บทนำ
ไอน้ำสีขาวลอยขึ้นมาจากหม้อที่กำลังต้มน้ำเดือด น้ำใสจัดการเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้ตัวเองและคนรักของเธอในทุก ๆ เช้า ก่อนจะออกไปทำงาน
เธอจัดเตรียมจานชาม ตักข้าวสวย และกับข้าวไปเตรียมไว้บนโต๊ะทานอาหาร ก่อนจะเดินไปปลุกคนที่กำลังหลับอยู่
“พี่คะตื่นได้แล้ว”
“อืม ขออีกห้านาที” พูดงัวเงียก่อนพลิกตัวหนี
“ห้านาทีอะไรคะ มันจะสายแล้วเนี่ยเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดนะ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเวฟก็ได้” เขาไม่ได้สนใจตะแคงไปอีกข้างหันไปนอนต่อ น้ำใสทำได้เพียงถอนหายใจเบา ๆ วันนี้เธอคงต้องกินข้าวคนเดียวเพราะเมื่อคืนฟีนิกซ์คงโหมเล่นเกมต่อยันเช้าน่าจะพึ่งได้นอนไปไม่นาน
“ข้าวอยู่บนโต๊ะนะ”
“อืม” เขาทำเพียงเอื้อมตัวขึ้นหอมแก้มคนรักแล้วล้มลงนอนต่อ เขาทำแบบนี้หอมแก้มเธอก่อนออกไปทำงานเหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว
เกือบสี่ปีแล้วที่คบกันมา ความหวานอาจจะไม่ได้เหมือนเดิมเหมือนช่วงแรก แต่เราก็แทบจะไม่ทะเลาะกันเลย เรื่องของผู้หญิงเองก็ไม่เคยระแคะระคายมาเข้าหู ทำให้เธอสบายใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
จากความรักครั้งเก่าที่ทำให้หวาดระแวง ไม่กล้าไว้ใจใครง่าย ๆ แต่เขาก็ทำให้เธอกลับมาเชื่อใจใครได้อีกครั้ง เธอจึงไม่ต้องการอะไรมากในความสัมพันธ์ ขอแค่ซื่อสัตย์ต่อกันเท่านั้นพอ
“เค้าไปทำงานก่อนนะ”
“ตอนเย็นเจอกัน” พูดทั้งที่ตายังปิดอยู่ เมื่อคืนเขาคงเล่นเกมต่อจนดึกหลังจากที่เธอหลับไปแล้ว มันก็เป็นเช่นนั้นมาเสมอตั้งแต่คบกันเธอเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมันเป็นความชอบของเขา
Firaris Industry Co., Ltd.
(บริษัท ฟีราริส อินดัสทรี จำกัด)
ห้องประชุม 1
วันนี้เราจะมาสรุปยอดขายในสองไตรมาสแรกที่ผ่านมากันนะคะ…
น้ำใสเข้าประชุมเกี่ยวกับยอดขายในช่วงครึ่งปีแรก ไม่ใช่เพียงแค่ยอดจำหน่ายอะไหล่นำเข้าและผลิตเองที่ทีมเธอได้รับมอบหมาย แต่รวมไปถึงทีมที่ดูแลการส่งออกขายไปต่างประเทศและทีมทำหน้าทีดีลกับลูกค้าที่เป็นบริษัทจำหน่ายรถยนต์ที่มาผลิตชิ้นส่วนและประกอบกับทางบริษัทด้วย
น้ำใสรู้สึกว่าพวกเธอก็เป็นเพียงเซลล์ตัวเล็ก ๆ เพราะรายได้ส่วนใหญ่จากบริษัทยังคงมาจากการผลิตและประกอบรถยนต์ให้กับลูกค้า ฝ่ายขายทุกคนก็อยากไปอยู่ณ.จุดที่ดีลงานกับค่ายรถซึ่งโปรเจคใหญ่ที่พูดกันถึงจำนวนเงินหลักร้อยล้านขึ้นทั้งนั้นรายได้ต่อเดือนก็สูงกว่าเซลล์แบบเธอมาก แต่ไม่ใช่ว่าใครอยากทำก็ทำได้ต้องอาศัยประสบการณ์และความสามารถ บางคนต้องมีประสบการณ์10ปีค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นไป ความรับผิดชอบก็สูงพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เพราะความเสียหายไม่ได้พูดกันหลักล้าน แต่พูดถึงหลักร้อยล้านพันล้าน และถ้าดีลไม่สำเร็จก็จะเสียโอกาสทางรายได้ไป
