EP01
EP01
“มิ้นเก็บของเร็วๆ สิ ไปกินข้าวกัน”
มินตรา...สวยสวยนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อ พวงแก้มปลั่งมีสีเลือดฝาด ผมยาวดำขลับสยายเต็มแผ่นหลังพลิ้วไหวชวนมอง หญิงสาวละสายตาจากกองเอกสาร แล้วส่งยิ้มให้กับธนัช...เพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียน ชายหนุ่มมีฐานะเป็นถึงน้องชายของประธานบริษัทส่งออกและนำเข้าอัญมณี รายใหญ่ของเอเชียและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งก็คือเจ้านายของหญิงสาวนั่นเอง มินตราเก็บเอกสารสำคัญใส่ในลิ้นชักปิดกุญแจเรียบร้อย ทุกอิริยาบทของเธอธนัชเก็บทุกรายละเอียด ชายหนุ่มหลงรักเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง แต่มินตราไม่เคยมองเขาในฐานะอื่นใดนอกเหนือไปจาก 'เพื่อนสนิท'
“มิ้นยังมีงานเหลืออีกเพียบเลยแม็กซ์ ถ้ามิ้นเบี้ยวนี่แม็กซ์จะงอนมิ้นไหม”
มินตราแกล้งลองเชิง ธนัชยิ้มตอบแม้จะไม่สดใส แต่เขาก็ไม่อยากให้มินตราลำบากใจ หญิงสาวหลุดยิ้ม พร้อมกับหยิบกระเป๋าสะพายที่ไหล่ ชายหนุ่มจึงถึงบางอ้อว่าเขาโดนอำเสียแล้ว
“นานๆ ทีมิ้นจะมีเศรษฐีเป็นเจ้ามือสักครั้งหนึ่งจะยอมพลาดได้เหรอ”
“อย่าเลยมิ้น แม็กซ์น่ะเป็นเจ้ามือให้มิ้นได้ทุกวันนะ แต่มิ้นน่ะปฏิเสธมาตลอด”
มินตราไม่อยากให้ธนัชคิดว่าเธอให้ความหวัง หญิงสาวจึงพยายามไม่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ และที่สำคัญ...เธอไม่ใข่คนโสดที่จะทำตัวสนิทสนมไปไหนมาไหนกับผู้ชายสองต่อสอง
หญิงสาวเดินเคียงคู่ไปกับชายหนุ่ม ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองมาอย่างชื่นชมและคิดว่าคู่นี้คงไม่แคล้วกัน แต่ก็มีอีกหลายตาไม่น้อยที่มองแล้วเบะปากอิจฉาริษยา เพราะมินตรานั้นเกิดมาวาสนาดี นอกจากธนัชแล้ว พี่ชายของชายหนุ่มก็สนใจในตัวหญิงสาวไม่เบา
“วันนี้ไปกินอะไรกันดี”
มินตราเอ่ยถาม หลังจากทั้งคู่เข้ามานั่งบนรถ วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเพราะธนัชได้บอกล่วงหน้าไว้หลายวันแล้วว่าเขาจะมารับ มินตราคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จก็หันมองหน้าเพื่อนรอคำตอบ แต่ชายหนุ่มกลับเล่นตัวขออุบไว้ก่อน กว่าทั้งคู่ฝ่าฟันรถราที่ติดหนักพอสมควรจนถึงบ้านของธนัชก็เกือบสองทุ่ม
“เอ่อ ทำไมไม่บอกก่อนล่ะว่าจะมากินข้าวที่บ้านแม็กซ์”
“บอกแล้วมิ้นจะมาเหรอ คุณแม่ท่านบ่นคิดถึงน่ะ”
“มาสิ มิ้นจะได้แต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้”
มินตราก้มมองดูชุดที่เธอสวมใส่ เดรสสีดำรัดรูปเห็นสัดส่วนและองค์เอว แม้จะมีเสื้อคลุมตัวจ้อยอีกตัว แต่มันก็ดูไม่งามในสายตาผู้ใหญ่
“นี่ก็เรียบร้อย เรียบร้อยแบบเซ็กซี่ แม็กซ์ชอบ”
ธนัชพูดจบก็เปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้กับมินตรา หญิงสาวเดินลงจากรถ ก่อนจะดึงกระโปรงลงอีกนิด ขาดความมั่นใจไปเลยทีเดียว แม้จะไม่ใช่คนเรียบร้อยมากมายแต่ก็รู้จักกาลเทศะ ธนัชพยักหน้าให้เพื่อนพร้อมกับยื่นแขนออกไปให้เธอควงเดินไปด้วยกัน มินตราได้แต่ตีเพี๊ยะก่อนจะเดินนำหน้าเขาไป ธนัชได้แต่ยืนส่ายศีรษะแล้วเดินตามเธอเข้าไปอีกคน
ครอบครัวอิทธิตระกูลเป็นครอบครัวใหญ่ บ้านเครือญาติปลูกรวมอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน บ้านหลังใหญ่สุดและเป็นจุดศูนย์รวมคือคฤหาสน์ตรงหน้า มินตราหยุดยืนมองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างลืมตัว มินตราหันมายิ้มแล้วตีที่ต้นแขนเพื่อน ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านของเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์หลังโตด้วยความคุ้นชิน เพราะเมื่อก่อนเธอเคยมาที่นี่บ่อยๆ
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
มินตราพนมมือไหว้มารดาของเขาอย่างอ่อนหวาน นางกรองแก้วเดินเข้ามาหาแล้วสวมกอดด้วยความคิดถึง ธนัชเห็นดังนั้นก็เข้าไปกอดหญิงสาวกับมารดาด้วย แต่ก็โดนมารดาตีเข้าให้
“คุณแม่ลำเอียง ทำไมคุณแม่กอดมิ้นได้ล่ะ แม็กซ์ไม่ยอมนะครับ” สองสาวต่างรุ่นหัวเราะให้กัน
“ไม่มาหาแม่เลยนะหนูมิ้น แม่ละเงียบเหงาและคิดถึงหนูมาก เห็นแม็กซ์เล่าให้ฟังว่าหนูงานยุ่งตลอด ที่บริษัทงานยุ่งเหรอลูก หรือตาอิทใช้งานหนูหนักไป”
“นิดหน่อยค่ะคุณแม่ ช่วงนี้ท่านประธานไปต่างประเทศบ่อยๆ ค่ะ งานที่เมืองไทยเลยวุ่นเล็กน้อย เพราะมิ้นต้องติดต่อประสานงานกับท่านตลอดเวลาค่ะ”
“โห นี่มิ้นกลัวพี่อิทขนาดกลับมาบ้านแล้วก็ยังเรียกท่านประธานติดปากเลยเหรอ พี่อิทดุไหมมิ้นถามจริงๆ เถอะ”
มินตราได้แต่ยิ้ม มือบางช่วยมารดาของเขาตั้งโต๊ะอาหาร ส่วนธนัชนั้นได้แต่หยิบนั่นนี่กิน ถึงจะโดนตีมือไปบ้างแต่ก็ไม่ยอมหยุด
“คุณพ่อล่ะครับ”
“ออกรอบที่เขาใหญ่น่ะวันนี้”
“ไดร์ฟกอล์ฟจริงเหรอครับคุณแม่ หรือไปทำอะไรหนอ”
ธนัชแซวมารดา มินตราไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือจริง หญิงสาวเลือกที่จะหันไปทำอย่างอื่นแทน เธอบรรจงตกแต่งจานผลไม้จนเสร็จแล้วให้เด็กช่วยยกออกมา โดยเธอก็เดินตามมาด้วยปล่อยให้สองแม่ลูกเขาคุยกัน มองภาพถ่ายในบ้านไม่มีส่วนไหนเปลี่ยนไป หญิงสาวเดินเข้าไปหยิบกรอบรูปอันหนึ่งขึ้นมาดูใกล้ๆ เด็กชายที่กำลังร้องไห้อยู่นั้นคงเป็นธนัช อีกคนหนึ่งที่ยิ้มอวดฟันขาวหล่อนั้น คงจะเป็นใครไปไม่ได้หากไม่ใช่อิทธิกุล อิทธิตระกูล...ท่านประธานของเธอ หญิงสาวปรายมองอีกหลายภาพที่ ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเขาหล่อตั้งแต่เด็ก มินตรายืนอมยิ้มมองไล่ทุกรูปพลางเลื่อนิ้วลูบไล้เบาๆ บนภาพเหล่านั้น
“แอบแต๊ะอั๋งเขาเหรอมิ้น”
ธนัชเดินมาทางด้านหลัง ชะโงกหน้ามองและเอ่ยถาม ทำให้มินตราตกใจเกือบทำภาพหล่นดีที่เขาคว้าไว้ทัน นางกรองแก้วเดินออกมาพอดีแต่นัยน์ตาท่านแดงก่ำ แค่นี้มินตราก็รู้ได้ว่าครอบครัวของธนัชคงมีปัญหาบางอย่าง แต่หญิงสาวเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แทน
“บ้าจริงแม็กซ์ มาเงียบๆ มิ้นก็ตกใจหมดสิ เดี๋ยวจะฟ้องคุณแม่ว่าแม็กซ์แกล้งมิ้น”
นางกรองแก้วมองสองหนุ่มสาวแล้วพลอยยิ้ม อย่างน้อยก็ทำให้ใจนางสดชื่นขึ้นมาบ้างที่เห็นรอยยิ้มของบุตรชาย เพราะธนัชนั้นก็เครียดเรื่องบิดาไม่แพ้นาง เครียดจนแทบบ้ากับบรรดาอีหนูที่ประมุขของบ้านเลี้ยงไว้เต็มบ้านเต็มเมือง