อารัมภบท [NC+++]
“อ๊ะ...อ๊าา”
เสียงครวญครางสลับกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังกังวานไปทั่วโสตประสาทของหญิงสาวในสภาพเปลือยเปล่าเหงื่อชุ่มโชกไปทั้งตัวและใบหน้า ผ้าปูที่นอนสีครีมยับยู่ยี่เป็นปมขนาดย่อมจากการถูกดึงทึ้งระบายความเสียวซ่านที่ได้รับ
หน้าอกอวบอัดเด้งตึงชูชันรับสัมผัสลิ้นสากร้อนที่เฝ้าไล้วนไปมาไม่รู้จักอิ่ม สะโพกกลมกลึงโยกขยับรับท่อนกายความเป็นชายที่โถมกระทั้นเข้ามาเป็นจังหวะถี่ พร้อมกันกับที่ท่อนนิ้วเรียวยาวก็พลางบดขยี้พวงพูจนมันแดงจัดสุกปลั่ง จนคนที่โดนกระทำเกือบจะหัวใจวายตายอยู่รอมร่อ
“อย่างนั้นแหล่ะค่ะที่รัก แรง...แรงอีกก ค่ะ”
“อืมม”
ร่างกำยำจับขาเรียวยาวทั้งสองยกขึ้นพาดบ่ากว้างและนั่งชันเข่ายกตัวขึ้นสูงเพื่อเปิดทางรักให้ตัวตนความเป็นชายกว่าเจ็ดนิ้วของตัวเองเข้าไปสำรวจเส้นทางสวาทได้ลึกขึ้น สะโพกแกร่งซอยเข้าออกเนิบนาบข้าแต่หนักแน่นจนน้ำรักจากความสุขสมของคนใต้ร่างล้นทะลักออกมาท่วมท้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
“โอ๊ยย...ซี๊ด มันทั้งจุก...ทั้งเสียวว อ๊าา”
เจ้าหล่อนยกยอไปตามความจริง ฝ่ามือไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างสลับกับจิกเล็บทั้งสิบกระตุ้นอารมณ์
พั่บ...พั่บ...พั่บๆๆๆๆ
“อะ อ๊ายยยย...โอ๊ว ซี๊ดดด...”
ร่างบางดิ้นกระเส่าสะโพกเร่าราวกับเตียงลุกเป็นไฟเมื่อชายหนุ่มโหมเชื้อเพลิงเร่งจังหวะซอยกระชั้นแท่งความเป็นชายเข้าสุดออกสุดลำความยาวด้วยความรวดเร็วและหนักหน่วงเพื่อที่จะปลดปล่อยห้วงอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ในกายมาหลายวัน
“อ่าา ตอดดี...”
แต่ดูเหมือนว่าแม้จะตักตวงไปมากเท่าไหร่ เสือโหยอย่างเขาก็ไม่รู้จักคำว่าพอเสียที ชายหนุ่มอุ้มประคองคนใต้ร่างตัวเองขึ้นตวัดขาโอบรอบเอว ก่อนจะลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมและเด้งสะโพกถี่กระแทกกระทั้นในท่วงท่าหฤหรรษ์ที่ทำให้คนในอ้อมแขนแทบจะล่องลอยสติเตลิด
“อ๊ะ…อ๊าาา…เสียวววว...วินทร์คะ…ทิสาจะมะ...ไม่...มะไหวว…แล้วววว”
รวินทร์ยกยิ้มพอใจสวบใส่ความเป็นชายเข้าไปเต็มพิกัดถึงใจหญิงสาว เท้าก็ย่างกรายเดินไปรอบห้องโดยที่สะโพกก็ยังกระแทกกระทั้นไม่หยุด เสียงร้องครวญครางจากความเสียวซ่านดังระงมไปทั่วทั้งห้อง
ร่างกำยำทิ้งตัวลงนอนกับเตียงนุ่ม ชันร่างอรชรขึ้นคร่อมท่อนเอ็นของตัวเองให้ได้เป็นฝ่ายคุมเกมแทน ริมฝีปากอวบอิ่มเหยียดยิ้มอย่างรู้ทัน บรรจงกอบกุมความเป็นชายที่ผงาดง้ำและอวบอัดราวกับใกล้ได้เวลาระเบิดเต็มทนด้วยกลีบอูมแดงจนมิดทั้งลำ
“อ่า ดี”
เจ้าหล่อนหมุนตัวนั่งหันหลังจงใจแสร้งจริตหลบสายตาฝ่ายชายราวกับเด็กแรกแย้มไร้เดียงสา กดเอวลงเล็กน้อยและเริ่มบรรเลงท่วงท่าเร่าร้อนโยกคันเร่งของรวินทร์จนเจ้าหล่อนสังเกตได้ว่าแขนขาของชายหนุ่มนั้นเกร็งแทบจะต้านทานไม่ไหว จนต้องเด้งสะโพกสวนกระแทกก้นนวลเนียนของเธอขึ้นมา
“โอ๊ยย ที่รักขาาา เมียเสียวที่สุดเลยค่ะ อ๊าา...ใช่ๆๆ จะเสร็จ...อีกแล้ววว”
เจ้าหล่อนออดอ้อน สะโพกยังคงเด้งสู้ท่อนเอ็นเร่าร้อน
“อู๊ยย...ผัวว ผัวขาาาา”
สิ้นเสียงครวญครางนั้นรวินทร์ผละร่างระหงออกจากท่อนรักของเขาทันที ชายหนุ่มกระชากเรือนผมของหญิงสาวให้นอนหงายลงกับเตียง และปลดปล่อยน้ำเชื้อสีขาวขุ่นรินรดเต็มใบหน้าและหน้าท้องแบนราบของเธอจนเปรอะอาบเต็มทุกอณูรูขุมขน
นางแบบสาวหยัดกายขึ้นโลมเลียดูดกลืนน้ำสวาทจากท่อนเอ็นที่ยังคงพุ่งผงาดอย่างเต็มใจหวังแสดงให้อีกฝ่ายได้ชื่นชมความดีของตัวเอง
แต่กลับดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้แยแสเธอเลยสักนิด
“ทีหลังถ้ายังครางเรียกฉันแบบนั้นอีกอย่ามาหาว่าฉันใจร้ายกับเธอแล้วกัน”
“อะไรกันคะวินทร์ ทิสาก็แค่อยากจะช่วยบิ๊วอารมณ์ให้คุณนะ” เธอแย้งทั้งที่รู้แก่ใจตัวเองดีว่าผู้ชายเบื้องหน้าเธอนี้ไม่ชอบให้ใครทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตัวเองมากนัก
“ฉันเคยพูดเรื่องนี้กับเธอไปแล้ว และฉันก็ไม่อยากจะต้องพูดซ้ำอีก”
ทิสาหน้างอ ไม่ว่าเธอจะทำให้เขาสุขสมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเขาก็ยังคงเย็นชากับเธออยู่ร่ำไป
“ทิสาขอโทษค่ะ”
อันที่จริงจะบอกว่าเย็นชากับเธอก็คงจะพูดไม่เต็มปากนัก เพราะในบรรดาผู้หญิงของ รวินทร์ อัศวรักษ์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของตระกูลค้าอัญมณีพ่วงด้วยสัมปทานน้ำมันรายใหญ่ในประเทศก็เห็นจะมีแต่เธอคนเดียวที่เขาจะเรียกมาหลับนอนด้วยอยู่เป็นประจำ
“งั้นทิสาขอ...ไถ่โทษอีกรอบได้มั้ยคะ” เสียงหวานออดอ้อน พลางเลื้อยแขนโอบรอบเอวชายหนุ่มไว้จากด้านหลัง ทว่าฝ่ามือยังคงไล้เรื่อยลงต่ำไปสัมผัสท่อนเนื้อที่ยังคงอุ่นและพร้อมจะผงาดขึ้นทุกเวลา บดเบียดแผ่นหลังกว้างด้วยสองเต้าอวบอั๋น
รวินทร์เองที่ออกล่องเรือไปดูชาวประมงในพื้นที่ทำงานกันมาหลายวันก็อดที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสเร่าร้อนยั่วยวนนั้นไม่ได้ เมื่อถูกท้าทายด้วยท่าทีออดอ้อนระริกขนาดนี้จะไม่สนองให้เสียเชิงชายก็คงจะไม่ใช่รวินทร์ อัศวรักษ์แน่นอน
ทิสาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง สองขาตั้งชันเผยช่องสวาทที่ยังเป็นรูย่อมๆ จากการผ่านศึกสมรภูมิร้อนแรงเมื่อครู่มา มือเรียวเลื่อนลงไปยังกลางกายสาว นิ้วชี้และนิ้วกลางแหวกกลีบดอกไม้อูมเปล่งยั่วเย้าราวกับพรั่งพร้อมที่จะถูกสอดใส่อีกครั้ง สายตาเว้าวอนเชิญชวน
“นายหัว! นายหัว!”
แต่ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มบรรเลงบทรักยกต่อไปคนทั้งสองก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
“นายหัวครับ!”
“มีอะไร” รวินทร์หัวเสียตะโกนออกไปทั้งที่ริมฝีปากยังคงซุกไซร้ซอกคอระหง
“มีผู้หญิงมาหาครับ”
“ให้กลับไป ฉันไม่ได้เรียกใคร”
“ไล่ไปแล้วครับ แต่...เธอบอกว่าเธอเป็น...” เสียงด้านนอกเงียบไปชั่วขณะ
“ไม่ได้ครับๆ ห้ามเข้าไปนะครับคุณผู้หญิง ไม่ได้นะครับ!”
“เป็นคู่หมั้น!”
“กรี๊ดดด!”
ไม่ทันจะได้ฟังความให้ถนัดดี ฉับพลันประตูก็ถูกเปิดเช้ามาพร้อมกับร่างสูงเพรียวหุ่นบางได้สัดส่วนในชุดเดรสรัดรูปสีดำคว้านคอลึกบนรองเท้าส้นเข็มสีเข้าคู่กันเกือบสามนิ้ว
ในมือถือถังดับเพลิงที่เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทุบลูกบิดประตูอุกอาจเข้ามาจนนางแบบสาวที่ก่อนหน้านอนเปลือยกายอิงแอบอยู่กับเจ้าของห้องถึงกับหวีดร้องด้วยความตกใจและรีบซุกเข้าไปใต้ผ้านวมผืนหนาทันที
ผิดกับรวินทร์ที่ยังคงตาค้างมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
แอล...
“เสร็จภารกิจกันหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วก็ออกไปจากห้องคู่หมั้นของฉันได้แล้ว”
ไม่เพียงแค่ตาของเขาจะไม่ฝาดเท่านั้น แต่หูของเขาก็ยังได้ยินเสียงหวานทรงเสน่ห์แบบที่คุ้นเคยมากว่าห้าปีอีกด้วย เธอเป็นแฟนเก่าของเขาที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นรักแรกและรักเดียวที่เขาไม่เคยลืม
ทว่าสุดท้ายก็มีเหตุให้เลิกรากันไปและเปลี่ยนให้เขากลายเป็นเสือผู้หญิงตัวร้ายอย่างในวันนี้ แต่ตอนนี้เธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง และเรียกแทนตัวเองว่าเป็นคู่หมั้นของเขาด้วยซ้ำไป
“ว่าไงนะ!” ทิสาโพล่งออกมาจากผ้าห่ม ไม่เชื่อว่าคนอย่างรวินทร์จะไปคว้าผู้หญิงแบบนี้มาเป็นภรรยาได้
“ลดซะบ้างนะโบทงโบท็อกซ์น่ะ ดูท่ามันน่าจะลามไปตึงยันหูแล้วล่ะ”
หญิงสาวผู้มาใหม่จิกกัดนางแบบสาวมือวางถังดับเพลิงลงกับพื้น เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วคว้าชุดที่หยิบฉวยง่ายให้รวินทร์ใส่แก้ขัดก่อนที่ผ้าขนหนูผืนจ้อยที่ปกปิดของสงวนความเป็นชายอยู่จะหลุดรุ่ยไปเสียก่อน
“เฮอะ! อ้างว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นแต่จะเข้าห้องคู่หมั้นตัวเองยังต้องงัดเข้ามา ตอแหลไม่เนียนไปเรียนมาใหม่”
“อ้อ โทษที พอดีเมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินว่ามีไฟไหม้ ก็เลยมาช่วยดับไฟไง”
ว่าจบถังดับเพลิงที่ถูกปลดสลักรอไว้แล้วก็ถูกปลดปล่อยสารเคมีออกมาใส่คนทั้งสองที่อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยกันทั้งคู่บนเตียง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทิสาที่กลายร่างเป็นมนุษย์หิมะขาวโพลนไปทั้งตัวและเสียงหัวเราะของอชิรญาร์
“กรี๊ดดดด! อีบ้า! แค่ก หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แค่กๆๆ”
“แค่กๆ พอได้แล้วแอล!” รวินทร์ห้ามปรามตัวขาวโพลนไม่ต่างกัน
“พอแถอะครับคุณผู้หญิงๆ” ลูกน้องของรวินทร์ก็พยายามเข้ามาช่วยยื้อแย่งถังดับเพลิงไป
“อ๊ะ หมดซะละ”
อชิรญาร์หยุดยื้อแย่งส่งถังดับเพลิงให้คนข้างๆอย่างว่าง่าย เพราะก็ไม่รู้จะถือต่อไปทำไมในเมื่อเจ้าหล่อนเล่นกดไปจนเกลี้ยงถังแล้ว
“วินทร์นี่มันอะไรกันคะ!”
“แอล! ทำอะไรของคุณ!”
รวินทร์หัวเสียหยิบผ้าขนหนูผืนจ้อยมาพันรอบเอวตัวเองและลุกยืนขึ้นเต็มความสูงของตัวเอง มองหน้าหญิงสาวที่เข้ามาก่อความวุ่นวายและสมอ้างเป็นคู่หมั้นตัวเองด้วยไม่ชอบใจนัก
แต่ไหนแต่ไรแอลที่เขารู้จักก็มักจะมีนิสัยห่ามขัดกับหน้าตาที่สะสวยเข็ดฟันอยู่แล้ว แต่จะให้บอกว่าเธอหึงหวงเขาจนต้องมาตามอาละวาดก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายเลิกรากับเขาและก้าวเดินออกจากชีวิตของเขาไปเองมาหลายปีแล้วด้วยซ้ำ
คนถูกดุไม่สลดเหลือบสายตาขึ้นมองบนเพดานและชูแหวนเพชรเม็ดเป้งที่ถูกสวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย พร้อมกับกระดิกนิ้วทั้งห้าไปมาให้แสงเพชรสะท้อนแยงเข้าตาเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเป็นเพชรแท้น้ำดี
“คุณแม่ของคุณท่านมาหมั้นฉันไว้กับคุณป๋าแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ฉันจะมาอยู่ที่เกาะนี้บ้านหลังนี้และในห้องนี้ในฐานะ...ว่าที่ภรรยาของคุณ” แอลหยุดพูดก่อนจะปรายสายตาไปมองทิสา
“เข้าใจแล้วเนอะ”
“กรี๊ดดด!”
สองเท้าบนส้นเข็มสีแดงเพลิงเดินก้าวฉับออกไปทิ้งไว้เพียงแต่ระเบิดตูมใหญ่ที่ทำให้คนทั้งสามคนในห้องต่างก็งงงวยไม่ต่างกัน โดยเฉพาะนางแบบสาวอย่างทิสาที่อุตส่าห์ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมาปรนเปรอความสุขสมให้กับผู้ชายที่วาดฝันไว้ว่าจะได้เป็นสามีในอนาคตของตัวเอง
แต่ก็นะ...แคร์ที่ไหนละ
_______________
พูดคุยกันก่อนเริ่มเรื่องสักนิดนะคะ
เรื่องนี้เป็นนิยายที่ไรท์นำมาปัดฝุ่นรีไรท์ใหม่นะคะ (ซึ่งจะอัปเดตเฉพาะที่นี่ที่เดียวเลย)
แต่เส้นเรื่องของเขาจะมีความคล้ายคลึงกันกับเรื่องของริคคาร์โดและมิลิน เรื่องต่อจาก 'กรงสวาทรักมาเฟีย' ของพี่โรมินิกเขาค่ะ เพราะจะเป็นพล็อตเดียวกัน แต่ไรท์ตั้งใจที่จะแต่งออกไปในสองแนวเลยค่ะ เป็นความตั้งใจของไรท์เองเลย ในเร็วๆนี้จะมาอัปเดตนิยายของพี่ริคให้ได้อ่านกันนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ รัก