บทที่ 2.2 - งานใหม่เงินดี (ทางรอด) (จบตอน)

1271 คำ
(ก็ไปเที่ยวมะ แล้วก็เจออะ ทำไงได้คนมันสวย) อีกฝ่ายได้ทีจึงขอคุยสักหน่อย (แต่นี่หล่อน หยุดพูดเรื่องฉันแล้วมาเข้าเรื่องของเราดีกว่า) จู่ๆ น้ำเสียงทีเล่นทีจริงก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง “เรื่องอะไรหรือคะ” (ที่โทร. มาเนี่ย ก็เพื่อบอกต่องานดีๆ เห็นช่วงนี้รายจ่ายเยอะไม่ใช่หรือไง) “แล้วพี่ปุ๊กกี้ทราบได้ยังไงคะว่าญามีรายจ่ายเยอะ” (แหม… คุณน้อง! พี่ก็มีสายของพี่ทั่วไทยล่ะค่ะ พลังสาวสองมันแผ่อนุภาพกว้างขวางนะจ้ะยุคนี้) “จ้าๆ ว่าแต่งานที่ว่าคืองานอะไรคะ” พอได้ยินคำว่างานหูก็พร้อมรับฟังทันที (ไม่ใช่งานยากหรอกสำหรับหล่อนแน่นอน เพียงแต่มันต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง) “งานอะไรคะ?” สาวเจ้าอยากรู้เต็มแก่ (งานดูแลคนป่วยจ้ะ) “โธ่เอ๊ย! ไอ้เราก็นึกว่างานช้างที่ไหน” มารีญาอมยิ้ม พลางเหลือบตามองมาตัง น้องสาวทำไม้ทำมือบอกให้ทานข้าวเย็น ซึ่งเธอก็โบกมือให้ทานไปก่อนได้เลย “คนป่วยที่ไหนคะ จะมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วจ้างให้ญาเฝ้าพิเศษใช่ไหม” ปกติงานนอกรอบของเธอก็จะประมาณนี้ (ไม่ใช่จ้ะ งานนี้ถ้าคุณน้องจะทำคุณน้องต้องไปลาออกจากโรงพยาบาลให้เรียบร้อยเสียก่อน) “ว่าไงนะคะ!” มารีญาตกใจร้องลั่น (มันเป็นงานดูแลลูกคนรวยอ่ะคุณน้อง แบบต้องไปดูแลเขาที่บ้านไรเงี้ย) “งั้นญาคงทำไม่ได้หรอกค่ะ งานรับจ๊อบทั่วไปไม่ได้การันตีอนาคตสักนิด เกิดลาออกจากโรงพยาบาลแล้วไม่ได้ทำงานตรงนั้นต่อ ญาก็ต้องมานั่งลำบากหางานใหม่อีก” แค่คิดก็ขยาด (แต่เขาให้เงินเดือนดีมากเลยนะ) “ให้เงินดียังไงก็ช่างเถอะค่ะ ถ้าถึงขนาดต้องลาออกจากงานประจำที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ญาไม่กล้าเสี่ยงหรอก” ถึงจะเสียดายงานพิเศษแต่ยังไงซะอาชีพหลักที่ทำให้เธอดูแลครอบครัวได้ก็ย่อมมาก่อนเสมอ (เขาให้เดือนละเจ็ดหมื่นเชียวนะ พี่เพิ่งเคยเจองานดูแลคนป่วยที่มีเงินเดือนสูงขนาดนี้) “นั่นแหละค่ะญาก็ไม่ ดะ เดี๋ยวนะคะพี่ปุ๊กกี้! เงินเดือนเท่าไรนะคะ” มารีญารีบถาม เมื่อครู่หล่อนฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า (เดือนละเจ็ดหมื่นบาทถ้วน!) ดวงตากลมโตเบิกกว้าง “พระเจ้า! เดือนละเจ็ดหมื่น!!!” ร้องอุทานลั่นบ้าน มือไม้สั่นไปหมด “ทะ ทำไมให้เยอะขนาดนี้ล่ะคะ” (ก็บอกแล้วว่าดูแลลูกคนรวย เงินเดือนแค่นี้สำหรับพวกเขาคงไม่สะเทือนขนหน้าแข้งหรอก) “แล้วพี่ปุ๊กกี้ไปเอางานนี้มาจากไหนคะ” (พี่เป็นลูกค้าประจำของร้านเขา แบบว่าเจ้าของเขาทำเกี่ยวกับเหมืองแร่ ร้านเพชรร้านพลอยน่ะจ้ะ พี่เองก็เลยได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา เห็นว่าลูกชายป่วยมานานสภาพจิตใจก็ไม่ค่อยดี อยากได้พยาบาลพิเศษไปดูแล ก็ลองถามรายละเอียดดู ทีนี้มันน่าสนใจไง ก็เลยคิดว่าโทร. มาบอกเธอดีกว่า) มารีญายิ้มหน้าบาน เจ็ดหมื่นต่อเดือนมันเยอะมากสำหรับคนจนๆ อย่างเธอ ภาระต่างๆ คงเบาบางลงไปเยอะหากได้เงินจำนวนนั้นมาจุนเจือ (ไงคะคุณน้อง ถามแบบนี้แปลว่าสนใจแล้วใช่ไหม?) “ไอ้สนมันก็สนค่ะพี่ แต่ญาก็ยังกังวลงานที่โรงพยาบาลอยู่ดี เกิดไปทำแล้วไม่เวิร์กก็เท่ากับสูญตำแหน่งตรงนี้ไปเลยนะ” เงินใครๆ ก็อยากได้แต่อนาคตก็ต้องมองไกลไว้ก่อน (เอางี้! พี่เองก็มีคนใหญ่คนโตพอจะพึ่งใบบุญได้อยู่บ้าง คุณน้องไปลาออกจากโรงพยาบาลเก่าแล้วไปทำงานที่พี่แนะนำ ส่วนถ้าไม่เวิร์กจริงๆ พี่จะช่วยหางานที่โรงพยาบาลใหม่ให้เอง ไม่ต้องห่วง) “มันจะเป็นการรบกวนมากเกินไปหรือเปล่าคะ ญาเองก็เกรงใจนะ” (ไม่เลยสักนิด สำหรับคุณน้องพี่เต็มใจช่วย) เห็นๆ กันอยู่ว่ามารีญาเป็นเด็กสู้ชีวิตเพียงใด ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะแบกความรับผิดชอบได้เท่าเธอ ค่าเทอมน้องว่าแพงแล้วแต่ค่ารักษาโรคไตของยายในแต่ละเดือนนั้นแพงยิ่งกว่า ถึงต้องหางานพิเศษทำควบคู่กับงานประจำอยู่เรื่อย อะไรที่ช่วยได้ปุ๊กกี้ก็อยากช่วย เผื่อชีวิตของสาวน้อยคนนี้จะสดใสไร้ความทุกข์กับเขาบ้าง “แต่ว่า…” (โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ นะคะ งานดีเงินเยอะแบบนี้ถ้าไม่รีบตะครุบไว้ระวังคนอื่นมาฉกชิงไปนะหล่อน) เธอหันมองน้องและยายที่กำลังนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย ชีวิตของเธอมีแค่นี้ อะไรที่ทำเพื่อคนที่รักได้เธอก็อยากทำ “ตกลงค่ะ ญาจะไปทำงานตามที่พี่ปุ๊กกี้แนะนำ” (ดีมากค่ะคุณน้อง พี่ให้เวลาหนึ่งอาทิตย์นะ ไปจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ส่วนทางโน้นพี่จะบอกเขาเองว่าได้คนทำงานแล้ว) “ขอบคุณพี่ปุ๊กกี้มากนะคะที่แนะนำกัน” (พยาบาลสาวสวยทำงานดีแบบคุณน้องใครแนะนำไปก็มีแต่ได้หน้าได้ตา ขืนพี่ไปคว้าแม่นางพยาบาลคนอื่นที่วันๆ เอาแต่เอ็ดตะโรใส่คนป่วยพี่ก็หน้าแหกพอดี) “พี่ปุ๊กกี้ก็พูดเกินไป พยาบาลดีๆ ก็มีเยอะนะคะ” (พี่รู้ค่า! ที่พูดก็พูดแต่ส่วนที่มันไม่ดีไง) “โอเคๆ ญาไม่เถียงกับพี่แหละ” มารีญายกมือยอมแพ้ (ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะคะคุณน้อง แฟนสุดที่รักมารอรับไปทานข้าวแล้ว อย่าอิจฉาพี่นะคะ อิอิ) ปุ๊กกี้ทำเสียงทะเล้น มารีญาหัวเราะร่วน “ค่า… ทานข้าวให้อร่อยนะคะ” หญิงสาววางสายเป็นที่เรียบร้อย ยิ้มวาดฝันถึงเงินเดือนที่จะได้รับในอนาคต เห็นทีเธอคงต้องวางแผนค่าใช้จ่ายใหม่ทั้งหมด มีเงินเพิ่มจากเดิมถึงสามเท่าอะไรๆ คงเข้ารูปเข้ารอยมากยิ่งขึ้น “ญาลูก…” น้ำเสียงแหบแห้งตามประสาคนมีอายุเรียก “จ๋ายาย” มารีญาหันไปมองร่างท้วมของอีกฝ่าย สาวเท้าเข้าไปหาพลางหอมแก้มหนึ่งที “อะไรกันลูก อยู่ๆ ก็มาทำหวานใส่” “หนูมีเรื่องดีๆ จ้ะยาย” “เรื่องอะไร ไหนบอกยายสิ” “ยังไม่บอกตอนนี้หรอกค่ะ เอาไว้รอเซอร์ไพรส์ดีกว่า” เสียงหวานเล่นตัว มาตังขมวดคิ้วสงสัย “หนูก็อยากรู้นะพี่ญา จะไม่บอกหน่อยเหรอ” “ไว้รู้พร้อมยายนั่นแหละ” มารีญาดึงเก้าอี้ไม้ขยับออกเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง “น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอดน่ากินจังเลย” ไม่พูดเปล่ารีบตักข้าวเข้าปากคำแรกทันที “น้ำพริกฝีมือยายเด็ดที่สุดเลยจ้ะ!” คนปากหวานชมเปราะ “จะไม่บอกข่าวดีหน่อยเหรอพี่ญา” น้องสาวทำตาปริบๆ “ไม่เอาน่า อย่าไปเซ้าซี้พี่เขาสิลูก” มาตังทำหน้ามู่แต่ก็ไม่ได้อะไร “จ้ะยาย” “มาๆ กินข้าวดีกว่า หิวจะแย่แล้วเนี่ย” มารีญารีบตัดบท อาหารวันนี้ถูกปากเธอเป็นพิเศษ หัวใจพองโตกับอนาคตใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นทำให้ทานข้าวได้สองจาน ทั้งที่เวลาปกติทานจานเดียวก็บ่นอิ่มจะแย่ ทำเอายายและน้องสาวแปลกใจแต่ก็ไม่มีใครทักท้วง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม