CHAPTER 1 ร่มกันฝน
CHAPTER 1
ร่มกันฝน
“พยากรณ์อากาศวันนี้เข้าสู่ปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ฝนหลงฤดูไม่ได้พบบ่อย แต่ก็มีทีท่าว่าจะมาในเย็นวันนี้ สำหรับทุกคนที่มีแววจะออกนอกบ้าน อย่าลืมพกร่มกันฝนไปด้วยนะคะ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานกรมอุตุนิยมวิทยา”
เสียงผู้ประกาศข่าวดังจากทีวี ส่งผลให้หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมเงยหน้าขึ้นจากซิงค์ล้างจาน ดวงหน้าหวานแฉล้มแดงเรื่อจากการใช้แรง ปลายจมูกโด่งพุ่งโฉบเฉี่ยว ทำให้ใบหน้าของเธอทั้งสวยทั้งดุในเวลาเดียวกัน
เดหลีเม้มปากใคร่ครวญอะไรบางอย่าง ก่อนบันไดชั้นสองจะปรากฏฝีเท้ามีน้ำหนักของผู้ชายตัวโต
“จะไปทำงานแล้วเหรอคะ”
เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนลวกๆ ปรี่มาช่วยชายหนุ่มตรวจเช็กความเรียบร้อย ครั้นพบว่าดวงหน้าคมคายของสามียังหล่อตรึงตรากระทั่งกาลเวลาก็ทำอันตรายไม่ได้ เดหลีจึงโน้มลำคอแกร่งลงมามอบจูบให้
“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเดไปหยิบร่มให้”
คว้าข้อมือบางพลางเลิกคิ้ว “นี่มันหน้าร้อนอยู่เลย คงไม่จำเป็นต้องใช้ร่มหรอก”
อันที่จริงเป็นหน้าหนาว ทว่าอากาศเมืองไทยดันเทียบเคียงกับนรกได้
เดหลียิ้มพลางพเยิดหน้าไปทางทีวี “พยากรณ์อากาศวันนี้น่ะสิคะ บอกว่าอาจจะมีฝนตกในตอนเย็น” ลูบคอเสื้อให้เข้าที่แล้วตบเบาๆ หนึ่งที “รอสักครู่นะคะ”
รอยยิ้มกระจ่างตาของภรรยาทำเอาชายหนุ่มไม่กล้าปฏิเสธ ครั้นคล้อยหลังหญิงสาวเขาค่อยส่องใบหน้ากับประตูตู้เย็นแล้วจัดระเบียบทรงผม
ในวัยสามสิบปี คีรันยังถือว่าหนุ่มแน่น เขาประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจบุกเบิกเส้นทางในวงการบันเทิง จนปีนี้บริษัทรันเอนเตอร์เทนเมนต์เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่
มือข้างหนึ่งกอดดาราและศิลปินชื่อดังเป็นจำนวนมาก ส่วนมืออีกข้างกุมอำนาจทางเศรษฐกิจเอาไว้มั่น
เพราะฉะนั้นคีรันจึงได้ชื่อว่าเป็นซีอีโออายุน้อยและหล่อเหลาคนหนึ่ง ความโด่งดังของเขาเทียบเคียงกับดาราระดับเอที่มีผู้ติดตามหลักล้าน
สื่อมวลชนสนใจชีวิตประจำวันของเขามาก ส่วนสาวๆ มีเกินครึ่งแสนที่อยากตกกระป๋องโชคดีมาเป็นคนของเขา แต่ทว่าพวกหล่อนต้องพบกับความผิดหวัง เพราะท่านประธานคีรันมีภรรยาแล้ว
และเดหลีผู้โชคดีที่ได้แต่งงานกับท่านประธานสุดฮอตขณะนี้กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องเก็บของ ฉับพลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่มเก่าเก็บคันหนึ่ง
สีสันซีดจางไปบ้างแล้ว ทว่าไม่ส่งผลกับการใช้งาน มือเรียวหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่น และช่างบังเอิญเหลือเกิน ที่ร่มคันนี้ดันเป็นร่มเมื่อครั้งสมัยวัยรุ่นของพวกเธอ
ตากลมสวยหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต คีรันในชุดนักเรียนมัธยมปลายวิ่งฝ่าสายฝนมาหาเธอแล้วมอบร่มคันนี้ให้ โดยตัวเองเปียกปอนไปทั้งตัว ทว่าเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากลับไม่ได้รับแม้แต่ละอองฝน
และในตอนนั้นเองกระมังที่เดหลีพบว่าผู้ชายคนนี้คงจะเป็นที่พึ่งของเธอในอีกครึ่งชีวิตให้หลัง จึงตกปากรับคำเป็นแฟนเขา ต่อมาเมื่อเรียนจบมหา’ ลัย พวกเธอก็แต่งงานกันใช้ชีวิตคู่จวบจนเข้าสู่ปีที่เจ็ด...
อมยิ้มอย่างนึกสนุก หยิบร่มคันนั้นออกจากห้องเก็บของ เมื่อคีรันพบร่มในมือภรรยาก็เพียงรับมา หลังหอมแก้มนวลซ้ายขวาขาเรียวยาวค่อยก้าวออกจากบ้าน
เดหลีอ้าปากค้างตั้งท่าจะเอ่ยบางอย่าง แผ่นหลังกว้างของสามีก็จากไปเสียแล้ว เธอได้แต่พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาแล้วตะโกนบอก
“คืนนี้กลับเร็วหน่อยนะคะ...”
ชายหนุ่มโบกมือให้เธอ ก่อนจะก้าวขึ้นรถเบนซ์คันหรูของตัวเอง ส่วนร่มที่พกติดมือมาก็ถูกโยนส่งๆ ไว้เบาะหลัง
หญิงสาวเห็นการกระทำของสามีได้แต่เม้มปากกลั้นอารมณ์
เอาเถอะ เธอไม่ใช่คนงี่เง่าขนาดนั้น ยังไงซะคนเราก็ลืมกันได้อยู่แล้ว...
กลับเข้าบ้านทำงานครัวของตนเองต่อ กระทั่งใกล้เที่ยงงานบ้านทุกอย่างก็เสร็จ หญิงสาวกวาดตามองนาฬิกาข้อมือก่อนจะนิ่วหน้า
ตายแล้ว ลืมแม่สามีไปสนิทเลย
นับแต่เดหลีแต่งงานกับคีรัน เรือนหอของพวกเธอก็ปลูกอยู่ใกล้บ้านพ่อแม่ เพราะผู้อาวุโสทั้งสองอายุเลยวัยกลางคนไปมากแล้ว จึงต้องการให้ลูกๆ มาอยู่ใกล้ตัวหน่อย เวลาคิดถึงจะได้ไปมาหาสู่สะดวก
คีรันเป็นลูกกตัญญูไม่สะดวกขัดใจแม่ เรือนหอของพวกเธอสามีภรรยาจึงถูกปลูกอยู่ในบริเวณผืนดินที่เหลือจากบ้านใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของแม่สามี แต่ทว่าพอเอาเข้าจริงๆ แม่สามีกลับมาเยี่ยมเรือนหอของพวกเธอแทบนับครั้งได้ เป็นเดหลีเสียอีกที่ต้องไปบ้านใหญ่ทุกวัน
พูดกันตามตรง เมื่อก่อนความสัมพันธ์ระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ไม่ใคร่จะดีนัก กับเธอแม่สามีค่อนข้างจู้จี้จุกจิกด้วย เดหลีพยายามอดทนมาโดยตลอด กระทั่งผ่านมาเจ็ดปีแม่สามีคงจะเหนื่อยหน่ายถึงได้เลิกกลั่นแกล้งเธอ
แต่ทว่านั่นก็ตั้งอยู่บนเงื่อนไขบางอย่าง
เช่นว่าเดหลีต้องห้ามไปบ้านใหญ่สายเกิน 10 โมงเช้า
ตาคมกวาดมองเวลาสิบเอ็ดโมงกว่าๆ หนังศีรษะพลันเย็นวาบเริ่มได้กลิ่นความยุ่งยาก รีบสลัดผ้ากันเปื้อนหลุดจากตัว วิ่งป่าราบไปบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่เยื้องๆ กัน ขณะวิ่งก็สังเกตสภาพแวดล้อมในบ้านไปด้วย
บ้านของพ่อแม่สามีเป็นบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียวเอาไว้เดินเล่นชมดอกไม้ ส่วนด้านหลังเป็นสระน้ำสำหรับผ่อนคลาย หญิงสาวกวาดมองแวบหนึ่ง ก่อนจะตรงดิ่งเข้าบ้านไป ระหว่างนั้นก็เตรียมใจสำหรับโดนดุไปด้วย แต่ทว่าเห็นทีเดหลีจะเตรียมใจเสียเปล่า เพราะสถานการณ์ภายในบ้านไม่เอื้ออำนวยให้แม่สามีหันมาเอาเรื่อง เนื่องจากหล่อนมีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าลูกสะใภ้อย่างเธออยู่
แอบจัดระเบียบลมหายใจของตนเองแล้วทักทาย “คุณแม่คะ”
แก้วทิพย์ได้ยินเสียงของลูกสะใภ้พลันเหลือบตาขึ้นมอง ครั้นพบเจอหญิงสาวในสภาพรุงรังราวกับคนรับใช้ก็ขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์
“มาแล้วเหรอ” พูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับคนข้างตัวต่อ
ในตอนนั้นเองที่เดหลีสังเกตเห็นชายหนุ่มข้างกายแม่สามี
คีรินเหรอ?
อีกฝ่ายคล้ายรอคอยการมองของเธออยู่แล้ว ครั้นทั้งสองได้สบตากัน ชายหนุ่มซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึงสามีเธอทุกกระเบียดนิ้วพลันคลี่ยิ้มเป็นกันเอง
“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
หญิงสาวทัดผมอย่างเขินอาย “อ่า...ไม่ได้เจอกันนานเลย”
แต่จะดีมากถ้าเจอกันในสภาพพร้อมรับแขกกว่านี้
แอบตีสีหน้าเซ็งสุดขีด เนื่องจากผันตัวมาเป็นแม่บ้านหลายปี นิสัยรักสวยรักงามของเธอจึงลดน้อยลง ตอนนี้คว้าอะไรมาใส่ก็ได้เพียงแค่ไม่ใช่ผ้าเช็ดพื้น
คีรินคล้ายไม่รับรู้ความเขินอายของเธอ เขาจากบ้านไปอยู่ต่างประเทศนับเจ็ดปีได้ ตอนนี้จึงอยากนำความคุ้นเคยเก่าๆ กลับมาด้วยการเดินเล่นเสียหน่อย
หันไปทางแก้วทิพย์แล้วเอ่ย “เดมาพอดีเลย งั้นให้เธอพาผมชมสวนของแม่หน่อยเป็นไงครับ”
แก้วทิพย์กวาดตามองลูกสะใภ้ ก่อนจะพยักหน้า อย่างไรเสียพวกเขาก็รู้จักกันมานาน แม้ตอนนี้เดหลีจะมีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ พาพี่สามีชมสวนก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร
เมื่อแม่อนุญาตแล้ว ชายหนุ่มก็รุนหลังเดหลีออกจากห้องรับแขก เมื่อหญิงสาวพ้นจากสายตาแม่สามีก็แอบถอนหายใจโล่งอก
คีรินยิ้มอย่างรู้ทัน เดินนำหญิงสาวไปยังสวนหน้าบ้าน รู้ทิศทางดีเสียยิ่งกว่าเธออีก เพียงเท่านี้เดหลีก็รู้แล้วว่าเขาคงไม่ได้ต้องการชมสวน แค่อยากช่วยเธอออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดต่างหาก
คีรินเป็นคนช่างเอาใจใส่เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ตั้งแต่สมัยก่อนยังไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากสามีเธอ รายนั้นน่ะ ค่อนข้างขาดความละเอียดอ่อน เขาขี้ลืมมาก ขนาดวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานแท้ๆ แต่เจ้าตัวกลับไม่แม้แต่จะระแคะระคาย
กระนั้นเดหลีก็เข้าใจได้ ฝาแฝดใช่ว่าจะนิสัยเหมือนกันทั้งหมด อย่างสามีของเธอกับแฝดพี่ของเขา คนน้องค่อนไปโทนร้อน ส่วนคนพี่นั้นก็...
มองมุมปากแสร้งยิ้มของคีริน เดหลีตัดสินใจล้มเลิกการพูดถึงนิสัยใจคอของอีกฝ่าย
“ตอนนี้กลับมาอยู่ไทยแล้วเหรอ” เปลี่ยนเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน
“ใช่ ตอนนี้ผมร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทออแกไนซ์น่ะ”
“อ้อ ดีจังเลย”
ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วหันมามองเธอ “แล้วเดล่ะ นอกจากเป็นแม่บ้านแล้วมีงานอดิเรกที่ชอบรึเปล่า”
เดหลีม้วนผมที่ปรกหน้าผากพลางเอ่ยอย่างลำบากใจ “ไม่เลย ฉันอยู่ว่างๆ น่ะ”
ตาคมหรี่ลง สังเกตหญิงสาวในทุกอิริยาบถ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “แล้วกับรันล่ะ...ยังไปได้ดีอยู่ไหม”
เมื่อถามถึงสามี ดวงตาของเดหลีพลันอ่อนโยนขึ้นไม่น้อย สืบเท้าตามหลังคนตัวโตก่อนจะค่อยๆ กล่าว “อืม เขาดีกับฉันมาก...”
ฉับพลันแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้าก็หยุดชะงัก เดหลีไม่ทันมองจึงชนกับเขาปึงใหญ่ ชายหนุ่มหันมารวบคนตัวเล็กไว้ รอจนเธอตั้งหลักได้ค่อยปล่อยมือพลางคุยเรื่องที่ค้างไว้ต่อ
“...แต่เท่าที่ผมได้ยินมา ลับหลังคุณเขากลับไม่ใช่สามีที่ดีขนาดนั้นหนิ”
เดหลีข่มความรู้สึกเจ็บที่จมูก ย่นคิ้วถาม “หมายความว่าไงคะ”
อีกฝ่ายก้มหน้าลงในระยะประชิด กวาดมองปฏิกิริยาของเธอไปด้วยขณะกล่าวเจือยิ้ม “ถ้าอยากรู้ เย็นนี้ก็ออกไปกับผมสิ”
“ออกไป??”
“ใช่ ถ้าอยากรู้ความลับของรัน ก็ไปกับผม”
เดหลีกลับเรือนหอเกือบบ่ายสอง แต่เพราะจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงลงมือทำความสะอาดบ้านอีกรอบ กระทั่งรู้ตัวอีกทีนาฬิกาก็หมุนมาถึงเวลา 17.00 น. แล้ว ด้วยความที่ยังติดใจกับประโยคมีลับลมคมในของพี่สามี เธอจึงออกจากบ้านในสภาพเหมือนยายเพิ้ง
คีรินรออยู่ก่อนแล้ว พอเจอหญิงสาวตรงดิ่งมาลานจอดรถของบ้านใหญ่โดยเฉพาะจึงเรียกเธอเอาไว้
“ไง พร้อมไปกับผมแล้วใช่ไหม”
เดหลีมองเขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ เธอใช้เวลาคิดไม่นานนัก สุดท้ายเมื่อตัดความสงสัยออกไปไม่ได้ จึงต้องมาเอาคำตอบด้วยตัวเอง
ชายหนุ่มบอกให้เธอรัดเข็มขัดแล้วออกรถไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จอดรถริมทางซึ่งเป็นจุดบอดที่ไม่มีใครเห็นมองเห็น ผ่านไปประมาณ 30 นาที รถยนต์สุดหรูคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจอด เดหลีจำได้ทันทีว่านั่นคือรถของสามีตนเอง
หัวใจเต้นช้าลง เลือดลมเหมือนจะไหลเวียนไม่ทัน ยากนักที่เธอจะเก็บงำความตะลึงลานในดวงตาไว้ได้
“ความลับของรัน!!”
คือสิ่งนี้หรือ?
คีรินเห็นหน้าเธอเผือดสีลงในชั่วพริบตาก็เพียงเอ่ย “ใช่...ตกใจนักหรือที่รู้ว่าเขามีอีหนูอยู่ข้างนอก”
ฉับพลันนั้นเอง ฝนที่ไม่มีเค้าลางแต่แรกกลับตกลงมา สาดเทอย่างกับฟ้ารั่ว ทว่าเดหลีไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว เปิดประตูรถออกไปด้วยมือสั่นเทา เธออยากเข้าไปดูหน้าชายหญิงคู่นั้นให้ชัดๆ
แต่ถูกคีรินยื้อไว้ เขากอดเธอจากด้านหลัง ยกมือข้างหนึ่งปิดตาแล้วกระซิบบอก
“ฟังสิ”
เดหลีเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ คลับคล้ายได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงดังลอยมา ตามด้วยน้ำเสียงไพเราะของสามีที่กระซิบกระซาบกัน จากนั้นเป็นเสียงกางร่ม...
หัวใจพลันปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกแส้โบยแล้วโรยเกลือ น้ำอุ่นคลอขอบตาก่อนจะไหลรินลงมาอย่างเงียบงัน
คีรินนิ่วหน้าเมื่อรับรู้ถึงความร้อนที่ราวกับน้ำกรดนั้น จึงเปลี่ยนเป็นช้อนคางอย่างนุ่มนวล ทว่าปากกลับเอ่ยคำพูดแฝงนัยบีบคั้นเต็มเปี่ยม
“คำว่าตลอดไปสำหรับผู้ชายมันไม่มีอยู่จริงหรอกนะ เห็นนั่นไหม พวกเขากำลังทำเรื่องผิดต่อคุณเพราะฉะนั้นเลิกโง่ และตาสว่างได้แล้ว”
“ร่มกันฝนคันนั้น ผมจำได้ว่ามันเป็นร่มที่เขาใช้ขอคุณเป็นแฟนตอนอายุ 17 นี่นา”
“ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เมื่อเห็นเขาใช้ร่มคันเดิม แต่จีบผู้หญิงคนใหม่”
ก้อนสะอื้นจุกอก ลมหายใจขาดห้วงดั่งคนใกล้ตาย คำพูดอันโหดร้ายของเขาทำให้น้ำตาของเธอยิ่งไหลพรู
เจ็บสิ
เจ็บจะตายอยู่แล้ว