ในงานเลี้ยงบริษัทประจำปีถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรู ผู้คนในงานต่างก็แต่งองค์ทรงเครื่องมาจัดเต็มเรียกได้ว่าจำกันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะสภาพตอนทำงานนั้นชั่งต่างลิบลับกับตอนออกงานสังคมสะเหลือเกิน
ผู้หญิงใส่ชุดราตรีส่วนผู้ชายสวมชุดสูท นั้นคือตรีมของงานวันนี้
ในห้องโถงนี้มีโต๊ะเรียงรายถูกจัดเป็นกลุ่ม ๆ ด้านหน้าก็มีเวทีให้สำหรับเหล่าผีเสื้อราตรีที่ชอบเต้นชอบร้องเพลงราวกับยกผับว่าตั้งไว้ที่นี่ที่เดียว แม้ตอนนี้จะดึกมากแล้วแต่ผู้คนที่กำลังเมามายไปกับแสงสีเสียงก็หาจะสนใจไม่ ยิ่งดึกก็เหมือนจะยิ่งสนุก คำสัญญาที่เคยพูดไว้กับพี่ชายตอนหัวค่ำว่า ‘ชาจะไม่ดื่ม’ นั้นลืมสิ้นแล้ว
“นี่อย่าแผ่ว ชนกับพี่หน่อย ก่อนเข้างานเด็กที่ไหนมันบอกกันว่าคอแข็ง”
หนุ่มรุ่นพี่ในแผนกหันมาสะกิดหญิงสาวที่เริ่มนั่งนิ่งมือเริ่มไม่จับแก้ว คนถูกทักท้วงได้เพียงแต่ถอนหายใจก่อนจะหันไปส่งสายตาหาอรทัยที่ตอนนี้ก็กำลังพูดจาสนุกปากสนุกคอกับฝ่ายบุคคลโน้น
“พอแล้วค่ะพี่เขม ชาดื่มไม่ไหวแล้ว”
หญิงสาวยกมือขึ้นบอกเป็นนัยว่าเธอขอยอมแพ้ ไอ้ที่ปากดีเมื่อตอนหัวค่ำนั้นเธอขอถอนคำพูดก็แล้วกัน ก็ใครมันจะไปรู้ว่าพนักงานบริษัทนี้ดื่มกันโหดแถมยังเปิดเหล้าเก่งยิ่งกว่าอะไรเสียอีก เหล้าบนโต๊ะยังไม่หมดก็เดินไปหยิบขวดใหม่มาแล้ว เป็นแบบนี้ผู้บริหารไม่เจ๊งกันพอดีรึไง
“นั้น! แล้วมาอวดว่าคอเคลือบทอง ไอ้เราก็นึกว่าจะแน่” เขมเอ่ยแซวนักศึกษาฝึกงานที่เขาเอ็นดู
“พวกพี่ชงให้ชาเข้มมาก” เข้มชนิดที่ว่าเกือบกระเดือกลงคอแทบไม่ไหว
“เอาน่า ดื่มเหล้าก็ต้องเข้ม ๆ นี่ ลองขวดนี้ คุณอัลแลนแจกทุกโต๊ะ เหล้านอก ๆ”
คนชื่อเขมชูขวดวิสกี้สีทองราคาหลายหมื่นพร้อมยกยิ้มอย่างดีอกดีใจ วิสกี้ขวดนี้เงินเดือนเขาทั้งเดือนยังซื้อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ โชคดีแค่ไหนที่ได้ผู้บริหารสายเปย์ เรื่องปาร์ตี้อัลแลนไม่เคยขี้เหนียว งานเป็นงานเล่นเป็นเล่น อย่างวันนี้พนักงานทุกคนต่างก็ตั้งตารอเพราะหนึ่งปีจัดแค่ครั้งเดียว และทุกครั้งอาหารการกินก็หรู ๆ ดี ๆ ทั้งนั้น จัดงานไม่เกรงใจงบเลย
“ไม่น่าไหวมั้งคะ”
นิชายิ้มแหยะให้คนแก่กว่า ก่อนจะดึงแก้วตัวเองมาครองไว้เพื่อหนีห่างจากปากขวดเรียวยาวนั้น
“เอาหน่อยน้า ไม่ได้หากินง่าย ๆ นะน้องเอ๊ย”
นิชาส่ายหัวพลันปฏิเสธหัวชนฝาเพราะเหล้าแบรด์นนี้เธอหากินง่ายจะตายไป ไม่นานมานี้ก็พึ่งเห็นพ่อของเธอซื้อเก็บเข้าตู้เอาไว้ ไม่ใช่ว่าจะอยากอวยรวยหรอกหนาแต่เธอกินมันบ่อยแล้วจริง ๆ
“นี่ไอ้เขม น้องมันไม่เอาจะยัดเหยียดทำไมห้ะ!” อรทัยที่พึ่งกลับมานั่งโต๊ะเอ็ดลูกน้องไปที “ฉันขอชิมหน่อยสิ”
เขมไหวไหล่ไปทีในเมื่อนิชาไม่เอาเขาก็จะไม่ตอแยก็แล้วกันก่อนจะหันไปรินวิสกี้ให้อรทัยตามคำเรียกร้อง
“ฮื้ม!! แค่ก ๆ”
อรทัยถึงกับต้องสำลักออกมาเมื่อวิสกี้ที่เธอพึ่งจิบนั้นขมเข้มราวกับอมบอระเพ็ด ตั้งแต่เติบใหญ่มาไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไหนรสชาติหมาไม่แดกขนาดนี้มาก่อน ราคาแพงเสียป่าวแต่ไม่มีรสความอร่อยเลยสักนิด
“ขมปี๋เลยไอ้เขม” อรทัยว่าพร้อมกระดกน้ำเปล่าลงคอทันที
“พี่อรน่าจะพึ่งกินของหวานมามั้งคะ เลยขม” นิชาที่ดื่มแบรด์นนี้อยู่บ่อย ๆ พูดขึ้น
“ชาลองดื่มดูสิมันเข้มมาก แบบนี้แค่จิบเดียวก็ตายได้นะนั้น”
นิชาขมวดคิ้วเป็นปม แค่จิบเดียวจะพากันเมาขนาดนั้นเชียวรึ จากที่เธอเคยดื่มมันไม่ได้เข้มขนาดนั้นและเพื่อคลายความสงสัยจึงเอื้อมไปจับแก้ววิสกี้ขึ้นยกดื่ม ทว่ามันไม่เห็นเหมือนที่อรทัยว่าเลยสักนิด ไม่ขมแถมยังหวานอร่อยกว่าแบรด์นอื่นอีก
“ชา...เราดื่มเพรียวไปครึ่งแก้วแบบนี้จะกลับไหวหรอ!?” อรทัยตกใจตาค้างหันไปจับไหล่หญิงสาวเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
“ไหวค่ะ”
เพียงชั่วครู่ที่แก้วถูกวางลงบนโต๊ะ อาการมึนเมาที่เริ่มหายไปก็กลับมาอีกครั้ง รู้สึกราวกับโลกหมุนแผ่นดินไหว สายตาเริ่มพร่ามัวตาพร้อมจะปิดลงทุกที เธอก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ไม่น่าอวดดีไปดื่มหมดแก้วเพื่อจะขิงคนอื่น ว่าเรานั้นคอแข็งเลย บ้าเอ๊ย
“เดี๋ยว...ชา ไม่เข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
สิ้นเสียงอ้อแอ้นิชารีบพยุงตัวเองออกจากห้องโถงขนาดใหญ่ทันที แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ที่เมาง่ายแบบนี้เพราะแสงสีต่างหาก เธอเองไม่ได้เมาง่ายขนาดนั้นสักหน่อย
“ให้ตาย โทรเรียกพี่รันดร์สภาพนี้คงโดนบ่นหูชาแน่”
นิชาบ่นพึมพำคนเดียวขณะที่กำลังหย่อนสะโพกสวยนั่งเก้าอี้ที่สวนดอกไม้ของทางโรงแรม ซึ่งปลูกประดับประดาเพื่อต้อนรับแขกสร้างความประทับใจแรกให้กับลูกค้า
มือเรียวเลื่อนโทรศัพท์คิดจะกดโทรหาพี่ชายทว่าสายตาดันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนสูบบุหรี่อยู่เพียงลำพัง มือข้างหนึ่งถือสมาร์ทโฟนเครื่องหรูทำให้แสงจากหน้าจอสะท้อนส่องให้เห็นถึงความหล่อเหลา นิชานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมาหรือยังไงถึงได้มองใครก็ดูดีตรงสเปคเธอไปหมด ใจจริงอยากเดินเข้าไปถามไถ่ทำความรู้จักทว่าลำพังแค่จะพยุงตัวลุกขึ้นยืนยังลำบากเลย
แชะ!
ในเมื่อครั้งนี้เข้าไปทำความรู้จักกับชายหนุ่มรูปหล่อนั้นไม่ได้ เธอก็ขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานหน่อยก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าเธอจะได้ส่งไปถามอรทัยว่ารู้จักผู้ชายคนนี้ไหมเพราะรายนั้นรู้จักทุกคนในบริษัท ทันทีที่รับบทเป็นปาปารัสซี่สาวเสร็จนิชารีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าทันที ก่อนจะตัดสินใจรีบเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกลร่างบางก็ปลิวไปตามแรงฉุดของอีกคน ทำให้หญิงสาวเสียการทรงตัวชนเข้ากับแผงอกแกร่งทันที
“เธอถ่ายรูปฉัน?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางใช้สายตามองหญิงสาวในอ้อมอกตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดเป็นปม ไม่ใช่ว่าเขาห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัวหรอกหนาเพียงแค่อยากรู้วัตถุประสงค์ของเธอเท่านั้นว่า เหตุใดถึงได้แอบถ่ายรูปคนอื่นแบบนี้ไปทั่ว
“ค คือ..” นิชานิ่งไปชั่วครู่ อ้าปากพะงาบ ๆ ไปกล้าบอกความในใจว่าเขานั้นรูปร่างดูดีตรงสเปคเธอเหลือเกิน
“เธอเป็นพนักงานบริษัท Logic?”
อัลแลนเอ่ยถามเสียงเรียบนิ่งเพราะดูจากการแต่งตัวของเธอแล้วเหมือนมาสังสรรค์ในงานปาร์ตี้ไม่มีผิด ชุดเดรสเว้าโชว์แผ่นหลังขาวเนียนขนาดนี้ ไม่มีแต่พนักงานของเขาเท่านั้นแหละ
“ป..เป็นเด็กฝึกงานค่ะ” หญิงสาวค่อย ๆ ผละตัวออกห่างก้มหน้างุนอย่างกลัวความผิด
“เด็กฝึกงาน ดื่มนักขนาดนี้เชียวเรอะ?”
ในฐานะที่เขาเป็นประธานบริษัทก็ย่อยมีสิทธิ์ที่จะรู้ได้ ใบหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงของหญิงสาวตรงหน้าทำให้อัลแลนไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะเขินตนกันแน่ จนกระทั่งมือหนาเอื้อมเสยปลายคางเล็กให้เงยขึ้นสบตา เขานั้นไม่ชอบเป็นที่สุดเวลาพูดคุยกันก็ต้องมองตากันสิจะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเป็นอิเพิ้งอยู่ใย
“เมา?”
“เมานิดหน่อยค่ะ”
“นิสัยตอนเมาคือชอบถ่ายรูปคนอื่นรึไง?”
“ปะ เปล่าค่ะ ชาก็แค่เห็นว่าคุณดูดีเลยถ่ายเก็บไว้ แค่นั้นเอง” ในประโยคสุดท้ายนิชาเสียงเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน
ใบหน้าสวยที่ถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงนั้นถูกใจอัลแลนยิ่งนัก ยิ่งตอนที่คนตรงหน้าส่งสายตาออดอ้อนมาอย่างไม่ได้ตั้งใจนั้น ทำเอาความใคร่ที่ถูกกลบฝังไว้มานานหลายปีตื่นผงกขึ้นมาเสียง่าย ๆ สะงั้น
“ดูดี? แสดงว่าเธอสนใจฉัน?”
“ก็...”
จะบอกว่าไม่สนใจก็ตอบได้ไม่เต็มปาก ในเมื่อเธอถ่ายรูปเขาเพื่อที่จะเก็บไว้ให้อรทัยสแกนดูสะขนาดนั้น นิชานะสนใจอัลแลนยิ่งกว่าอะไรเสียอีกแม้จะไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นใครมาจากไหนก็ตาม
“กลับยังไง เมาขนาดนี้กลับเองไม่น่าไหวมั้ง”
เมาขนาดไหนนะหรอ ก็ขนาดที่ว่าอัลแลนต้องจับเธอไว้ให้ยืนนิ่ง ๆ เผลอมือปล่อยทีไรก็ทำตัวเซไปซ้ายทีขาวทีสะงั้น
“จะไปส่งหรอคะ?” พูดหยั่งเชิงไปที ถามมาขนาดนี้แล้วแสดงว่าไม่ใช่แค่เธอหรอกที่สนใจเขา
“ถ้าเธอสะดวกใจ”
หญิงสาวยกยิ้มคิดในใจ สะดวกยิ่งกว่าอะไรเสียอีก เธอจะได้ไม่ต้องโทรหาพี่ชายให้โดนบ่นจนหูชาอีกทั้งยังมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคนตรงหน้าอีกด้วย
“ถ้าคุณลำบ...”
“ไม่ได้ลำบากใจ เห็นคนเมาแบบเธอฉันก็อยากจะช่วย”
โดยเฉพาะสาวสวยอย่างเธอ เขานั้นพร้อมเสนอตัวเลยละ
--------------------------------------
คุณมันร้ายนะอัลแลน เห็นสาวสวยก็จะเคลมเลย เก็บกดหรอจ้ะพ่อหนุ่ม
ฝากกดถูกใจ+คอมเม้นต์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักกก