นี่ผมพาเธอกลับห้องมาทำไมวะเนี่ยะ!!!
ตอนแรกก็นอนดีๆหรอก แต่สักพักเท่านั้นแหละ อ้วกไม่มีหยุด จนผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านี่ห้องนอนหรืออะไร ทำไมทุกตารางนิ้วมันมีแต่อ้วกแบบนี้ รอบแรกๆผมก็เก็บเองอยู่หรอกครับ รอบหลังๆนี่ผมปล่อยเลย อ้วกให้เสร็จ เดี๋ยวผมตามแม่บ้านทีเดียว หัวจะปวด! คนอะไร อ้วกขนาดนี้ก็ยังไม่ตื่น!!
หรือว่าตายแล้ววะ!
ผมได้เอามือไปอังๆจมูกเช็คเพื่อความชัวร์ว่ายัยเด็กนี่ยังหายใจอยู่ ค่อยโล่งอกหน่อย เห็นอ้วกรอบสุดท้ายแล้วแน่นิ่งไปก็นึกว่าตาย
แล้วห้องเหม็นขนาดนี้ผมจะนอนยังไงไหววะเนี่ยะ จะปล่อยนอนจมกองอ้วกก็ยังไงๆอยู่ แต่จะเรียกแม่บ้านตอนนี้
ตีสี่!
เอาวะเช้าแล้ว ลองดูก็ได้วะ
End Ka-Chain Talk
ฟุดฟิด ฟุดฟิด
หอมจัง กลิ่นอะไรเนี่ยะ!!
พรึ่บ
ฉันลืมตาตื่นด้วยความตกใจ!
ฉันไม่ได้นอนอยู่ที่ห้องตัวเอง แล้วที่นี่ที่ไหน!
ขวับ
ขวับ
“ป้าคะ ตอนนี้หนูอยู่ที่ไหนคะ”ฉันเหลือบไปเห็นป้าคนนึงกำลังทำอะไรยุกยิกๆในห้องน้ำไม่ได้ปิดประตู ฉันเลยส่งเสียงถามทันที
“คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ ป้าเสียงดังใช่ไหม ขอโทษด้วยนะคะ”คุณป้าไม่ตอบคำถามฉัน แต่เดินออกมาดูฉันแล้วขอโทษฉัน จนฉันรู้สึกผิดที่ถามเลย
“ป่าวค่ะ หนูตื่นเวลานี้ปกติค่ะ”ฉันเลยต้องรีบบอกไปเมื่อเห็นใบหน้ารู้สึกผิดของป้า
“อ๋อค่ะ แล้วคุณหนูปวดหัวไหมคะ หิวน้ำหรือเปล่า อยากได้อะไรไหมคะ บอกป้าเลยนะคะเดี๋ยวป้าหาให้”คุณป้าก็รีบกุลีกุจอพูดรัวทันที
“ป้าแค่บอกหนูว่าที่นี่ที่ไหนก็พอค่ะ หนูจะได้หาทางกลับบ้านถูกค่ะ”ฉันเลยพูดกับป้าเสียงอ่อนเสียงหวานทันที
“อ้าว!! หนูไม่รู้เหรอลูกว่าหนูอยู่ไหน”แล้วป้าก็เอามือทาบอกอย่างตกใจ
ฉันส่ายหัวรัวๆแทนคำตอบในทันที ตอนนี้จากเอามือทาบอก ป้าอ้าปากค้างแล้วค่ะ
“แล้วหนูมาอยู่ที่นี่ยังไงหล่ะเนี่ยะ ตายแล้ว ตายๆ”ป้าเอาแต่อุทานอ่ะ ทำไมป้าไม่ตอบหนูอ่ะ
“หนูจำได้ว่าเมื่อคืนเพื่อนพาหนูไปฉลองเรียนจบปีสามค่ะ แล้วก็บังคับให้หนูดื่มๆๆๆแล้วหนูก็จำไรไม่ได้แล้วค่ะ”ฉันตอบพลางยิ้มแห้งๆส่งไปให้ป้า
“ต่อไปไม่เอาแบบนี้แล้วนะคะ จะหาว่าป้าสอนก็ได้ค่ะ เป็นผู้หญิงนะคะ จะดื่มหรือจะทำอะไรก็ต้องรู้จักประมาณตัวเอง ถ้าไม่ไหว มีท่าทีไม่ดีต้องชิ่งออกมาให้ได้ค่ะ นี่ถ้าเมื่อคืนเป็นคนอื่นไม่ใช่คุณคเชนทร์ ป้าไม่อยากจะคิดภาพเลยค่ะคุณหนู”ป้าก็พูดรัวๆด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใย
“ขอบคุณนะคะป้า งั้นหนูกลับก่อนนะคะ พอดีวันนี้หนูต้องไปทำงานตอนเช้าค่ะ”ฉันบอกป้าพร้อมลุกขึ้นพับที่นอนทันที
แล้วฉันก็ถามป้าจนได้คำตอบว่าตรงนี้คือที่ไหนของประเทศ และฉันต้องขึ้นรถอะไรเพื่อกลับห้องตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัว
ถึงจะปวดหัว แต่ช่างมันเถอะ เงินสำคัญกว่ามากๆ
อุ้บบบส์
ฉันเดินออกจากห้องแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเจอใครสักคนนอนอยู่ที่โซฟา ฉันเลยพยายามเดินแบบเบาฝีเท้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เกรงใจคนหลับค่ะไม่ใช่อะไร
พอฉันเดินไปใกล้ๆฉันถึงได้รู้ว่าเขาคือคนเมื่อคืนที่ฉันเดินชน และเป็นคนเดียวกันกับที่เพื่อนฉันหมายตา
เผ่นค่ะ แบบนี้ต้องเผ่น
ถ้ายัยวารินกับยัยผึ้งรู้เรื่องนี้มีหวังพวกนางแบนฉันเป็นแน่แท้
ฉันขึ้นรถเมล์กลับมาที่ห้องตัวเอง โชคดีที่รถไม่ติด เลยทำให้ฉันไปทำงานได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นหล่ะก็ ฉันจะโดนหักค่าแรงตั้งแต่วันแรกไปเลย
“สวัสดีจ้ะ พนักงานใหม่ใช่ไหม พี่ชื่อลูกปลานะ เป็นผู้จัดการที่นี่”พี่ผู้จัดการก็แนะนำตัวเองกับฉันด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อแพรไหมค่ะ เรียกแพรเฉยๆก็ได้ค่ะ ฝากเนื้อ ฝากตัวด้วยนะคะ”ฉันบอกพร้อมก้มหัวแสดงความเคารพ
“ปกติทำกับพี่ฝน เป็นพาร์ทไทม์เสาร์อาทิตย์เนาะ”แล้วพี่เขาก็หันมาถามฉัน
“ใช่ค่ะ”ฉันก็ตอบไปพร้อมยิ้มกว้าง
“ประจำก็เหมือนกันเลย ทำทุกอย่างเหมือนกัน แต่..!!! ถ้าลูกค้าห้องวีมาเปิดห้อง จะแตกต่างกันไป”พี่ลูกปลาก็บอกฉัน ก่อนจะค่อยๆสอนในส่วนที่ฉันไม่รู้เพิ่มเติมให้อย่างละเอียด
“เดี๋ยววันนี้พี่จะลองให้เรากับเนตรรับลูกค้าห้องวีนะ”แล้วพี่ลูกปลาก็พูดพร้อมยิ้มหวานให้ฉัน
วันแรกก็เอาเลยเหรอ
“ไม่ต้องเกร็ง ลูกค้าห้องวีวันนี้เป็นเจ้าของร้าน สบายๆเลย ถือว่าเทรนแบบเสมือนจริง”แล้วพี่ลูกปลาก็พูดต่ออย่างอารมณ์ดี
ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันเคยเห็นเจ้าของร้านนี้ผ่านๆอยู่สามสี่ครั้ง ก็ดูใจดี ไม่เรื่องมาก พนักงานที่นี่ก็พูดถึงในทางที่ดี วันนี้คงเป็นวันที่ดีสำหรับฉันแหละมั้ง
แล้วระหว่างที่ฉันยืนเช็ดช้อน เช็ดจาน สมองฉันก็เผลอไปคิดถึงคนที่นอนอยู่ตรงโซฟา อันนั้นไม่เท่าไหร่ ที่ฉันสงสัยคือ เขาพาฉันไปที่นั่นทำไม จะว่าพาฉันไปทำมิดีมิร้ายก็ไม่น่าใช่ เพราะฉันเช็คน้องสาวตัวเองแล้วปกติสุดๆ ฉันอ่านกูเกิ้ลมาเรียบร้อยว่าถ้าเขาทำอะไรฉันอาการจะเป็นยังไง ซึ่งฉันไม่มีอาการเลยสักข้อ แสดงว่าเขาไม่ได้ทำ
13:00 น.
“แพรๆ เตรียมตัวให้ดี เจ้านายมาแล้ว”พี่เนตรที่ต้องทำงานคู่กับฉัน หรือเรียกว่าคนสอนงานฉันวันนี้เอ่ยขึ้น
ฉันก็รีบกุลีกุจอไปส่องกระจกเช็คสภาพเสื้อผ้า หน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
“นี่เมนูนะ เดินเข้าไปส่งเมนูได้ปกติเลย ไม่ต้องเกร็ง”แล้วพี่เนตรก็ยื่นเมนูให้ฉันก่อนจะหันไปเปิดประตูให้กับเจ้านาย
ฉันก็ทำหน้าที่ตัวเองตามปกติ อาจจะมีเกร็งๆบ้าง แต่สุดท้ายฉันก็รับออเดอร์ได้สำเร็จ และเจ้านายก็ใจดีจริงๆค่ะ
แอดดดดดด
“รอผมด้วยสิครับ”แล้วเสียงพูด พร้อมกับการเปิดประตูพรวดพราดก็ดึงสายตาฉันให้ไปมอง
เขา! เขาที่เอาฉันไปนอนที่ห้อง
เขามาทำไรที่นี่!
“นึกว่าจะไม่มาแล้ว”คุณเฌอเบทเจ้าของร้านเอ่ยกับคนมาใหม่
“มาสิเจ๊ นานๆเจ๊จะเลี้ยงทั้งที”เขามองหน้าฉันแวบนึงก่อนจะหันไปตอบ
“น้องครับพี่ขอสั่งอาหารเพิ่มหน่อยครับ”แล้วเขาก็หันมาพูดกับฉันที่ถือเมนูอยู่
ตึกตักๆๆๆๆๆๆ
ใจเย็นๆแพรไหม เขาอาจจะจำเธอไม่ได้ก็ได้ ทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุดก็พอ ใจเย็นๆ อย่าตื่นเต้น
“เอาไข่ตุ๋นทะเลหม้อไฟ หมึกนึ่งมะนาว แล้วก็กุ้งผัดพริกเกลือเพิ่มครับ เครื่องดื่มขอเป็นอัญชันมะนาวแล้วกัน”เขาสั่งพร้อมกับจ้องตาฉันในทุกๆคำ
เป็นการกดออเดอร์ที่มือสั่นมากเลยค่ะ ตื่นเต้นกว่าเจ้านายตัวเองสั่งอีกค่ะ
“ขออนุญาตทวนรายการอาหารนะคะ”ฉันเอ่ยขึ้น ก่อนจะทวนรายการอาหารตามหน้าที่ของตัวเองด้วยความพยายามควบคุมตัวเองให้เสียงและมือไม่สั่น
“รออาหาร 10-15 นาทีนะคะ”ฉันพูดจบก็โค้งตัวแล้วเดินออกมาทันที
ฟู่ววววววว
โล่งอก
“ตื่นเต้นเหรอ”พี่เนตรก็ถามด้วยเสียงใจดี
“ใช่ค่ะ แพรมือสั่น เสียงสั่นไปหมดเลยค่ะ”ฉันบอกพี่เนตรไปอย่างไม่ปิดบัง
“แรกๆก็งี้แหละ เดี๋ยวอีกหน่อยก็ชิน”พี่เนตรก็พูดอย่างให้กำลังใจ
จึ้ก จึ้ก
“ลูกค้าเรียก รีบไปเร็ว”แล้วพี่เนตรก็สะกิดฉันพร้อมบอกให้ฉันรีบเข้าไปด้านใน
“ขอคุยด้วยหน่อยสิครับ”ผู้ชายคนนั้นพูดกับฉันแล้วมองหน้าฉันนิ่ง
“คะ”ฉันรวบรวมความกล้าตอบเขากลับไป
“เธอใช่ไหมที่ไปนอนห้องพี่เมื่อคืน”