทำอะไรเด็กหญิงไปเสียก่อนที่ผู้เป็นนายหญิงจะกลับมา "โอ๋ๆ อย่างร้องนะ พี่ยอมให้เล่นแล้ว" "จริงเหรอคะ" "อืมม แต่มีข้อแม้" "ข้อแม้คืออะไร กินได้ไหมคะ" "เฮ้อ มันกินไม่ได้" "แล้วข้อแม้มันเป็นยังไง" "เอาอย่างนี้ ถ้าพี่ให้เล่น แต่น้องต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่ทุกอย่าง เข้าใจไหม" "อืมๆ เข้าใจค่ะ" "ต่อไปพี่บอกอะไร โซ่ต้องทำตามทุกอย่างไม่มีข้อแม้นะ เข้าใจใช่ไหม" "ค่ะ ลูกโซ่จะทำตามที่พี่ไทบอกทุกอย่างเลย" นั่นคือจุดเริ่มต้นระหว่างเราสองคนที่มีต่อกัน จนถึงปัจจุบัน คำสัญญาณระหว่างกันก็ยังคงดำเนินอยู่  โซ่ทอง Talk สิบห้าปีต่อมา  @คฤหาสน์ตระกูลยูกิโอะ ประเทศไทย "อื้อ..กี่โมงแล้วเนี๊ย" ฉันหยิบนาฬิกาข้างเตียงขึ้นมาดูเมื่อรู้สึกตื่นขึ้นมา "หกโมงเช้าแล้ว..ตายหละ วันนี้ไทต้องไปโรงพยาบาลตอนแปดโมงเช้านี่นา" ขณะที่ฉันกำลังจะดีดตัวลุกขึ้นนั้นก็มีใบหน้าของคนที่ฉันเพิ่งนึกขึ้นมากำลังเอาหน้าเข้ามาซุกที่ซอกคอของฉันและแขนของเขาก็ดึงร่างฉันให้แนบชิดกับแผงอกของเขาอย่างแนบชิดอีกครั้ง โดยที่ร่างของเราสองคนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากันทั้งคู่ "อื้อ.." เสียงร้องงัวเงียของเขาน่ารักชะมัด ทำให้ฉันอดที่จะโน้มตัวลงไปหอมแก้มของเขาไม่ได้เลย แล้วจากนั้นฉันจึงค่อยๆเอาแขนของเขาที่พาดอยู่บนลำตัวของฉันออกอย่างเบามือก่อนจะลุกขึ้นจัดการตัวเองในห้องน้ำเพื่อที่จะไปเตรียมอาหารเช้าให้คนที่นอนหลับอยู่บนเตียง   เวลาต่อมา  @คฤหาสน์ตระกูลยูกิโอะ ประเทศไทย "นายหญิง วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยนะคะ" "ต้องตื่นมาเตรียมอาหารเช้าให้ไท" "ให้พวกเราเตรียมให้ไหมคะนายหญิง" "ไม่ต้องค่ะ วันนี้โซ่อยากทำอาหารเช้าให้ไทเองสำหรับการขึ้นวอร์ดวันแรกของไท อ้อ เดี๋ยวจะทำข้าวกล่องให้ไทไปทานที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ" ฉันยิ้มให้กับคนรับใช้ที่ตามมาดูแลฉันจากญี่ปุ่น หลังจากนั้นฉันก็จัดการเข้าครัวฉายเดี่ยวโชว์ความเป็นแม่ศรีเรียนที่เข้าคอร์สเรียนมาอย่างหนักหน่วงเพื่อสามีคนเดียวของฉัน ฉันโซ่ทอง ยูกิโอะ ภรรยาตัวน้อยของไทโย ยูกิโอะ หรือนักศึกแพทย์กลินทร์ ภักดีวัชระ นักศึกษาแพทย์ปีหกที่อีกไม่นานเขาก็จะได้เป็นคุณหมออย่างสมบูรณ์พร้อมกับต้องรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเรดอายดราก้อน รุ่นที่ 10 ไปด้วย ฉันยังจำได้ดีว่าการอยากเป็นหมอของไททำให้เราสองคนได้แต่งงานเป็นสามีภรรยากันและฉันต้องย้ายตามมาอยู่กับไทที่เมืองไทยในฐานะภรรยาที่ต้องมาคอยดูแลสามี เพราะไทอยากมาเรียนหมอที่นี่ นั่นคือความใฝ่ฝันของเขาที่อยากจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ทายาทมาเฟียแก๊งเรดอายดราก้อนที่มีคนคอยห้อมล้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อ 5 ปีก่อน "ถ้าอยากเรียนหมอ แกต้องสัญญากับฉันว่าจะดูแลหนูโซ่ตลอดไป" "ได้ครับ..พ่อ" ฉันยังจำแววตาที่ไทตอบกลับคุณลุงตอนที่มาขอไปเรียนหมอได้ดี แววที่แน่วแน่ มั่นคง และไม่หวั่นไหว แววตาคู่นั้นแหละที่ทำให้ฉันหลงรักเขา งานแต่งงานของฉันและไทจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการพอสมควร แก๊งต่างๆพากันมาร่วมอวยพรแสดงความยินดีกับงานมงคลของแก๊งเรดอายดราก้อนกันอย่างล้นหลาม แต่สำหรับฉันนั้นงานมงคลแบบนี้กลับไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างที่ในอินเตอร์เน็ตบอกมาเลยสักนิด อาจจะเป็นเพราะฉันไม่มีญาติมาร่วมงานก็ได้ ขนาดญาติฝั่งฉันที่เข้าร่วมในพิธียังให้มือซ้ายและภรรยาที่ตอนนี้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นมือขวาของคุณลุงแทนพ่อฉันไปแล้ว หรือแม้กระทั่งเพื่อนสนิทที่ต้องจะมาร่วมแสดงความยินดีให้ฉัน ฉันยังไม่มีเลย เมื่อถึงช่วงเข้าห้องหอที่ฉันอุตส่าห์เตรียมตัวและศึกษามาจากอินเตอร์เน็ตรวมถึงปรึกษาพี่โอโซนมือขวาของไทถึงความชอบในรสนิยมเรื่องแบบนั้นของไทอีกด้วยนะ โคตรน่าอายเลยตอนที่เข้าไปถามพี่โอโซนในเรื่องแบบนั้น แต่ที่ฉันทำมาทั้งหมดก็เพราะไม่อยากให้ไทมองว่าฉันเป็นคนไม่ประสาและอยากให้ไทประทับใจกับการเสียตัวครั้งแรกให้กับผู้ชายคนแรกของฉัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้เลยสักนิด จากที่คิดว่าจะโดนไทจับกดลงเตียงพออยู่สองต่อสอง แล้วไทจะต้องซุกไซ้ฉันแบบในหนังเรดอาร์ที่ฉันเคยดูมาหลายเรื่อง ย้ำ หลายเรื่องมาก "จะอาบน้ำก่อนไหมหรือให้พี่อาบก่อน" เสียงไทดังขึ้นมาขณะที่ฉันนั่งตื่นเต้นอยู่บนเตียงที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเป็นจำนวนมาก "เอ่อ..ไทไม่ทำเหรอ..โซ่พร้อมนะ โซ่พร้อมเป็นของไท" ฉันหันหน้ามามองเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ปลายเตียงที่กำลังถอดชุดทักซิโด้ออก "หืมม..ยัยบ๊อง เมนส์ก็ยังไม่มี อยากจะเสียตัวแล้วเหรอ" เจ้าบ่าวของฉันเอ่ยขึ้นมาอย่างขำๆพร้อมกับเอามือมาโยกศีรษะฉันที่ทำมาอย่างสาวงามด้วยช่างทำผมฝีมือดีระดับประเทศ แต่กลับไม่ดึงดูดใจให้เจ้าบ่าวอยากจะกินฉันเสียเลย "อ้าว ปกติเข้าห้องหอกันเขาไม่ทำเรื่องนั้นกันเหรอ" "ถ้าเป็นคู่อื่นคงทำ แต่คู่เรา..โซ่ยังเด็กอยู่เลยนะ พี่เอาไม่ลงหรอก" "แล้วแบบไหนถึงเอาลงหละคะ" "เอาไว้นมโตกว่านี้แล้วกันถึงจะเอาลง" "งั้น พรุ่งนี้ โซ่จะบอกคุณป้าให้พาโซ่ไปทำนมนะคะ ไทจะได้อยากเอาโซ่" "ฮ่า ฮ่า อยากเสียตัวขนาดนั้นเลยเหรอ" "ก็ในอินเตอร์เน็ตบอกว่าผู้ชายจะทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงที่ตัวเองรัก โซ่ก็อยากให้ไทรักนี่นา" "มานั่งตรงนี้มา" เจ้าบ่าวของฉันเรียกให้ฉันไปนั่งข้างเขาที่โซฟาใหญ่ตรงปลายเตียง "พี่จะบอกอะไรให้นะ เรื่องแบบนั้นไม่ได้การันตรีว่าผู้ชายจะหยุดที่ผู้หญิงที่มีอะไรด้วยเสมอไป ความรักไม่จำเป็นต้องทำเรื่องแบบนั้นก็ได้" "ไทคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ ถึงเราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน ไทก็ไม่ทิ้งโซ่ใช่ไหม" ฉันมองหน้าเจ้าบ่าวที่มองหน้าฉันนิ่งเหมือนกำลังหาคำตอบกับคำถามที่ตัวเองเอ่ยถามเขาออกไป "อืมม พี่จะไม่มีวันทิ้งโซ่ พี่จะรอให้โซ่เดิน.." "รอให้โซ่เดินไปไหนคะ" "พี่จะรอให้โซ่โตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้แล้วกันนะ" "ถึงตอนนั้น ไทจะทำแบบนั้นกับโซ่ใช่ไหม" "อืมม ถ้าตอนนั้นโซ่ยังอยากให้พี่ทำนะ" และคืนนั้นเราสองคนก็นอนกอดกันจนผล็อยหลับกันไปเพราะความเหนื่อย ฉันบอกกับตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่ฉันโตเมื่อถึงเวลาทำเรื่องแบบนั้นฉันจะไม่ทำให้ไทผิดหวังเลยทีเดียว คอยดูสิ หลังจากที่ฉันแต่งงานเป็นภรรยาของไทได้เพียงสามเดือน ฉันก็ต้องย้ายมาเรียนชั้นมัธยมปลายที่ประเทศไทย ในขณะที่ไทต้องเข้ามาศึกษาเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งของมหาลัยเอกชนชื่อดังระดับประเทศที่ได้ยินมาว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เข้ายากมาก เอาง่ายๆคือนอกจากจะรวยแล้วยังต้องมีสมองด้วย "ไท ตั้งใจเรียนนะคะสำหรับวันแรกของเราสองคน" ฉันบอกกับสามีที่ขับรถมาส่งฉันที่หน้าโรงเรียนมัธยมเอกชนชื่อดัง โดยที่ฉันอยู่ในยูนิฟอร์มของเด็กมัธยมปลาย ส่วนสามีของฉันนั้นอยู่ในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชน "ไท อะไรติดแก้ม เอาหน้าเข้ามาใกล้โซ่หน่อยเดี๋ยวโซ่เอาออกให้" เมื่อไทโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันในระดับหนึ่ง ฉันจึงยื่นหน้าไปจุ๊บที่แก้มเขาหนึ่งที ส่วนไทที่เห็นฉันทำแบบนั้นเขาจึงเอามือมาจับใบหน้าของฉันแล้วแนบริมฝีปากของเขาลงมาทาบทับที่ริมฝีปากของฉันอย่างตั้งใจ จากจูบที่อ่อนโยนเริ่มร้อนแรงขึ้นเมื่อไทสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของฉัน ลิ้นของไทไล้ไปตามซอกฟันของฉันทั้งด้านบนและด้านล่างแล้วมาตวัดรัดลิ้นของฉัน จนเสียงครางของฉันดังขึ้นมาเบาๆพร้อมกับเล็กที่จิกลงไปที่ไหล่ของเขาด้วยอารมณ์ที่มันเกิดขึ้นมาอย่างไม่รู้ว่ามันคืออะไร ฉันอธิบายอารมณ์นั้นไม่ได้จริงๆ "ตั้งใจเรียนนะครับคุณภรรยา" ไทบอกกับฉันที่ยังใจเต้นแรงก่อนจะเปิดประตูรถออกไป จากนั้นรถของสามีฉันก็แล่นออกไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่หน้าโรงเรียนที่ไม่รู้ว่าฉันต้องเจออะไรบ้างกับที่นี่ นั่นคือจูบแรกของฉัน จูบแรกกับผู้ชายที่เป็นรักแรกและรักสุดท้ายของฉัน กลับมาปัจจุบัน "นายหญิง ตื่นแต่เช้าเลยนะครับ" "พี่โอโซน บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกโซ่แบบนี้ เรียกเหมือนเดิมได้ไหม" "ผมทำตามนายหญิงไม่ได้หรอกครับ แล้วนี่เตรียมอาหารเช้าให้นายน้อยเหรอครับ ทำไมเยอะแยะขนาดนี้" "อ้อ โซ่ทำเผื่อพี่โอโซนด้วย และนี่สำหรับข้าวกล่องของไทไว้เอาไปทานที่โรงพยาบาลค่ะ" ฉันยกถาดอาหารที่กำลังจะเอาลงกล่องชูขึ้นมาให้พี่โอโซนดูถึงความตั้งใจที่ฉันให้สามีตัวเอง "อ้อ พี่โอโซนทานไปก่อนได้เลยนะคะ โซ่ขออนุญาตไปปลุกไทก่อน" ฉันบอกกับพี่โอโซนก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไปปลุกสามีที่ตอนนี้ยังไม่ตื่นเลย เมื่อคืนกว่าไทจะได้หลับก็ปาเข้าไปตีสามแล้ว ทั้งที่เช้านี้เขาที่ต้องทำงานจริงเหมือนแพทย์ตามโรงพยาบาลที่ฉันเคยได้ยินเพื่อนของเขาเรียกว่า ขึ้นวอร์ด แต่เมื่อคืนนี้มีปัญหาเข้ามาทำให้ไทต้องเคลียร์กว่าจะเสร็จก็เกือบตีสอง พอเคลียร์ปัญหาที่เข้ามาจบแทนที่ไทจะรีบนอนเพื่อไปขึ้นวอร์ดของวันแรกในการเป็นแพทย์ปีสุดท้าย แต่ไทกลับอยากปลดปล่อยด้วยการมาคลอเคลียกับฉัน ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไททำแบบนี้กับฉัน ทุกครั้งที่ไทเครียดจากงานหรือเรื่องเรียน ร่างกายของฉันมักจะช่วยให้เขาผ่อนคลายได้เสมอหลังจากจัดการกับปัญหาเหล่านั้นจบลงไป และเมื่อคืนไทก็ทำการผ่อนคลายตัวเองด้วยการลูบไล้ตามร่างกายของฉัน ไม่ว่าจะเป็นการกอด จูบ ลูบไล้ ดูด และกัดตามเนื้อผิวบนร่างกายของฉัน รวมถึงใช้ลิ้นทำให้ฉันเสร็จไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเมื่อคืนนี้ แต่ว่า...เขาไม่เคยสอดใส่ตัวตนเข้ามาในตัวฉันเลยสักครั้งเดียว   เวลาต่อมา @ห้องนอนของไทโยและโซ่ทอง "ฟอด! ฟอด!" ฉันหอมแก้มเพื่อปลุกสามีที่ยังนอนไม่ยอมตื่นแบบนี้ทุกครั้ง "อื้อ..