บทที่ 4 'บ้าน' ที่จะไม่ใช่อีกต่อไป 50%

1103 คำ
หลังจากติดต่อเด็กสาวที่เลี้ยงมาเหมือนหลานแท้ๆ ไม่ได้ ป้าแป้วก็เป็นกังวลจนทำอะไรไม่ถูก หล่อนจึงโทร.หาอารดาให้ช่วยตามหา ซึ่งป่านนี้ก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย กระทั่งเกือบห้าโมงเย็นของอีกวัน ป้าแป้วก็เห็นนิวารินเดินผ่านประตูเข้ามา ร่างอวบของหญิงวัยสี่สิบปลายๆ เลยรีบเดินเข้าไปหา “นิ่ม! หายไปไหนมาลูก” เพราะนิวารินหายไปข้ามคืน ป้าแป้วซึ่งเป็นผู้ปกครองต่อจากคุณหญิงอัญนิกาที่รับอุปการะเธอมาจึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “นิ่มไปค้างบ้านเพื่อนมาค่ะ” ตอนนี้ป้าแป้วกับเธอเข้ามาอยู่ในครัว ซึ่งก่อนหน้าป้าแป้วกำลังเตรียมอาหารเย็นให้เจ้านายอยู่ “แล้วทำไมถึงหน้าซีดแบบนี้ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ป้าแป้วยกมือขึ้นแตะหน้าผากเธอ “อุ๊ย! ตัวร้อนด้วย” “ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะป้า นิ่ม…เป็นหวัด ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย” เธอนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเคาน์เตอร์ “งั้นกินข้าวก่อนนะจะได้รีบไปกินยา” ป้าแป้วรีบหันไปสั่งสาวรับใช้อีกคน “หนิง ไปตักข้าวสวยกับผัดพริกแกงมาให้พี่เขาหน่อย” “ตักเองสิ ไม่ใช่เจ้านายนี่” นรีเป็นเด็กรับใช้ที่ไม่ชอบเธอเท่าไร “เอ๊ะ ใช้นิดใช้หน่อยก็ไม่ได้ ทำไมนิสัยเสียอย่างนี้” ป้าแป้วหันไปมองจิก “ไม่เป็นไรค่ะป้า เดี๋ยวนิ่มหากินเอง” “ไม่ได้ งั้นเดี๋ยวป้าตักให้ดีกว่า” ป้าแป้วจึงไปตักข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยผัดพริกแกงหมูหอมกรุ่นมาให้ “ทำไมหายไปโดยไม่บอกใครเลย รู้ไหมว่าป้ากับคุณอิมเป็นห่วงแค่ไหน” “ขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง” นิวารินพยายามฉีกยิ้ม “คุณอิมกลับมาแล้วเหรอคะ” “ใช่ ตั้งแต่บ่ายสามแล้ว อ๊ะ มาพอดีเลย” ป้าแป้วพยักพเยิดไปยังคุณหนูคนเล็กที่กำลังเดินเข้ามา “หายไปไหนมานิ่ม! รู้ไหมว่าอิมตามหาแทบแย่ ถามจากเพื่อนนิ่มก็ไม่มีใครรู้ว่านิ่มอยู่ไหน นี่อิมถึงกับไล่โทรถามเพื่อนพี่เจมส์ด้วยนะ ทั้งพี่คิว พี่ต๊ะ พี่เพิร์ล…” อารดาแหวเสียงดัง แต่เพียงครู่เดียวหล่อนก็มุ่นคิ้วเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง “นิ่ม…คอไปโดนอะไรมา ทำไมถึงได้…” นิวารินรีบเอามือสางผมจากข้างหลังมาปิดข้างหน้าไว้ “คงแพ้แอลกอฮอล์ค่ะ แล้วเมื่อคืนนิ่ม…ไปค้างบ้านเพื่อนค่ะ เพื่อนที่คุณอิมไม่รู้จัก ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกป้าแป้วกับคุณอิมก่อน” “ขนาดนั้นเลยเหรอ กินแค่แก้วสองแก้วเองนะ” อารดารู้สึกผิด เพราะหล่อนเองเป็นคนยุให้นิวารินกิน “ว่าแต่เพื่อนคนไหนเหรอ อิมก็ให้เขาช่วยตามกันแล้วนะ” “…” “ทำไมไม่ตอบ” “เดี๋ยวถ้ามีโอกาสเจอกัน นิ่มจะแนะนำให้คุณอิมรู้จักนะคะ” “นั่นแน่ะ ไม่ธรรมดานะเรา เพื่อนผู้ชายหรือเพื่อนผู้หญิง” นิวารินอึกอัก สีหน้าไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด อารดาเห็นดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนคำถาม “แล้วอาการตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ยังแพ้อยู่ไหม ไปหาหมอดีหรือเปล่า” “นิ่มค่อยยังชั่วแล้วค่ะ ไม่เป็นไรแล้ว” เธอยิ้มเพื่อให้อารดาเบาใจ “แล้วคุณอิมไม่ไปอยู่บ้านคุณเจมส์เหรอคะ” หลังแต่งงานอารดาตกลงกับสามีว่าจะอยู่บ้านเขาในระหว่างรอเรือนหอสร้างเสร็จ “ก็เพราะห่วงนิ่มไง ทีแรกจะแจ้งความแล้วนะ แต่แม่กับพี่บีเบรกไว้ กลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่กัน” อารดาบ่นอย่างฮึดฮัด เนื่องด้วยพ่อกับแม่เป็นที่รู้จักของสังคม พวกเขาจึงไม่อยากให้มีข่าวว่าเด็กในบ้านหายไป ในบ้านหลังนี้นอกจากอารดากับป้าแป้วแล้วคงไม่มีใครนึกเป็นห่วงเธอ “ผ่านมาแล้วก็ช่างมันเถอะค่ะ มากินข้าวกินน้ำก่อนดีกว่า” ป้าแป้วหันไปถามอารดาว่าจะร่วมรับประทานอาหารด้วยกันไหม แต่คุณหนูคนเล็กปฏิเสธ “ยายกาฝากกลับมาแล้วนี่” เบญญาภาที่รู้ข่าวว่าเธอกลับมาจากคนรับใช้คนสนิทเดินเข้ามาพูดจาถากถาง “เป็นไง เมื่อคืนได้มาเท่าไร” หล่อนพูดประหนึ่งว่าเธอไปทำอะไรที่ไม่ดีมา… “ปากอยู่เฉยๆ ไม่เป็นเหรอคะ ไม่เห่าจะได้ไหม” อารดาเข้าไปยืนเท้าสะเอวตรงหน้าพี่สะใภ้อย่างไม่เกรงกลัว หล่อนกับพี่ชายเองไม่ค่อยสนิทกันเท่าไร เพราะพี่เดินทางไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบสาม โดยที่บ้านส่งเงินให้ใช้ตลอด จนอายุจะสามสิบปี มีลูกมีเต้าแล้ว ก็ยังต้องให้พ่อแม่ช่วยส่งเสียเลี้ยงดู “ก็พี่พูดความจริงนี่ นอกจากจะคอยดูดเลือดดูดเนื้อครอบครัวเราแล้วยังมาสร้างปัญหาให้อีก!” “อีกไม่นานนิ่มก็จะย้ายออกไปแล้วค่ะ คุณบีวางใจเถอะ” นิวารินวางช้อนส้อมลง ทั้งที่ยังรับประทานไม่หมด ทุกวันนี้ที่เธอต้องอยู่ที่นี่เพราะอยู่เป็นเพื่อนป้าแป้วตามที่ท่านขอไว้ เพราะท่านมีโรคประจำตัว ไม่มีใครคอยดูแลและสนใจ “โถ นิ่ม จะย้ายไปไหนล่ะลูกเอ๊ย” ป้าแป้วลูบหลังนิวารินแล้วมองค้อนสะใภ้ของบ้าน “อยู่มากี่ปีก็ไม่เห็นมีปัญหา แต่พอมีคนใหม่เข้ามากลับขวางหูขวางตาเขา!” “ทำเป็นปากกล้า ป้าก็ระวังตัวให้ดีเถอะ เดี๋ยวจะได้เด้งออกไปอยู่ด้วยกัน” เบญญาภามองเขม่นคนเก่าแก่ของบ้านที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยคุณหญิงอัญนิกาแล้วเดินออกไป “นิ่มย้ายออกไปดีกว่าอยู่ที่นี่นะคะ” เมื่อมีแต่คนกันเอง อารดาก็พูดขึ้น “ในบ้านนี้ไม่มีใครปกป้องนิ่มได้เลย ป้าแป้วก็รู้” “นั่นน่ะสิคะ” ป้าแป้วทำหน้าเศร้า ก่อนลูบแขนเธอด้วยความสงสาร “ป้าไม่ต้องห่วงนะคะ ยังไงนิ่มก็จะมาเยี่ยมป้าบ่อยๆ” เธอโผเข้ากอดคนที่เคารพรักเหมือนแม่ “ใช่ค่ะ อิมเองก็จะมาเยี่ยมป้าบ่อยๆ เหมือนกัน” อารดาร่วมกอดด้วยอีกคน ทำเอานรีหมั่นไส้จนต้องเดินออกไปทางโซนซักล้าง ชีวิตนี้นิวารินก็มีเพียงแค่สองคนนี้ล่ะที่รักและห่วงใยจริงๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม