บ่ายวันเสาร์
เป็นภาพชินตาไปแล้วที่เธอมักจะตื่นช้ากว่าสองพ่อลูกที่มีกิจวัติยามเช้าเป็นการพ่อนั่งดูทีวีใส่เสื้อบ้างถอดเสื้อบ้างพร้อมกับลูกชายนั่งตักเล่นเกม ส่วนเธอก็กลายเป็นหมาหัวเน่าไปชั่วขณะ
แก้วเดินลงไปนั่งข้างๆเด็กแสบพร้อมกับก้มหอมแก้มเขาอย่างหมั่นเขี้ยว สักพักเด็กแสบก็เลิกเล่นเกมแล้วหันไปมองหน้าจอทีวีทันที ในภาพฉายเป็นที่ดินกว่าหลายร้อยไร่ มีผู้คนพลุ้งพล่านเต็มไปด้วยต้นไม้แต่ที่ดึงดูดสายตาคนตัวเล็กได้ก็คงจะเป็นเครื่องเล่นหลากหลายที่มีทั้งน่ารักและมีแบบหวาดเสียวปนกันไป
“ป๋า”
“ว่าไงครับ” คนเป็นพ่อตอบหน้าก็วนเวียนอยู่ที่กลุ่มผมหอมของลูกชาย
เด็กชายชี้ไปที่ทีวี “น้องอยากไป”
“หือ” เขาเงยหน้ามองตามมือลูกชาย
“สวนสนุก อยากไป นะ นะ”
“อืม” ชายหนุ่มทำท่าทีลังเลก่อนจะเหล่ตามองดูสมาชิกอีกคนของบ้าน “ขอแม่ดู”
จบคำพูดน้องไทด์ก็กระโจนเข้าหาแม่อย่างแรงแล้วปากพร่ำบอกและพรมจูบไปทั่วหน้า
''แม่คร้าบ ไปน้า น้องไทด์อยากไปเที่ยวกันครบทุกคน เราไม่ค่อยได้ไปกับป๋าเลย น้าๆ''
แก้วทำท่าทีอึกอัก เธอไม่อยากไปกับอีผัวเร้ดแฟลกส์ ''หนูไปกับป๋าสองคนได้มั้ยลูก แม่อยากนอนพัก เหมือนจะป่วยเลย''
“ง่า งั้นไม่เป็นไร ไปวันอื่นก็ได้” ไทด์ว่าเสียงเศร้าพร้อมกับก้มหน้าไหล่สั่นไหวเล็กน้อยเหมือนอยายามกลั้นสะอื้น โอ้ยตายแล้วลูก ใจบางมาก
''โอเคๆ ยอมแล้วๆ ไปก็ได้ งั้นแม่ไปอาบน้ำก่อน น้องไทด์อยากให้แม่อาบให้มั้ย''
“ไม่ต้อง เดี๋ยวอาบน้ำลูกให้เอง” เรย์แทรก
''งั้นแม่ไปอาบก่อนนะคนเก่ง เดี๋ยวแม่มา''
แก้วว่าพลางจูบผมสีสวยนั้น โดยไม่สนใจคนเป็นพ่อที่พยายามพูดด้วย หลายวันมาแล้วตั้งแต่เรื่องวันนั้นเธอไม่ยอมคุยกับเขา แม้แต่คำเดียว เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้มากสักเท่าไหร่เหมือนเจอหน้าก็พูด พอเธอไม่คุยด้วยเขาก็ยักไหล่แล้วเดินออกจากห้องไปทำงานกลับเช้าเหมือนเดิม ให้ตายเถอะ เออ ตายไปแล้วนี่หว่ารอบนึง เอาเหอะๆยังไงก็ต้องทรอยู่ในร่างนี้ตลอดไป คร่ำครวญไปก็ใช่จะมีอะไรดีขึ้น เอาไว้ให้ทุกอย่างมันลงตัวเธอหาที่ทางได้เธอค่อยขอหย่าตอนนั้นก็ยังไม่สาย
แล้ววันนี้เธอจะใส่อะไรดีนะ เสื้อยืดกับกางเกงวอร์มแล้วกัน ใส่ผ้าใบ เรียบร้อย ใส่แบบนี้วิ่งจับลูกทันแน่นอน เช็กความเรียบร้อยแล้วเสร็จก็ออกมาจากห้องเจอสองหนุ่มต่างวัยกำลังจัดเสื้อผ้าให้กัน ไอ้คุณปากหมาใส่กางเกงยีนส์เสื้อโอเวอร์ไซส์ลายทางขวางหมวกแก๊ปสีดำกับผ้าใบลูกชายตัวน้อยก็สวมเสื้อสีฟ้ากางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบ อืม จะว่าไปสังเกตหลายทีแล้ว ไม่รู้เพราะอะไรบ้านนี้ไม่เคยคุยกันแต่แต่งตัวดูเข้ากันเหมือนอ่านไลน์กันทุกคน
''แม่มาแล้ว ไปกันน น้องอยากเล่นแล้ว~''
เด็กชายวิ่งมาจูงคนแม่ไปที่ลิฟต์ส่วนคนพ่อล่วงหน้าไปเอารถมารอก่อนแล้ว พอจัดที่นั่งให้ลูกชายเรียบร้อยแล้วเธอก็มานั่งข้าง ๆ เขา
“ชักช้า” เขาบ่นงึมงำออกมาหวังให้ภรรยาหาเรื่อง แค่มองกันก็ยังดี แต่เปล่าเลย นอกจากจะไม่มอง แก้วยังมองดูวิวข้างหน้าต่างแล้วก็หันไปคุยกับน้องไทด์ข้างหลังพลางๆ
คุยเพลินจนคนแม่ค่อย ๆ ผลอยหลับไป
“นี่ไงป๋า น้องไทด์บอกแล้วว่าแม่ต้องยอมออกมา” เด็กน้อยอวดความสำเร็จ
“ชู่ว~ เดี๋ยวแม่ตื่นมาได้ยินนะ เบาๆ”
“โอเค เบาๆ ชู่วว” ไทด์พูดเสียงกระซิบแล้วห่อไหล่เอานิ้วชี้ทำปากจู๋ชู่วตามป๋าเบาๆ แล้วนั่งสั่นขาร้องเพลงงึมงัมตามวิทยุไปมาอย่างมีความสุข
ส่วนเรย์นอกจากเขาจะรู้สึกสนุกแล้วเขายังมีความสุขจนริมฝีปากระบายเป็นรอยยิ้มบางๆอย่างไม่รู้ตัวตาก็มองคนตัวเล็กในคาร์ซีดไหนจะผู้หญิงที่เผลอหลับหมดมาดคนดุไปอีก นี่เขาไม่ได้พาลูกออกมาเที่ยวนานแค่ไหนแล้วนะ คิดเพลินๆตัวเองก็เอารถมาจอดที่สวนสนุกเรียบร้อย แต่ดูเหมือนคนแม่ก็จะยังไม่ตื่นจนเขาต้องสะกิดปลุก
''ตื่น ถึงแล้ว''
“อืออ” แก้วปัดมือหนาออกอย่างรำคาญ
''ดีน ออดีน''
หญิงสาวสะดุ้งแต่ยังสะลึมสะลือ ''หือ''
''ถึงแล้ว''
เขาพูดพลางลงจากรถไปอุ้มน้องไทด์ไว้แล้วหันมาเปิดประตูให้ภรรยาก้าวลงก่อนจะปิดแถมยังถือวิสาสะจับมือเธอลากไปสวนสนุกทันที
ชายหนุ่มลากลูกเมียเข้าสวนสนุกโดยไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋ว สงสัยเป็นวีไอพีมั้ง แต่ไม่โชว์บัตรหรืออะไรหน่อยเหรอ เออ เกิดเป็นคนรวยนี่มันดีจนน่าหมั้นไส้ หลายคนมองมาที่ทั้งสามคนไม่วางตาไม่ว่าจะคุณลุงคุณป้าที่ชอบน้องไทด์ไหนจะสาวๆที่มองคนตัวโตจนเหลียวหลัง อีตาบ้าก็ยังยิ้มให้อีก
โถ่เอ้ย สงสารเมียมันจริงๆ
เอ่อะ ก็เธอนี่ไง.... เวรกรรม