1 หูบนขาดจะงับหูล่างคืน
คำเตือน:นางเอกไม่ได้มีความสัมพันธ์แค่กับพระเอกคนเดียว...ใครไม่ชอบเลื่อนผ่านได้เลยนะคะ
หากกดเข้ามาอ่านแล้วโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
.
.
.
“ไม่คิดว่ากูจะเหนื่อยบ้างหรือไงวะ แม่งวันๆ เอาแต่สร้างปัญหาให้กู!”เสียงของหญิงสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษาปีสองบ่นขึ้นขณะที่ขาเรียวยังคงก้าวไปตามคุณตำรวจก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าห้องขังที่มีหญิงสาววัยห้าสิบกว่าๆ อยู่ในนั้นจำนวนห้าหกคนและหนึ่งในนั้นก็มีแม่เธอด้วย!
“ทู! ทูแกรีบมาประกันตัวฉันสิฉันไม่อยากนอนที่นี่นะ!!”
“แล้วใครใช้ให้แม่ไปเล่นไพ่ล่ะ?”
“นี่แกอย่ามายอกย้อนมาตะคอกฉันต่อหน้าคนอื่นนะถ้าไม่ประกันตัวก็ไสหัวไปเลย”เสียงของดอกรักตะโกนว่าบุตรสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจกับการที่ปลาทูไม่ยอมประกันตัวเองแถมยังมาเถียงกลับอีก และแน่นอนว่าคนอย่างอีทูก็ไม่เคยคิดง้อใครต่อให้จะเป็นแม่ก็เถอะ!
“งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ” พูดจบร่างเล็กก็สาวเท้าออกไปโดยมีเสียงวี้ดว๊ายของดอกรักตะโกนด่าทอตามหลังมาด้วย เหล่าตำรวจในนั้นที่ได้ยินต่างก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กันอย่างเอือมระอากับพฤติกรรมของดอกรักที่มักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เข้ามา
“เดี๋ยวหนูเสียค่าปรับไว้แต่ให้แม่เขาติดตามที่ตำรวจเห็นว่าเหมาะสมนะคะ..เผื่อจะได้เข็ดบ้าง” ปลาทูเดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วก็จัดการจ่ายเงินค่าปรับก่อนจะเดินออกมา
ที่บอกกับตำรวจไปแบบนั้นเพราะแม่เธอนี่เข้ามานอนในห้องขังบ่อยกว่านอนอยู่บนที่นอนในบ้านซะอีก
ปลาทู หญิงสาวอายุยี่สิบเอ็ดย่างเข้ายี่สิบสองนักศึกษาสาวปีสองที่ต้องทำงานส่งตัวเองเรียนเนื่องจากครอบครัวของเธอมีฐานะไม่ดีไม่มีเงินมากพอที่พ่อแม่จะเป็นคนส่ง บ้านของเธอมีธุรกิจเล็กๆ เป็นธุรกิจร้านซักผ้าที่ช่วงสองสามปีมานี้เหมือนจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่เมื่อมันไม่มีคนดูแลอย่างจริงจัง
พ่อของเธอนั้นกินเหล้าเล่นการพนันทุกวัน ส่วนแม่ก็เล่นไพ่วันเว้นวันซึ่งดีกว่าพ่อเธอนิดหนึ่ง ย้ำว่าแค่นิดหนึ่ง! ส่วนตัวเธอก็ทำงานโพสต์ขายของออนไลน์หากว่างก็ไลฟ์สดสตรีมเกมส์หารายได้เสริมบ้างแต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อรายจ่ายอยู่ดี!
ส่วนตอนนี้ดูวี่แววว่าเธอคงจะต้องดรอปเรียนไว้ก่อนซะแล้ว หากยังฝืนเรียนต่อไปพ่อแม่ต้องไปสร้างหนี้สร้างปัญหาไม่หยุดแน่
“เฮ้ออ! คิดว่าขึ้นมหาลัยแล้วจะได้เป็นอิสระซะแล้ว”ปลาทูพูดขึ้นระหว่างเดินออกมาหาโบกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน
ตอนประถมก็เรียนด้วยช่วยแม่ขายของไปด้วย จนขึ้นมัธยมแม่เธอเก็บเงินมาเปิดร้านซักผ้าได้เกือบสิบปีคิดว่ามันจะพออยู่ได้ไม่ต้องถึงกับรวยแค่ไม่เป็นหนี้ก็พอแต่แล้วก็เป็นอย่างที่กล่าวไปว่าเมื่อสองสามปีก่อนพวกแกก็เริ่มกินเหล้าเข้าบ่อนเล่นการพนันจนเป็นหนี้มาถึงปัจจุบันแต่เธอก็ไม่รู้ว่ามันเยอะมั้ยรู้แค่ว่าเล่นขนาดนี้มันต้องเป็นหนี้อย่างแน่นอน!
ปริ๊นนนน!! เสียงแตรรถสปอร์ตคันหรูดังขึ้นพร้อมกับตัวรถที่แล่นมาด้วยความเร็วเหมือนจะพุ่งขึ้นมาซะงั้นทำให้ปลาทูต้องขยับหนีจนขาเธอไปเกี่ยวกับเก้าอี้ป้ายรถเมล์ด้านข้างจนล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างจัง
เอี๊ยดดด! ตามมาด้วยเสียงเบรกรถดังลั่นบริเวณนั้นพร้อมกับตัวรถที่จอดเทียบทางฟุตบาทอย่างปลอดภัย!
“ขับรถประสาอะไรวะ!! ไม่ขับมาบนฟุตบาทเลยล่ะ!!”
“โทษที! เจ็บตรงไหนมั้ย?”ร่างสูงก้าวขาลงจากรถเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของปลาทูพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ หญิงสาวจึงเงยหน้าไปมองเขาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจแต่ก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานั่น ริมฝีปากหยักบางจึงเอ่ยตอบกลับไป
“รีบไปตายหรือไง?”
“แน่นอน! กะจะเอาเธอไปตายด้วยไง!”
“ตายคนเดียวไปเถอะ!” ร่างเล็กบอกเสียงขุ่นแล้วพยายามหยัดกายลุกขึ้นยืน แต่คงเพราะข้อเท้าของเธอมันรู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาทำให้ต้องนั่งลงไปตามเดิม
“ให้ช่วยมั้ย?”
“จะช่วยคนไม่จำเป็นต้องถาม อยากช่วยก็ช่วยไม่อยากก็ไม่ต้องมายืนเกะกะ”
“ฉันไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก มาเดี๋ยวช่วย!” ร่างสูงว่าพลางเอื้อมมือมาจับแขนของปลาทูทั้งสองข้างเพื่อช่วยให้เธอลุกขึ้นยืน หญิงสาวจึงทิ้งน้ำหนักแขนไปที่เขาเพื่อลุกขึ้น พรึ่บ! ตุ้บ!! แต่แล้วชายหนุ่มก็ปล่อยแขนเธอเสียดื้อๆ จนร่างของเธอร่วงลงไปกระแทกกับพื้นอีกครั้ง!
“อึก! ไอ้สิงห์!”
“ว่าไงยัยปลาทู!”
“ฉันเจ็บ...” หญิงสาวกัดฟันพูดแล้วจ้องหน้าของราชสิงห์ที่ตอนนี้นั่งยองลงแล้ว แต่ที่ทำให้เธอถึงกับกำมือตัวเองแน่นคงจะเป็นเพราะใบหน้าที่ยั่วยวนเหมือนรอส้นเท้าจากเธอไปฟาดหน้านี่แหละ
“โทษที! มือฉันหมดแรงพอดีมาขี่หลังแทนก็ได้” เขาว่าพลางหันหลังให้เธอ แต่ปลาทูยังคงนั่งอยู่แบบนั้นอย่างไม่ไว้ใจเขา ก็แหงล่ะ...เกิดขึ้นไปแล้วมันจับเธอทุ่มลงมานี่ไม่ช้ำในตายเลยหรือไง
“ขึ้นมาสิ! หรือจะนั่งอยู่นี่”
“ไม่ต้องมายุ่ง ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใครแต่ที่จริงก็ไม่ใช่บุญคุณถ้าไม่ใช่นายขับรถมาเหมือนจะชนฉัน”
“พูดมากว่ะ!” เขาว่าแล้วก็จัดการดึงแขนของปลาทูให้มากอดคอจัดการจับขาเรียวทั้งสองข้างยกมาเกี่ยวเอวก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วหันไปพูดประโยคที่ทำให้คนตัวเล็กถึงกับปรี๊ดแตกมากกว่าเดิม
“ฉันว่าฉันให้เธอหันหน้าเข้าหาหลังฉันแต่ไหงเธอดื้อหันหลังให้ล่ะ?”
“ราชสิงห์!”
“วู้วว! เรียกซะเต็มยศเลย อ้ากกก! ไอ้ทูหูฉัน!”และแล้วเขาก็ต้องร้องออกมาลั่นเมื่อใบหูถูกปลาทูยักษ์งับเข้าให้ เมื่อกัดจนหูราชสิงห์แดงแล้วปลาทูจึงปล่อยจากนั้นก็ใช้แขนรัดคอของคนตัวใหญ่ไว้แน่นเมื่อเขาตั้งท่าจะปล่อยตัวเธอ และเธอเชื่อว่าหากมันได้ปล่อยมันต้องปล่อยแบบไม่ธรรมดาแน่นอน!
“ไปให้ถึงรถนาย”
“อีปลาทูยักษ์ถ้าหูฉันขาดนะ ฉันจะ...”
“จะอะไรไม่ทราบ!?”
“ฉันก็จะงับหูล่างเธอคืนไง!”
“...”
“มองเหี้ยไร?”ราชสิงห์ถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เมื่อพาปลาทูเข้ามาในรถแล้วเจ้าตัวเล็กเอาแต่นั่งจ้องเขาตาเขม็ง ทว่าหญิงสาวกลับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่แล้วหันไปจ้องด้านหน้าแทน
“ไม่เจอกันนานฉันคิดว่าเธอจะจำฉันไม่ได้นะ”
“ทำไมฉันจะจำนายไม่ได้?”
“เพราะฉันหล่อขึ้นไง”ตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นอกมั่นใจฉบับคุณสิงห์ เหอะ! ถ้ามันไม่จริงอย่างที่ปากมันว่าเธอก็อยากจะเถียงให้เส้นเอ็นในคอขาดหรอกแต่เพราะมันเป็นเรื่องจริงไงเลยต้องเงียบ
“ขนมใครกินได้มั้ย?”
“โหย! เธอเมินคำพูดฉันเหรอ”
“เออ! นายหล่อ...แต่ฉันไม่ชอบไง”
“หึ!”ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาแล้วเงียบไป ส่วนปลาทูก็หยิบขนมที่วางอยู่ข้างเบรกมือขึ้นมาฉีกกินอย่างหน้าตาเฉย
อ่ะ! เดี๋ยวจะสงสัยว่าหมอนี่มันเป็นใคร หมอนี่มันเป็นคู่ปรับของเธอตั้งแต่อนุบาลจนประถมและมัธยมต้น พอมอปลายก็แยกกันไปเรียนคนละโรงเรียนไม่ค่อยได้เจอกันอีก
เป็นคู่ปรับกันที่แบบหากใครเดือดร้อนก็พร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยอย่างไม่คิดอะไร จะเรียกว่าคู่ปรับก็ไม่ถูกแต่จะเรียกว่าสนิทก็ไม่ใช่อ่ะดิ
อ้อ! ที่สำคัญบ้านของไอ้คุณสิงห์นี่รวยด้วยนะ ส่วนมันก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุยี่สิบและตอนนี้ก็เพิ่งยี่สิบเอ็ดกันเอง
ที่เป็นคู่ปรับกันก็เพราะราชสิงห์มันชอบแกล้งชอบหาเรื่องเธอในช่วงที่เรียนตลอด แกล้งจนเธอไม่กล้ามีเพื่อนเพราะกลัวเพื่อนจะโดนแกล้งไปด้วย แน่นอนว่าพอโตมันก็เลยทำให้เธอไม่มีเพื่อนสนิท พูดมาถึงตรงนี้ก็เศร้าว่ะ!
“จะให้ไปส่งที่ไหน แล้วนี่เธออยู่ไหน?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อขับมาไกลจากป้ายรถเมล์แล้วแต่ยังไม่ได้ถามว่าปลาทูจะไปลงที่ไหน
“อยู่บ้านดิจะให้ไปอยู่ไหนล่ะ ไปส่งที่บ้านแหละ”
“อ้อ คิดว่าย้ายไปอยู่ที่อื่นไง”
“พูดดีกับฉันได้ด้วย?”
“แล้วชอบให้พูดแบบไหน?” ถามพลางหันมาจ้องหน้าคนข้างกายราวหนึ่งนาทีแล้วจึงหันไปมองถนนต่อ
ปลาทูขมวดคิ้วตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ“พูดเหมือนเดิมก็ได้แต่ไม่ต้องมากรรโชกโฮกฮากใส่”
“ได้”
“อย่ามาทำเป็นคนดีพูดง่ายหน่อยเลย”
“เอ้า! ไอนี่พูดดีก็ไม่ชอบพูดไม่ดีก็ไม่ชอบจะเอาไงครับเพื่อน?” ชายหนุ่มหันมาว่าคนตัวเล็ก เนี่ยแหละ...ไม่ต้องถามว่าเมื่อก่อนทำไมทะเลาะกันบ่อยก็เนี่ย เป็นกันซะแบบเนี้ย!
“จะเลยบ้านฉันแล้ว”ปลาทูไหวไหลให้เล็กน้อยแล้วบอกราชสิงห์ที่ขับรถจะเลยบ้านของเธอ เขาจึงเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าบ้านของปลาทู
“เข้าไปได้ป่ะ?”
“ได้แต่อย่าเลย”