“เด็กคนนี้น่ารักจังเลยนะคะ”
“ใช่ค่ะ แกเป็นเด็กดี และน่ารักมาก”
“งั้นฉันขออุปการะเด็กคนนี้แล้วกันค่ะ”
“เอ่อ...คุณหญิงลองเลือกเด็กคนอื่นดูไหมคะ”
“ทำไมคะ มีอะไรหรือเปล่า”
“คือ เด็กคนนี้แกรักน้องสาวมาก ถ้าเอาแกไป เกรงว่าจะต้องรับน้องแกไปด้วย”
“อ๋อ งั้นฉันรับไปทั้งสองคนก็ได้ค่ะ แกจะได้ปรับตัวเร็ว ฉันเองก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้จริงๆ เห็นแล้วเอ็นดู”
“ได้ค่ะ พวกแกคงดีใจที่จะได้ไปอยู่ในที่ๆ ดีกว่านี้”
คิ้วได้รูปขมวดแน่นกว่าเดิมเมื่อพยายามเดินเข้าไปตามเสียงที่ดังขึ้น เธอเห็นเป็นเพียงภาพเลือนลางของหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวดูดีมากหนึ่งคนและผู้ใหญ่อีกหนึ่งคน ก่อนจะเห็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยสองคน แต่เธอกลับไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่ชัดเจนของทุกคนได้เลย
“เดี๋ยว” เสียงเล็กที่หลุดออกมาพร้อมกับมือเล็กที่ยื่นเหมือนพยายามไขว่คว้าอะไรสักอย่างอยู่
และใช่ สิ่งที่เธอพยายามไขว่คว้าอยู่ในฝันมันคือกลุ่มคนที่กำลังคุยกันอยู่ เพราะว่ายิ่งเธอเร่งฝีเท้าไปใกล้แค่ไหน พวกเขาเหล่านั้นกลับยิ่งห่างเธอออกไปมากเท่านั้น เธอเหนื่อยและรู้สึกตามไม่ทัน แต่เธอกลับอยากไปหาพวกเขาอย่างบอกไม่ถูก
“เดี๋ยวก่อน!” เสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิมปลุกแม่บ้านที่นอนอยู่ข้างเตียงลุกขึ้นมาและเปิดโคมไฟเพื่อดูหญิงสาว นั่นทำให้เห็นใบหน้าสวยมีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มไปหมด
“คุณคะ คุณ” เสียงของสาวใช้ปลุกปลายฟ้าด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนนี้มือเล็กเอาแต่เอื้อมขึ้นเหมือนต้องการคว้าอะไรบางอย่าง คิ้วขมวดแน่นไม่คลาย
สาวใช้รีบวิ่งออกจากห้องของปลายฟ้าไปยังห้องของเจ้านายตัวเองด้วยความเกรงใจ แต่เธอไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณปราบคะ”
แกร็ก!
หลังจากเสียงเคาะและเสียงเรียกที่ดังขึ้น ทำให้ร่างสูงที่มีประสาทสัมผัสดีและเร็ว ตื่นได้อย่างง่ายดายก่อนจะลุกมาเปิดประตูห้อง
“มีอะไร”
“คือคุณปลายฟ้าตัวร้อนมากเลยค่ะ แล้วก็ละเมอปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น”
“อืม” หลังจากได้ยินแบบนั้นป้องปราบก็เดินออกจากห้องตัวเองไปยังห้องของปลายฟ้าทันที
“อย่าพึ่งไป” เสียงเล็กดังขึ้นอีกครั้งทำให้ป้องปราบเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงก้มลงปลุกเธออีกครั้ง
“ปลายฟ้า”
หมับ! มือเล็กรีบจับแขนแกร่งของเขาไว้ทันที แต่ไม่ว่าเธอจะจับสิ่งที่ต้องการได้แล้ว มันก็ยังคงมองไม่เห็นอะไร มันไม่ใช่สิ่งที่เธอกำลังตามอยู่เมื่อกี้เลยสักนิด
“ปลายฟ้า” แรงเขย่าของเขาทำให้ปลายฟ้าได้สติขึ้นมา ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเจอกับป้องปราบ
“คุณปราบ” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกสามีออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งอย่างได้ที่พึ่ง
ทำไมกันนะ ความฝันเมื่อกี้มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก
“เธอไม่ได้กินยาเหรอ” เพราะตอนหัวค่ำเธอบอกว่ารู้สึกปวดหัว และเขาก็บอกให้ขึ้นมาพักและอย่าลืมกินยา
“ไม่ค่ะ” เธอคิดว่าแค่นอนพักก็คงดีขึ้นเลยไม่ได้กิน แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วจะทำให้ไข้ขึ้นแบบนี้
“ลุกมากินยาซะ” เขาสั่งออกมาเสียงเข้ม นั่นทำให้เธอรู้สึกกลัวเขาจนต้องยอมลุกขึ้นมาตามที่เขาบอก
“คืนนี้...คุณอยู่กับฉันได้ไหมคะ” เสียงแผ่วเอ่ยขึ้นหลังจากกินยาเสร็จ
เธอไม่อยากอยู่คนเดียว ถึงแม้จะมีแม่บ้านนอนอยู่ด้วย แต่มันไม่เหมือนกันเลย มันไม่ต่างจากการนอนคนเดียวเลย
“ดอกหญ้านอนเป็นเพื่อนเธอแล้ว”
“.....” ปลายฟ้าก้มหน้าลงไม่ได้ตอบอะไร เพราะเขาปฏิเสธสิ่งที่เธอขอออกมา เธอไม่กล้าเซ้าซี้ขอเขาเท่าไหร่ ถึงเราจะเป็นสามีภรรยากัน แต่บอกแล้วว่าเธอจำไม่ได้ว่าเขาเป็นคนยังไง
ตอนนี้สำหรับเราก็แทบไม่ต่างจากกันคนอื่นเลย นอกจากสถานะที่เขาบอก
“เธอลงไปนอนที่ห้องไป” แล้วเสียงของป้องปราบก็ดังขึ้น ทำให้เธอเงยหน้าไปมองเขา ถึงได้เห็นว่าเขาหันไปพูดกับดอกหญ้า แม่บ้านของเขา
“ค่ะ” แล้วพี่ดอกหญ้าก็เดินมาเก็บผ้าและหมอนออกจากห้องไป นั่นทำให้ความเสียใจของเธอที่มีก่อนหน้านี้หายไปอีกครั้ง
“นอนได้แล้ว” ป้องปราบหันมาพูดเสียงเรียบนิ่งอีกครั้ง เธอล้มตัวลงนอนโดยที่ป้องปราบยังนั่งอยู่ที่เดิม นั่นทำให้เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมคุณถึงไม่นอนคะ” เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ เธออยากรู้ความคิดของเขาจัง
“ฉันยังไม่ง่วง” ยังไม่ง่วงเหรอ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วนะ ทำไมเขาถึงบอกว่ายังไม่ง่วง หรือว่าเขา...
“คุณ...ไม่อยากนอนที่นี่เหรอคะ”
“.....” ป้องปราบไม่ได้ตอบอะไรนอกจากมองหน้าเธอนิ่งๆ เหมือนทุกครั้ง และนั่นก็ทำให้ปลายฟ้าลุกขึ้นนั่งอีกครั้งก่อนจะถามเขาออกไปด้วยความสงสัย
“เรา...เป็นสามีภรรยากันจริงๆ เหรอคะ”