EP.1 สนองความต้องการ
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นทางเดินในผับหรูช่วงเวลาห้าทุ่มโดยประมาณ ค่ำคืนที่กลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ต่างออกมาเริงร่า สรรหาความสุขให้กับตัวเองเพื่อผ่อนคลายจากกิจกรรมในช่วงกลางวัน
เสียงวงดนตรีเริ่มดังกระหึ่มเมื่อถึงเวลา ตามด้วยเสียงตะโกนสนทนาแข่งของเหล่าชายหญิงจำนวนมาก ชวนให้หญิงสาวผู้ไม่สันทัดการเที่ยวกลางคืนรู้สึกหนวกหู เจ้าของใบหน้าสะสวยยืนหันซ้ายแลขวาพยายามเพ่งสายตามองหากลุ่มเพื่อนอยู่นานสองนาน
หมับ!
"วาเลน! ทางนี้" หญิงสาวเจ้าของชื่อสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆข้อแขนก็ถูกคว้าท่ามกลางแสงไฟสลัว กระทั่งพยายามมองดูผู้กระทำอีกทีสองขาจึงก้าวตามหลังร่างอรชรของดีน่าซึ่งเป็นเพื่อนใหม่ ตรงไปยังโต๊ะรวมซึ่งมีเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนนั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว
"Hi! วาเลน นึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว" เกรซี่สาวผมทองหน้าตาดีโบกมือเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง
"เมื่อวานฉันลังเลเพราะยังไม่ค่อยรู้ทาง" วาเลนตอบออกไป
"นั่งก่อนๆ" เกรซี่กระเถิบสะโพกไปนั่งเก้าอี้ตัวด้านใน เพื่อให้วาเลนได้นั่งตัวที่เธอนั่งแทน
"ขอบใจนะ" ร่างอรชรเดินเข้าไปหย่อนสะโพกมนบนเก้าอี้ตัวดังกล่าว อากาศภายในผับค่อนข้างอบอุ่นต่างจากข้างนอกที่หนาวเย็น จึงทำให้วาเลนในชุดเดรสเกาะอกสีดำไม่รู้สึกหนาวสะบั้นเหมือนตอนลงจากรถ
"วาเลนสอบชิงทุนได้เหรอ" แคนดี้ซึ่งยอมลางานพาร์ทไทม์มานั่งดื่มกับเพื่อนๆพอเป็นพิธีเอ่ยถามเพื่อนใหม่ชาวเอเชีย เพราะเธอเองก็มีเพื่อนสนิทเป็นคนเอเชียเช่นกันจึงรู้สึกถูกชะตากับวาเลนเป็นพิเศษ
"ใช่ๆ เธอชื่อแคนดี้ใช่ไหม ฉันยังจำชื่อเพื่อนผิดๆถูกๆอยู่หรือเปล่า" วาเลนขำแห้งๆ เกาท้ายทอยแก้เก้อ ก่อนปลดสายกระเป๋าสะพายข้างวางบนหน้าตัก จากนั้นวางข้อมือเล็กลงบนขอบโต๊ะเย็นเฉียบอีกที
"ใช่ ฉันแคนดี้ รีบดื่มๆกันเถอะฉันไม่ชอบอยู่สถานที่อโคจรนาน" ทั้งสี่สาวพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันจึงสั่งเครื่องดื่มมากระชับมิตร พลางตะโกนคุยแข่งเสียงเพลง สนทนากันได้สักพักวาเลนก็รู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัดทุกครั้งที่เธอเหลือบไปเห็นชายหญิงกำลังนัวเนียกันอย่างไม่อายสายตาผู้คน
ริมฝีปากเอิบอิ่มสั่นระริก เหมือนร่างกายถูกสารแห่งความต้องการเข้าครอบงำ ...มันเกิดขึ้นอีกแล้ว ร่างกายมันโหยหาสัมผัสเหล่านั้น อยากเกี่ยวพันกับใครสักคนเพื่อหวังต้องการความสนใจและความรัก
หลังเข้าปรึกษาแพทย์เมื่อสองสัปดาห์ จึงได้ทราบว่าเธอกำลังเผชิญกับโรคนิมโฟมาเนีย กลายเป็นหญิงที่มีความต้องการทางเพศสูงโดยไม่รู้ตัว อาการดังกล่าวเริ่มแสดงชัดเจนขึ้นเรื่อยหลังเธอจบชั้นมัธยมตอนปลาย เธอเกลียดมันทุกครั้งที่ร่างกายไม่สามารถอยู่เหนือคำสั่งจากความต้องการบ้าๆนั่น
"ฉันอยากกลับคอนโดแล้ว" ลมหายใจพ่นหนักถี่ๆ ฝ่ามือเย็นเฉียบตรงข้ามกับไฟร้อนในกาย เม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นตามโครงหน้าสวยจนเปียกชุ่ม ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่พอบดบังสายตากระหายเซ็กซ์
"อ้าว วาเลน!"
พรึ่บ
วาเลนรีบกระชากตัวลุกออกจากผับในทันที ก่อนที่เธอจะเผลอหลงละเลิงรักกับผู้ชายแปลกหน้าตามผับ ยิ่งวันนี้เธอลืมพกยาติดตัวมาด้วยแล้ว ปีศาจร้ายใต้จิตสำนึกมันยิ่งสามารถถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวขึ้นมาโดยง่าย
"เวร! ไอ้เคมึงใส่ยาในแก้วกูเหรอ" เดนนิสหายใจหนักถี่ๆ ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นแรงไม่เป็นส่ำ เพราะถูกฤทธิ์ยาปลุกเซ็กซ์ครอบงำให้เขาต้องการหาที่ระบาย ครั้นไม่อาจทนฟังคำอธิบายจากปากเพื่อนรัก ร่างกายก็กระชากตัวลุกออกไปอย่างไร้จุดหมาย
ตุ้บ!
"อึก!" ร่างของสองชายหญิงกระแทกกันแรงพอสมควร ทว่ายังโชคดีที่ชายหนุ่มร่างกายยำสามารถคว้าร่างเล็กทัน หญิงสาวจึงไม่ล้มคะมำลงพื้น ทันทีที่สายตาแห่งความต้องการประสานกันและกันโดยบังเอิญ บาปบุญคุณโทษก็ไม่อาจสะกิดสองชายหญิงให้หยุดจากความอยาก
"คะ...คุณเดย์" วาเลนร้องเสียงสั่น จำได้ว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวคือประธานบริษัทซึ่งเป็นผู้ให้ทุนการศึกษา ก่อนรีบขืนตัวออกจากการสัมผัส แต่ทว่าเดนนิสกลับพันธนาการกอดเธอเอาไว้แน่ ยิ่งเขาซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาลำคอระหง มันก็ไม่ต่างจากน้ำมันราดซ้ำลงบนกองเพลิงให้ไฟโหมลุกแรงยากจะยับยั้ง
สุดท้าย... บทรักอันเร่าร้อนก็ได้เกิดขึ้นภายในรถสปอร์ตหรูส่วนตัวของเดนนิส ความสาวที่วาเลนเก็บรักษาไว้มาโดยตลอดถูกชายตรงหน้าพรากไปไม่อาจหวนกลับ มันทั้งเจ็บแสบและเสียวซาบซ่านทุกครั้งที่แก่นกายยักษ์เคลื่อนตัวเข้าออก ทั้งเขาและเธอต่างเดินหน้าสนองความต้องการในสนามรักอันคับแคบอยู่นานหลายชั่วโมง แอร์เย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถบรรเทาไฟร้อนรุ่มให้เย็นลง
"อื้อ...ระ...แรงๆ" จิตใต้สำนึกมันสั่งให้เธอพลั้งวาจาครางกระเส่าออกไปเช่นนั้น ทั้งที่กลางใจสาวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดบริสุทธิ์สีเข้ม น้ำตาจำนวนมากกลิ้งลงผ่านทางหางตาหยดแล้วหยดเล่า กลิ่นคาวเลือดกระตุ้นให้เธอรู้สึกต้องการเซ็กซ์อย่างเพิ่มทวีคูณ
"อ่าส์~ เธอเรียกร้องเองนะ" สิ้นคำย้ำเตือนเสียงกระแทกเนื้อก็ดังสนั่นภายในรถหรู กว่าไฟราคะในกายหญิงสาวจะสงบลงก็เล่นเอาเดนนิสซึ่งถูกฤทธิ์ยาครอบงำถึงกับเหนื่อยหอบ
"รีบใส่เสื้อผ้า ...แขนเธอไปโดนอะไรมา" เขาบอกเสียงนิ่งพลางหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำขึ้นสวมใส่เสมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองรอยขีดข่วนที่วาเลนพยายามควบคุมสติอารมณ์ของเธอด้วยการทำร้ายตัวเอง
เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมให้คำตอบเอาแต่ก้มหน้าก้มตาดึงเสื้อเกาะอกขึ้นปกปิดยอดถัน จึงตัดสินใจกระชากข้อแขนเล็กเข้ามาสำรวจท่ามกลางแสงไฟสลัว
"อ้ะ!" ความตกใจปนความเจ็บทำเอาวาเลนร้องเสียงหลง ทิวทัศน์พอสลัวจากแสงไฟด้านนอกมันทำให้รอยขีดข่วนนูนเด่นชัด แม้ว่าเธอจะใช้รองพื้นปิดรอยดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
"ทำไมตามแขนเธอมีรอยขีดข่วน ...เธอเป็นอะไรกันแน่"
"ฉะ...ฉันแค่ป่วยค่ะ คุณเดย์อย่าเอาเรื่องฉันเลยนะคะ" ความละอายแทรกแทนที่ไฟหลงละเลิงจนไม่อาจเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายได้อีก
"ขอตัวค่ะ" หญิงสาวดึงท่อนแขนกลับ สวมเสื้อผ้าจนเรียบร้อยจึงรีบเปิดประตูรถกัดฟันข่มความเจ็บปวดตรงออกไปเรียกแท็กซี่ มุ่งหน้ากลับคอนโดที่บริษัทเจ้าของทุนจัดสรรให้ หากเธอสังเกตเพียงสักนิดคงมีโอกาสได้เห็นสายตาคมกริบเพ่งมองตามหลังกระทั่งร่างอรชรก้าวเข้าไปในรถแท็กซี่
"วาเลนเหรอ"