ตอนที่1เบลินดา
ณ คฤหาสน์สุวรรณวิริยะ
“นี่เบลล์ ฉันขอน้ำหน่อย เร็วๆ ด้วยล่ะ อย่ามัวชักช้า”เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งวัย 26 ปี เธอมีชื่อว่า อรอุมา สุวรรณวิริยะ เธอนั่งอยู่บนโซฟาหรูภายในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่โต อรอุมาแต่งตัวดูดี ซึ่งขัดกับคนที่เธอกำลังเรียกใช้งาน
“ค่ะ พี่อร"หญิงสาวที่ดูอายุน้อยกว่าเธอขานรับคำร้องขอ ราวกับสถานะของบ่าวและนายอย่างไรอย่างนั้น
สวัสดีค่ะ เบลินดาค่ะ เบลินดา สุวรรณวิริยะ อายุ24ปี เบลล์เป็นน้องสาวของพี่อรค่ะ แต่เราสองคนนั้นไม่ได้เป็นพี่น้องกันโดยสายเลือดหรอกนะคะ พี่อรเป็นลูกติดของ เนตรนภา สุวรรณวิระยะ ภรรยาใหม่ของ ปริณ สุวรรณวิระยะ พ่อแท้ๆ ของเบลินดา ซึ่งแม่ที่ให้กำเนิดเบลินดามานั้น เธอได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เบลินดามีอายุได้เพียง4ขวบ
การแต่งงานใหม่ระหว่าง ปริณและเนตรนภาจึงเกิดขึ้นมา ท่ามกลางเสียงติฉินนินทาของชาวบ้าน ทว่าใครจะสน ศพภรรยาเก่าไม่ทันจะได้เผา คนอย่างปริณก็พาเมียใหม่พร้อมลูกติดเข้ามาเป็นใหญ่ภายในบ้าน
ซึ่งการแต่งงานใหม่นี้ เปลี่ยนชีวิตของเบลินดาไปตลอดกาล จากเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาเป็นอย่างดี หลังสูญเสียหญิงผู้เป็นแม่ไป ชะตาของเธอกลับตาลปัตร ดุจดั่ง สวรรค์สาป นรกส่ง เธอถูกเลี้ยงมาเยี่ยงคนใช้ ทั้งๆ ที่เธอนั้นเป็นลูกสาวแท้ๆ โดยสายเลือดของ สุวรรณวิระยะ แต่กลับถูกมองว่าไร้ค่า ยิ่งปริณคนเป็นพ่อนั้น ยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่เคยรักเธอเลยด้วยซ้ำ เขารักอรอุมา ที่เป็นลูกติดของภรรยาใหม่มากกว่าเธอเสียอีก
อรอุมา ซึ่งมีอายุมากกว่าเธอเพียงสองปี ทำให้เธอนั้นตกเป็นพี่สาวของเธอไปโดยปริยาย อรอุมาไม่ชอบเบลินดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นไม่แปลกที่อรอุมาจะคอยกลั่นแกล้งเบลินดาอยู่เสมอๆ
จากอายุ4ขวบมาจนตอนนี้ เบลินดาเติบโตมาในฐานะคนใช้ของบ้าน ไม่ใช่ลูกสาวในสายเลือด สิ่งเดียวที่ยังครองการเป็นทายาทอยู่คือ นามสกุลสุวรรณวิระยะ
“เร็วๆ ด้วย เดินยืดยาดอยู่ได้”อรอุมาเริ่มขมวดคิ้วพร้อมกับตวาดเสียงดังลั่นออกไป ใส่ร่างบางผอมแห้งของเบลินดาที่กำลังเดินตรงไปยังห้องครัว เพื่อหยิบน้ำมาให้อรอุมาตามคำสั่ง
ตึกตึกตึก…
“นี่ค่ะพี่อร”เบลินดายื่นแก้วน้ำส่งให้อรอุมาที่สาดสายตาไม่พอใจมาทางเธอ
หมับบบ!
“ชักช้า ฉันหิวน้ำจะตายอยู่แล้ว”มือบางโดยเล็บมือทั้งสิบถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงสด ข้างนึงของอรอุมายื่นไปหยิบแก้วน้ำจากมือบางของเบลินดาด้วยความหยาบคาย
“ขอโทษค่ะ”แม้ว่าจะไม่ได้ผิด แต่เบลินดาก็ต้องพูดคำว่า ขอโทษ อยู่เสมอ เพราะมันจะสามารถลดโทษลงไปได้เยอะเลยทีเดียว
“ออกไปได้แล้ว มายืนค้ำหัวฉันอยู่ได้ จะไปไหนก็ไป”
“ค่ะ”
เบลินดาโน้มร่างบางลงมา หลบสายตาด้วยความกลัว ก่อนจะรีบเดินจากไปในทันที
คลืดดด…คลืดดด
“อ้าว…พี่เบรย์…มาหาคุณพ่อเหรอคะ”เบลินดาที่กำลังกวาดใบไม้ใบหญ้าอยู่หน้าคฤหาสน์หลังหรูของตระกูลอยู่เพลินๆ ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงของรถหรูถูกขับเข้ามาจอด และนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ เบรย์เดน โจนส์ นักธุรกิจหนุ่มวัย 29ปี ที่เติบโตมากับเบลินดา เบรย์เดนนั้นเเอบชอบเบลินมามาตั้งแต่เบลินดาเด็กๆ แล้ว เขารู้เห็นชีวิตที่แสนบัดซบของเธอมาโดยตลอด ทว่าเขานั้นก็ทำอะไรไม่ได้ในตอนนั้น เนื่องจากทั้งสองยังเด็กกันมากๆ
โดยเบรย์เดนนั้นให้คำมั่นสัญญากับเบลินดาว่า เขาจะเป็นคนพาเบลินดาออกมาจากนรกขุมนี้ให้จงได้ และสิ่งเดียวที่เบรย์เดนจะสามารถช่วยเบลินดาออกมาจากบ้านหลังนี้ได้ นั่นก็คือ การแต่งงาน เขานั้นต้องการสู่ขอเธอมาเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขา พอถึงตอนนั้นเบลินดาก็ต้องย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ และนั่นคือหนทางแห่งการหมดทุกข์สำหรับเธอ
“อืม…คุณลุงนัดพี่กับครอบครัวมาคุยเรื่องงานแต่งงานน่ะ เบลล์ก็เข้าไปด้วยกันสิ เพราะมันเป็นเรื่องของเราสองกันนะ”เบรย์เดนหยุดยืนคุยอยู่กับเบลินดาที่มือบางทั้งสองข้างของเธอนั้นจับกุมไม้กวาดทางมะพร้าวอยู่ เขาแต่งสูทดูดีเสมอในสายตาของเบลินดา
ขวับบบ!
“คุณลุงคุณป้า สวัสดีค่ะ”เบลินดาหันไปตามเสียง ก่อนจะพบเข้ากับรถหรูอีกคันที่ถูกขับเข้ามาจอดต่อกับท้ายรถของเบรย์เดนที่ถูกขับเข้ามาจอดสนิทอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเขาคือพ่อและแม่ของเบรย์เดนนั่นเอง
“ไหว้พระเถอะจ้ะ”จินดาแม่ของเบรย์เดนรับไหว้จากเบลินดา พร้อมกับยิ้มให้เธอด้วยความรักและความเอ็นดูจากใจจริง
“หนูเบลล์ สบายดีนะ”เสียงของโอลิเวอร์ พ่อของเบรย์เดนดังตามหลังมาติดๆ
“ค่ะคุณลุง…รีบเข้าไปข้างในเถอะค่ะ…คุณพ่อน่าจะรอแล้ว”เบลินดาผายมือ
“หนูก็เข้าไปกับพวกเราด้วยสิจ้ะ มันเป็นธุระของหนูด้วยนะ”จินดาเสริม
“อย่าเลยดีกว่าค่ะคุณน้า…คุณพ่อยังไม่ได้เรียกเบลล์เลยค่ะ เบลล์กลัว”เบลินดาพูดด้วยใบหน้าที่ตอบลง
“เฮ้อ…เอางั้นก็ได้จ้ะ แต่อีกเดี๋ยวเดียว คุณปริณต้องให้คนมาตามหนูแน่ๆ …งั้นไว้เราเจอกันข้างในนะ”จินดาทำอะไรไม่ได้ นอกจากเออออไปตามนั้น เพราะไม่อยากทำให้เบลินดานั้นรู้สึกไม่สบายใจ
“ค่ะ…เชิญค่ะ”
ถึงแม้ว่าเบลินดาจะไม่ได้เข้าไปข้างในด้วย หมายถึงการพูดคุยเรื่องธุระนะ เนื่องจากยังไม่ได้มีคำสั่งของปริณผู้เป็นพ่อ เบลินดาจึงทำได้เพียงแค่นำทางคนทั้งสามให้เดินตามเธอไป เข้าไปยังตัวบ้านยังห้องนั่งเล่นที่ปริณนั้นนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เดี๋ยว!”
เมื่อทุกคนเดินเข้ามานั่งประจำที่ของตัวเองจนครบแล้ว มีปริณนั่งอยู่ตรงโซฟาตัวใหญ่ยาวตรงกลางบ้าน ข้างๆ กันมีเนตรนภาและอรอุมานั่งเรียงชิดติดกัน พ่อแม่ลูก (เลี้ยง) ส่วนโอลิเวอร์และจินดานั่งอยู่ฝั่งโซฟาตรงกันข้าม และเบรย์เดนนั่งแยกเดี่ยวออกมาที่โซฟาตัวเล็กสำหรับคนๆ เดียวนั่ง
ก่อนที่เบลินดาจะเดินจากไป เสียงของคนเป็นพ่ออย่างปริณก็ดังแทรกขึ้นมา จนฝีเท้าบางถึงกับต้องชะงัก
ขวับบบ!
“คะ…”เบลินดาหันมาตามเสียงของผู้เป็นพ่อ โดยที่เธอนั้นมีทีท่าที่สำรวมและกลัวเฉกเช่นในทุกๆ วัน
“ไหนๆ แกก็มาแล้ว นั่งสิ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับแกด้วย”ปริณอธิบาย จนเบรย์เดนนั้นเผลอยิ้มออกมา เพราะแน่นอนว่าเรื่องการแต่งงานนั้น มันคือเขาและเธอ ไม่แปลกใจที่เบลินดาจะต้องอยู่ฟังในการสนทนาของวันนี้ด้วย
“ค่ะ…”
เบลินดาตอบปากรับคำ ก่อนจะเดินเนิบนาบๆ มาหย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับเบรย์เดน ตรงโซฟาตัวเล็กสำหรับคนเดียวนั่งเข้าคู่กันกับเบรย์เดน