ตอนที่1ข่าวร้าย
กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
เวลา01:30นาที
ตุ่บ!
“ไม่!ไม่จริง…ไม่!”
ร่างแกร่งในชุดหรูดูดีร่วงทรุดฮวบลงไปคุกเข่าอยู่กลางพื้นห้องเป็นเพราะว่าภาพตรงหน้านั้นมันคือสิ่งที่เขาไม่อยากเห็นมากที่สุด ภายในห้องดับจิตของโรงพยาบาลดังมีเสียงตวาดแผดเสียงแห่งความโกรธ โศกเศร้าเจ็บแค้น ทุกๆ ความรู้สึกมันประดังประดาถาโถมเข้ามาจนรับมือไม่ทัน เขาร้องไห้ดังระงมกึกก้องไปทั่วห้องดับจิตแห่งนี้…
หมับ!
“พี่ครับพี่…ตื่นขึ้นมาเถอะนะครับผมขอร้อง ผมอยู่นี่แล้วไง ผมกลับมาแล้ว ผม…ผมขอโทษ เพราะงั้น…พี่อย่าลงโทษผมแบบนี้เลยนะครับ ผมขอโทษ พี่ครับ ฮึก”เขาค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปใกล้ๆ ร่างของคนตายที่นอนอยู่บนเตียงโดยมีผ้าสีขาวปิดท่วมร่างอยู่ มือบางแสนซีดเซียวโผล่ออกมาทำให้เขาเห็นว่าร่างๆ นี้คือ อัยย์ พี่สาวของเขาจริงๆ
อคิน หรือ นาย อคิราห์ สุบรรณศิริกุล อายุยี่สิบห้าปี เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ โดยอคินนั้นมีพี่สาวร่วมสายเลือดอยู่หนึ่งคน อัยย์ นางสาว ไอรดา สุบรรณศิริกุล อายุสามสิบปี พ่อแม่ของทั้งสองคือ นาย บุรินทร์ สุบรรณศิริกุล นาง อินจันทร์ สุบรรณศิริกุล คนทั้งสองนั้นเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกะทันหันตั้งแต่อคินอายุสิบห้าปี ทว่าการจากไปของพวกเขาทั้งสองคนนั้น ไม่ได้ทำให้ทั้ง อัยย์และอคินเดือดร้อนเลย เพราะพวกเขาได้ทิ้งมรดกเอาไว้ให้คู่พี่น้อง เป็นเงินเก็บที่สามารถทำให้ทั้งอัยย์และอคินยังคงมีชีวิตที่สุขสบายหลังจากพ่อแม่เสีย…
แต่ทุกอย่างกลับเล่นตลกกับพวกเขาสองพี่น้อง วันนึงอคินถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะชอบทำตัวเป็นอันธพาล อัยย์นั้นถูกคุณครูของอคินเรียกพบอยู่บ่อยครั้งจนอัยย์ผู้เป็นพี่สาวเริ่มเอือมระอากับนิสัยที่ไม่รู้จักโตของอคิน ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงจนอัยย์เผลอตบหน้าของน้องชายอย่างอคินไปหนึ่งฉาดอย่างแรง จนเรื่องราวเริ่มบานปลาย
“ผมขอเงินมรดกจากพ่อแม่สิบล้าน ผมขอแค่นั้น…แล้วผมจะไม่มาให้พี่เห็นหน้าอีก” ในตอนนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงได้พูดแบบนั้นออกไป หรือเพราะว่าผมเป็นเด็กมัธยมอายุเพียงแค่สิบเจ็ดปีเท่านั้นเลยไม่เอาไหน ความที่ผมไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ในสมองเมื่อนึกอะไรออกมาได้ก็พูดไปโดยไม่ทันได้คิด
“หึ…คิดจะทำอะไรฮะ พี่ถามว่านายคิดจะทำอะไรของนายกันฮะอคิน!”อัยย์ผู้เป็นพี่สาวถามเสียงสั่น เขาทั้งสองเถียงกันไปมาท่ามกลางบ้านหลังใหญ่โต โดยมีเหล่าแม่บ้านและการ์ดมายืนดูสถานการณ์อยู่ไกลๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามเลยสักคน
“ก็อยากให้ผมออกไปจากชีวิตอยู่แล้วนี่ ไหงตอนนี้แม่งมาถามวะ!”ผมแสยะยิ้มออกมาอย่างหน้าตาเฉย จังหวะนั้นแม่ง!น้ำตาของพี่นั้นทำให้ผมโครตมีความสุขเลย ผมไม่ได้แย่แสด้วยซ้ำ แค่อยากทำให้ผู้หญิงตรงหน้าร้องไห้ออกมาอย่างเอาเป็นเอาตาย
“นายบ้าไปแล้วรึไง!”อัยย์เสียงสั่น ไม่สิ คงไม่ใช่เท่าแต่น้ำเสียงที่สั่นเทา ร่างกายของเธอเองก็เช่นกัน มันกำลังนั้นจนอคินที่ยืนอยู่ตรงหน้ารับรู้ได้
“ควรดีใจสิครับพี่ ร้องไห้ทำไม…หลังจากพ่อแม่ตายไป พี่เองไม่ใช่เหรอที่อยากได้รับมรดกทุกอย่าง…”
เพียะ!
