ตอนที่3รอยร้าวในอดีต

1693 คำ
“อันน์” “คะ?พี่บัว” “คุณประนอมบอกพี่ว่า คุณผู้หญิงให้อันน์ไปพบน่ะ” ใบบัวคิดว่าคุณผู้หญิงท่านจะให้เวลาเด็กสาวคนนี้ปรับตัวสักพักซะอีก ที่ไหนได้ ให้พักแค่คืนเดียว และเช้าวันนี้เด็กสาวนี่ก็ถูกเรียกพบทันที ‘ความแค้นนี่น่ากลัวชะมัด...สงสารเด็กคนนี้จัง’ “เอ่อ...” ภริตากังวลใจขึ้นมาทันที สิ่งที่พี่ใบบัวเล่าเมื่อคืนนั้นมันกำลังทยอยเข้ามาในหัวของเธออย่างต่อเนื่อง หนีความจนได้แล้ว ก็ต้องพบกับความน่ากลัวอีกรูปแบบหนึ่ง “คุณผู้หญิงรออันน์อยู่ที่ตึก เดี๋ยวพี่จะเดินไปส่งนะ ไม่ต้องกลัวหรอกนะ คุณเขาอาจจะมอบหมายงานให้อันน์ทำก็ได้ ยังไงเสียอันน์ก็ไปรับงานก่อน จำไว้อย่างหนึ่งนะอันน์ รับคำสั่งอย่างเดียวไม่ควรปฏิเสธนะ คุณผู้หญิงไม่ชอบให้ใครขัดใจ” “ค่ะพี่บัว...แต่ถ้าคุณผู้หญิงให้อันน์ทำในสิ่งที่อันน์ทำไม่ได้ล่ะคะพี่บัว อันน์จะทำยังไงคะ” “ยังไงอันน์ก็ต้องรับ ถ้าอันน์เลือกที่จะอยู่บ้านหลังนี้ มีที่นอน ที่กิน อยู่ฟรี อันน์ต้องทำนะ เราเป็นคนรับใช้ เลือกอะไรมากไม่ได้หรอก ต้องทำตามที่นายสั่งเท่านั้น” “ค่ะพี่บัว” นั่นสินะ ภริตาอยู่โหมดที่เลือกอะไรไม่ได้เลย นอกจากต้องรับคำสั่งอย่างเดียว เธอไม่มีใครแล้วในตอนนี้ เหลือตัวคนเดียวขาดที่พึ่ง เธอจะไปไหนได้อีก นอกจากก้มหน้ารับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าต่อไป “ไปเร็ว...ปล่อยให้คุณหญิงท่านรอนานไม่ได้นะ ไม่มีอะไรหรอกนะอันน์ สู้ๆ พี่เป็นกำลังใจให้” “ขอบคุณค่ะพี่บัว” ภริตาก็คงจะมีพี่ใบบัวคนนี้เพียงคนเดียวใช่ไหมที่เหลือและเป็นที่พึ่งอยู่ในตอนนี้ “อืม เวลานั่งคุยกับคุณท่าน เราต้องนั่งพื้นและก้มหน้านะ อย่าไปจ้องตากับท่านล่ะ และอีกอย่างไม่ว่าท่านจะพูดยังไงกับเราก็ต้องทำตาม เราก็อย่าไปขัดเขานะ ถ้าอันน์อยากอยู่ที่นี่ต่อไป” “ค่ะพี่บัว” ภริตารับคำพร้อมกับมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ‘ในเมื่อความจนมันน่ากลัว เธอก็ต้องยอมรับและกล้าเผชิญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอให้ได้สิ’ แอ๊ดดดดด! เสียงประตูบานใหญ่ถูกเปิดในเวลาต่อมา... เท้าบางกำลังก้าวเข้าไปด้านในด้วยความลังเลบวกผสมกับความกังวลใจ เด็กสาวหันกลับไปมองผู้ที่มาส่งเธอและก็พบกับรอยยิ้มที่ส่งกำลังใจมาให้เธอกลับ “แกจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย!” เสียงตวาดของหัวหน้าคนใช้ทำเอาเด็กสาวสะดุ้งตกใจ “ขอโทษค่ะ” ภริตารีบคุกเข่าลงกับพื้นแล้วคลานเข่าเข้าไปหาประมุขของบ้านที่นั่งไพล่ขาบนโซฟาตัวใหญ่ เธอก้มหน้าตามที่พี่เลี้ยงของเธอสอนเอาไว้ “แหม! นังนี่ มาแค่วันเดียวเอง ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” “พอได้แล้วประนอม” “ค่ะคุณผู้หญิง” “ไหนเงยหน้าซิ ก้มหน้าแบบนั้น ฉันจะเห็นแกได้ยังไง” “ค่ะคุณท่าน” ภริตาเงยหน้าขึ้นตามคำสั่ง ดวงตากลมโตจ้องมองผู้เป็นประมุขของบ้านด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นกังวลใจ และเกิดความกลัวขึ้นมาอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้ มือบางเย็นเฉียบ หัวใจของเธอตอนนี้มันช่างเต้นแรงเสียเหลือเกิน รอลุ้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง “หน้าตาแก...เหมือนแม่ไม่มีผิดเพี้ยนเลยนะ ถ้าแกบอกว่าเป็นนังนรี ฉันก็เชื่อ...และยิ่งถ้าคุณพี่ได้เห็นแกล่ะก็...” ริมฝีปากแดงยกยิ้มอย่างพอใจกับภาพที่เห็น ‘ทีนี้...คุณพี่ก็จะได้เห็นตัวแทนคนรักเก่าสินะ มันจะเจ็บแค่ไหน ถ้าเห็นลูกสาวของคนรักเก่าถูกกระทำเหมือนกับที่เธอเคยเจ็บช้ำเพราะสิ่งที่คุณพี่ทำไว้กับเธอ’ “...” ภริตามองใบหน้าของคุณท่านผู้หญิง ในวัยขนาดนี้ท่านยังคงสวยสดงดงาม ใบหน้ารูปไข่ ผิวพรรณของท่านยังดูเปล่งปลั่ง ‘เกิดอะไรขึ้นกับท่านผู้หญิงและคุณท่านผู้ชายนะ และที่สำคัญแม่ของเธอเข้ามาเกี่ยวอะไรด้วย ทั้งสามคนมีข้อบาดหมางอะไรกัน’ “ฉันจะให้แกมาดูแลคุณพี่กษิดิศ ให้แกย้ายมานอนอยู่ห้องข้างล่าง แกจะได้สะดวกในการดูแลคุณพี่ตลอดเวลา แกจะต้องดูแลทุกอย่าง ทั้งอาหารการกินของคุณพี่ แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่งที่แกจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” “ค่ะคุณท่าน” “แกห้ามบอกคุณพี่เด็ดขาด ว่าแกเป็นลูกของนังนรี” กนกจันทร์คิดแผนการนี้มาทั้งคืน การแก้แค้นที่ไม่ว่าจะผ่านเวลามาสามสิบกว่าปีแล้ว กนกจันทร์ก็ยังไม่หายจากความเจ็บปวดนั้น คุณพี่รักนังนรีรัตน์ ไม่ได้รักเธอเลยสักนิด คุณพี่ยอมแต่งงานกับเธอแค่ในนามเท่านั้น แต่ทว่าหัวใจของคุณพี่กลับอยู่กับมัน...นังนรีรัตน์ “ค่ะ” ภริตารับคำแต่โดยดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ภริตาไม่ได้อยากที่จะรู้ความจริงนี้เลย เรื่องของผู้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในอดีต ถ้าแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอก็คงจะไม่ได้มาอยู่ตรงนี้หรอกนะ “แกมีฐานะเป็นคนรับใช้ ไม่ว่าคนในบ้านหลังนี้ จะให้แกทำอะไร แกก็ต้องรับคำสั่งและทำตามเท่านั้น...อ่อ...เรื่องการแต่งตัวของแก ใส่เสื้อผ้าเป็นชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านเท่านั้น ห้ามแกใส่ชุดอย่างอื่นออกมาข้างนอกเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” ดูจากรูปลักษณ์ของเด็กสาวคนนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าลูกของนังนรีมีความสวยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว “เข้าใจค่ะคุณท่าน” “เรื่องเงินเดือน ฉันให้แกเดือนละหมื่น อยู่กินที่บ้านหลังนี้ทั้งหมด เดี๋ยวฉันให้นังประนอมจัดการเรื่องนี้...อ่อ...แกคงรู้จักคุณๆ ของบ้านนี้ทั้งหมดแล้วสินะ และอย่าริอาจไปตีสนิทใครในบ้านหลังนี้เด็ดขาด และเรื่องที่แกเป็นลูกของอีนังนรีก็ห้ามบอกใครทั้งนั้น ถ้าทุกคนในบ้านรู้เรื่องแกล่ะก็ ฉันไม่เอาแกไว้แน่นอน เข้าใจมั้ย!” “ค่ะคุณท่าน” “นังประนอม แกพามันไปเซนต์สัญญาด้วย และจัดการเรื่องของมัน ให้มันย้ายมาอยู่ห้องข้างล่างที่ติดกับห้องเก็บไวน์ และแกก็คอยดูมันด้วยล่ะกัน” “ค่ะคุณผู้หญิง เดี๋ยวประนอมจะจัดการให้เรียบร้อยค่ะ” “ดี! ออกไปได้แล้ว ฉันหมดธุระกับแกแล้ว” กนกจันทร์เหลือบมองขึ้นไปด้านบนของคฤหาสน์ ต่อไปนี้คุณพี่ก็จะได้ลิ้มรสของความเจ็บปวดแล้วสินะ นังนรีแกไม่น่าด่วนจากโลกนี้ไปก่อนเลย ไม่งั้น แกคงจะได้เห็นความเจ็บช้ำทุกอย่าง ที่ครั้งหนึ่งแกเคยทำกับฉันเอาไว้... ..................... เวลาต่อมา...ณ...ห้องนอนภายในคฤหาสน์... “อันน์มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว ไม่ได้มีข้าวของอะไรเลยค่ะพี่บัว ก็อย่างที่บอกค่ะ อันน์ถูกพวกป้าๆ เนรเทศออกจากบ้านมา ยายพิกุลเสียยังไม่ทันจะครบเจ็ดวันเลยด้วยซ้ำ อันน์เอาอะไรมาไม่ได้มากหรอกค่ะพี่” “น่าสงสารจัง...อืม...ว่าแต่ห้องของเราก็กว้างมากเลยนะ ข้าวของเครื่องใช้ก็ดูไม่เลวเลยแหละ มีห้องน้ำข้างในพร้อม เวลาทำภาจกิจส่วนตัวก็สบายเลยนะ” “คุณท่านให้อันน์ใส่ชุดแม่บ้านเหมือนพวกพี่ๆ แหละค่ะ ก็ดีเหมือนกันนะคะ อันน์จะได้ไม่ต้องหาชุดอะไรใส่ คุณประนอมให้ชุดแม่บ้านอันน์มาครบห้าวันเลยนะ ดีเลยค่ะอันน์จะได้ไม่ต้องรีบซักทุกวัน” “ใช่...ของพี่ก็มีครบเหมือนกัน...เออ...ว่าแต่คุณท่านให้เงินเดือนเราไหมอันน์” “ให้ค่ะพี่บัว คุณท่านบอกให้อันน์เดือนละหมื่น” “ห๊ะ! เดือนละหมื่นเองเหรอ ตายจริง อันน์จะพอใช้มั้ย พี่เข้ามาครั้งแรก พี่ยังได้หมื่นห้าเลยนะ ทำไมได้น้อยจัง น้อยกว่าคนสวนอีก” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่บัว แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ มีที่ซุกหัวนอน อันน์ก็พอใจแล้วค่ะ เงินเดือนนี่ อันน์ก็จะเก็บไว้ วันหนึ่งถ้าเยอะๆ อันน์ก็จะไปจากที่นี่ค่ะพี่บัว” “กี่ปีกี่ชาติกันล่ะ อันน์ถึงจะพอไปตั้งตัว” “อันน์ก็กะไว้ประมาณห้าปีค่ะพี่บัว เกินกว่านี้ ก็คงไม่เอาแล้วค่ะ อย่างแรก อันน์อยากจะหาที่เรียนในช่วงเสาร์อาทิตย์ อย่างน้อยมีวุฒิการศึกษา อนาคตอันน์อาจจะได้ทำงานดีๆ กับเขาบ้างค่ะพี่บัว” “เราก็ความคิดดีเหมือนกันนะอันน์ ดูพี่สิ อยู่ที่นี่เกือบยี่สิบปีแล้ว ก็ยังเป็นแม่บ้านเหมือนเดิม ไม่ไปไหนเลย สงสัยจะเหมือนกับคุณประนอมเสียแล้วมั้ง ที่นี่เงินเดือนดี สวัสดิการดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวนะ” “อะไรเหรอคะพี่บัว” “เราจะต้องรองรับอารมณ์กับคุณๆ ของบ้านนี้ไง แต่ละคนตัวแม่*ตัวมัมกันทั้งนั้น เรื่องความวีนอารมณ์เหวี่ยง” “ถ้าเป็นผู้หญิง ก็มีคุณหนูภัทร์คนเดียวไม่ใช่เหรอคะพี่” “คนวีนน่ะ คือผู้หญิงของคุณๆ ทั้งหลายค่ะ ไม่ใช่คุณหนูภัทร์เธอหรอก รายนั้นเป็นเด็กน่ารัก ผู้หญิงของคุณบุรินทร์บ้าง ของคุณคินทร์บ้าง ในแต่ละวัน และไหนจะเป็นคุณกนกจันทร์อีก เดี๋ยวอันน์ก็เจอเองแหละ พี่เอาใจช่วยแล้วกันนะอันน์ ที่สำคัญ เราต้องอดทนนะ แม้จะโดนอะไรก็ตาม เราจะต้องทนให้ถึงที่สุด” “ค่ะพี่บัว อันจะอดทนค่ะพี่” .........................
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม