INTRO
Intro
ณ โรงพยาบาล
ร่างเล็กสูงเพรียวอยู่ในชุดกาวน์หมอ ผมยาวถึงกลางหลังถูกมัดรวบตึง ใบหน้าที่หวานอ่อนละมุน ผิวขาวเนียนราวกับผิวเด็กเดินด้วยท่าทีที่ทะมัดทะแมง ระหว่างทางเดินก็มีพยาบาลยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะคุณหมอ”
“สวัสดีค่ะ” เอลลี่ยิ้มทักทายในขณะที่เดินมาหยุดที่ตู้กดกาแฟแต่ยังไม่ทันที่เอลลี่จะได้กดกาแฟจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“คุณหมอเอลลี่ค่ะมีผู้ป่วยฉุกเฉิน รถประสานงานกันมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสค่ะ” นางพยาบาลวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกเข้ามาบอกเอลลี่ในขณะที่เอลลี่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เอลลี่ทิ้งทุกอย่างและรีบวิ่งตามพยาบาลไปที่ห้องฉุกเฉิน
เมื่อมาถึงรถพยาบาลก็กำลังเข็นผู้ป่วยลงจากรถพอดี ผู้ป่วยแต่ละคนมีเลือดท่วมตัวและถูกส่งมาที่โรงพยาบาลไม่น้อยกว่าห้าคน
“หมอคนอื่นไปไหนกันหมด?” เอลลี่ถามพร้อมกับหันมองเวลาพบว่าตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว
“ออกเวรแล้วค่ะเหลือแค่หมอภัทร” พยาบาลตอบ
“น้องเอล…” ภัทรหมอหนุ่มวิ่งเข้ามาหาเอลลี่ที่กำลังประเมินสถานการณ์
“พี่ภัทร!” เอลลี่รู้สึกอุ่นใจขึ้นอย่างน้อยก็ยังมีภัทรที่คอยช่วยเหลือแบ่งเบาเธอได้บ้าง “เอาอย่างนี้นะถ้าผู้ป่วยคนไหนที่สาหัสจริงๆ ให้ส่งให้ฉันกับพี่ภัทรก่อน ส่วนคนไหนที่แค่เป็นแผลไม่ได้เจ็บหนักพยาบาลก็ช่วยดูแลไปก่อน” เอลลี่ออกคำสั่ง
“ค่ะคุณหมอ”
“ฝากด้วยนะคะพี่ภัทร”
“ไม่ต้องห่วงนะน้องเอล” จากนั้นทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเอง โดยหมอพยาบาลทุกคนต่างทำหน้าที่ให้ถึงที่สุดช่วยคนให้ได้มากที่สุด จนเหตุการณ์นั้นผ่านไปได้ด้วยดี
02:40 น.
“เฮ้อ~” เอลลี่นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาหลังจากที่ช่วยผู้ป่วยทุกคนให้ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
“น้ำครับน้องเอล” ภัทรเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นขวดน้ำให้เอลลี่ เอลลี่รู้จักกับภัทรตั้งแต่ที่เธอเรียนมหาวิทยาลัย ภัทรเป็นรุ่นพี่ที่ดีกับเธอมากๆ เธอจึงสนิทมาถึงทุกวันนี้
“ขอบคุณค่ะพี่ภัทร” เอลลี่ยิ้มและรีบน้ำมาดื่มในขณะที่ภัทรนั่งลงข้างๆ เธอ
“เหนื่อยแย่เลยแถมวันนี้ยังเข้าเวรดึกด้วยไหวหรือเปล่า?”
“สบายมากค่ะ เลือกจะเป็นหมอแล้วเราต้องช่วยชีวิตคนให้ถึงที่สุดญาติผู้ป่วยทุกคนเขาคงดีใจที่ญาติๆ ของเขาปลอดภัย”
“ยังไงเอลก็ต้องพักผ่อนบ้างนะพี่เป็นห่วง”
“ค่ะ พี่ภัทรเองก็เหมือนกันนะคะ”
07:30 น.
ณ บ้านติณห์&แอริน
“เอลลี่! ออกเวรแล้วเหรอลูกหิวไหมทานอะไรมาหรือยัง?” แอรินเห็นลูกสาวเดินเข้าบ้านก็รีบวิ่งมาหาลูกสาวทันที
“ซื้อแซนด์วิชที่หน้าโรงพยาบาลทานมาแล้วค่ะ” เอลลี่ยิ้มและตอบผู้เป็นแม่ “พ่อกับพี่แฟรงค์ละคะ?”
“พ่อยังไม่ลงมาเลย ส่วนพี่ชายตัวดีของเราเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านเห็นบอกงานในมหาวิทยาลัยหนัก”
“เอลลี่…”
“พ่อ~” เอลลี่เห็นติณห์ผู้เป็นพ่อเดินลงมาจากชั้นสองก็รีบวิ่งเข้าไปกอดทักทาย “กำลังจะไปทำงานเหรอคะ?”
“ใช่…แล้วนี่เพิ่งออกเวรเหรอ พ่อว่าถ้าเหนื่อยก็ลาออกมาช่วยงานพ่อทำนิดๆ หน่อยๆ ดีกว่านะ”
“อีกแล้วนะคะพ่อ เอลบอกแล้วไงว่าเอลชอบเป็นหมอ” เอลลี่มองมายังแอรินและส่งสายตาออดอ้อนขอให้ช่วย
“เอาเถอะๆ ลูกกลับมาเหนื่อยๆ ให้ลูกไปพักผ่อนดีกว่า ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะลูก” แอรินพูดขึ้น
“ค่ะ เอลขอตัวนะคะคุณพ่อ” เอลลี่หอมแก้มติณห์และแอรินหนึ่งครั้งจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปชั้นบน
แม็กซิมัส
ณ ประเทศอิสราเอล
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“อ๊าก!”
“นายท่าน! เฮ้ย! นายท่านถูกยิง!!” กามิลมือขวาของแม็กซิมัสตะโกนลั่นเมื่อเจ้านายถูกยิงที่ต้นแขนในขณะที่กำลังยิงปะทะกับศัตรูอย่างดุเดือด
“กูไม่เป็นไร อย่าให้พวกมันมีชีวิตรอดกลับไปแม้แต่คนเดียวนี่คือคำสั่ง!”
“ครับนาย!!” / “ครับนายท่าน!!” ลูกน้องแม็กซิมัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ทั้งสองฝั่งปะทะกันอย่างดุเดือดเสียงปืนดังลั่นไปทั่ว ร่างสูงใหญ่กำยำยิงฝ่ายศัตรูทิ้งอย่างไม่ไยดีด้วยสีหน้าที่เย็นชาและดุดันจนฝ่ายตรงข้ามนอนตายเกลื่อนเต็มไปหมด
“ยะ อย่ายิงผมเลย ผมยอมแล้วปล่อยผมกลับไปหาลูกเมียผมเถอะ” ชายชุดดำก้มหัวอ้อนวอนขอร้องแม็กซิมัสเพราะเหลือเขาเพียงผู้เดียว ส่วนคนอื่นๆ นอนตายหมดแล้ว
“กูเคยบอกไปแล้วว่าถ้าที่ตรงไหนเป็นถิ่นของกูๆ ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายมาส่งของตัดราคา ของผิดกฎหมายทุกอย่างในถิ่นของกู กูคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์!!!” แม็กซิมัสตะโกนบอกอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่โกรธจัด
“ผะ ผมจะกลับไปบอกเจ้านายของผมให้ ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะครับ”
“เจ้านายของมึง กูจะเป็นคนถือกระบอกปืนไปบอกมันด้วยตัวของกูเอง มึงไม่ต้องเสือก!”
“อย่า!!”
“ปัง!!”
“…” แม็กซิมัสยิงชายชุดดำที่กลางหัวเข้าเต็มๆ นัดเดียว สายตาที่ดุดันและแววตาที่น่าเกรงขามปรากฏอยู่บนหน้าแม็กซิมัสตลอดเวลา ผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าไม่รู้จักความอ่อนโยนและความเมตตาใดๆ
ณ อาณาจักรคฤหาสน์แม็กซิมัส
แม็กซิมัสนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าเตาผิงไฟร้อนระอุ แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยหยดเหงื่อที่ไหล่ลงกล้ามมัดแขนและแผ่นหลังกว้าง ในขณะที่ลูกน้องของเขากำลังเย็บบาดแผลที่ถูกยิงให้ มือข้างหนึ่งของเขาถือแก้ววิสกี้ดื่มอย่างใจเย็น
“พรุ่งนี้นายท่านไม่ต้องไปด้วยตัวเองก็ได้นะครับ แค่ส่งผมไปจัดการพวกมันก็เพียงพอแล้ว” กามิลที่ยืนอยู่ไม่ห่างเสนอขึ้น
“กูต้องการที่จะไปจัดการกับพวกมันด้วยมือของกูเอง มันจะได้ไม่ต้องกล้าทำอีก” แม็กซิมัสยกแก้ววิสกี้ดื่มหมดแล้วเพื่อบรรเทาความเจ็บของแผล
“แต่แผลของนายท่านยังไม่หายผมแค่เป็นห่วง”
“หนักกว่านี้กูก็โดนมาแล้ว มึงก็เห็นแล้วว่ากูยังมีชีวิตอยู่”
“รอบนี้ท่านผู้การเรียกเงินเพิ่มเป็นสองเท่าเพื่อปิดเรื่องวันนี้ให้เงียบ…”
“ก็ให้มันไปตามที่มันขอ แต่บอกมันด้วยว่าอาทิตย์หน้ากูจะไปฆ่าพวกที่เหลือถึงที่ของมัน และกูได้จ่ายรวบรอบนั้นกับเงินก้อนนี้ไปแล้ว…” แม็กซิมัสมักฉลาดเป็นต่อเสมอไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบง่ายๆ
“ครับนาย”
“อีกสามวัน…กูจะไปถล่มมันเตรียมคนให้พร้อม” แม็กซิมันหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดดูดอย่างใจเย็น ในขณะที่ลูกน้องเย็บแผลให้เสร็จเรียบร้อย
********