ไม่ทันที่ผมจะได้พูดจนจบประโยค ใบหน้าของผมก็หันไปตามแรงมือของอัยย์ผู้เป็นพี่สาว เธอนั้นง้างฝ่ามือขึ้นมาฟาดเข้าที่แก้มของผมอย่างแรงโดยที่ผมนั้นไม่ทันจะได้ระวังตัว
“อคิน!”อัยย์รู้ว่าผู้เป็นน้องชายต้องการจะพูดอะไรออกมา มันเป็นปกติของอคินที่จะคิดแบบนั้น เพราะหลังจากที่พ่อและแม่จากไปอย่างกะทันหัน พินัยกรรมถูกมอบหมายให้ทนายเป็นคนเปิด คนเป็นพ่อและแม่มอบทุกอย่างให้อัยย์ผู้เป็นพี่สาวเพียงคนเดียว โดยอคินนั้นไม่ได้รับอะไรเลย เงื่อนไขในพินัยกรรม นั้นระบุไว้ว่า หากพี่สาวอย่าง อัยย์นั้นได้จากไปอย่างสงบ เมื่อนั้นล่ะคือวันที่อคินจะได้รับมรดกสืบทอดต่อ…
ด้วยความที่อคินนั้นยังเด็ก ถูกพ่อแม่ตามใจมาตลอด ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง ด้วยความเป็นลูกชายคนเดียวอีกทั้งยังเป็นลูกคนสุดท้องอีก พ่อแม่รักนักรักหนา เมื่อท่านทั้งสองจากไป อคินเองก็คงตั้งข้อสงสัยที่ว่า พ่อแม่รักเขามากขนาดนี้แต่ทำไมถึงยกทุกอย่างให้อัยย์ผู้เป็นพี่สาวเพียงคนเดียว….
“หึ…ตอบมาแค่คำเดียวจะให้หรือไม่ให้ สิบล้าน แล้วผมจะไม่มาให้พี่เห็นหน้าอีก เอาแบบไม่ต้องเผาผีกัน!”ผมค่อยๆ หันหน้ามาช้าๆ ลิ้นหนากระทุ้งเข้าที่กระพุ้งแก้มเพราะมือบางสร้างความเจ็บแสบเอาไว้ให้เขาหลังถูกเธอตบอย่างแรงจนหน้าหัน…
เฮือก!
“นายคิดดีแล้วใช่ไหมอคิน ที่นายพูดแบบนี้กับพี่”อัยย์จุกอยู่ในอกอย่างบอกใครไม่ได้อธิบายใครไม่ถูก ความเสียใจมันประดาเข้ามาในหัวใจของเธอจนยากที่จะได้รับการเยียวยา เธออยากบอกน้องชายของเธอเหลือเกิน ว่าเธอนั้นรักเขามากขนาดไหน ทุกอย่างที่เธอนั้นทำหลังจากพ่อแม่จากไป อัยย์ทำเพื่ออคินผู้เป็นน้องชายทั้งนั้น…
หากวันนึงเธอตายจากไปอีกคนนึงล่ะ อคินจะอยู่ได้อย่างไรหากเขายังไม่รู้จักโตเสียที…
“หึ…คิดดีมาตั้งนานล่ะ พี่อยากได้นักไม่ใช่รึไงกับไอ้สมบัติของพ่อแม่เนี่ย!”อคินก้าวเท้าหนาเข้ามาใกล้ๆ อัยย์ เขาโน้มใบหน้าลงมาพูดใกล้ๆ หน้าพี่สาวของตนจนลมหายใจที่ร้อนผ่าวตีเข้าหน้าของอัยย์
“งั้นนายก็ไปเลย จะไปตายที่ไหนก็ไป”อัยย์ข่มใจพูดคำตัดขาดออกไปอย่างจำยอม ดีเหมือนกันที่เธอตัดสินใจทำเช่นนี้ เพราะอย่างน้อยมันจะทำให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตด้วยตนเองบ้าง รอบข้างที่ไม่มีได้พ่อแม่ประคบประหงม หากวันนึงขาดเธอไปอีกสักคน อคินน้องชายเพียงคนเดียวของเธอจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป…
กรอด…
เสียงกัดฟันกรามของอคินดังขึ้นมา เพราะความโกรธที่พี่สาวตรงหน้าพูดคำที่เขานั้นไม่อยากได้ยินออกมา เอาจริงๆ อคินนั้นแอบหวังลึกๆ ว่าอัยย์จะต้องรั้งเขาเอาไว้ ยังไงเสียอัยย์ก็ไม่ยอมให้เขาออกจากบ้านหลังนี้ไปและไม่มีทางไล่เขาแน่ๆ ทว่าอคินกลับคิดผิด นอกจากอัยย์ไม่สนใจเขาแล้วเธอยังตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาอีก ต่อให้ไม่มีคำๆ นั้นแต่คำพูดที่ว่า จะไปตายที่ไหนก็ไปมันชัดเจนแล้วว่า พี่สาวคนนี้ของเขาไม่เอาเขาแล้ว
“พี่จะให้นายแค่ยี่สิบล้าน เงินหมดหัวซุกหัวซุนมายังไงพี่ก็ไม่ใจอ่อนให้นายเพิ่มหรอกนะ หากคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วล่ะก็ บินไปให้รอดตลอดฝั่งก็แล้วกัน” หลังจากที่อัยย์ร่ายยาวจนเสร็จสรรพเธอก็เดินจากไป ทิ้งอคินให้ยืนอยู่ข้างหลังทั้งๆ อย่างนั้น จนแผ่นหลังบางของเธอค่อยๆ หายลับจากสายตาของอคินไป
ตุ่บ!
“โธ่เว๊ย!”ร่างแกร่งทรุดฮวบลงนั่งคุกเขาอยู่ที่พื้น อคินสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ ทุกอย่างมันพังไปหมดแล้ว ด้วยอีโก้ที่สูงลิบลิ้ว ความเอาแต่ใจ ไม่ยอมคน อีกทั้งยังไม่เป็นฝ่ายก้มหัวให้ใครก่อนอีก นั่นล่ะคือ อคิน…