เช้าแล้วเหรอ" "ค่ะ" "กี่โมงแล้ว" "เจ็ดโมงเช้าแล้วค่ะ ไทตื่นขึ้นมาอาบน้ำนะเดี๋ยวโซ่เตรียมชุดให้ แล้วลงไปทานข้าวกัน" "ครับ" ไทลุกขึ้นนั่งในขณะที่ฉันกำลังจะลุกเดินไปหยิบชุดให้ไทเพื่อไปทำงานวันนี้ "หืมม มีอะไรเหรอคะ" ฉันหันหน้าไปถามสามีที่เข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลังพร้อมกับจูบที่แก้มฉันสองข้างเบาๆ "วันนี้อย่าดื้อนะ ถ้าอยากไปไหนก็ให้โอโซนพาไปอย่าไปไหนคนเดียว พี่กว่าจะลงวอร์ดก็เที่ยงคืนกว่า ถ้ามีอะไรก็โทรหาได้ตลอด ถ้าพี่ไม่รับเดี๋ยวพี่โทรกลับทีหลัง" "รับทราบค่ะ..คุณสามี" ฉันตอบกลับสามีที่ห่วงฉันเหมือนฉันเป็นเด็กอยู่เสมอ ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีครั้งไหนหรือวันไหนที่ไทจะไม่ห่วงฉัน ตั้งแต่ที่ฉันอยู่ในสถานะน้องสาวของเขาก็ห่วงฉันแบบนี้ จนตอนนี้อยู่ในสถานะภรรยาของเขา เขาก็ยังห่วงฉันเหมือนฉันเป็นเด็กที่ดูแลตัวเองไม่ได้เสมอ มีครั้งหนึ่งที่ฉันแอบหนีเที่ยวคนเดียว จะว่าเที่ยวก็ไม่ถูกหรอก ก็แค่เดินห้างคนเดียวที่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไรนัก พอไทรู้ว่าฉันหายไปโดยไม่มีใครรู้ เขาให้ลูกน้องตามหาฉันแทบพลิกแผ่นดิน พร้อมกับลงโทษลูกน้องที่ดูแลฉัน ที่ปล่อยให้ฉันหายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ จนฉันไม่กล้าที่จะทำแบบนั้นอีกเพราะกลัวคนรอบตัวฉันจะเดือดร้อนจากการกระทำของฉัน   เวลาต่อมา @ห้องอาหารคฤหาสน์ตระกูลยูกิโอะ กรุงเทพฯ "สวัสดีตอนเช้าครับนายน้อย" พี่โอโซนเอ่ยทักทายไทที่เดินจูงมือฉันเข้ามายังโต๊ะอาหาร "วันนี้ไปไหนหรือเปล่า" ไทเอ่ยถามพี่โอโซนเมื่อนั่งลงเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว "งานที่ชลบุรีมีปัญหาครับนายน้อย ผมเลยต้องเข้าไปดูสักหน่อย" "งั้นวันนี้โซ่จะไม่ไปไหนค่ะ" ฉันรีบบอกสามีที่ทำสีหน้าครุ่นคิดหาทางออกว่าควรทำอย่างไรเมื่อพี่โอโซนไม่สามารถอยู่ดูแลฉันได้ "แน่ใจ?" "ค่ะ ไทไม่ต้องห่วงนะ วันนี้โซ่จะหัดทำขนม รอให้ไทกลับมาชิม ดีไหม" "ถ้าพี่รู้ว่าโซ่แอบหนีเที่ยวเมื่อไหร่ ทุกคนจะโดนลงโทษ เข้าใจใช่ไหม" "เข้าใจค่ะ โซ่จะไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่ออกไปไหนคนเดียว" ฉันหันหน้ามาตอบคุณสามีขี้ห่วงอย่างเอาใจ "อืมม" จากนั้นพวกเราทั้งสามคนก็รับประทานอาหารกันต่อจนถึงเวลาที่ไทต้องออกไปทำงาน และพี่โอโซนนั้นก็ไปดูงานที่ชลบุรี ส่วนฉันนั้นก็ทำหน้าที่คอยดูแลไทอย่างเต็มที่หลังจากที่เรียนจบมัธยมปลาย ฉันก็ไม่คิดที่จะเรียนต่อ ไม่รู้สิชีวิตในรั้วการศึกษาคงไม่เหมาะสำหรับฉัน แม้ว่าจะย้ายมาเรียนที่ไทย ชีวิตของฉันก็ไม่เคยมีเพื่อนเลย อาจจะด้วยระดับไอคิวสูงที่ฉันและไทมีเหมือนกัน เพราะฉันและไทเรียนจบชั้นมัธยมเมื่อตอนอายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้น แต่เราสองคนต่างกันตรงที่ไทยังเข้ากับคนอื่นได้มากกว่าฉัน ทำให้เขายังมีเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกัน ต่างจากฉันที่ไม่มีใครเลยนอกจากไท ฉันจึงเลือกที่จะไม่เรียนต่อ ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีด้วยการเรียนทำอาหาร ขนม เย็บปัก จนถึงขั้นตัดชุดให้ไทใส่ และทุกวันนี้ทุกชุดที่ไทใส่อยู่เป็นฝีมือการตัดเย็บจากฉันทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งชุดหมอที่เขาใส่ฝึกงาน ฉันศึกษามาเป็นอย่างดีว่าต้องใช้ผ้าคุณภาพไหน ต้องตัดเย็บอย่างไรให้สวมใส่สบายที่สุด ฉันจึงเป็นที่รู้จักไทดีที่สุด เรียกว่ามองตาก็รู้ว่าไทคิดอะไรก็ว่าได้ ก็ฉันเป็นภรรยาของเขาหนิ จะไม่รู้จักสามีตัวเองได้ยังไง "นี่ข้าวกล่อง โซ่เพิ่งลองทำ ไม่อร่อยห้ามว่านะ" "หืมม มีสิ่งที่โซ่ทำไม่ดีด้วยเหรอ ยังไม่เคยเห็นเลย" "ตั้งใจทำงานนะคะ ขับรถดีๆ โซ่รักไทนะ" "อืมม พี่เป็นห่วงโซ่นะครับ" ก่อนที่ไทจะขึ้นรถฉันก็ยกแขนสองข้างขึ้นมาคล้องคอเขาให้ตัวเขาโน้มลงมาใกล้ฉัน แล้วฉันก็จูบเขาก่อนไปทำงานแบบนี้ในทุกวันจนลูกน้องที่เฝ้าคฤหาสน์เห็นจนชินตา "ไปแล้ว คืนนี้เจอกัน" "บายค่ะ" ฉันโบกมือลาเมื่อสามีขับรถออกไป ชีวิตคู่ของเราสองคนเหมือนจะไปได้ดี เราไม่เคยทะเลาะกัน อาจจะมีน้อยใจบ้างซึ่งเป็นฉันเองที่มีอาการแบบนั้น แต่ตลอดห้าปีที่เป็นสามีภรรยากันมา ฉันไม่เคยได้ยินคำนั้นจากปากเขาเลยสักครั้ง และทุกครั้งที่ดูเหมือนว่าเขาแสดงความรักต่อฉัน เขามักจะมีคำว่า ห่วง แทนคำว่า รัก เสมอ จนฉันไม่แน่ใจว่าเขารักฉันหรือเพียงแค่รับผิดชอบฉันตามคำสัญญากับพ่อของเขาเท่านั้น

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

อ้อนรักหนุ่มบริหาร R18+

read
24.0K
bc

ฮูหยินแม่ทัพมากวาสนา

read
10.7K
bc

Bad love Mafai รักร้ายนายมาเฟีย

read
15.5K
bc

ห้ามรัก Forbidden Love

read
4.0K
bc

หวานใจยัยขี้อ่อย

read
8.4K
bc

My virgin guy! ภารกิจอันตรายท้าชนหัวใจนายเวอร์จิ้น

read
5.1K
bc

JUST A TOY จะร้ายหรือจะรัก

read
3.8K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook