เมียเก็บของเฮียรัฐ 1/1
ในห้องทำงานผู้บริหารบนตึกที่สูงที่สุดของจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออก จุดเริ่มต้นของอาณาจักร ‘อัศวโภคิน’ ผู้มั่งคั่ง มีร่างเล็กในชุดนักศึกษานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาตัวใหญ่
แม้ลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศจะหนาวจับขั้วหัวใจ แต่ไฟแค้นในอกกลับร้อนระอุ สมองของเธอยังกรอซ้ำภาพรอยยิ้มเย้ยหยัน หูยังได้ยินเสียงหัวเราะและคำพูดดูแคลนดังก้อง
กลิ่นคาวเลือดยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น...
เธอรู้ดี การมาที่นี่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ มันคือการเดินเข้ากองไฟชัด ๆ แต่ ‘ยาหยี’ ไม่มีทางเลือกอื่น คนอย่างเธอไม่มีทางเลือกมากนัก จะสู้กับคนเลวได้มีแต่ต้องเลวยิ่งกว่า
ยิ่งคนเลวคือคนในครอบครัวยิ่งต้องแข็งแกร่ง ครอบครัว...คำนี้มันไม่เคยมีจริงสำหรับเธอ
แกร่ก!
เรื่องระยำตำบอนที่บีบคั้นจนปวดไปหมดทุกตารางนิ้วถูกขัดด้วยเสียงเปิดของประตูบานใหญ่ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มวัยสามสิบที่เดินเข้ามาด้วยจังหวะฝีเท้าที่มั่นคง
ทุกย่างก้าวเขย่าสติของเธอให้สั่นไหวตามไปด้วย
เขาอยู่ในกางเกงสแล็ค เสื้อเชิ๊ตสีเทาเข้มปลดกระดุมสามเม็ดทับด้วยสูทสีเดียวกัน ผมเซ็ตเปิดหน้าผากเผยโครงหน้าคมคาย กลิ่นอายอันตรายแผ่ออกมาจากตัวเขาจนเธอรู้สึกได้
“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทัก
เจ้าของเสียงทุ้มเดินมาทิ้งสะโพกพิงโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบกวาดมองเนื้อตัวขาวผ่องตั้งแต่หัวจรดเท้าในคราวเดียวครบทุกซอกทุกมุม ก่อนที่เสี้ยววินาทีต่อมาจะเหลือบกลับมาสบตา
ด้านคนโดนทักสูดหายใจลึก แม้กลัวจนใจสั่นแต่ก็ไม่ยอมหลบตาแต่อย่างใด มือสองข้างที่เย็นเจี๊ยบเหมือนน้ำแข็งบีบเข้าหากันเหมือนเป็นที่พึ่งเดียว ไม่นานก็ยกขึ้นไหว้เขาที่อายุมากกว่าตนหลายปี
“สวัสดีค่ะเฮียรัฐ”
“เห็นคุณมิ้นบอกว่ามีเรื่องจะคุย มีอะไรครับ”
‘คุณมิ้น’ คือเลขาของเขาที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้อง ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม ดวงตาพราวระยับทว่าไม่อ้อมค้อมสักนิด ในเมื่อเข้าประเด็นเลยแบบนี้เธอคงไม่ต้องเกริ่นให้เสียเวลา
“หนูมีข้อเสนอมาแลกเปลี่ยนกับเฮียค่ะ”
“แลกเปลี่ยน?”
“เฮียช่วยหนู แลกกับหนูจะบอกความลับของพ่อ” คำว่า พ่อ ทำเขาชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มที่เลิกขึ้นเมื่อครู่เคลื่อนต่ำลงเพราะกำลังหรี่ตามองเธอด้วยความสงสัย
“...เธอจะมาบอกความลับพ่อตัวเองกับเฮียทำไม”
“หนูมีเหตุผลของหนูค่ะ”
แน่ล่ะสิ ที่จริงคงสงสัยในตัวเธอตั้งแต่ที่รู้ว่ามาขอเข้าพบแล้วด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็กที่แม่ยังอยู่ แต่หลังแม่ตายเธอก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกของศัตรูตระกูลเขานี่นะ
“ว่ามาสิ เฮียรอฟังอยู่”
หญิงสาวสบตาเขานิ่ง เธอยังไม่คิดจะบอกอะไรในตอนนี้ทั้งนั้น ต้องมีการตกลงแลกเปลี่ยนกันก่อนสิ ถึงจะเด็กกว่าเขาเกือบสิบปีแต่ก็ไม่ได้โง่หรอกนะ
ใครจะให้อะไรคนอื่นเปล่า ๆ เธอขอความช่วยเหลือครั้งนี้ ถ้าเขาตกลงช่วยมันก็คงไม่ได้ฟรีเหมือนกัน คนเจ้าเล่ห์สมหน้าตาอย่างเขาต้องให้เธอได้จ่ายสักทางอยู่แล้ว
“ก่อนบอก หนูอยากให้เฮียรับปากก่อนว่าจะช่วยแก้แค้น”
“แก้แค้นใคร พ่อเธอน่ะเหรอ”
“ค่ะ”
“...”
“คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกใช่ไหมคะ เพราะเฮียก็ไม่ได้ชอบพ่อหนูอยู่แล้ว” ยาหยีพูดเสียงสั่น กระดากปากเหลือทนที่ต้องเรียกคนคนนั้นว่าพ่อ
แต่เล่นกับคนแบบสหรัฐก็เหมือนเล่นกับไฟ เธอเผยไต๋ให้เขารู้ทั้งหมดไม่ได้
“นายพลนิธิศทำเรื่องชั่วอะไร ลูกสาวถึงต้องมาขอความช่วยเหลือคนอย่างเฮียล่ะ” ทว่า ‘สหรัฐ’ นั้นเป็นคนฉลาด ขนาดเธอไม่ได้บอกอะไรเขาก็ยังมองออกทะลุปรุโปร่ง
ได้ฟังคำถามหญิงสาวก็ได้แต่แค่นยิ้ม ตลกดีเหมือนกันที่ทหารยศใหญ่อย่างพ่อเธออาจเลวยิ่งกว่าผู้มีอิทธิพลที่มือสกปรกอย่างอัศวโภคินเสียด้วยซ้ำ
“เฮียอย่าสนใจเรื่องนั้นเลยค่ะ สนแค่ความลับที่ว่าจะช่วยกำจัดเสี้ยนหนามของอัศวโภคินก็พอ” น้ำเสียงที่สั่นเครือนั้นแฝงไปด้วยความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก
ยาหยีมองตาเขาอย่างแน่วแน่ ตัดสินใจจะไม่เล่าเรื่องการตายของแม่ให้รู้เพราะรู้ไปก็เท่านั้น คนอย่างเขายิ่งรู้มากก็ยิ่งเป็นภัย เธอจะเสียเปรียบเอาได้ง่าย ๆ
อีกอย่าง ที่มาวันนี้ก็ไม่ใช่เพื่อขอให้ช่วยสืบเรื่องของแม่ แต่เป็นการทำลายครอบครัวนั้น หากพ่อเธอล้มสองแม่ลูกก็ไม่มีหน้าชูคอต่อไป เพราะไม่ใช่แค่นายพลนิธิศที่ต้องมอดไหม้ แต่เธอจะลากเอาญาติพี่น้องของแม่เลี้ยงลงนรกไปด้วย
ในเมื่อเอาผิดด้วยกฎหมายไม่ได้ ก็ลองเจอวิธีสกปรกที่ใช้กับคนอื่นดูเสียบ้าง จะได้รู้รสชาติของมัน
“อืม…” สหรัฐตอบรับในลำคอคล้ายกำลังใช้ความคิด เขาพรมปลายนิ้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีเป็นจังหวะในความเงียบ
ตาคมลอบสำรวจท่าทางของคนตรงหน้าเพื่อค้นหาความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้ การที่ยาหยีมีจุดประสงค์ชัดเจนแต่ไม่ยอมเล่าเบื้องหลังทำให้เขารู้สึกไม่ไว้ใจ ยิ่งเป็นลูกสาวของไอ้นิธิศก็ยิ่งระแวง
แต่ทำไงได้...
ใครใช้ให้แม่คนนี้สวยหยาดเยิ้มแถมหุ่นแซ่บกัน
ต่อให้แคลงใจแค่ไหน แต่พอได้มองหน้าเธอเขาก็ระริกระรี้อยากจะเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวเต็มที ดังนั้นต่อให้จะรู้แค่นี้สุดท้ายใบหน้าคมคายก็พยักขึ้นลง
“แล้วจะให้ช่วยยังไง”
“หนูบังเอิญไปได้ยินเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณการสร้างทางยกระดับในตัวจังหวัดของปีนี้ มีการฮั้วประมูลและแบ่งเค้กเงินทอนกัน เฮียสามารถช่วยเปิดโปงเรื่องนี้ได้ไหมคะ”
“...คิดยังไงให้คนอย่างเฮียไปเปิดโปงทหาร ฮึ?”
“หนูรู้ว่าเฮียมีเส้นสายเป็นนักการเมืองกับคนในวงการสีกากีและวงการลายพรางอีกหลายคน”
“ถ้ารู้เรื่องนี้ก็ต้องรู้ว่าพ่อเธอมันมีแบ็กใหญ่ ไม่ใช่แค่ที่นี่แต่ยังมีพวกตัวใหญ่ ๆ ในกรุงเทพอีก เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นทุกจังหวัดนะยาหยี เปิดโปงไปก็ทำได้แค่ให้มันโดนจับตามองชั่วพักชั่วครู่ ยัดผลประโยชน์ใส่มือนายสักคนแป๊บ ๆ เรื่องก็จบแล้ว”
“แล้วถ้าหนูบอกว่ามันมีเรื่องอื่นด้วยล่ะคะ มีเอี่ยวกันหมดทั้งทหารและส.ส. มีดีลลับต่อกันทั้งพวกเลย”
“ต่อให้มีพี่น้องแม่เลี้ยงเธอมันก็ไม่ยอมง่าย ๆ หรอก พวกโชติไพศาลเป็นนักการเมืองเกือบทั้งตระกูล กระจายอยู่ตั้งแต่ระดับผู้ใหญ่ถึงส.ส.ระดับภูมิภาค ไม่ใช่หมูที่จะเคี้ยวง่าย ๆ ก็รู้นี่”
“แต่เฮียก็ไม่ใช่หมูเหมือนกันนี่คะ บ้านเฮียสนับสนุนพรรคการเมืองฝั่งตรงข้ามพวกมันอยู่ ถ้าเขี่ยบ้านนี้พ้นทางได้ประโยชน์จะไปตกอยู่ที่ใคร ถ้าไม่ใช่อัศวโภคิน”
“...”
“นอกจากพวกโชติไพศาลก็ยังมีทหารยศใหญ่อีกหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พวกมันมีเอี่ยวเรื่องผิดกฎหมายเป็นโหล แถมยังหมายหัวตำรวจน้ำดีในจังหวัด ลูกน้องผู้กำกับภาคินเพื่อนเฮียก็โดนด้วยนะคะ เผื่อเฮียไม่รู้”
ฟังจบรอยยิ้มของสหรัฐก็กดลึก ต่อให้ไม่บอกแต่เขาก็มองออกว่าความแค้นครั้งนี้คงหนักหนา ยาหยีเก็บข้อมูลมาเยอะ และคงคิดเรื่องนี้ซ้ำ ๆ มาเป็นร้อยครั้งแล้วถึงกล้ามาต่อรอง
“ถึงขนาดรู้ว่าเฮียกับผู้กำกับเป็นเพื่อนกันนี่ไม่ธรรมดานะ”
“ที่หนูจะพูดคือ เรามีศัตรูคนเดียวกันค่ะ”
แม้ไม่ได้คำตอบแต่เขาก็หายข้องใจ เหตุผลที่ทำให้ลูกหันกลับมาห้ำหั่นพ่อตัวเองคงไม่ใช้ไม่ธรรมดา ยาหยีทุ่มสุดตัวแบบที่ไม่แคร์เลยด้วยว่าพ่อตัวเองอาจมีอันตรายถึงชีวิต
แถมมานั่งใส่กระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋ต่อหน้าคนแบบเขา ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะไม่มีทางรอดตัวกลับไปแบบไม่เสียอะไรเลย
“เฮียจะได้อะไรจากการไปงัดไม้ซุงอย่างพ่อเธอ” แต่ต่อให้ร้ายแรงแค่ไหนมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขา
โลกที่เต็มไปด้วยการแสวงหาผลประโยชน์ ต่อให้สวยเป็นนางฟ้านางสวรรค์ แต่ถ้าไม่ได้ประโยชน์เป็นที่น่าพอใจเขาก็ไม่คิดจะเปลืองแรง เธอต้องมีข้อเสนอที่มันล่อน้ำลายมากกว่านี้
เขามีพวกแต่พ่อเธอก็มี งานนี้ต้องใช้เส้นสายหลายวงการ เสียสมองเสียเงินเสียทรัพยากร ใครจะมาทำให้เปล่า ๆ แค่เรื่องไอ้นายพลหัวขวดนั่นจะย่อยยับมันไม่คุ้มเสีย
ถ้าไม่คิดจะสอดมือเข้าไปยุ่ง อัศวโภคินแค่ปล่อยให้มันขัดผลประโยชน์แล้วหันไปกัดกันเองก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องเหนื่อย
“พ่อเป็นข้าราชการที่เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในจังหวัด นอกจากลาภยศและผลประโยชน์แล้ว สิ่งที่เสียได้อีกอย่างคือหน้า ต่อให้หนูจะไม่ใช่ลูกรัก แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสมบัติของพ่ออยู่ดี”
“แล้ว?”
“ถ้าสมบัติของตัวเองไปตกอยู่ในมือศัตรู คงทนไม่ไหวแน่”
“พูดมาตรง ๆ เลยดีกว่าครับ เวลาเฮียเป็นเงินเป็นทอง”
“หนูอยากเป็นผู้หญิงของเฮีย”