แปลกใจ
พระพาย “ วิ แกทำอะไรอ่ะ”
วิยะดา เด็กสาวรูปร่างสูงเพรียวสมส่วน ผิวสีน้ำผึ้ง ผมตรงเส้นเล็ก หน้าตาโฉบเฉี่ยว ถือว่าเป็นคนหน้าตาเก๋ มีเอกลักษณ์พอตัวแต่ไม่ใช่แบบพิมพ์นิยมของหนุ่มๆสมัยนี้ เธอกำลังเดินปิดหน้าต่าง 2 บาน ให้พอมีมุมอับที่จะทำให้เธอสามารถเปลี่ยนชุดลำลองสำหรับเล่นกีฬาได้ กำลังเดินมาด้านหน้าห้องเรียนเพื่อจะปิดประตูห้องเจอเข้ากับพระพาย ที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนพอดีทำให้เห็นเหตุการณ์เข้า
ทั้งสองคนต่างเป็นเพื่อนสาวคนสนิทของกันและกันที่เคยเรียนด้วยกันมาตั้งสมัยประถมฯ จนถึง ม.1
วิยะดา “ อ่อ ชั้นจะเปลี่ยนชุดอ่ะแก จะไปซ้อมบาสที่สนามหน้าโรงเรียน เดี๋ยวแป๊ปนึงนะ ชั้นขอเปลี่ยนชุดก่อนค่อยคุยกัน” วิยะดาปิดประตูห้องเรียน แล้วหายเข้าไปในนั้นสักครู่นึง แล้วก็เปิดประตูออกมากับสวมเสื้อยืดกางเกงกีฬาขาสั้นพอประมาณไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไปดูทะมัดทะแมง
พระพาย ยังคงยืนรออยู่และทำหน้าสงสัยกับภาพที่เห็นตรงหน้าเธอตอนี้ เธอยิงคำถามต่อทันทีที่วิยะดาเปิดประตูห้องและเดินออกมา “ซ้อมบาส? ซ้อมไปทำไมอ่ะแก” พระพายยังทำหน้าสงสัยอยู่ เนื่องจากไม่เคยเห็นวิยะดาเล่นบาสเก็ตบอลมาก่อน และมั่นใจมากว่าเธอน่่าจะเล่นไม่เป็นเช่นเดียวกันกับเธอ
วิยะดา “อ่อ พอดีเพื่อนๆชั้น ชวนไปสมัครเล่นบาสกับทีมโรงเรียนน่ะแก เป็นนักกีฬาโรงเรียน ชั้นเสร็จแล้วไปก่อนนะแก ได้เวลาแล้ว” เธออธิบายสั้นๆ แต่เข้าใจไม่ยาก
แต่ประเด็นคือ พระพายยังสงสัย ปน งง นิดๆ เพราะปกติไม่เห็นเพื่อนเล่นกีฬาอะไร นอกจากเป็นวิชาเรียนในหลักสูตรปกติ คำว่านักกีฬาโรงเรียน ไม่เคยอยู่ในหัวเธอมาก่อนเลย
วิยะดากับพระพาย เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ ป.2 วิยะดาย้ายบ้านมาและได้มาเรียนที่เดียวกัน จนจบ ป.6 และตอนเข้าชั้นมัธยม ปีแรกก็ยังได้อยู่ห้องเดียวกัน เพิ่งจะมาแยกเรียนคนละห้อง เมื่อปีที่แล้วตอนขึ้น ชั้น ม2 นี่เอง ซึ่งเป็นกติกาของโรงเรียนเอง ที่จะคัดเด็กเรียนเก่งให้มาเรียนแบบเข้มข้นเป็นพิเศษ เพื่อผลักดันเด็กให้ไปสอบแข่งขันเพื่อนสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนในด้านต่างๆ โดยสมัยนี้วัดเกณฑ์จากจำนวนเด็กที่สอบเอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัย พวกเธอเป็นรุ่นแรกที่มีการคัดเกรดเฉลี่ยและแบ่งห้องเรียนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ระดับชั้นม.2 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้พระพาย อยู่ห้อง King ม.3/1 ส่วนวิยะดา อยู่ห้อง Queen ม. 3/2 โดยปกติเรื่องทั่วไปของวิยะดาและพระพาย ต่างฝ่ายต่างก็รู้เรื่องของอีกฝ่ายดีพอสมควร จนกระทั่งตอนนี้ และวันนี้
เปิดเทอม ม.3 ได้เพียงสัปดาห์เดียว นี่เพิ่งจะเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการเรียนเอง อยู่ๆ พระพายก็เห็นเพื่อนสนิทของเธอเปลี่ยนเสื้อผ้า ไปซ้อมบาสเก็ตบอลซะอย่างนั้น ทั้งที่ปกติ พระพายมั่นใจมากว่าวิยะดาเล่นบาสเก็ตบอลไม่เป็นแน่นอน ซึ่ง Skill กีฬา ของเพื่อนสาว 2 คนนี้ ไม่แตกต่างกันมากนัก และปีนี้เพิ่งจะได้เริ่มเรียนบาสเก็ตบอลเอง ในชั้นเรียนวิชาพละศึกษาเธอยังไม่ได้สัมผัสลูกบาสเก็ตบอลด้วยซ้ำไป เนื่องจากเพิ่งเริ่มเรียนได้เพียง 1 ครั้งในสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง
พระพายเดินตามวิยะดา ไปนั่งดูอยู่ที่ข้างสนามบาส ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยกระเป๋านักเรียนซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นของเหล่าบรรดานักกีฬา ที่อยู่ในสนามนั่นเอง วันนี้อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งมาก มีทั้งผู้ชาย และผู้หญิง รวมกันประมาณ 30 คน กำลังวอร์มอัพ อยู่ที่กลางสนามบาสเก็ตบอล เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพระพาย ชายหญิงรวมกันประมาณ 12-13 คน โดยกลุ่มนี้เป็นเพื่อนร่วมห้องของวิยะดา เสียเป็นส่วนมาก ส่วนสมาชิกที่เหลือจะเป็นพี่ระดับชั้นมัธยมปลาย เสียมากกว่า
เอ๊ะ! รึว่า ในนี้มีใครที่ วิ มันเล็งไว้รึเปล่าน้าาาา พระพาย แอบคิดขำๆ คนเดียว เพราะทั้งเธอเองและวิยะดา ต่างก็ไม่มีแฟนกันทั้งคู่ เรียกว่าโสดสนิทโดยสมบูรณ์แบบ ไม่มีจิ๊จ๊ะ กิ๊กกั๊ก หรือแอบชอบใครมาก่อน ยกเว้นวิยะดาที่ออกอาการปลี้มอัคคี พี่ชายของเธอเองอยู่นิดหน่อย นอกนั้นก็ไม่มีใครที่เข้าตา 2 สาวนี่มาก่อน เมื่อกวาดสายตามองไปยังผู้คนที่อยู่ตรงหน้า ก็ยังไม่เจอใครที่สะดุดตาเธอ แต่ก็พอได้ยินมาบ้างว่าทีมบาส มีรุ่นพี่หน้าตาดีอยู่หลายคน เท่าที่เห็นตอนนี้ ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แต่ยังไม่เจอใครในแบบที่ถูกใจของพระพาย เธอเป็นคนชอบคนยาก และที่ผ่านมาในชีวิตของสาวน้อย ก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ แม้กระทั่งตกหลุมรักหรือแอบชอบใคร เธอก็ยังไม่เคยมีมาก่อน
เธอไม่ใช่คนเย่อหยิ่งอะไร ออกจากขี้เกรงใจและมนุษย์สัมพันธ์ดีด้วย เธอถือว่าเป็นคนที่หน้าตาดีออกแนวน่ารักๆ คนหนึ่ง แต่ไม่ชอบทำตัวเด่น ชอบอยู่เงียบๆไม่ชอบเป็นจุดสนใจ อาจจะเป็นเพราะว่าคนหน้าตาดีๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้ เพราะว่าครอบครัวของเธอ ทุกคนตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ ที่หน้าตาดีไปซะหมดทุกคน โดยเฉพาะพี่ชายของเธอนั้นหล่อมาก เทียบชั้นเข้าขั้นระดับ ดารา ได้แบบสบายๆ แถมพี่สาวข้างบ้าน ที่เธอสนิทสนมด้วย ก็สวยหยาดเยิ้มไม่มีที่ติ ดังนั้นเธอถูกห้อมล้อมด้วยคนหน้าตาดีๆ ตลอดเวลา ทำให้เธอไม่รู้สึกหลงไหลในรูปลักษณ์ภายนอกสักเท่าไหร่ด้วยความเคยชิน พระพายนั่งสังเกตการณ์อยู่อย่างนั้น สักครู่ใหญ่ๆ
พิรุณภา "พาย มานั่งอยู่นี่เอง พี่เดินไปหาที่ห้องไม่เจอ ป่ะ กลับบ้านกัน" มีเสียงสวยๆ เรียกมาจากด้านหลังของเธอ