น้ำใสทำงานตำแหน่งเซลล์ที่ต้องไปดูแลและหาลูกค้าที่ต่างจังหวัดมาเกือบสี่ปีแล้ว เธอเองก็อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นไปได้ก็อยากลองไปดีลโปรเจ็กใหญ่ ๆ สักครั้ง แต่กว่าจะถึงวันนั้นเธอต้องพยายามให้มากขึ้น
การประชุมอันแสนเคร่งเครียดได้ดำเนินการต่อไปกินเวลานานกว่าสามชั่วโมงแทบจะทั้งช่วงเช้าเลยก็ว่าได้
“หวังว่าทุกท่านจะทำให้ยอดขายของเราเติบโตขึ้นอีกในสองไตรมาสที่เหลือในครึ่งปีหลังนะคะ”
“มีใครมีข้อสงสัยอะไรจะซักถามไหมคะ” ผู้จัดการฝ่ายขายเอ่ยถาม
“หากไม่มีอะไรแล้วขอให้ทุกท่านแยกย้ายกันไปทำงานได้ค่ะ ส่วนหัวหน้าทีมเซลล์อะไหล่ให้อยู่ก่อนนะคะ สำหรับวันนี้ขอบคุณมากค่ะ”
หลังออกจากห้องประชุม น้ำใสก็ไปนั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองต่อ มีลูกค้าจำนวนมากที่ติดต่อเข้ามาหาเธอเพื่อขอใบเสนอราคาพวกอะไหล่รถยนต์ แน่นอนว่าเธอนั้นดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดีตอบทุกคำถามและให้คำปรึกษาได้ด้วยความจริงใจและความอัธยาศัยดีทำให้พวกเขาเหล่านั้นต่างพึงพอใจในการให้บริการของเธอ
“น้ำ” เสียงเรียกทำให้น้ำใสละสายตาจากงานมองไปยังคนที่เรียกชื่อเธอ
“ตามพี่มาที่ห้องมีตติ้งหน่อย” พี่เจี๊ยบที่พึ่งเลิกจากการประชุมเรียกให้หญิงสาวเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว ห้องนี้ใช้สำหรับประชุมเล็กสำหรับทีมที่มีที่นั่งสี่ถึงห้าคน
“มีอะไรเหรอพี่” ทั้งสองหย่อนกายลงบนเก้าอี้โดยที่เจี๊ยบนั้นเองก็มีทีท่าสบายทำให้น้ำใสไม่รู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องที่กำลังจะคุย
“พี่จะบอกว่ายอดขายทีมเราน่ะ น้ำทำยอดได้สูงที่สุดเลยนะ เมื่อกี้ก่อนจะออกจากห้องประชุมพี่คุยกับผู้จัดการให้ประเมินขึ้นเงินเดือนให้น้ำนะ แล้วก็คุยเรื่องปรับเลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าทีมใหม่ด้วย เพราะปีหน้าเห็นว่าจะขยายฐานลูกค้าเพิ่มอาจจะต้องเพิ่มฝ่ายขายเพื่อหาฐานลูกค้าใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย พี่คนเดียวดูแลอาจจะไม่ทั่วถึงน้ำโอเคไหม”
“โอเคสิคะพี่เจี๊ยบ” ฐานเงินเดือนขึ้น โอทีก็ขึ้น โบนัสก็จะขึ้นตาม มีตรงไหนที่เธอจะไม่โอเคกันล่ะ
“ดีไม่ดี อาจจะได้รับผิดชอบลูกค้าประจำรายใหญ่ด้วย” บริษัทหรือร้านซ่อมขนาดใหญ่ที่เปิดบริการไปทั่วประเทศ ร้านพวกนี้มียอดซื้อเป็นจำนวนมากและสม่ำเสมอ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรายได้และค่าคอมมิชชั่นเลย ได้เยอะและมั่นคงกว่าการออกหาลูกค้าตามร้านซ่อมเล็ก ๆ แน่นอน
“น้ำจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่เลยค่ะ"
“งั้นก็ขอให้รักษามาตรฐานตัวเองไว้นะ สิ้นปีขอให้ได้รับข่าวดี”
“ขอบคุณพี่เจี๊ยบมาก ๆ ค่ะ”
“ขอบคุณพี่ทำไม ทุกอย่างก็เป็นเพราะน้ำตั้งใจนั่นแหละ”
“แล้วก็งานงานจัดแสดงสินค้าชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ที่เชียงใหม่ปีนี้บริษัทของเราจะไปออกบูธด้วย จะเอาอะไหล่ที่เราผลิตได้เองไปจัดแสดง เราคิดว่าน่าจะได้ลูกค้าใหม่ ๆ จากคนที่มางานนี้ ทีมของเราได้ทำงานนี้ อาทิตย์หน้าน้ำกับพี่ต้องไปดูสถานที่ด้วยกันแล้วก็ต้องประมูลล็อกสำหรับตั้งบูธแข่งกับเจ้าอื่น แล้วเราก็ต้องไปเจอลูกค้าที่พี่นัดไว้ด้วย”
“งั้นน้ำจะเตรียมตัวไว้”
“อืม พี่ไม่มีอะไรแล้วกลับไปทำงานต่อเถอะ” น้ำใสกลับไปทำงานด้วยความสุข นี่แหละคือสิ่งที่คนตั้งใจทำงานหนักสมควรได้รับ
ในตอนเย็นน้ำใสแวะซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ต เธอเลือกซื้อของไปทำอาหาร เนื่องจากได้รับข่าวดีเธอควรให้รางวัลสำหรับความเหนื่อยเสียหน่อย
เธอเลือกซื้อเนื้ออย่างดีพร้อมกับไวน์แดงเพื่อดื่มฉลองในค่ำคืนนี้
เมื่อมาถึงคอนโดเธอจัดการเตรียมอาหารและส่งข้อความไปหาคนรักตอนนี้เขาคงจะอยู่ที่ร้านของตัวเอง ฟีนิกซ์เขามีร้านซ่อมรถและมีสนามแข่งที่เปิดร่วมกับเพื่อนสนิทอยู่ แม้จะเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่แต่เขาก็ไม่เคยเข้าไปทำงานที่นั่นเลยสักครั้ง
เธอก็ไม่รู้เหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร ที่เขาไม่ลงรอยกับพ่อตัวเอง เขาไม่เคยเอ่ยถึง ซึ่งเธอก็ไม่ซักไซร้ถามให้มากความ
แกร๊ก
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นพร้อมร่างใหญ่ที่เดินเข้ามา เขาทิ้งตัวลงบนโซฟากลางห้องนั่งเล่น พร้อมกับหยิบมือถือออกมาเล่นเกมโปรดเฉกเช่นเคย น้ำใสปล่อยให้เขาพักผ่อนไปเพราะคงทำงานที่ร้านหนักมาทั้งวันแล้ว
“พี่กลับมาแล้วเหรอ ไปอาบน้ำสิเดี๋ยวมากินข้าวด้วยกัน” เอ่ยถามขณะที่มือก็ยังวุ่นกับการจัดของที่ซื้อมาเข้าที่ และคิดว่าจะเตรียมทำอาหารเย็นนี้
“วันนี้จะทำอะไร” เดินมาด้านหลังคนรัก ชะโงกหน้ามองดูว่าคนรักทำอะไร
“จะทำสเต๊ก กินกับไวน์”
“แปลว่าวันนี้มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น”
“ทำไมรู้”
“เพราะพี่เป็นผัวเธอไง แล้วมีเรื่องดีเรื่องอะไรเล่าให้ฟังบ้างดิ” ความจริงน้ำใสชอบที่จะกินเนื้อในตอนที่ได้รับข่าวดี ถือว่าเป็นการให้รางวัลตัวเอง ในตอนเด็กเธอไม่มีแม้แต่จะมีโอกาสได้ลิ้มรถเนื้อราคาแพงแบบนี้ ครอบครัวเธอไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น แต่ตอนนี้ทำงานหาเงินเองได้แล้วก็อยากเติมเต็มความสุขในวัยเด็กที่ขาดหายไปบ้าง
“เดี๋ยวค่อยบอก ตอนนี้พี่ไปอาบน้ำก่อน” ดันตัวคนรักให้ไปอาบน้ำแต่เขากลับดึงเธอเข้าไปกอด เธอได้กลิ่นน้ำมันเครื่องปนเปกับกลิ่นน้ำหอมของเขา คงลงมือซ่อมรถเองอีกแน่นอน
“อาบด้วยกันหน่อย อยากให้ถูหลัง” ว่าทำเสียงอ้อน เขามักจะพูดอ้อนเธอเสมอเมื่ออยากได้บางอย่าง หรือต้องการให้เธอทำอะไรให้ แต่นอนว่าเธอก็ตามใจคนรักอยู่เสมอ
“แค่นั้นเหรอ” เอ่ยถามด้วยหน้าทะเล้น
“ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้จบแค่นั้น” ดวงตาคมคู่นั้นฉายแววความเจ้าเล่ห์เป็นประกาย หญิงสาวเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อยก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนจัดการปลดเปลื้องทุกอย่างออกจนเหลือเพียงร่างกายที่สวยได้รูป หน้าอกที่ใหญ่เอวคอดเล็ก สะโพกผายเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มที่กำลังมีความต้องการให้ตามเข้ามา
สองแขนแกร่งสวมกอดเข้ามาจากทางด้านหลัง ริมฝีปากหยักจรดลงบนผิวกายอันอ่อนนุ่มตรงหัวไหล่ของร่างบาง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดน้ำอุ่นให้ไหลรินทั้งสองร่าง
“ทำงานวันนี้เหนื่อยไหมคะ”
“เหนื่อยสิขอ เอา แรงหน่อย”
แผ่นฝ้าสีขาวปรากฏขึ้นบนแผ่นกระจกใส ไอน้ำอุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ความร้อนระอุของน้ำปะทะกับความร้อนจากร่างกายทำให้ห้องนี้ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิขึ้นไปอีก เมื่อร่างกายทั้งสองได้เชื่อมประสานกันจนไปถึงจุดสูงสุดของห้วงความรักก็ถึงเวลาสำหรับการดื่มฉลองในค่ำคืนนี้
น้ำใสจัดการยกจานเนื้อย่างมาวางบนโต๊ะพร้อมกับแก้ว และไวน์ที่หมักบ่มนับสิบปีจัดการวางให้เรียบร้อย
“สรุปมีข่าวดีอะไร”
“หัวหน้าบอกว่าสิ้นปีนี้จะมีการปรับเงินเดือนกับ ตำแหน่งให้ค่ะ”
“เรื่องแค่นี้เองเหรอ พี่ไปคุยกับเอชอาร์ก็ขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายได้สบายแล้ว ไม่ต้องรอประเมินตอนสิ้นปี โทรไปตอนนี้เลยยังได้”
“ไม่เอาหรอก เค้าชอบใช้ความสามารถ อยากรู้ว่าตัวเองจะเก่งได้แค่ไหน” ความจริงและเธอเบื่อกับการที่ถูกซุบซิบนินทามาตั้งแต่เข้าทำงาน เพราะเธอนั้นเป็นแฟนของฟีนิกซ์คนหลาย ๆ คนเลยมีข้อกังขาว่าเธอนั้นไม่ได้ใช้ความสามารถในการเข้าทำงานแต่ใช้เส้นสายเสียมากกว่า แต่เธอก็ไม่ปล่อยให้คนพวกนั้นต้องคิดไปเองนานเธอก็ฟาดด้วยยอดขายสูงที่สุดในทีมตั้งแต่ไตรมาสแรกที่เขามาทำงานและรักษามาตรฐานมาเสมอ
“น้ำเก่งอยู่แล้ว” จับมือคนรักขึ้นมาจูบ ก่อนที่เธอจะยิ้มกว้างออกมาด้วยความเขิน
แล้วในค่ำคืนนี้ก็ได้ผ่านไปอย่างมีความสุขเหมือนเช่นทุกวันความรักของทั้งสองมันราบเรียบไม่มีอะไรหวือหวา แต่น้ำใสก็รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ เมื่อเธอมองหน้าเขาเธอก็วาดฝันไปถึงการใช้ชีวิตในอนาคตร่วมกับเขา หวังว่าเราคงจะมีโอกาสสร้างครอบครัวด้วยกัน และหวังว่าเขาจะเป็นคนที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป....