ลูกสาวมาเฟีย 01 ลูกสาวมาเฟีย
ตึก ตึก
ตึก ตึก
เสียงรองเท้าส้นสูงสีแดงเลือดนกกระทบลงพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบภายในทางเดินของโรงแรมสุดหรู ร่างบางหุ่นเพรียวในชุดแหวกข้างคอลึกสีควบคู่กับรองเท้าเดินกรีดกรายเข้ามายังบริเวณจัดงานวิวาห์สุดอลังการด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความมาดร้าย
เหล่าบอดี้การ์ดชุดดำต่างพากันเดินเข้ามาขวางทางเธอ แต่มีหรือที่คนพวกนั้นจะสามารถขวางเธอได้ ใครๆ ต่างก็รู้จักเธอในนามลูกสาวมาเฟีย เด็กสาววัยย่างสิบเก้าปีลูกสาวเพียงคนเดียวของนักธุรกิจต่างแดนพ่วงตำแหน่งมาเฟียตระกูลเก่าแก่ของอิตาลีกับภรรยาเอกที่ได้ล่วงลับไปราวห้าปีได้แล้ว และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลนักธุรกิจอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เธอคือ อลิซ เรนเดียร์ ครอส
“คุณอลิซครับเข้าไม่ได้นะครับ”
“ทำไมฉันจะเข้าไม่ได้ งานแต่งแดดดี้ทั้งทีท่านคงไม่ใจร้ายไล่ลูกสาวคนเดียวได้ลงคอหรอก จริงไหม” กวาดสายตามองหน้าบอดี้การ์ดร่างสูงที่ยืนเรียงรายขวางทางเธอพลางยกมือขึ้นกอดอกไปด้วย
มุมปากสีแดงสดกระตุกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเย้ยหยัน กระดิกนิ้วเรียวสวยลงบนท่อนแขนเรียวอย่างใช้ความคิดช้าๆ
“ท่านไม่ได้กีดกันครับแต่…”
“คำตอบแค่นั้นก็พอให้ฉันเดินเข้าไปได้แล้ว"
อลิซเหวี่ยงสองมือลงข้างลำตัวก้าวเท้าเดินฝ่าวงล้อมของบอดี้การ์ดร่างยักษ์เข้ามาในงานโดยต้องผ่านประตูบานใหญ่ที่สูงราวสองเมตรได้ มีซุ้มดอกไม้สีโอลด์โรสจัดวางตลอดแนวอย่างสวยงาม บอกให้รู้ว่าตรีมงานนี้คงจะเป็นสีนี้แน่
เหอะ! ช่างเป็นงานที่แสนจะ… สวยงามเหลือเกิน
ร่างบางเดินเข้ามาผลักประตูบานใหญ่ให้เปิดออก เผยให้เห็นแขกเหรื่อทั้งญาติมิตรสนิทที่เธอไม่รู้จักและคนแปลกหน้ามากมายที่ต่างกำลังยกแก้วแชมเปญในมือขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับ… คู่บ่าวสาวบนเวที
มือเรียวเอื้อมคว้าแก้วแชมเปญจากบริกรในระหว่างที่ก้าวเท้าเดินเข้ามาตามทางเดินเข้างานที่ประดับไปด้วยดอกกุหลาบสีโอลด์โรสและสีขาวสลับกัน
ด้วยเพราะชุดและความเป็นเธอทำให้ผู้คนต่างหันมาให้ความสนใจ นักข่าวกดชัตเตอร์รัวๆ ในขณะที่แขกของเจ้าสาวต่างยกมือขึ้นปิดปากอุทานอย่างดัดจริตเบาๆ เห็นแล้วนึกสมเพชยิ่งนัก
“หนูมาร่วมแสดงความยินดีด้วยค่ะ หวังว่าแดดดี้คงไม่ไล่หนูออกจากงานก่อนจะได้อวยพรหรอกนะคะ”
“คุณอลิซ~”
“อลิซ ลูกทำบ้าอะไร” เสียงดุดันเค้นลอดริมฝีปากด้วยความโมโห ตวัดสายตาดุจ้องยังมือซ้ายและมือขวาที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นเชิงบอกให้มาพาลูกสาวคนเดียวออกไปจากงานเดี๋ยวนี้
โอลิเวอร์ขบกรามแน่นด้วยความโมโห ดวงตาคมเข้มสีน้ำข้าวดุดันจ้องเขม็งยังลูกสาวคนเดียวด้วยความไม่พอใจ เขารู้ว่าเธอตั้งใจมาป่วนงานนี้ ด้วยนิสัยของลูกสาวไม่มีทางยินดีด้วยเหมือนที่ปากพูดแน่
“อย่าเพิ่งไล่หนูสิคะแดดดี้ หนูแค่อยากมาแสดงความยินดีกับแม่เลี้ยงคนใหม่ของหนูเท่านั้นเองทำไมต้องกีดกันหนูด้วยล่ะคะ”
“แกไม่ได้มายินดีอย่างที่พูด แด๊ดรู้”
“หนูยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยนะคะแดดดี้อย่าเพิ่งด่วนสรุปหนูสิคะ” ว่าพลางแสยะยิ้มยกแก้วแชมเปญในมือขึ้นแล้วเลื่อนสายตาออกจากใบหน้าของคนเป็นพ่อมายัง… แม่เลี้ยงคนใหม่ของเธอ
“ยินดีด้วยนะคะที่คุณสามารถใช้เต้า.. ไต่มาถึงในวันนี้ได้ คุณคงต้องใช้ความพยายามมากแน่ๆ ถึงได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเมียมาเฟียได้ น่าชื่นชมจริงๆ”
“อลิซ! กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้”
“ขอให้มีความสุขอยู่บนความทุกข์และน้ำตาของแม่ฉันนะคะ ฉันชื่นชมคุณจากใจจริงๆ”
“อลิซกลับบ้านเดี๋ยวนี้!” เสียงดุดันตวาดลั่นด้วยความไม่พอใจกับกิริยาของลูกสาวคนเดียว เขารู้จักนิสัยลูกตัวเองดีว่าเธอเป็นคนยังไง เธอจะไม่หยุดแน่หากว่างานนี้ไม่พังตามที่คาดไว้
“ขอแสดงความยินดีค่ะ….”
อลิซยกแก้วแชมเปญในมือขึ้นเหนือหัวยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อยแล้วเทลงบนพื้นในขณะที่สายตายังคงจับจ้องยังใบหน้าเจ้าสาวไม่วางตา รอยยิ้มก่อนหน้าจางหายเหลือเพียงความนิ่ง หยาดน้ำกระเซ็นออกเป็นวงกว้างเปรอะเปื้อนกระโปรงตัวสวยของเธอจนชุ่มเปียก เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบกายแต่กลับไม่ได้อยู่ในโสตประสาทของเธอเลยสักนิด
มือเรียวปล่อยแก้วแชมเปญในมือลงบนพื้นตามหลังจากแอลกอฮอล์ราคาแพงในมือหมดลงแล้ว ร่างบางหมุนตัวเดินออกจากงานมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างปิดไว้ไม่มิด
หลังจากแม่เธอเสียไปพ่อเธอก็เอาแต่ทำงาน ในช่วงแรกๆ เธอก็คิดว่าท่านอาจจะใช้เวลาทั้งหมดในการทำงานเพื่อจะได้ลืมเรื่องโศกเศร้าที่ต้องเสียแม่เธอไปแต่แล้วในวันที่เธอได้รับการ์ดแต่งงานจากคนเป็นพ่อ มันเหมือนโลกทั้งใบมันบุบสลายหายไปกับตา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอพยายามใช้ความสดใสของคนเป็นลูกเพื่อดึงพ่อเธอกลับมาอีกครั้ง เธอคิดว่าท่านทำใจเรื่องแม่เธอไม่ได้เลยส่งเธอมาอยู่กับตาและยายแต่ที่ไหนได้ล่ะ เลขาหน้าห้องที่เธอเคยเห็น คนที่แม่เธอไว้ใจทั้งสองคนกลับลงมือทำร้ายท่านลับหลังได้อย่างเจ็บปวด ไม่รู้มันเกิดขึ้นนานหรือยัง หรือบางทีมันอาจจะเกิดขึ้นก่อนแม่เธอจะจากไปแล้วด้วยซ้ำ
เธอจะไม่มีวันให้อภัยคนที่ทำร้ายแม่เธอเด็ดขาด พ่อที่เคยมีเพียงเธอและแม่แต่วันนี้กลับมีใครอีกคนมาแทนที่ตรงนั้น ความเจ็บปวดที่เธอได้รับเธอจะส่งคืนมันให้กับคนที่ทำให้อย่างสาสม
.
.
“ยินดีต้อนรับสู่ความบัดซบ”
เสียงยานเค้นลอดไรฟันยกแก้วเหล้าเพียวในมือขึ้นเหนืออากาศเพียงนิดแล้วกระตุกยิ้มหยันชีวิตตัวเอง ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดจรดลงบนขอบแก้วยกกระดก Bacardi 151 ขึ้นจนหมดแก้วก่อนที่จะกระแทกแก้วในมือลงกลับยังโต๊ะด้านหน้า
เสียงเพลงกระหึ่มภายในคลับหรูไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกครื้นเครงตามเลยสักนิด ดวงตากลมโตนัยน์ตาสีน้ำข้าวปรายขึ้นมองฝ่าแสงสีที่กำลังสาดลงจากด้านบนแล้วค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเลเดินกรีดกรายเข้ามาท่ามกลางผู้คนเบียดแออัดก่อนจะกวาดวาดลวดลายด้วยความเย้ายวนน่ามอง
เรือนร่างสวยสะบัดพลิ้วไปตามเสียงเพลงกระหึ่มที่ดีเจบนเวทีเปิด โยกตัวไปมาโดยไม่หันมองผู้คนรอบกายว่ากำลังมองเธอด้วยสายตาแบบไหน เธอเพียงอยากปลดปล่อยตัวเอง อะไรที่ทำแล้วมันทำให้เธอสามารถลืมความเจ็บปวดในวันนี้ไปได้ ถึงจะเพียงแค่ชั่วครู่เดียวเธอก็ยินดีที่จะทำมัน
“มันไปไหนวะ”
เสียงทุ้มตะโกนแข่งเสียงเพลงสอดส่องสายตามองหาเพื่อนสาวที่ส่งข้อความเข้ามาในกลุ่มตามให้ออกด้วยกัน โดยการถ่ายรูปแก้วเหล้าให้ดูเป็นการอธิบายข้อความสั้นๆ แถมไปด้วย
ออสตินดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้มด้วยความหัวเสียที่ต้องมายังสถานที่นี้ทั้งที่ยังทำธุระไม่เสร็จดี จะไม่มาก็กลัวเพื่อจะช้ำใจตายไปเสียก่อนเพราะรู้ดีว่าที่มันชวนออกเพราะเรื่องอะไร หึ! ข่าวออกจะดังโครมๆ ใครมันจะไม่รู้บ้าง
“โน่น” คูเปอร์พเยิดหน้าไปกลางผู้คนที่กำลังเบียดกันส่ายหัวโยกตัวอย่างไม่มีใครยอมใครด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เอนสะโพกพิงขอบบาร์แล้วสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกงยีนส์ไปด้วย
ดวงตาคมเรียวจ้องยังร่างบางของเพื่อนสนิทนิ่งไม่พูดอะไรต่อปล่อยให้เจ้าหล่อนได้ปลดปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมาให้สุด หลังจากนั้นจะเอาไงต่อค่อยว่ากันอีกที