ตอนที่1 สู่การเริ่มต้น
ซูจือหลิง เด็กสาวกำพร้าที่เติบโตมาจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงของแคว้นโจว นางถูกวางเอาไว้ในโพรงไม้ข้างทาง
นางเฒ่าแซ่ซู หญิงหม้ายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านผู้เป็นที่พึ่งของบรรดาเด็กๆ ที่เป็นกำพร้าไร้ซึ่งบิดามารดาดังเช่นนางได้ไปพบและนำนางมาเลี้ยงดู เพราะความถูกชะตาประกอบด้วยหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูของนาง นางจึงถูกเลี้ยงดูดุจบุตรีและได้รับความรักความเอาใจใส่จากแม่เฒ่ามากกว่าเด็กคนอื่นๆ จวบจนนางนั้นอายุได้สิบสี่หนาว แม่เฒ่าผู้เป็นดังมารดาก็มาจากไปด้วยโรคชรา ก่อนตายท่านแม่เฒ่าก็ได้มอบแหวนหยกสิ่งมีค่าเพียงชิ้นเดียวให้แก่นางเอาไว้ดูต่างหน้า ซึ่งนางนำติดกายเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งท่านแม่เฒ่าได้กล่าวกับนางก่อนสิ้นใจว่า หากนางอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ให้ขายมัน เพื่อเป็นทุนในการเริ่มต้นและใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
นางอดทนใช้ชีวิตอยู่ในกระท่อมหลังน้อยที่จะพังแหล่มิพังแหล่ท้ายหมู่บ้านเพราะมิอาจทนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของท่านแม่เฒ่าที่ทิ้งเอาไว้ให้เด็กๆ ในปกครองได้ใช้ชีวิตอยู่ต่อไป และเป็นสถานที่ในความทรงจำที่นางอยู่อาศัยมาตั้งแต่เล็ก
นางผู้เคยเป็นเด็กที่ท่านแม่เฒ่ารักที่สุดกลับกลายเป็นเด็กน้อยที่ถูกกลั่นแกล้งจากพี่น้องในบ้านหลังนั้นเพียงเพราะนางเคยได้รับความรักจากท่านแม่เฒ่ามากที่สุด จึงต้องพาตัวเองออกจากบ้านหลังนั้นมาใช้ชีวิตอยู่ในกระท่อมท้ายหมู่บ้าน ด้วยความเมตตาของผู้นำหมู่บ้านที่ให้นางอยู่อาศัย
นางดิ้นรนทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะปักผ้าเช็ดหน้า เก็บของป่าไปขาย รับจ้างทำงานทุกอย่างในหมู่บ้านที่บรรดาผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมีเมตตาว่าจ้างนาง เก็บหอมรอมริบจนสามารถรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่ง
ซูจือหลิง จากเด็กน้อยหน้าตาน่ารักตอนนี้กลายเป็นสาวสะพรั่งวัยสิบห้าหนาว หน้าตางดงามหมดจดเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดในหมู่บ้านและเป็นที่หมายตาของเด็กหนุ่มภายในหมู่บ้าน แต่กลับเป็นสตรีที่ถูกเกลียดชังและมักโดนกลั่นแกล้งจากหญิงสาววัยเดียวกันภายในหมู่บ้าน แต่เธอก็มิได้ตอบโต้กลับยังคงอดทนอดกลั้นใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างที่ท่านแม่เฒ่าบอก แต่หากยังกลั่นแกล้งกันไม่เลิกนางคงต้องตอบโต้กลับเสียบ้าง
แล้ววันที่ชีวิตนางต้องพลิกผันอีกครั้งก็มาถึงเมื่อมารดาของสหายสนิทเพียงคนเดียวของนาง มู่ว่านชิง สหายที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อยจบชีวิตลง ทั้งคู่เลยตัดสินใจที่จะเดินทางออกจากหมู่บ้าน ดั้นด้นเดินทางมาตายเอาดาบหน้า ด้วยการอาศัยมากับขบวนสินค้าที่เดินทางมาแลกเปลี่ยนสินค้าในเมืองหลวง และได้ตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ที่เมือง หยู่เปิง เมืองแห่งการค้าแห่งนี้ ทั้งคู่ร่วมกันลงทุนขายซาลาเปาด้วยกัน แต่เพราะไม่มีเงินติดกายมากพอที่จะเปิดร้าน จึงใช้วิธีหาบเร่ขายไปตามทางเดิน จนตอนนี้สามารถเปิดเป็นร้านเล็กๆ เป็นของตนเอง โดยได้รับการช่วยเหลือจาก คุณชายเกาอี้ถง บุตรชายของนายท่านเกาเจ้าของร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ เป็นผู้ออกหน้าเจรจาขอซื้อร้านแห่งนี้จากเจ้าของเดิมจนสำเร็จเพราะเห็นแก่สัมพันธ์อันดีของบิดาของอีกฝ่ายเจ้าของจึงตกลงขายให้
คุณชายเกาอี้ถง บุรุษที่นางคบหาในฐานะคนรัก และกำลังจะเดินทางไปหาเพื่อให้คำตอบกับคำถามที่เขาได้ถามนางเมื่อสามวันก่อน
"หลิงเอ๋อ พี่รักเจ้า มิอาจทนรออีกต่อไปแล้ว จะให้ท่านพ่อแต่งเจ้าไปเป็นฮูหยินของพี่ เจ้าจะว่าอย่างไร"
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน ใบหน้าสะอาดสะอ้านตามแบบฉบับคุณชายตระกูลใหญ่ทำให้นางตกตะลึงไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยออกมาตรงๆ โดยที่นางยังมิทันได้ตั้งตัว
"พี่อี้ถง หลิงเอ๋อขอเวลาอีกสักหน่อยได้หรือไม่ แล้วหลิงเอ๋อจะให้คำตอบแก่ท่าน"
นางที่บอกอีกฝ่ายออกไปด้วยใบหน้าแดงก่ำอย่างเขินอาย แม้จะรู้สึกยินดีแต่นางอยากจะทบทวนให้แน่ใจอีกสักหน่อย เพราะฐานะของนางและเขานั้นช่างแตกต่างกันยิ่งนักที่สำคัญมารดาของเขาไม่ชอบนาง เพราะนางเป็นเพียงแม่ค้าซาลาเปาไร้หัวนอนปลายเท้า
"พี่จะรอคำตอบจากเจ้า"
น้ำเสียงนุ่มละมุนที่เอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจมิได้เร่งรัดนางให้ต้องอึดอัด เขามักเป็นเช่นนี้เสมอที่นางอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ
พี่อี้ถง ที่นางรู้จักโดยบังเอิญ บุรุษที่คอยให้ความช่วยเหลือนางและสหายมาตลอด บุรุษที่มักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทุกครั้งที่นางมีปัญหา และแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขานั้นมีใจรักมั่นต่อนาง
ตอนนี้นางรู้แล้วว่าบุรุษผู้นี้คือคนที่นางคิดจะฝากชีวิตให้เขาดูแล วันนี้จึงตัดสินใจที่จะให้คำตอบว่านางตกลงที่จะแต่งให้เขา จึงเดินทางมาหาบุรุษหนุ่มด้วยตัวเองยังร้านขายยาของตระกูลเกาโดยไม่แจ้งให้อีกฝ่ายทราบล่วงหน้า เพราะอยากให้เขาแปลกใจเล่น