น้องแก้มใส
๑
น้องแก้มใส
ร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก้าวเดินช้าๆ ทว่ามั่นคง ปฐพีเข้ามายังโรงแรมที่เขาเป็นเจ้าของในช่วงสายของวันศุกร์ วันนี้ชายหนุ่มมีนัดตรวจงาน ‘เมืองหิมะจำลอง’ ที่เพิ่งจะวางระบบแล้วเสร็จสดๆ ร้อนๆ ไปตั้งแต่เมื่อคืน
ในที่สุด ‘ปฐพี แกรนด์ รีเจนท์’ ของเขาก็เป็นที่กล่าวขวัญถึงและถูกจับตามองอีกครั้ง เพราะเขาสร้างเมืองหิมะสมจริงไว้ตรงชั้นใต้ดินของโรงแรมได้สำเร็จเรียบร้อยและสวยงามอลังการ
ช่วงหน้าหนาวปลายปีแบบนี้ การมาเที่ยวเมืองหิมะจำลองที่เขาสร้างนั้นจัดว่าเป็นความคิดที่ดีมากเลยทีเดียว อาทิตย์นี้ห้องว่างจึงถูกจองกันเยอะมาก ดูไปแล้วห้องพักน่าจะเต็มไปตลอดทั้งเดือน ดีไม่ดีอาจจะเต็มยาวไปจนถึงต้นปีหน้าเลยก็ได้
ปฐพีเดินสำรวจและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของเมืองหิมะจำลองพร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่อาบไปทั่วใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่ปกติค่อนข้างจะเย็นชา มีวิวสวยๆ ที่สถาปนิกชื่อดังออกแบบและสร้างจำลองขึ้นมา ทั้งในส่วนของโซนญี่ปุ่น เกาหลี และโซนยุโรป เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้เข้ามาถ่ายรูปและซึมซับบรรยากาศ
ถึงแม้จะใส่เสื้อกันหนาวตัวที่ใส่ครั้งล่าสุดตอนไปฝรั่งเศสกับถุงมือมาพร้อม แต่ชายหนุ่มก็ยังหนาวจนหน้าชา เพราะอุณหภูมิที่ตั้งไว้ก็คือ -5 องศาเซลเซียส
“สมจริงมาก วิเศษไปเลย” พอพูดทีไรก็พ่นไอเย็นออกมาจากปากด้วยทุกที อืม! ยอดเยี่ยมมาก แบบนี้คงจะเรียกแขกเข้ามาได้อย่างเยอะแยะมากมาย วันนี้จะมีรายการโทรทัศน์เข้ามาถ่ายทำกันทั้งวัน ส่วนพรุ่งนี้ก็จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
หลังจากปั้นตุ๊กตาหิมะเอาฤกษ์เอาชัยเสร็จสิ้นเรียบร้อย เจ้าของร่างสูงโปร่งกำยำก็ถอดเสื้อกันหนาวกับถุงมือเก็บเอาไว้ในล็อกเกอร์ส่วนตัวของเขา ก่อนจะเดินออกมาทางด้านนอกแล้วสัมผัสกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแทน
ชายหนุ่มยังคงรู้สึกหนาวอยู่ อาการตัวสั่นหน้าชาของเขายังคงไม่หายไปซะทีเดียว เมื่อคนตัวสูงเดินมุ่งตรงไปยังลิฟท์ ก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ของใครคนหนึ่งลอยละล่องมาเข้าหู
“คุณลุงหนาวเหรอคะ” ชายหนุ่มรีบหันไปทางต้นเสียงทันที แล้วก็พบกับคนตัวเล็กหน้าตาแป้นแล้นยืนยิ้มกว้างอยู่ทางด้านหลัง
“ใช่ครับ ลุงหนาว” ปฐพีตอบพร้อมกับกระตุกยิ้มแปลกใจเมื่อพบว่าเธอคือเด็กน้อยที่อยู่ในชุดนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง
แล้วเด็กอนุบาลคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง…
“ให้หนูกอดไหมคะ คุณแม่บอกว่าถ้ามีคนบอกเราว่าหนาว เพราะเขาอยากจะให้เรากอด” เสียงเล็กพูดเจื้อยแจ้วน่าเอ็นดู ส่วนเจ้าของเสียงก็ก้าวเท้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ เขา
“หนูจะกอดลุงงั้นเหรอ อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ยเรา รู้ใช่ไหมว่าไม่ควรไปกอดคนแปลกหน้า!” ประโยคหลังเสียงทุ้มแอบดุ ถ้าเป็นลูกสาวเขาจะขอตีก้นหนึ่งที จะไปกอดกับคนแปลกหน้าได้ยังไง!
“สี่ขวบแล้วค่ะ อยู่อนุบาลหนึ่งทับสอง” คนตัวเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มน่ารัก ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดที่โดนคนตัวโตดุ
…น่ารักจัง
ปกติปฐพีไม่ใช่คนรักเด็กสักเท่าไหร่ แต่พอเห็นเด็กผู้หญิงวัยสี่ขวบหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักคนนี้แล้วก็อยากจับเข้ามากอดเข้ามาฟัดแรงๆ
ร่างสูงจึงย่อตัวนั่งลงเพราะอยากจะมองหน้าหนูน้อยคนนี้ให้ชัดๆ
“ให้หนูกอดคุณลุงนะคะ” พอคนตัวเล็กพูดจบก็ก้าวเข้ามากอดเขาทันที ทำราวกับว่าตัวเธอเองก็ต้องการความอบอุ่นจากเขาด้วยเช่นกัน
“อุ่นจัง” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ เรียวแขนอบอุ่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามโอบกอดคนตัวเล็กให้แน่นกว่า ‘ลูกสาวใครทำไมถึงน่ารักแบบนี้นะ’ ชายหนุ่มนึกในใจพร้อมกับสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ เผื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ของหนูน้อยจะอยู่แถวนี้
“น้องแก้มใสหายมาอยู่ตรงนี้นี่เอง ทำไมไม่เดินตามคุณครูกับเพื่อนๆ เข้าไปข้างในล่ะคะ” น้ำเสียงใจดีของคนที่ชายหนุ่มคิดว่าน่าจะเป็นคุณครูที่โรงเรียนอนุบาลดังขึ้นอย่างโล่งใจ
แก้มใสงั้นเหรอ ชื่อน่ารักๆ กับริมฝีปากจิ้มลิ้มแบบนี้ทำให้ ‘ใครบางคน’ แวบเข้ามาในสมองของเขา และเมื่อเพ่งมองแววตาของคนตัวเล็กให้ชัดๆ มันกลับยิ่งคุ้น... คุ้นมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่งแต่ก็นึกไม่ออก!
“น้องแก้มใสเดินตามคุณลุงคนนี้มาค่ะคุณครู คุณลุงเขาหนาว” เสียงเล็กน่ารักรีบรายงานคุณครู ในขณะที่เจ้าของสายตาแป๋วแหววยังคงจ้องมองใบหน้าคมคายของปฐพีแบบไม่ยอมละสายตาไปทางอื่น
“คุณลุงหล่อจังเลยค่ะ” คนตาแป๋วพูดออกมาเสียงดัง และมันก็ทำให้ชายหนุ่มได้ยินแล้วยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มานั่งเขินเด็กสี่ขวบได้ไงวะเนี่ยเรา ปฐพีนึกขันตัวเอง แต่หนูน้อยคนนี้เธอน่ารักมากจริงๆ ถ้าพ่อแม่ของเธออยู่แถวนี้เขาคงจะรีบเข้าไปทำความรู้จัก
“แก่แดดจริงๆ นะเรา” เจ้าของน้ำเสียงทุ้มห้าวพยายามปรับโทนเสียงให้ฟังดูอ่อนโยน พร้อมกับยื่นฝ่ามือไปลูบผมคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู
“น้องแก้มใสไม่ได้แก่แดดค่ะคุณลุง พูดแบบนี้เรียกว่าปากหวานต่างหาก ใช่ไหมคะคุณครู” พอเสียงเล็กพูดจบก็หันไปมองหน้าครูสาวราวกับต้องการหาแนวร่วม ส่วนคุณครูอนุบาลก็พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มละมุน
“นั่น! ยังจะมาเถียงลุงอีก คำพูดคำจาแบบนี้เรียกว่าเด็กแก่แดดชัดๆ” ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมา สบตาคนตัวเล็กที่กำลังยืนยิ้มมองเขาอยู่ ท่าทางเด็กคนนี้คงจะชอบเขามาก ขนาดคุณครูเดินมาตามแล้วก็ยังไม่ยอมไป นี่ขนาดเพิ่งจะแค่สี่ขวบเองนะ ถ้าเป็นลูกสาวเขา เขาคงจะหวงน่าดู
“ฉลาดมาก ลูกสาวใครกันเนี่ย” ยิ่งจ้องหน้าเจ้าหนูน้อยแสนปากหวานคนนี้ปฐพีก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา แววตาฉลาดเจ้าเล่ห์แบบนี้เคยเห็นที่ไหนกันนะ… โอ๊ย นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
“รีบตามเพื่อนๆ ไปได้แล้วค่ะน้องแก้มใส เพื่อนๆ รอหนูกันอยู่ เราจะได้ขึ้นไปเล่นที่สวนน้ำกับสวนสนุกข้างบนกัน” คุณครูอนุบาลพยายามดึงคนตัวเล็กออกมาจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม ปฐพีรู้สึกใจหายเล็กน้อย ใจจริงอยากจะแอบชวนน้องแก้มใสคนนี้ไปกินไอศกรีมที่คาเฟ่ของโรงแรมแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะสำหรับหนูน้อยเขาก็เป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง
“ไป… งั้นเดี๋ยวลุงจูงขึ้นไปเอง สวนน้ำกับสวนสนุกของลุงใหญ่มาก มีตัวการ์ตูนดิสนีย์เต็มไปหมดเลย” ร่างสูงกำยำยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ของปฐพีกุมมือเล็กของหนูแก้มใสเอาไว้แน่น นอกจากหน้าตาของเธอจะน่ารักมากแล้วหนูน้อยคนนี้ยังขี้อ้อนและกอดอุ่นมากอีกด้วย
“เจ้าของโรงแรมให้เกียรติจูงหนูขึ้นไปส่งด้วยตัวเองเลยนะคะเนี่ย… น้องแก้มใส” คุณครูสาวพูดแซวพร้อมกับแอบหยิกพวงแก้มยุ้ยเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว
จะว่าไปแล้วใครๆ ก็รู้จักเขา ปฐพี ปริยากรเทวา เจ้าของโรงแรมใหญ่โตหรูหราใจกลางกรุงเทพมหานคร โรงแรมเพียงแห่งเดียวที่สร้างสวนสนุกกับสวนน้ำไว้ตรงชั้นบนสุด และตอนนี้ก็เพิ่งจะเนรมิตเมืองหิมะจำลองไว้ตรงชั้นใต้ดินเป็นที่เรียบร้อย
“แก้มใสสมชื่อเลยนะ ใครตั้งชื่อให้ครับเนี่ย” ชายหนุ่มชวนคนตัวเล็กคุยไปเรื่อย ในขณะที่จูงมือเธอไปยังลิฟต์ คนที่ทำอะไรรวดเร็วแบบเขาต้องคอยก้าวช้าๆ เพราะกลัวว่าหนูน้อยวัยสี่ขวบคนนี้เธอจะก้าวตามไม่ทัน
“คุณแม่ตั้งให้ค่ะ คุณแม่ของหนูชื่อแก้มหวาน” เสียงเล็กรีบตอบพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขาด้วย ปฐพีเองก็ยิ้มตอบคนตัวเล็กทันที ลูกชื่อแก้มใสแม่ชื่อแก้มหวาน ฟังดูเข้ากันดีจัง
“นอกจากจะน่ารักแล้วยังคุยเก่งอีกนะเรา” ไอ้รอยยิ้มเมื่อกี๊มันคุ้นมาก แต่ชื่อคุณแม่ของหนูน้อยมันดันคุ้นกว่า เสียงทุ้มโพล่งถามอีกครั้ง ในขณะที่เท้าใหญ่หยุดชะงักไปเพราะก้าวต่อไม่ออก
“เดี๋ยวก่อน! เมื่อกี๊หนูบอกว่าคุณแม่ของหนูชื่ออะไรนะ”
“แก้มหวานค่ะ คุณแม่แก้มหวานของหนูสวยมากๆ เลยนะคะคุณลุง”
แก้มหวานงั้นเหรอ... เฮ้ย!! ไม่ใช่หรอกน่า ไม่น่าจะใช่คนคนเดียวกัน ในประเทศไทยมีคนชื่อนี้ตั้งเยอะตั้งแยะ!
“เป็นอะไรไปเหรอคะคุณลุง ทำไมหยุดเดิน” เจ้าของใบหน้าแป้นแล้นเงยหน้าขึ้นถามเขาเมื่อรู้สึกว่าเท้าใหญ่ไม่ยอมก้าวต่อ
“เอ่อ… คือ” ปฐพีพูดไม่ออก ได้แต่จ้องตาคนตัวเล็กแน่นิ่ง ตอนนี้ความรู้สึกสับสนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อสมองคิดคำนวณคร่าวๆ ความสงสัยก็ปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
น้องแก้มใสอายุสี่ขวบ ถ้านับจากช่วงที่เขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น หากมีลูกด้วยกัน ลูกของเขาก็น่าจะอายุประมาณนี้ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ถึงแม้เขากับเธอจะมีสัมพันธ์สวาทอันเร่าร้อนมากมายนับครั้งไม่ถ้วนเป็นเวลาถึงหนึ่งปีเต็ม แต่เหนือนภาก็ป้องกันมาตลอด เขาเองที่เป็นคนซื้อยาคุมกำเนิดให้เธอ ซื้อให้ทีเดียวเป็นโหล แล้วเธอจะท้องได้ยังไง เอ๊ะ! หรือว่าจะพลาด…
ชายหนุ่มมีความคิดมากมายเวียนวนอยู่ในสมองในขณะที่จูงมือคนตัวเล็กไปขึ้นลิฟต์ จะว่าไปแล้ว เขาก็นึกอยากจะได้หนูน้อยคนนี้มาเป็นลูกสาวของเขาเหมือนกัน เจอกันครั้งแรกเขาก็รู้สึกถูกชะตากับเธออย่างไม่น่าเชื่อ ผู้ชายที่ไม่ค่อยจะรักเด็กอย่างเขายังไม่เคยรู้สึกเอ็นดูและถูกชะตากับเด็กคนไหนมาก่อนเลย บางครั้งเวลาชายหนุ่มขึ้นไปตรวจงานที่สวนน้ำกับสวนสนุกตรงชั้นบนสุดของโรงแรม แล้วได้ยินพวกเด็กๆ ส่งเสียงเกรียวกราวและวิ่งเล่นกันวุ่นวายเขาก็รู้สึกเวียนหัวจนต้องลงไปนั่งจิบกาแฟเงียบๆ ในห้องทำงาน
เอาล่ะ… ได้เวลายิงคำถามต่อไปแล้ว
“แล้วคุณพ่อหนูล่ะครับ คุณพ่อชื่ออะไร” ปฐพีเก็กเสียงนิ่งถามคนตัวเล็กพร้อมเสแสร้งทำเป็นยิ้มละมุน ทั้งๆ ที่หัวใจกำลังเต้นแรง
หนูน้อยแก้มใสนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพยายามฝืนยิ้มแล้วกวักมือให้เขายื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ
“มีอะไรเหรอครับ” ปฐพีย่อตัวลงอีกรอบก่อนจะขยับใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้เธอ เอียงคอเล็กน้อยและพยายามตั้งใจฟังสิ่งที่คนตัวเล็กกำลังกระซิบบอก
“คุณลุงรู้แล้วอย่าไปบอกใครนะคะ คือว่า… คุณแม่แก้มหวานของหนูสวยมากๆ ก็เลยมีหนุ่มๆ มาสมัครเป็นคุณพ่อของหนูเต็มไปหมดเลยค่ะ”
“ห๊ะ อะไรนะ” ปฐพีได้ยินแล้วเข่าแทบทรุด แบบนี้ก็หมายความว่า คุณแม่แก้มหวานคนนั้นเธอน่าจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวน่ะสิ ไม่ได้การแล้ว แบบนี้ต้องพิสูจน์ ชายหนุ่มนึกในใจ อย่างไรเสียก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา
“เอ่อ… หนูอย่าเพิ่งรับใครมาเป็นพ่อนะครับ อย่าเพิ่ง” ปฐพีกลืนก้อนแข็งลงคอช้าๆ ก่อนจะเก๊กสีหน้าขรึมบอกเธอ พอคนตัวเล็กได้ยินแล้วก็หัวเราะชอบใจใหญ่ แถมยังบอกเขาเบาๆ อีกด้วยว่า
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณลุง คุณแม่บอกว่า คุณแม่รักหนูมาก รักหนูมากที่สุดในโลก ก็เลยจะยังไม่รับสมัครพ่อให้หนู”
ดีมาก! ดีมาก มันต้องแบบนี้สิ
ปฐพีกระตุกยิ้มโล่งใจ ก่อนจะยืนขึ้นด้วยท่าทางสง่าผ่าเผยและกระชับสูทให้แน่นขึ้น
“คุณลุงจะขึ้นลิฟต์ไปกับหนูด้วยใช่ไหมคะ” เสียงใสรีบถามเพราะยังไม่อยากจะให้เขาเดินจากไป
“อืม ไปสิ! ก็บอกแล้วไงว่าจะขึ้นไปส่ง” ชายหนุ่มตอบคนตัวเล็กพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะดึงมือหนูน้อยมากุมเอาไว้เหมือนเดิมแล้วพาเดินเข้าไปในลิฟต์
เมื่อขึ้นมาถึงโซนสวนสนุกและประตูลิฟต์เปิดออก หนูน้อยแก้มใสยังคงไม่ยอมเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ในชั้นอนุบาลหนึ่งทับสอง ดูๆ ไปแล้วเพื่อนๆ แต่ละคนของเธอก็ช่างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูกันทั้งนั้น ท่าทางซนไม่ใช่เล่นซะด้วย
ปฐพีกวาดสายตาสำรวจบรรดาแขกตัวน้อยของเขา มีคุณครูคนไทยสามคนและคุณครูชาวต่างชาติอีกสองคนที่คอยดูแลพวกเด็กๆ อยู่ สำหรับเขา อาชีพคุณครูอนุบาลนี่ช่างน่านับถือจริงๆ ต้องใช้ความอดทนและความใจเย็นระดับสูง… สูงมาก… สูงมากๆ จริงๆ
ชายหนุ่มพยายามเพ่งสายตาอ่านชื่อโรงเรียนตัวเล็กๆ ที่ปรากฏอยู่ตรงด้านหลังของเสื้อยืดคอโปโลที่คุณครูชาวต่างชาติคนนั้นสวมใส่อยู่ให้ชัดๆ อีกครั้ง ‘โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเรนนี่’ จะว่าไปแล้วโรงเรียนอนุบาลอินเตอร์แบบนี้ค่าเทอมไม่ใช่ถูกๆ เลย ตอนที่เขาตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับเหนือนภา เขาโอนเงินก้อนใหญ่ใส่ไว้ในบัญชีของเธอ และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พบกันอีกเลย
จะใช่คนคนเดียวกันหรือเปล่าวะ ปฐพีคิดว่าไปดักรอดูที่โรงเรียนให้รู้ไปเลยก็น่าจะดี
วันนี้เป็นวันศุกร์ เพราะฉะนั้นถ้าเขาอยากจะเจอเด็กผู้หญิงคนนี้อีกครั้งก็ต้องรอจนกระทั่งวันจันทร์แล้วแอบไปหาเธอที่โรงเรียน…