Mafia intro (new)
Intro
'เซฟโซน' คือพื้นที่ที่เราอยู่แล้วจะรู้สึกถึงความสบายใจและความปลอดภัย ทุกคนล้วนมีเซฟโซนและพื้นที่หลบภัยเป็นของตัวเอง
แต่ทว่า.. ฉันกลับกลายเป็นหนึ่งเดียวที่แทบจะไม่มีเซฟโซนอยู่เลยจนกระทั่งได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่ฉุดฉันขึ้นมาจากความเลวร้ายที่สุดในชีวิต เขาเป็นเหมือนพื้นที่หลบภัยแต่ในทางกลับกันก็เป็นเหมือนดาวเคราะห์ร้ายที่ดุดันและพร้อมแผดเผ่าฉันให้อยู่ใต้อาณัติของเขาได้อย่างง่ายดาย..
ทุกครั้งที่อยู่ใกล้หัวใจฉันจะเต้นแรง ทุกครั้งที่ถูกสัมผัสร่างกายจะร้อนรุ่มจนแทบจะแหลกสลายคามือ
คุณหลุมหลบภัย คุณจะรู้ตัวมั้ยว่าแท้จริงแล้วคุณนั่นแหละอันตรายที่สุด..
ตึก.. ตึก..
มีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ตรงผนังห้องน้ำ..
ผนังช่วงบนที่เชื่อมติดกับหลังคามีช่องว่างที่สามารถสอดส่องเข้ามาได้ถ้าคนที่ต้องการส่องมีความพยายามในการปีนป่ายขึ้นมาเพื่อล่วงละเมิดกัน
ตึกตัก ๆ
อัตราการเต้นของหัวใจฉันเต้นแรงมากขึ้นทุกทีที่สายตาสบเข้ากับดวงตาสีเข้มที่มีแววความหื่นกระหายในขณะที่สุ่มมองกันอยู่
ผลั่ก!!
"อ๊ากก!!"
เสียงหวีดร้องส่งเสียงดังขึ้นเมื่อถูกปลายแหลมของไม้ทิ่มเข้าไปเฉียดกับดวงตาเพียงแค่หมิ่นเหม่
"อะไร! เกิดอะไรขึ้น!"
เสียงแม่ดังมาจากที่ไกล ๆ แค่ได้ยินเสียงร่างกายฉันก็สั่นพร่า
ฉันรีบเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ โชคยังดีที่ยังไม่ได้เปลืองผ้าตัวเองออกและพอออกมาก็เห็นว่า 'พ่อเลี้ยง' ของตัวเองกำลังกุมดวงตาอยู่ ตรงหนังใต้ตามีบาดแผลจากการถูกของแหลมทิ่มเข้าใส่และมีเลือดจำนวนหนึ่งอาบนิ้วมือที่กุมเอาไว้ด้วย
ที่ฉันว่ามาก็เกิดจากฝีมือฉันฉันถึงได้กลัวเมื่อแม่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
"เกิดอะไรขึ้น!! ทำไมพี่ก้องมีสภาพแบบนี้"
เสียงแหลมที่มีความดุร้ายกับดวงตาคู่ดุจ้องมองฉันสลับกับสามีใหม่ของตัวเอง
"แกก็ถามลูกแกสิ เป็นบ้าอะไรจู่ ๆ ถึงเอาไม้มาแทงตาฉันแบบนี้!"
พ่อเลี้ยงหันมามองหน้าฉันอย่างเอาเรื่องก่อนจะกระแทกน้ำเสียงดุดันใส่กันอย่างเดือดพล่าน
"แกทำบ้าอะไรของแกเฟียร์ ไปเอาไม้แทงตาพ่อทำไมถ้าโดนตาแล้วตาบอดขึ้นมาแกจะทำยังไง!"
แม่หันมาขึ้นเสียงดุใส่ฉัน แววตาคู่ดุจ้องมองกันอย่างเอาเรื่อง
"ก็พ่อมาแอบดูหนูอาบน้ำ หนูเคยบอกแม่ไปหลายครั้งแล้วแต่ไม่เชื่อ"
"ฉันอยากจะบ้า ฉันไปแอบดูแกอาบน้ำตอนไหน แกเหมือนลูกฉันแท้ ๆ ใครมันจะไปทำแบบนั้นได้"
พ่อเลี้ยงฉันพูดสวนขึ้นมาทันควันคราวนี้แม่ก็ยิ่งดูโกรธมากขึ้นกว่าเดิม
"แกคิดได้ยังไงห๊ะเฟียร์ว่าพ่อจะทำแบบนั้น แกเสพติดโซเชียลเกินไปจนหลอนไปหมดแล้วใช่มั้ย"
ช่วงนี้มีประเด็นพ่อล่วงเกินลูกในสื่อเยอะมากและฉันก็ชอบเอามาเล่าให้แม่ฟังและพยายามบอกแม่หลายครั้งว่าตัวเองก็ถูกคุกคามอยู่แต่แม่ก็ไม่เคยเชื่อเลยสักครั้งเดียว
"หนูไม่ได้หลอนนะคะ แต่พ่อปีนขึ้นมาแอบดูหนูที่ช่องนั้น"
ฉันน้ำตาคลอเบ้าแล้วชี้ให้แม่เห็นว่าห้องน้ำที่บ้านมันมีช่องว่างที่สามารถลอดสายตาดูได้
แม่หันไปมองหน้าพ่อเหมือนต้องการคำตอบและทุกครั้งคำตอบมันก็มักจะเหมือนเดิม
"พ่อเห็นตุ๊กแกมันเกาะเลยจะดึงออกเพราะกลัวมันจะกระโดดใส่แกน่ะสิ พ่อเป็นห่วงทำไมแกถึงเห็นการเป็นห่วงของพ่อเป็นเรื่องไม่ดี แกรู้มั้ยว่าพ่อจะรู้สึกยังไง"
พ่อเลี้ยงฉันทำหน้าสลดให้ดูน่าสงสาร ทั้งที่ฉันดูออกแต่แม่กลับไม่เคยที่จะมองเห็นมันเลยสักครั้ง
"ไม่จริงนะคะ พ่อแอบมาดูหนูจริง ๆ"
"พอได้แล้วเฟียร์! มันเสียเวลามากรู้มั้ยที่ฉันต้องมาฟังแกเพ้อเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่แบบนี้ ไปเลยนะ ไปจัดการทำแผลให้พ่อแกเลย"
แทนที่แม่จะเป็นห่วงแม่กลับยัดเยียดให้พ่อเลี้ยงมีโอกาสได้ใกล้ฉันอีก
ถึงฉันจะเป็นคนหัวอ่อนแต่เรื่องนี้ฉันจะไม่ยอม เพราะฉันรู้ตัวดีว่าถ้าตัวเองถูกแตะเนื้อต้องตัวฉันจะสู้กลับไปไม่ได้เด็ดขาดฉันจึงพยายามเซฟตัวเองให้ห่างจากพ่อเลี้ยงจอมหื่นของตัวเองให้ได้มากที่สุด
"ไม่ค่ะ หนูไม่ทำ"
"เฟียร์! นังนี้เดี๋ยวมึงจะโดน ริอาจจะดื้อกับแม่ที่คลอดมึงมาหรือไง"
แม่เดินเข้ามาผลักหัวฉันจนหัวสั่น อีกทั้งยังตวาดเสียงลั่นจนฉันน้ำตาตก
ทั้งที่ฉันเป็นลูกแต่ทำไมแม่ดูเข้าข้างคนอื่นมากกว่าฉันล่ะ..
ทำไมต้องเป็นฉันที่ถูกรังแกตลอดเวลา
"เอะอะอะไรกัน เสียงดังแต่เช้าน่ารำคาญฉิบหาย"
เสียงงัวเงียของผู้ชายอีกคนดังมาจากโซฟากลางบ้านที่มีทีวีเก่า ๆ วางเอาไว้อยู่
"อาร์ม นี้แกเมาอีกแล้วเหรอ เมื่อไหร่จะเลิกเมาหัวราน้ำสีกที"
'อาร์ม'
คือชื่อของพี่ชายฉัน เป็นพี่ชายไม่แท้เพราะอาร์มเป็นลูกติดของพ่อเลี้ยงและทั้งสองก็มีนิสัยคล้ายคลึงกันนั้นก็คือเมาหัวราน้ำด้วยกันทั้งคู่เลย
อาร์มเป็นพี่ชายที่ฉันเกลียดไม่ต่างไปจากพ่อ เพราะทั้งคู่แย่ แย่มาก ๆ
วัน ๆ อาร์มไม่ทำอะไรเลยนอกจากเมาหัวราน้ำ เล่นการพนันและพาผู้หญิงมามั่วในบ้านไม่ซ้ำหน้าและที่ฉันเกลียดที่สุดคืออาร์มชอบขโมยเงินเก็บที่ฉันเก็บไว้ในกระปุกเสมอ
"มึงมีเงินมั้ย ยืมหน่อยเดี๋ยวคืนให้"
อาร์มไม่ได้สนใจเสียงด่าทอจากพ่อตัวเองแต่เดินมาแบมือขอเงินกับฉันแทน
"ไม่มี พี่พึ่งขโมยเงินในกระปุกหนูไปเองนะ"
ฉันเหนื่อย..
อยากให้พวกเขาได้สัมผัสบ้างว่าการกระทำที่ไร้จิตสำนึกนั้นทำให้ฉันทุกข์ทรมานขนาดไหน
"มึงโกหก! ถ้ากูเจอมึงโดนแน่!"
ฉันถูกพี่อาร์มผลักให้หลีกทางไปก่อนที่เจ้าตัวจะเดินตรงไปที่ห้องฉันหมายจะขโมยเงินกันต่อหน้าต่อตา
"แม่.. พี่อาร์มจะขโมยเงินหนู"
ฉันหันไปฟ้องแม่เพราะคิดว่าแม่คือเซฟโซนหนึ่งเดียวที่ฉันมีอยู่
"พี่เขาแค่จะยืมอย่าทำเป็นงกมากเลยน่า ฉันจะไปทำงานแกเองก็รีบไปเดี๋ยวไม่มีเงินจ่ายค่าไฟค่าบ้าน"
"แม่!"
ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่จะเมินคำร้องขอจากฉันแล้วปล่อยให้พี่อาร์มเดินเข้าห้องเพื่อไปขโมยเงินในห้องฉันได้อย่างง่ายดาย
"ไม่นะพี่อาร์ม อย่าเอาไปนะ!
ฉันวิ่งเข้าไปแย่งเงินเก็บที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักแต่พี่อาร์มก็หาเจอ แย่งมาได้แป๊บเดียวพี่อาร์ก็แย่งกลับไปก่อนจะออกแรงผลักจนตัวฉันกระเด็นล้มลงไปกับพื้น
แรงกระแทกทำให้เสียหลักแล้วหน้าผากก็ไปชนกับขอบโต๊ะอย่างแรงจนฉันเบลอ
"บอกว่าขอยืมก่อน พูดดี ๆ ไม่เคยจำชอบให้ใช้ความรุนแรงตลอด!"
"แต่มันเงินหนู"
เพี๊ยะ!
"ก็บอกว่ายืมไงวะ! รำคาญแม่ง! ถอยไป!"
ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าพี่ชายของตัวเอง ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปเขาถึงจะสำนึกผิดได้บ้างว่าสิ่งที่ทำกับฉันคือการกระทำที่คนดี ๆ เขาไม่ทำกัน
"ฮึก.."
สุดท้ายก็กลายเป็นฉันที่ต้องนั่งกอดเข่าตัวเองแล้วร้องไห้อยู่คนเดียว
ไม่มีใครเคียงข้าง ไม่มีใครเห็นใจ
สิ่งที่ฉันทำได้คือการยกมือขึ้นไปลูบหัวตัวเองเอาไว้เบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบประโลมให้ตัวเองหายเจ็บปวด
"ไม่เป็นไรนะ.. ไม่เป็นไร"