bc

วาระซ่อนเร้น

book_age18+
959
ติดตาม
5.8K
อ่าน
เศรษฐี
แต่งงานตามสัญญา
จบสุข
แบดบอย
ผู้สืบทอด
คนใช้แรงงาน
ชายจีบหญิง
วิทยาลัย
เจ้าเล่ห์
addiction
like
intro-logo
คำนิยม

'พอล ไวส์แมน' ติดตาต้องใจ 'ศราวณะ' ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเธอเมื่อสี่ปีก่อน ทว่าในครานั้นเขาต้องใส่เกียร์ถอย เพราะอีกฝ่ายมีหนุ่มที่คบหาแล้ว แถมยังยืนว่าไม่ปรารถนาจะสานสัมพันธ์กับเขา

เมื่อโชคชะตานำเธอให้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงอเมริกาและเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาจะไม่ฉกฉวยโอกาสและเล่นบทอัศวินขี่ม้าขาวเข้าไปช่วย ต่อให้ในมุมมองของเธอมันไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นการบีบคั้นคนที่กำลังจนตรอกให้ยอมรับเงื่อนไขก็เถอะ

หากมองกันในแง่ของการลงทุนทางธุรกิจ ศราวณะเสียอีกที่มีแต่เป็นฝ่ายได้กับได้

ได้ทั้งสามี...

ได้ทั้งทะเบียนสมรส

ได้ทั้งสิทธิ์ร่วมในตัวของหลานสาว...

ได้ทั้งคนช่วยตามหาพี่สาวที่หายไป...

ไม่รู้ละ!

นักการเงินอย่างเขา ถ้าลงทุนอะไรไปแล้ว จะต้องได้ 'ฟันกำไร'

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
หวาดหวั่น
‘อเมริกา’ ประเทศที่ผู้คนจำนวนมากจากทั่วโลกขวนขวายดิ้นรนเพื่อหาทางมาขุดทองหลายทศวรรษ ทว่าศราวณะซึ่งเพิ่งเหยียบย่างมาเป็นครั้งแรก กลับหนาวเหน็บในอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อก้าวออกจากเครื่องบินสัญชาติอเมริกัน สามเดือนก่อน เธอถูกขอร้องแกมบังคับจากพี่สาวคนรองที่แต่งงานกับหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกัน ให้มาช่วยเลี้ยงลูกสาวที่อายุเกือบสองขวบ แม้ไม่อยากมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงจำเป็นมากขนาดไหน แต่เธอก็ทนแรงกดดันจากทางบ้านและพี่สาวไม่ไหว ศศินารา หรือ พี่จันทร์ อายุมากกว่าเธอห้าปี เคยทำงานเป็นรีเซปชันนิสต์ของโรงแรมห้าดาวในกรุงเทพฯ และนั่นคือสถานที่ที่พบรักกับเจสันซึ่งเดินทางไปเที่ยวเมืองไทย ทั้งสองคบหากันไม่ถึงปี เจสันก็ยกขันหมากไปสู่ขอ จัดงานแต่งงานกันอย่างเอิกเกริกก่อนจะพาเดินทางไปอยู่อเมริกา ตอนนั้นเธออายุย่างยี่สิบปี กำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยปีสาม ส่วนเจสันอายุประมาณสี่สิบปี เขาเป็นผู้ใหญ่ใจดี รักและวางความสุขของศศินาราไว้เหนือทุกสิ่ง ความอบอุ่นใจกว้างของเขาทำให้เธอถึงกับตั้งปณิธานว่าหากต้องแต่งงานกับใครสักคน ผู้ชายคนนั้นจะต้องรักเธอและครอบครัวเหมือนอย่างที่เจสันรักศศินารา สมาชิกในครอบครัวของเจสันไม่ได้เดินทางมาร่วมงานแต่งสักราย มีเพียงเจ้านายของเขาเท่านั้นที่เดินทางมาทำหน้าที่เป็นทั้งเถ้าแก่และเพื่อนเจ้าบ่าวในการสู่ขอ ตอนที่พี่สาวกับเจสันขอร้องให้เธอคอยดูแลและพาเจ้านายเที่ยวในกรุงเทพฯ นั้น เธอคิดว่าเขาคงแก่กว่าเจสันอย่างน้อยสิบปี ทว่าพอเดินทางไปรับที่สนามบินก็ถึงกับอึ้งในความหนุ่มแน่นและความหล่อเหลาระดับดาราฮอลลีวูดของเขา พอล ไวส์แมน ในตอนนั้นอายุเพียงยี่สิบแปดปี เขาสูงเสียจนเธอซึ่งสูงเกินมาตรฐานสาวไทยกว่าสิบเซ็นติเมตรยังต้องแหงนคอตั้งบ่า พอลแผ่รัศมีโดดเด่นกลบทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่อยู่ในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ทั้งที่เขาสวมแค่เสื้อยืดสีฟ้าอ่อน ทับด้วยเสื้อเบลเซอร์สีกรมท่าและกางเกงยีนสีเข้ม เธอมองเขาไม่วางตาราวกับถูกตรึงด้วยมนตร์สะกดตั้งแต่พอลลากกระเป๋าเดินทางยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง บ่ากว้างสะพายกระเป๋าโน้ตบุ๊ก ท่วงท่าของเขาสง่างามดุจราชสีห์เยื้องย่างอยู่กลางทุ่งหญ้าสะวันนา หากจะบอกว่าพอลขโมยลมหายใจของเธอและผู้หญิงแถวนั้นไปชั่วขณะก็คงไม่ผิดนัก เธอเห็นเขาผ่อนฝีเท้า ไล่สายตามองป้ายที่คนไปรอรับแขกต่างชาติถืออยู่ หลายคนชูป้ายขึ้นสูงเหมือนกลัวผู้โดยสารที่นัดไว้จะมองไม่เห็น เธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่มองผ่านเขาไปที่ฝรั่งสูงวัย ท่าทางภูมิฐานหลายคนที่เดินตามหลังเขาออกมา เพราะคิดว่าพอลหนุ่มแน่นเกินกว่าจะเป็นเจ้านายของเจสัน รู้ตัวอีกทีก็แทบสำลักลมหายใจตัวเอง ร้อนวูบวาบไปทั้งร่างเพราะร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดอยู่ข้างหน้า เขามองเธอสลับกับกระดาษในมือแล้วยิ้มตาพราวระยับ ‘ผมเดาว่าคุณมารอรับผม’ คำพูดพร้อมกับการขยิบตาเย้าแหย่ทำเอาสาวน้อยศราวณะในวันนั้นมือเท้าอ่อน แทบรูดลงไปกองกับรองเท้าหนังราคาแพง จากที่แอบมองและคิดว่าผู้ชายคนนี้ดูดีมากในระยะห้าสิบเมตร พอยืนห่างกันแค่ช่วงแขนและเห็นดวงตาสีฟ้าเทอคว็อยซ์ไหวระริกล้อแสงไฟ ก็ยิ่งรู้สึกว่าคำว่าดูดีมันได้แค่เศษเสี้ยวของเขาเท่านั้น ผู้ชายคนนี้คือนิยามของคำว่าสมบูรณ์แบบโดยแท้ เธอเดาว่าเขาน่าจะสูงอย่างต่ำร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ช่วงแขน ขาและลำตัวได้สัดส่วนกันอย่างเหมาะเจาะ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาออกกำลังกายอย่างต่ำอาทิตย์ละห้าวัน เธอเห่อร้อนไปถึงรากผมเมื่อหลุบตาลงต่ำ แล้วเห็นลำตัวเพรียวยาวสมส่วน ไม่ต้องจับถอดผ้าก็รู้ว่าภายใต้เสื้อยืดตัวนั้นคงเต็มไปด้วยลอนซิกแพ็คซ์แสนเร้าใจเบียดอัดกันอย่างแน่นขนัด และใต้สะดือก็คงมีแนวขนสีน้ำตาลเฉียดเดียวกับผมบนศีรษะได้รูป ขึ้นเป็นแนวดิ่งลงสู่ใต้เอวกางเกง ความคิดแสนทะลึ่งตึงตังนี้ทำเอาเธอแอบโบ้ยความผิดไปให้ต้นฉบับของนักเขียนบางคน และเพื่อนเกย์ขาหื่นอย่างณัฐวุฒิ ซึ่งบังคับให้เธอกับเพื่อนในกลุ่มเรียกว่าแนตตี้ เพราะทำให้อิทธิพลทางความคิดแบบทะลึ่งๆ เกี่ยวกับสรีระของเพศชาย ‘เอาแต่จ้องแล้วหน้าแดงแบบนี้ ผมคิดลึกนะสาวน้อย’ พอลกระเซ้ากลั้วหัวเราะเหมือนขันเสียเต็มประดา แววตารู้ทันกึ่งล้อเลียนของเขาทำเธอหน้าแดงแปร๊ด ‘คะ เอ่อ...คุณคือ... มิสเตอร์พอล ไวส์แมน เหรอคะ’ เธอส่งภาษาอังกฤษแบบติดๆ ขัดๆ พร้อมยกกระดาษขนาดเอสี่ที่มีชื่อและนามสกุลของเขาขึ้นมาบังหน้าแดงเป็นสาวขี้เมาของตัวเอง อายจนอยากแทรกพื้นคอนกรีตหนีที่โดนจับได้แบบคาหนังคาเขา ‘ครั้งสุดท้ายที่ผมเช็กก็...คิดว่าใช่นะ’ ‘ค่ะ เจสันกับพี่จันทร์ให้ฉันมารับคุณไปส่งที่โรงแรมและพาเที่ยวกรุงเทพฯ สองวันก่อนพาไปกาญจน์ฯ ค่ะ’ เธอลดมือที่ถือกระดาษลง ยิ้มปากสั่นบอกเร็วปรื๋อโดยไม่สนว่าไวยกรณ์จะผิดเพี้ยนหรือเปล่า ยิ่งสบตาสีฟ้าน้ำทะเลแวววาวอย่างมีชีวิตชีวาแบบสุดๆ คู่นั้น ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีผีเสื้อนับร้อยตัวบินว่อนอยู่ในช่องท้อง ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเวลามองหนุ่มคนไหนมาก่อน เขายิ้มกรุ้มกริ่มแบบไม่สงวนท่าที ‘ขอบคุณมาก คุณต่างจากที่ผมคาดไว้เยอะ’ นัยน์ตาคมกริบไล่มองตั้งแต่หัวจดปลายเท้าของเธอราวกับนักธุรกิจที่กำลังประเมินสินค้าบางอย่าง เธอไม่แน่ใจว่าอุปาทานไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าเขามองอ้อยอิ่งตรงริมฝีปากนานมากเป็นพิเศษจนต้องเม้มปากไว้ นั่นแหละเขาถึงยอมขยับสายตาขึ้นมาสบตาเธอ ‘คุณก็เหมือนกันค่ะ’ ‘ผมหวังว่าเราจะใจตรงกันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นะคัปเค้ก’ พอลพูดกำกวมพลางขยิบตาเจ้าชู้ให้ ทำเอาเธอซึ่งขณะนั้นมีแฟนอยู่แล้วถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง มันแย่มากที่เธอรู้สึกแบบนั้นกับคนที่เพิ่งเจอกันเพียงไม่กี่อึดใจ ในขณะที่ไม่เคยรู้สึกแบบเดียวกันกับแฟนหนุ่มอย่างอธิปที่คบหามาร่วมสามเดือน เธอปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้หญิงจะหวั่นไหว เวลาได้สบตาและอยู่ใกล้ผู้ชายเพอร์เฟ็กต์ ขณะเดียวกันก็แอบคิดว่าเขาคือบุคคลอันตรายที่ไม่น่าเข้าใกล้ คืนนั้นเธอขับรถไปส่งเขาที่โรงแรมห้าดาวในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ กว่าจะเดินทางถึงที่พักก็เกือบเที่ยงคืน พอลฉกวูบลงมาหอมแก้มเธอ กระซิบขอบคุณและอวยพรให้หลับฝันดีด้วยน้ำเสียงเหมือนจะชวนขึ้นเตียง เขายิ้มล้อเลียน นัยน์ตาเจ้าชู้พราวระยับขณะที่เธอยืนแข็งทื่อเหมือนคนต้องสาป พอตั้งสติได้ เธอก็เผ่นแผล็วขึ้นรถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่ของตัวเอง สตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยมือไม้สั่นและพามันทะยานจากหน้าล็อบบีราวกับกำลังหนี ‘นักฆ่าห้าร้อยศพ’ นั่นไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่พอลแสดงความสนิทชิดเชื้อเกินงามกับเธอ ระหว่างที่พาเขาทัวร์กรุงเทพฯ สองวัน คนหัวงูมักแอบหาเศษหาเลยกับเธอ เขาจับมือถือแขนเธอ อ้างว่ากลัวการข้ามถนนบ้าง กลัวหลงหรือคลาดกันบ้าง พอรู้ว่าเธอมีแฟนก็ทำเป็นสอนว่าผู้ชายในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังถึงขั้นอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่คบ เพราะร้อยทั้งร้อยคิดแต่จะหาประสบการณ์ทางเพศ หากหลับตาฟังเขา เธอก็คงแค่รู้สึกนั่นเป็นคำเตือนด้วยความปรารถนาดี แต่การคุยไปสบตาไป มันรังแต่ทำให้เธอตีความหมายจากสายตาเร่าร้อนหื่นหิวคู่นั้นว่าเขาต้องการพูดเพื่อเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนที่เธอคบ แม้เธอจะเห็นด้วยกับบางสิ่งที่พอลพูด แต่ก็แอบแย้งเขาเองก็น่ากลัวไม่แพ้อธิป หรือบางทีอาจน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำเพราะแม้จะรู้ว่าเธอมีแฟน แต่ก็ยังกล้าเฟร์ล์ตอย่างไม่สนสี่สนแปด พอลกับอธิปเผชิญหน้ากันวันที่ต้องเดินทางไปกาญจนบุรี พอลเช่ารถสปอร์ตยี่ห้อดังตั้งแต่วันที่สองของการอยู่กรุงเทพฯ อ้างว่ารถของเธอนั่งไม่สบาย แผนการพาเขานั่งรถไปกาญจนบุรีพร้อมกับอธิปจึงถูกเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน แฟนของเธอโกรธจนควันออกหูเมื่อเธอบอกว่าต้องนั่งรถไปกับพอลเพื่อบอกเส้นทางและเขายังไม่ชินกับการขับรถเลนซ้าย นั่นคือชนวนสงครามระหว่างทั้งคู่ซึ่งแน่นอนว่าคนวางตัวลำบากที่สุดก็คือเธอ อธิปเป็นเงาตามตัวของเธอนับแต่นั้น ขณะที่พอลกลายเป็นขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ รวมไปถึงคนแก่แม่หม้ายเพราะความหล่อเหลาแบบฉกาจฉกรรจ์ของเขา ทว่าทุกครั้งที่เธอลอบมองเขา ใจก็เป็นอันต้องเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อพบว่าดวงตาอบอวลด้วยเพลิงปรารถนาคู่นั้นกำลังจับจ้องเธออยู่เหมือนกัน คืนที่ศศินารากับเจสันเลี้ยงฉลองงานแต่งที่รีสอร์ตสี่ดาวที่กาญจนบุรีนั้น พอลขอเธอเต้นรำโดยไม่สนสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อของอธิป เขาพูดระหว่างที่เธออยู่ในอ้อมแขนว่าอธิปไม่ใช่ผู้ชายสำหรับเธอ นั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนอดกลั้นของเธอขาดผึงถึงขนาดที่กล้าเค้นเสียงผ่านไรฟันถามกลับในเชิงประชดประชันว่าผู้ชายแบบไหนที่เหมาะกับเธอ แทนที่จะหัวเสียกับคำถามของเธอ พอลกับยิ้มถูกใจและก้มลงกระซิบข้างหูร้อนผ่าวของเธอว่า ‘เลิกหลอกตัวเองเสียที ซาร่าห์ คุณก็รู้พอๆ กับผมว่าระหว่างเราสองคนมีแรงดึงดูดที่ทรงพลังยิ่งกว่าแรงดึงดูดของโลกเสียอีก ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครนอกจากคุณ’ พอลทำให้เธอร้อนเหมือนคนจับไข้ด้วยการฝังริมฝีปากร้อนลวกๆ เข้าที่บริเวณใต้ใบหูของเธอ ก่อนเสียงที่เคยทุ้มนุ่มนวลของเขาจะเปลี่ยนเป็นเด็ดขาดระคนเอาแต่ใจ ‘เลิกกับหมอนั่นซะ’ เธอยืนแข็งทื่อและลืมหายใจไปชั่วขณะ ตั้งท่าว่าจะผลักร่างสูงสง่าออก ทว่าเขาก็เหมือนนกรู้เพราะกระชับมือกับแผ่นหลังของเธอ บังคับให้ก้าวตามการนำของเขา ‘ผมจริงจัง ซาร่าห์’ แววตาคมกริบบอกว่าเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะพาเธอขึ้นเตียงให้ได้ ‘ระหว่างคุณกับฉัน ไม่มีแรงดึงดูดทั้งนั้นแหละค่ะ มิสเตอร์ไวส์แมน สิ่งที่ฉันเห็นและรู้สึกตั้งแต่วินาทีแรกที่พบคุณก็คือ… คุณอารมณ์เปลี่ยวและต้องการให้ฉันเป็นคู่นอนระหว่างที่อยู่เมืองไทย ในขณะที่ฉันไม่รู้สึกอะไรกับคุณเลย เผื่อคุณยังไม่รู้นะคะ คุณก็ไม่ใช่ผู้ชายแบบที่ฉันนิยมชมชอบ ฉันชอบหนุ่มเอเชียค่ะ ฉันไม่ชอบหนุ่มชาวตะวันตก โดยเฉพาะหนุ่มอเมริกัน’ เธอจำได้ว่าตอนที่พูดประโยคนั้นเงยหน้าจ้องตาพอลอย่างห้าวหาญ ‘หึ… คุณจะหลอกตัวเองอย่างนั้นก็ได้ซาร่าห์ แต่อย่าคิดว่าคำพูดโง่ๆ นั่นจะตบตาผม’ พอลย้ำทิ้งท้ายด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะยอมปล่อยเธอจากอ้อมแขน จากนั้นเธอก็ทำเป็นไม่สนไม่แคร์ว่าพอลจะทำอะไร ที่ไหน หรือเต้นรำกับใคร หากแม้จะสั่งตัวเองไม่ให้มองเขา การอยู่ในงานเลี้ยงเดียวกันก็ทำให้หลีกเลี่ยงได้ยาก ในที่สุดเธอก็ถึงจุดที่หงุดหงิดจนต้องปลีกตัวเดินออกไปสูดอากาศนอกงานตอนดึก เธอตกใจแทบช็อกเมื่อจู่ๆ ถูกกระชากเข้าสู่มุมมืด ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นใบหน้าที่บอกว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ขุ่นมัวสุดขีดของพอล ปากร้ายกาจกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอลล์ของเขาฉกลงบนปากของเธอแบบไม่ให้โอกาสตั้งตัว เขาบดขยี้อย่างเอาแต่ใจ ใช้มือทรงพลังข้างหนึ่งบีบกรามของเธอให้แยกออกและสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปาก บุกรุกระรานทุกอณูในอุ้งปากอย่างหิวโหย เธอพยายามดิ้นรนผลักไสทุบตีเขาด้วยทุกอย่างที่มี แต่ไม่ว่าจะด้านกายภาพหรือประสบการณ์ก็เป็นล้วนด้อยกว่าเขาหลายขุม สุดท้ายจึงได้แต่ยืนนิ่งเฉยและปล่อยให้เขาปล้นจูบตามอำเภอใจ พอลครางในลำคอเมื่อสัมผัสถึงการยอมจำนนของเธอ จูบดุดันดิบเถื่อนเร่งร้อนของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและเรียกร้อง สัญชาตญาณของเพศหญิงในตัวเธอกรีดร้องให้ตวัดลิ้นตอบโต้ลิ้นร้ายกาจที่ตวัดยั่วเย้าหยอกเอิน แต่ศีลธรรมที่กำลังสั่นคลอนสั่งว่าอย่าตอบสนองการเล้าโลมใดๆ ของเขา ‘อย่าปฏิเสธผมอีกเลย ซาร่าห์’ พอลกระซิบแนบริมฝีปากของเธอ ‘ฉันเกลียดคุณ’ เธอกระซิบกลับเสียงสั่น ประโยคนั้นส่งผลให้เขานิ่งงัน นั่นเป็นตอนที่หูของเธอยินเสียงคำรามอย่างเดือดดาลเต็มกำลังของอธิป แฟนของเธอพุ่งมากระชากพอลออกจากมุมมืด ก่อจะต่อยหน้าเขาท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้เห็นเหตุการณ์ ความชุลมุนวุ่นวายในครั้งนั้นเกิดขึ้นนานกว่าสี่ปีแล้ว ทว่าเธอยังจดจำรายละเอียดทุกอย่างได้ดี

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.8K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.1K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook