บทที่ 1 : อาร์เดล คามิลเลอร์ 1
“พี่อาร์เดลกลับมาแล้ว”
อาร์เดล คามิลเลอร์ หยุดฝีเท้าเอาไว้เพื่อเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงหวานใส มุมปากที่ขยับยิ้มยากของพี่ชายจอมเย็นชาผู้ซึ้งเลี้ยงดูเหล่าน้องๆ มาด้วยสองมือตั้งแต่บิดามารดาจากไป จนตอนนี้เหล่าน้องชายหญิงได้เติบโตเป็นหนุ่มสาวและกำลังเข้าสู่วัยที่เหมาะสมจะมีคู่ครอง ยกขึ้นเล็กน้อยด้วยความยินดี
ไอริสสาวน้อยวัยยี่สิบสองปี สูงหนึ่งร้อยหกสิบสอง เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวแล้วรูปร่างของเธอเพรียวระหงสมส่วน แต่เพราะพี่ชายของเธอรูปร่างสูงใหญ่ เนื้อตัวอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรงจากการออกกำลังกายอย่างมีวินัย ทำให้รูปร่างสูงใหญ่ยิ่งมีความแข็งแกร่งบึกบึน ข่มให้เธอตัวเล็กไปอย่างถนัด
“พี่ไม่อยู่หลายวัน ทางนี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“ที่บ้านเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ”
“อืม ดี มาให้พี่กอดหน่อย”
อาร์เดลอ้าแขนรับร่างบอบบางของน้องสาวที่พุ่งเข้ามาสู่อ้อมแขนของเขา เป็นภาพชินตาของเหล่าคนรับใช้ในบ้านที่เห็นพี่ชายใหญ่ของบ้านแสดงความอบอุ่นกับน้องสาว ซึ่งความอ่อนโยนเหล่านี้เขามอบให้กับน้องสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น
“คิดถึงพี่อาร์เดลนะคะ”
“พี่ก็คิดถึงน้องสาวของพี่เหมือนกัน”
เขาบอกพร้อมกับจรดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกระหม่อมเล็กของน้องสาวด้วยความรักลึกซึ้งของคนเป็นพี่ชาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน แต่มันเป็นมาตั้งแต่วัยเลขสิบปลายๆ ตอนที่ต้องรับช่วงธุรกิจต่อจากบิดาที่ได้จากไปอย่างกะทันหัน อุบัติเหตุที่พรากชีวิตของผู้มีพระคุณทั้งสองทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาเป็นเสาหลักของครอบครัวตั้งแต่นั้นมา
ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบนั้น นอกจากจะเป็นพี่ชายให้กับน้องทั้งสองคนแล้ว เขายังต้องควบคุมธุรกิจสีเทาที่สร้างกำไรมหาศาลและลูกน้องอีกนับร้อยชีวิตให้อยู่ในปกครอง การเป็นผู้นำบีบให้เขาต้องเข้มแข็ง และเด็ดขาด! จนบางครั้งเขากลายเป็นคนโหดเหี้ยมและเย็นชาอย่างไม่รู้ตัว
“พี่อาร์เดลไม่ได้รับบาดเจ็บที่ไหนใช่ไหมคะ”
ไอริสขยับใบหน้าออกจากอกแกร่งเพื่อเงยหน้าเผชิญกับพี่ชาย ดวงตาของเธอที่มองใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ตินั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย เธอทราบดีว่าธุรกิจของตระกูลนั้นมีความเสี่ยง หลายครั้งพี่ชายของเธอก็ต้องแลกมันมาด้วยบาดแผลบนร่างกาย แต่แผลเหล่านั้นค่อยๆ ลดน้อยลงตามกาลเวลาและอายุของพี่ชาย บ่งบอกถึงการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง ไม่มีใครสามารถมาทำร้ายเขาได้อีกต่อไป
“พี่ไปทำงาน ทำไมต้องได้รับบาดเจ็บด้วยล่ะ?”
“ก็เพราะงานของพี่อันตรายไงละคะ ไอริสถึงได้เป็นห่วงพี่”
“ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วง แต่พี่สบายดี”
ไอริสระบายยิ้มเมื่อพี่ชายยืนยันอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธออดไม่ได้ที่จะมองพี่ชายด้วยความภาคภูมิใจ พี่ชายของเธอไม่ได้มีดีแค่เรื่องงาน หากแต่เขายังมีรูปร่างสมาร์ทสมส่วนหน้าตาหล่อเหลาระดับเทพในวัยสามสิบห้า ทว่ายังไร้คู่ครอง
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม”
อาร์เดลเปลี่ยนมาโอบไหล่น้องสาวเมื่อหันมาถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล เบล ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าที่โด่ดเด่นทั้งฝีมือการต่อสู้และรูปร่างหน้าตา อดีตเด็กไร้บ้านใต้สะพานลอยที่เขาบังเอิญเจอและชุบเลี้ยงให้มีชีวิตใหม่ ซึ่งตอนนี้ได้รับการไว้วางใจให้ทำหน้าที่ ตามติดและดูแลน้องสาวของเขาในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัว
“เรียบร้อยดีครับนายท่าน”
บอดี้การ์ดหนุ่มพูดน้อยทว่าฝีมือการต่อสู้โดดเด่นเหนือใคร เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับอาร์เดล เพราะเขาไม่ชอบคนพูดมากเลียแข้งเสียขาแต่ผลงานยอดแย่ ที่ผ่านมาเบนอยู่อย่างเจียมตัวในฐานะบอดี้การ์ด ทั้งที่เขาเป็นคนชุบเลี้ยงและสอนศิลปะการต่อสู้ให้อีกฝ่ายกับมือ เพราะแบบนี้เขาจึงไว้ใจให้ดูแลยอดดวงใจของเขาอย่างสนิทใจ
“งั้นก็ดีแล้ว”
อาร์เดลพยักหน้าเล็กน้อยส่งสัญญาณว่าไม่มีเรื่องอะไรสอบถามแล้ว เบนก้มศีรษะให้ผู้เป็นนายเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินห่างออกจากสองพี่น้อง เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับเจ้านาย
“พี่ซื้อของมาฝากด้วย”
“อะไรคะ”
อาร์เดลพาสาวน้อยมานั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ พลางหยิบกล่องตรงหน้าที่บอดี้การ์ดส่วนตัวเพิ่งนำมาวางให้อย่างรู้งาน ส่งมาตรงหน้าของเธอ
“ลองเปิดดูสิ”
ไอริสที่ได้รับของขวัญจากพี่ชายแทบทุกโอกาสไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงเท่าไหร่นัก เพราะเธอทราบดีว่าพี่ชายไม่ได้เลือกมันด้วยตัวเอง หากแต่คงให้การ์ดหรือพนักงานขายเป็นคนเลือกสิ่งที่คิดว่าเธอชอบหรือไม่ก็เหมาะกับเธอ ทว่ากลับต่างจากครั้งนี้ที่เธอต้องทำสีหน้าอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเปิดกล่องดู
“ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น ไม่ชอบเหรอ?”
“ปะ…เปล่าค่ะ ไอริสแค่แปลกใจที่พี่ซื้อสร้อยมาฝาก เพราะไอริสไม่คิดว่าพี่อาร์เดลจะสนใจเครื่องประดับของผู้หญิง”
ในกล่องเผยให้เห็นสร้อยเพชรส่องแสงประกายระยิบระยับขณะต้องแสงไฟ ซึ่งแน่นอนว่าตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยได้รับของขวัญที่เป็นเครื่องประดับจากพี่ชายคนโตมาก่อน
“ก็เห็นว่ามันสวยดี ก็เลยซื้อมาฝาก พี่ไม่ได้มีความรู้มากนักหรอก พนักงานที่ร้านแนะนำยังไงพี่ก็ซื้อแบบนั้น”
“ถึงแบบนั้นก็ต้องขอบคุณพี่อาร์เดลที่ซื้อมาฝากนะคะ สร้อยนี้สวยมาก ไอริสชอบมันค่ะ”
อาร์เดลไม่ใช่พี่ชายที่เอาใจน้องสาวเป็นเสียทุกอย่าง จริงอยู่ที่เขาชอบเลือกของขวัญให้น้องสาวโดยการโยนให้เป็นภาระหน้าที่ของเหล่าบอดี้การ์ดหรือไม่ก็พนักงานขายในร้าน แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเขาเลือกมันกับมือ ในตอนนั้นเขาไม่อายที่จะเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับของผู้หญิง เพราะความคิดถึงใครบางคนที่ห่างกายมาหลายวัน เขาแค่อยากตอบแทนเธอด้วยของสักชิ้นสำหรับความจงรักภักดีที่เธอมีต่อเขามาโดยตลอด ซึ่งเธอคนนั้นมีอายุแก่กว่าน้องสาวของเขาเพียงแค่ปีเดียว ในเมื่อเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เขาก็เลยเลือกมาสองชิ้นเพื่อมอบมันให้กับเธอ และน้องสาวนั่นเอง
“ชอบก็ดีแล้ว”
สาวน้อยทอดมองสร้อยในมืออย่างพึงพอใจ เธอรู้สึกชอบมันมากกว่าของขวัญทุกชิ้นที่เคยได้รับมา ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้เลยเลิกให้ความสนใจกับของในมือ เงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย
“พี่อาร์เดลเพิ่งกลับมาถึงเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนในห้องก่อนนะคะ ไว้ไอริสจะบอกเด็กให้เตรียมอาหารโปรดของพี่ไว้แล้วเราจะมาทานมื้อเย็นด้วยกัน”
“อืม งั้นพี่ขอตัวไปพักก่อน”
อาร์เดลไม่ปฏิเสธที่จะพักผ่อน ราวกับเขารอคอยเวลานี้มานาน เมื่อน้องสาวบอกแบบนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วหันมาทางแม่บ้านสาวที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของห้อง แล้วบอกเธอเสียงเรียบ
“ตามฉันเข้าไปในห้องด้วย”
“ค่ะ นายท่าน”
เธอก้มศีรษะรับคำ ก่อนจะเดินตามร่างสูงใหญ่เข้าไปในห้องพักส่วนตัวของเขาอย่างเงียบๆ
………………………………………………………..