บทนำ
INTRO
•
ณ. อะพาร์ตเมนต์ JJ
“ตั้งนานก็ไม่บอก มาบอกอะไรตอนนี้ ป้านะป้า!” ทิชา เด็กสาววัยยี่สิบสี่ปีบ่นขึ้นอย่างหงุดหงิด เมื่อป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์เพิ่งมาบอกว่ารถขยะจะมาเก็บขยะตอนเช้ามืดของวันพรุ่งนี้ ซึ่งเธอจะต้องเอาขยะในห้องลงมาทิ้งข้างหลังตึกที่ตอนนี้มืดและเปลี่ยว แถมเมื่อวันก่อนยังมีคนเสียชีวิตที่ตึกข้าง ๆ อีกด้วย ไม่แปลกที่เธอจะกลัว
เมื่อทิ้งถุงลงถังขยะจึงรีบหันหลังเพื่อจะเดินกลับเข้าตึก ทว่ากลับมีเสียงบางอย่างทำให้เธอต้องหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นร่างของคนนั่งอยู่ในความมืด
“นะ..นั่นไง~ ผีหลอกจนได้ อึก! ยะ.. อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำบุญใส่บาตรไปให้~” ความกลัวทำให้เธอต้องถอยหลังหนีทีละก้าวพร้อมประนมมือไหว้เพราะคิดว่าเป็นผี ทว่าร่างนั้นกลับขยับอีกครั้งพร้อมโผล่ใบหน้าออกมา
“กรี๊ด!” ความตกใจทำให้เด็กสาวส่งเสียงร้องพร้อมหลับตา แต่กลับต้องรีบใช้มือปิดปากเมื่อได้ยินเสียงพูดของอีกฝ่าย
“หุบปาก!” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งเสียงแข็งจ้องมองเธอด้วยสายตาฟาดฟัน
“คะ..คนเหรอคะ!” ทิชามองไปที่ชายหนุ่มอีกครั้ง จึงได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดง
“อึก! ไม่ช่วยก็ไสหัวไปไกล ๆ อย่ามายืนแหกปาก!”
“อ่าว! ดูไอ้นี่มันพูด! งั้นก็นอนตายตรงนี้ไปแล้วกัน!” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ร่างเล็กหันหลังเพื่อจะกลับเข้าตึก แต่เพราะทำงานเป็นจิตรอาสาเจ้าหน้าที่กู้ภัยทำให้เธอต้องหยุดเดิน
“แม่งเอ้ย! ถ้าไม่ช่วยมีหวังได้ตายตรงนี้จริง ๆ แน่!” ทิชาจำใจหันกลับไปหาชายหนุ่มอีกครั้งพร้อมกับเดินเข้าไปหา
“มา เดี๋ยวช่วย”
“ตามหาตัวมันให้เจอ มันบาดเจ็บคงไปไหนได้ไม่ไกล ถ้าจับเป็นไม่ได้ ก็จับตายกลับไปให้นาย!” ขณะเดียวกันก็มีเสียงดังขึ้นจากทางหน้าตึก ทิชาจึงมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง
“หนีตายจากไอ้พวกนั้นมาสินะ”
“จะช่วยก็ช่วย อยากตายไปด้วยหรือไง”
“…” ทิชาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าไปประคองร่างหนา และพาเข้ามาในอะพาร์ทเมนต์ทางประตูหลัง เพราะหากกลับทางประตูหน้ามีหวังได้โดนจับได้ทั้งคู่แน่
เมื่อมาถึงห้องเธอจึงให้ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟา ก่อนที่ตัวเองจะรีบวิ่งไปหยิบกระเป๋าอุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้นที่ใช้เวลาออกเคสมาวางที่โต๊ะ เพราะชายหนุ่มที่เธอช่วยถูกแทงเข้าที่ท้อง
“ฉันว่าควรไปหาหมอนะ เลือดคุณยังไหลอยู่เลย” มือเล็กใช้ผ้าก๊อซกดไปที่แผลเพื่อห้ามเลือด
“ไม่ต้อง เอาแค่มอร์ฟีนมา” ชายหนุ่มพูดพลางถอดเสื้อของตนออก จึงเห็นแผลได้อย่างชัดเจน
“รู้ได้ไงว่าฉันมีของพวกนั้น?”
“…” เขาไม่ตอบแต่มองไปที่กรอบรูปบนตู้เย็น ซึ่งเป็นรูปที่ทิชาได้รับเกียรติบัตรจากการเป็นอาสาเจ้าหน้าที่กูภัยดีเด่นประจำปี
“ฉันไม่มีของแบบนั้นที่บ้านหรอก และคุณควรจะไปหาหมอ”
“ออกไปมีหวังได้ตายห่าทั้งคู่” พูดจบชายหนุ่มจึงหยิบอุปกรณ์ที่มีในกระเป๋าออกมาวางเพื่อเตรียมจะเย็บแผลให้ตนเอง
“เดี๋ยวช่วย” ทิชาช่วยใช้น้ำเกลือล้างแผลให้เขา และเช็ดทำความสะอาดรอบแผล
“เดี๋ยวจัดการเอง” แย่งเข็มในมือจากเด็กสาวมาถือเพื่อเตรียมจะเย็บสดด้วยตนเอง
“ใจเย็น ๆ สิ กำลังจะโทรให้เพื่อนเอายาชามาให้เนี่ย!” ทิชารีบห้ามเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเย็บสด
“ไม่จำเป็น” ชายหนุ่มปรับท่านั่งและลงมือแทงเข็มลงบนเนื้อที่ไม่ได้ฉีดยาชา ทิชาที่เห็นเช่นนั้นจึงหยิบผ้าใกล้ ๆ มือยัดไปที่ปากของอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าเขาจะเผลอร้องออกมา ทว่าสิ่งที่เธอยัดเข้าไปในปากของเขากลับกลายเป็นชุดชั้นในสีดำ
“งามไส้~ เสื้อในฉัน” เธอสบถด่าอย่างอับอาย ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจและยังคงบรรจงเย็บแผลต่อไปเช่นเดิม
ทิชาที่ไม่เคยผ่านการเย็บสดจึงได้แต่นั่งสูดลมหายใจเข้าออกอยากยากลำบาก ถึงเธอจะเป็นอาสา แต่ก็พึ่งเป็นได้แค่ปีเดียว และยังไม่เคยผ่านอุบัติเหตุครั้งใหญ่มาเลยสักครั้ง มากสุดก็แค่จักรยานยนต์ล้มเท่านั้น ต่างจากชายหนุ่มที่ดูเคยชิน และไม่ส่งเสียงร้องโอดโอย
“ไม่ไหว~” ในที่สุดทิชาก็สลบล้มลงไปบนโซฟา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มเย็บแผลเสร็จพอดี
“อึก!” ร่างสูงถอนหายใจ ใบหน้าซีดเซียว ดึงเสื้อชั้นในออกจากปากก่อนจะสบถด่า
“แม่ง! ให้คาบเสื้อใน!” เขาจัดแจงปิดแผลให้ตนเองอย่างเจ็บปวด ก่อนจะสลบไปในที่สุด
เช้าวันใหม่
เช้านี้ทิชาตื่นมาบนโซฟาตัวเดิม เมื่อลืมตาจึงเห็นว่าชายหนุ่มยังคงหลับอยู่ แต่แผลที่คิ้วยังไม่ได้ทำความสะอาดและใส่ยา เธอจึงถือวิสาสะทำความสะอาดแผลให้เขา ทว่าเมื่อก้านสำลีสัมผัสลงที่หางคิ้ว ร่างหนากลับรู้สึกตัวขึ้นและจับมือเล็กเอาไว้แน่น
“จะทำอะไร ?”
“ก็ทำแผลที่คิ้วนี่ไง คุณยังไม่ได้ทำ”
“เดี๋ยวทำเอง” แย่งก้านสำลีจากเธอมาจัดการแผลของตัวเองอีกครั้ง จึงทำให้ทิชารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะหวงเนื้อหวงตัว ขณะเดียวกันโทรศัพท์ของเธอได้ก็ดังขึ้น
-มีสายเรียกเข้าจาก พี่เทม”
“เมื่อคืนพี่ไปถึงห้องแล้วแต่เราไม่ยอมเปิดประตู เลยเอายาใส่ไว้ในตู้หน้าห้องนะ” เสียงปลายสายแทรกขึ้นทันทีที่กดรับ
“ขอบคุณมากนะคะพี่เทม พอดีเมื่อคืนเจอเคสแถวบ้านค่ะ เลยช่วยไว้”
“มีไรให้พี่ไปช่วยไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูจัดการเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากนะคะ”
“โอเคครับน้องทิชา”
เมื่อทิชาวางสายรุ่นพี่แล้วจึงลุกไปหยิบยาแก้ปวดแก้อักเสบพร้อมน้ำเปล่ามาให้ชายหนุ่มที่เธอยังไม่ทราบชื่อดื่ม
“นี่ยาค่ะ แนะนำว่าควรไปหาหมอนะคะ”
“จะอยู่ที่นี่สักอาทิตย์” จู่ ๆ เขาก็พูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะรับยามากิน
“อะไรนะ!”
“พูดไม่ชัดตรงไหน?” สายตาคมจ้องมองมาที่หญิงสาว
“ไม่ได้นะ! อีกสองวันน้องสาวฉันก็จะกลับมาแล้ว คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้”
“…” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรกลับไป
“อะไรของคุณ! บ้านฉันไม่ใช่สถานที่พักพิงนะ! ฉันแค่ช่วยเพราะจำเป็นต้องช่วย!”
“ให้ห้าแสน แลกกับหนึ่งอาทิตย์” เพราะเคนโซ่เห็นว่าที่นี่ดูทรุดโทรมเกินกว่าที่จะมีใครมาตามเจอ และเหมาะแก่การรักษาตัวมากที่สุด
“…” ทิชายิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินจำนวนเงิน
“ต้องการเงินไม่ใช่หรือไง?” มองไปที่บิลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ รวม ๆ ก็เป็นหมื่น
“โอนมาก่อน” ตั้งห้าแสนคนบ้าที่ไหนจะไม่เอา แค่แลกกับการให้เขามาอยู่ที่นี่สักสองสามวัน แถมยังมีเงินไปจ่ายค่าเทอมโรงเรียนประจำให้กับน้องสาวของตัวเองอีกด้วย
“หน้าเงิน” ชายหนุ่มต่อว่าทิชาเบา ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง เมื่อเปิดติดข้อความมากมายก็เด้งสวนขึ้นจนเขาต้องปิดเสียงลง
“โทรตามกันทั้งจังหวัดแล้วมั้ง”
“…” ชายหนุ่มปรายตามองเด็กสาว ก่อนจะต่อสายหาใครบางคน เพียงไม่นานปลายสายก็รับ
“โอนเงินเข้าบัญชี..” พูดพลางมองมาที่เธอ ทิชาจึงบอกหมายเลขธนาคารให้กับเขา
“ไม่ต้องถาม อีกไม่กี่วันเดี๋ยวกลับไป” พูดจบชายหนุ่มจึงกดวางสาย และเป็นเวลาเดียวกันกับที่โทรศัพท์ของทิชามีแจ้งเตือนยอดเงินเข้า
-ยอดเงินคงเหลือ 511,020 บาท-
“โอนจริงด้วย! คุณคงจะเป็นคนรวยที่ถูกตามฆ่าสินะ” เมื่อทิชาได้เห็นยอดเงินบวกกับเหตุการณ์เมื่อคืน เธอก็พอที่จะเดาออก
“ถ้ามีคนรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันตาย เธอตาย น้องเธอตาย”
“…” น้ำเสียงของอีกฝ่ายทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที เธอไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะเป็นอะไรไป แต่เป็นห่วงน้องสาววัยสิบหกปีที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยต่างหาก
เมื่อต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร ชายหนุ่มจึงล้มตัวลงนอนลงบนโซฟาอีกครั้ง เพราะยังคงรู้สึกปวดที่แผลอยู่
“ฉันจะไปเอายามาฉีดให้”
“ขอมอร์ฟีน”
“…” ทิชาไม่ได้ตอบกลับแต่จัดแจงขวดยาและเข็มตามด้วยสายน้ำเกลือ ก่อนจะห้อยไว้บนขอบหน้าต่าง “ฉันจะให้น้ำเกลือคุณก่อน”
“ไม่ต้อง ฉีดมอร์ฟีนมาเลย” ชายหนุ่มยังคงดื้อดึงเพราะอาการเจ็บปวดจากแผลทำให้เขาเริ่มไม่อยากรอ ทิชาจึงยอมทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย จนในที่สุดเขาก็หลับไปอีกครั้ง
“ไปเลือกช่วยใครมาวะเนี่ย~” ทิชาเครียดพอสมควรเพราะเธอไม่รู้ว่าคนที่ช่วยมามีอิทธิพล หรือเป็นใครมาจากไหน แต่ที่แน่ ๆ เป็นคนรวยที่ถูกชายฉกรรจ์นับสิบคนไลล่าอย่างแน่นอน
1 วันผ่านไป
เช้านี้ทิชาจัดแจงหาข้าวเช้าให้กับชายหนุ่มทานเพื่อที่จะได้ทานยาเช่นเคย ตอนนี้เธอจึงไม่ต่างอะไรจากพยาบาลที่ต้องมาคอยดูแลคนแปลกหน้า แถมยังไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร
“พรุ่งนี้ตอนเย็นน้องสาวฉันจะกลับมาจากโรงเรียนประจำ คุณต้องบอกว่าเป็นเพื่อนที่ออกเคสกู้ภัยกับฉันนะ”
“…” ชายหนุ่มนั่งเงียบ ราวกับไม่ได้สนใจที่ทิชาพูดเลยสักนิด
“นี่ ได้ยินที่พูดไหม”
“อืม”
“ก็แค่นั้น” เมื่อทิชาพูดจบจึงเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเอง
“พูดมากฉิบหาย” เคนโซ่บ่นพึมพำก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแผนงานที่ลูกน้องส่งมาให้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีสายเรียกเข้าพอดี
“มึงโอเคไหมไอ้เคน อยู่ไหนวะ” ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“กูโอเค อีกสองสามวันจะกลับไป” เมื่อเคนโซ่พูดจบจึงกดวางสายทันที
“คิดจะฆ่า ก็ต้องฆ่ากูให้ตาย เพราะถ้ากูไม่ตาย กูจะเป็นฝ่ายล่ามึง” เคนโซ่พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เพราะพอจะรู้ว่าใครคือคนที่รอบทำร้ายและตามไล่ล่าเอาชีวิตเขา
__________________________
เปิดมาก็ปะทะฝีปากกันเลย 😂 แม้จะธงแดง แต่ไม่มีนอกกายนอกใจ 100% ค่ะ 😚🚩
ขอคนละ 1 ใจ 1 คอมเมนต์ เพื่อเป็นแรงกดดัน และช่วยดันอันดับให้หนูนะค้าบ🙏🏻😂