ตอนที่ 1 จุดเปลี่ยนของชีวิต
ฉันเป็นนักเรียนทุนจนๆ คนหนึ่งที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาชั้นนำของเกาหลี พอเสร็จจากการเรียนฉันก็จะมาเป็นพนักงานร้านกาแฟเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อ จริงๆ เราก็ไม่ได้จนขนาดนั้นนะ แต่แค่มีกินมีใช้ก็พอแล้วแหละ วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาเหมือนทุกวัน ที่ฉันต้องมาทำงานที่ร้านกาแฟหลังเลิกเรียน ฉันนั่งมองแสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับไปผ่านกระจกใส
“อันนา” เสียงหนึ่งเรียกฉันทำให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์ทันที
“คะ ?” ฉันย้ายสายตามามองเจ้าของเสียง ทำให้คลายความตกใจไปทันที “เฮ้อ…พี่แฮซูนี่เอง”
ฉันหายถอดหายเฮือกใหญ่เพราะคิดว่าเป็นเจ้าของร้าน
“ก็พี่น่ะสิ… มัวแต่ใจลอยอยู่นั่นเดี๋ยวก็โดนเจ้าของร้านดุหรอก” พี่แฮซูเอ็ดฉันพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ พี่แฮซูเป็นลูกค้าเจ้าประจำของที่นี่เลยแหละแถมยังเป็นรุ่นพี่เคารพของฉันอีกด้วย “พี่เอาเหมือนเดิมนะ”
“คาปูชีโน ใส่นมเยอะๆ ใช่ไหมคะ?” ฉันถามรุ่นพี่ให้แน่ใจ
“ใช่แล้วครับ”
ฉันหันไปสั่งบาร์เรสต้าของที่นี่ก่อนจะคิดเงินให้รุ่นพี่ “นี่ค่ะ คาปูชีโน่ 5000 วอนค่ะ” ฉันยื่นถ้วยกาแฟของพี่แฮซู
ก่อนจะรับเงินมา “ขอบคุณนะคะ”
“เออ…วันนี้เราได้ไปกินเลี้ยงกับรุ่นพี่ไหม ?” รุ่นพี่ถามฉัน นั่นสิ…เกือบลืมไปเลยว่าคืนนี้ต้องไปกินเลี้ยงกับรุ่นพี่แต่คงไม่ได้ไปตามเคย “คงไม่ได้ไปค่ะ ตอนค่ำๆ อันนาต้องช่วยพ่อขายบะหมี่ด้วย”
“อ้อ น่าเสียดายจังเลยเนอะ” พี่แฮซูทำหน้าซึมๆ
“ขาดอันนาไปคนเดียวก็ไม่หมดสนุกหรอกค่ะ ยังมีสาวๆ ในคณะอีกเพียบเลยนะ”
“แต่ไม่เหมือนอันนานิ…”
ไม่เหมือนฉันพี่แฮซูหมายความว่ายังไง? ดวงตากลมปรากฏความสงสัยมองไปที่ชายร่างสูง พี่แฮซูหัวเราะแห้งๆ ออกมา “เออ… ไม่มีไรหรอกพี่ไปก่อนนะ รบกวนเวลางานของเรามามากแล้ว”
“ขอให้สนุกนะคะรุ่นพี่” ฉันก้มหัวคำนับทำความเคารพรุ่นพี่และมองตามเขาจะเดินออกจากร้านไป
ร้านขายบะหมี่
ฉันเดินเขาร้านขายบะหมี่ของตัวเองก็ต้องผงะที่เห็นเพื่อนสนิทนั่งรออยู่กับลูกค้าคนอื่นๆ พร้อมกับนั่งซู้ดบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อย ฉันมองไปที่มันด้วยสายตาขุ่นเชิงบอกว่า มันมาทำอะไรที่นี่ ?
“เฮ้! เพื่อนรัก” ไอ้แจ็คโบกมือทักทายฉัน เหมือนกับมันเป็นเจ้าของร้านซะเอง “มานั่งนี่เร็ว เพื่อน”
นี่มันร้านตรูนะโว้ย… ทำเหมือนตัวเองเป็นตัวเองเป็นเจ้าของร้านไปได้ ฉันหันไปถามพ่ออย่างงุนงง “พ่อ ไอ้แจ็คมันมาทำไม?”
“แจ็คสัน มารอลูกตั้งนานแล้วแหละพ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่สั่งบะหมี่มาสามจานแล้ว” พ่อตอบกลับพลางหันมองไปที่ไอ้ปลิงดูดเลือด
“สั่งเยอะแต่ไม่เคยจ่ายตังค์! เดี๋ยวหนูไปคุยกับมันเอง” ฉันกำลังเดินไปหน้าหามันอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่พ่อก็มาจับแขนฉันเอาไว้แน่นเสียก่อน
“แจ็คสันก็เป็นเพื่อนลูกตั้งแต่เด็กๆ แค่นี้ไม่เป็นไรหรอกลูก” พ่อก็ยังดีใจเหมือนเดิม
“ใช่ครับพ่อ !!!” เสียงไอ้ปลิงตะโกนขึ้นอย่างน่ามั่นไส้ พ่อก็เข้าข้างยิ่งกว่าลูกตัวเองอีก…
ฉันเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ “แล้วนี่แกมาทำไม ?”
“มาชวนแกไปงานกินเลี้ยงกับรุ่นพี่ไง” ไอ้ปลิงพูดกับฉันก่อนจะซู้ดบะหมี่เข้าปากอีกคำ
ฉันจิกหัวมันแรงๆ อย่างเคยชินกับนิสัยน่าหมั่นไส้ของมันก่อนจะตะโกนดังๆ ใส่หู “นี่แกยังจะกินอีกเหรอวะ ? ไอ้ตะกละ!!!”
“โอ้ยๆๆๆ เจ็บนะโว้ย” ไอ้ปลิงดิ้นพล่านร้องเสียงหลง ฉันค่อยๆ คลายมือเล็กออกจากหัวของมัน “ฉันจะมาชวนแก ออกไปสนุกบ้างดิวะ”
“ไม่เอาอ่ะ แกก็รู้ฉันต้องช่วยพ่อขายบะหมี่”
“แต่ถ้าแกไปงานนี้ แกต้องโดนรุ่นพี่หมั่นไส้หลายคนแน่เข้าใจไหมไอ้อันนา ?”
ที่ไอ้แจ็คมันพูดก็ถูก สำหรับเฟรชชี่เรื่องไปกินเลี้ยงกับรุ่นพี่ถือว่าเป็นการให้ความเคารพ ไม่ไปแบบนี้ตอนไปเรียนเราต้องโดนด่าแหงๆ เลย
“แต่ฉันไม่อยากอยากไปนิ…ฉันอยากช่วยพ่อมากกว่า” ขณะที่ฉันพูดกับไอแจ็ค พ่อก็ตะโกนขึ้นมาทันที
“อันนาไม่เป็นไรหรอกลูก พ่อขายเองได้ไปกับแจ็คสันเถอะ”
“แต่พ่อ…”
“ไม่ต้องแต่เร็วลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พ่ออนุญาตแล้ว” พ่อพูดตัดบทไล่ฉันไปทันที
แจ็คสันยิ้มกว้างและรีบดึงฉันให้ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า “เออๆ ไปก็ได้วะ”
ผับแห่งหนึ่ง
ฉันเดินเข้าไปในผับอย่างงงๆ เสียงเพลงดังอึกทึกครึกโครม ผู้คนต่างเต้นไปตามจังหวะของเพลง EDM ผู้หญิงแต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อยผิดกับฉันที่ใส่กางเกงยีนเสื้อแขนยาวและรองเท้าผ้าใบ ทุกสิ่งในนี้มันแปลกใหม่สำหรับฉันมากเพราะมันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เข้ามาในผับ
“แค่กินเลี้ยงทำไมต้องมาที่ผับด้วยวะ ไอ้แจ็ค?” ฉันตะโกนถามข้างหูเพื่อนสนิทเนื่องจากเสียงดัง
“มหาลัยเราดังใช่ไหม?” แจ็คสันถามฉันกลับ
“อื้ม”
“แล้วก็มีแต่คนรวยๆ ใช่ไหม?”
“ใช่”
“นั่นแหละคือเหตุผล ที่เขาไม่มากินที่ร้านข้างทางแบบพวกเรา”
“เออ…นั่นสิเนอะ” ฉันรู้สึกว่าตัวเองตามอะไรไม่ค่อยทันเลย มหาลัยของฉันส่วนใหญ่ก็มีแต่ลูกคนรวยมีแต่ฉันกับไอ้แจ็คนี่แหละที่ฐานะพอๆ กัน “ไปเหอะเดี๋ยวรุ่นพี่จะรอกันนาน”
ฉันเดินตามแจ็คสันไม่ห่างเพราะมันก็เคยเข้าผับมาบ้างแล้ว แจ็คสันพาฉันมาที่โต๊ะของพวกรุ่นพี่ที่วางเหล้าอยู่เต็มโต๊ะ กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งอยู่เต็มไปหมด
“สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ รุ่นพี่” ฉันกับแจ็คสันโค้งคำนับรุ่นพี่ที่กำลังนั่งดื่มกันอยู่ พี่แฮซูก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
“อ้าว…อันนาไหนว่าไม่มาไง ?” พี่แฮซูถามฉัน
“ก็ไอ้แจ็คสันน่ะสิคะ มันคาดคั้นให้มันจนต้องมาจนได้” ฉันมองไปที่ไอ้ตัวปัญหาอย่างค้อนๆ
“แค่มาพี่ก็ดีใจแล้ว ทั้งสองคนนั่งก่อนเลยจะเอาอะไรก็บอกพี่เลย” แฮซูหัวเราะเบาๆ
“ครับ/ค่ะ” ฉันกับไอ้แจ็คสันนั่งลงที่เก้าอี้ว่าง ฉันกระซิบถามคนข้างๆ “แจ็คที่นี่มันมีอะไรให้กินอ่ะ ?”
“ก็มีเหล้า เบียร์ ค็อกเทลประมาณนั้น อาหารก็คงมีนิดหน่อยมั้ง” แจ็คสันอธิบายอย่างคล่องแคล่ว แหงสิมันมาเที่ยวบ่อยนิ พ่อนักท่องราตรี “แล้วน้ำเปล่ามีไหมอ่ะ ?”
“อันนา…” แจ็คสันเรียกชื่อฉันอย่างเอือมๆ เหมือนฉันพูดอะไรผิด “ ไอ้บ้า! ใครมาผับแล้วกินน้ำเปล่าวะ”
“ก็ฉันไง” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ กินน้ำเปล่าก็ผิดก็คนมันไม่รู้นิหว่า….
“สองคนนี้เถียงอะไรกันอยู่เนี้ย ?” รุ่นพี่ผู้ชายในโต๊ะถามฉันกับแจ็คสัน
“เปล่าคะ…ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธทันที ฉันไม่อยากให้พวกรุ่นพี่รู้ว่าฉันพึ่งเข้าผับครั้งแรก
“เอ้านี่คอลเทลของทั้งสองคน” รุ่นพี่ยืนแก้วมาให้พวกเราสองคน “พี่เห็นพวกเรานั่งเถียงกันไม่สั่งสักทีพี่เลยสั่งให้
“ขอบคุณนะครับรุ่นพี่” แจ็คสันยื่นมือไปรับทันทีก่อนที่สะกิดบอกฉัน “หยิบสิ… อันนารุ่นพี่เข้ายื่นแก้วมาให้แล้ว”
ฉันไม่กินเหล้าน่ะสิ กินว่าไม่เป็นหรือเรียกอีกอย่างว่าไม่เคยกินเลยต่างหาก ค็อกเทลนี่คืออะไรนะ ? ฉันจำยอมรับแก้วค็อกเทลจากรุ่นพี่ ว่าแต่สีสันมันก็สวยน่ากินดีนะรับไว้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
“อันนาแกเห็นผู้ชายคนนั้น เปล่าวะ?” จู่ๆ ไอ้แจ็คสะกิดฉันให้ดูอะไรสักอย่าง
“อะไรของแกวะ?” ฉันหันไปมองตามมัน
“นั่นไง ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนั้น หล่อๆ ไง โคตรเท่เลยวะ” ตาของไอ้แจ็คเป็นประกายเหมือนเจอไอดอลยังไงยังงั้น
ฉันพยายามมองหาคนที่มองบอก และแล้วก็เจอคนๆ นั้นจนได้ ฉันหันไปสบสายตาของเขาพอดี ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกกำลังหยุดหมุน เขาหล่อเหมือนที่ไอ้แจ็คพูดจริงๆ ทั้งตาที่คม จมูกเป็นสัน ริมฝีปากบางๆ นั้นมันดึงดูดสายตาของฉันเหลือเกิน…
“อันนา !!!” เสียงใหญ่ตะโกนเข้าหูฉันจนสะดุ้งหันไปหาคนตะโกนทันที
“ตะโกนทำไมวะ ?” ฉันยกมือขึ้นมาจับหูอื้อของตัวเอง
“ก็แกมองเขาจนจะกลืนกินเขาไปทั้งตัวอยู่แล้ว” แจ็คสันกระแนะกระแหน่ฉัน
“ใครมอง…? ก็งั้นๆ แหละ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย” ฉันรีบหาคำมาแก้ตัวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“แหม่… ไม่มองเลยครับ” ไอ้ปลิงกลอกตามองบน
“ใครมอง ไม่มี๊!!!” ฉันรีบปฏิเสธ ตาเหลือบไปมองแก้วค็อกเทลของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันเอื้อมมือถือแก้วค็อกเทลขึ้นมากระดกเข้าปากทันทีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เสียงรุ่นพี่กับรุ่นน้องคุยกันหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่ผิดทำฉันที่รู้สึกแปลกๆ กับตัวเอง มึนๆ งงๆ ไปหมด ยังมีเสียงดนตรีที่ดังจนรู้สึกปวดแก้วหูอีก ทำไมมันร้อนวูบวาบอยู่ในอกแบบนี้นะ… ร้อนไม่ไหวแล้วอ่ะ… ฉันปลดกระดุมเสื้อของตัวเองลงเม็ดหนึ่ง รู้สึกเหมือนเหงื่อออกไปท่วมตัวแล้วเนี่ย
“อันนาแกเป็นอะไรเปล่าวะ ?” แจ็คสันหันมาถาม เมื่อเห็นเห็นท่าทางของฉันดูแปลกๆ
“รู้สึกร้อนๆ ว่ะ… ฉันคงเมา” ฉันลุกขึ้นทันที อยากเดินออกไปรับลมข้างนอก
“เฮ้ย! ไปไหนวะ” แจ็คสันดึงฉันเอาไว้
“จะออกไปรับลมข้างนอกอ่ะ อยู่ในนี้อึดอัด” ฉันหันไปมองคนที่รั้งแขนฉันเอาไว้
“งั้นฉันไปด้วย ผู้หญิงออกไปคนเดียวมันอันตราย” ไอ้แจ็คลุกขึ้นจะตามฉันออกไป
“แกไม่ต้องไปหรอก ไปแค่หน้าผับเองแป๊บเดียวน่า…” ฉันหันไปห้ามมันไว้ก่อน ไม่อยากให้มันไปวุ่นวาย
“เออๆ รีบไปรีบมานะโว้ย” แจ็คสันเห็นท่าทีรำคาญใจของฉัน ก็ค่อยๆ ปล่อยมือที่จับแขนออก
“อื้อ” ฉันพยักหน้าและรีบเดินออกไปจากผับ