บทนำ สมภารหยอกไก่วัด 100%
“อืมมม ขยับขึ้นมาอีกนิดสิ”
“อีกนิดเหรอคะ”
“ใช่ อืมมมม อย่างนั้นแหละ”
“อ๊ะ”
ร่างสูงสมาร์ทของ ‘อัทธ์’ จับมือเลขาสาวลากนิ้วผ่านรอยปื้นบนแขนแกร่ง คีตามนตกใจ ตัวกระตุกจนเซไปทางด้านหลัง แต่โชคดีว่าคนที่เป็นต้นเหตุคว้าตัวเธอไว้ทัน ไม่อย่างนั้นเธอคงได้หงายหลังนอนบนพื้นเรียบร้อย
ถึงอย่างนั้นการนั่งทับลงบนตักกว้าง เรียวแขนแนบติดแผ่นหน้าอกหนั่นแน่น ขมับชนเข้ากับจมูกโด่งเป็นสันใช่ว่าจะดีกว่า
“ทายาต่อสิ ทาอย่างนี้น่าจะสะดวกกว่าเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ” อัทธ์ใช้แขนโอบรัดเอวเธอแน่นขึ้น ปลายจมูกถูไถกับริมผมของเธอ
“ไม่สะดวกค่ะ ใกล้เกินไปแล้ว” เลขาสาวเตือนเจ้านายหนุ่มที่ชอบโปรยเสน่ห์เล่น
เมื่อครู่ในห้องประชุม คณะกรรมการท่านหนึ่งได้เดินชนแม่บ้านที่กำลังเสิร์ฟน้ำร้อนจนเสียหลัก พลั้งเทน้ำร้อนกระเด็นใส่อัทธ์ นั่นจึงทำให้การประชุมสำคัญต้องเลื่อนออกไปหนึ่งชั่วโมง
แน่นอนว่าเจ้านายเธอโกรธมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรมากกว่าออกปากปรามกรรมการแก่
“อุบัติเหตุเป็นเรื่องใกล้ตัวนะครับ อย่าทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อน เสียเวลาเพียงเพราะความไม่ระวังตัว และไม่รู้จักกาลเทศะของคุณ”
ไม่รู้ว่าแรงเกินไปรึเปล่า แต่ก็ทำเอาฝ่ายนั้นหน้าเสีย และเดินออกจากห้องประชุมไป โดยไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาอีก
ตรงข้ามกับอัทธ์ที่พอเข้ามาห้องทำงานตัวเองก็กลับกลายเป็นอารมณ์ดี ใบหน้าขึงเครียดปรากฏรอยยิ้ม ทั้งยังมีอารมณ์หยอกล้อเธออีก
คีตามนรู้ว่าเจ้านายของเธอเป็นคนเจ้าชู้ เขาชอบทำให้สาวๆ หัวใจเต้นแรง ทั้งที่ตัวเองไม่ได้คิดจริงจังอะไร ไม่เว้นแม้แต่เลขาอย่างเธอ
เพราะอย่างนี้เธอถึงไม่ได้เอาความรู้สึกเข้ามาทำงานด้วย เธอจะไม่หวั่นไหวให้เขาเด็ดขาด
งานคืองาน เงินคือเงิน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว
ถึงเขา…จะเป็นผู้ชายคนแรกที่เธอพลั้งไปมีอะไรด้วยแล้วก็เถอะ
เพราะ…เขาคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งหนึ่งเคย…กับเธอ
นอกจากเรื่องงาน คีตามนยังดูแลเจ้านายในรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ อย่างเรื่องส่วนตัวด้วย เธอคอยจัดหาแม่บ้านมาทำความสะอาดคอนโดเขา ตรวจตราความสะอาด ตระเตรียมเสื้อผ้าที่ต้องใส่ในแต่ละวัน จนไปถึงจัดการนัดสาวที่เขาอยากเดท ซื้อของขวัญให้พวกหล่อน รวมถึงตระเตรียมเครื่องป้องกัน
พูดให้ใครฟัง ก็อาจดูเกินไปหน่อย แต่คีตามนมองว่ามันคืองาน เธอต้องทำให้เจ้านายได้รับความสะดวกในการทำงานและใช้ชีวิตมากที่สุด ให้สมกับเงินเดือนสูงลิบที่เธอได้รับ
ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยมา คีตามนทำงานที่นี่เป็นบริษัทแรก เธอเป็นผู้ช่วยเลขาพี่ชายของอัทธ์ หรือผู้บริหารการเงินในตอนนั้น และครบปีไม่ทันไร เธอก็ย้ายไปเป็นเลขาผู้บริหารฝ่ายการตลาดคนใหม่อย่างอัทธ์ แม้ตอนนั้นประสบการณ์จะไม่มาก แต่พี่ชายของอัทธ์ก็วางใจให้เธอช่วยงานน้องชายเขา
นับจากวันนั้นมาถึงตอนนี้ เธอทำงานที่นี่มาได้แปดปีแล้ว
หลายคนอาจมองว่าเธอไม่ได้ใช้ความสามารถ แต่ใช้ ‘เต้าไต่’ ทว่าหากไม่อคติจนเกินไป และใจกว้างมากพอจะสืบเสาะความสามารถในการทำงาน พวกเขาจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงมายืนจุดนี้ได้
เธอเรียนจบปริญญาโท บริหารธุรกิจทางด้านการตลาด สามารถพูดได้สี่ภาษา ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายให้เข้าประชุมและเจรจางานแทนยามเขาติดธุระสำคัญหรือไม่สะดวก
“เย็นชาจัง” อัทธ์พึมพำ ก่อนจะยอมปล่อยมือจากเอวเธอ พ่อหนุ่มลูกครึ่งไทยเยอรมันช้อนสายตามองคนที่รีบผละห่าง “บางทีผมก็นึกสงสัยเสน่ห์ตัวเองเหมือนกันนะ”
“สงสัยทำไมคะ” คีตามนถามยิ้มๆ ก่อนหยิบผ้าก๊อซมาวางบนรอยแดงของเจ้านายอย่างมีระยะห่าง ไม่เข้าไปใกล้อย่างเมื่อครู่
โชคดีว่าน้ำไม่ร้อนเท่าไร รอยนี่จึงบาดแผลดีกรีที่หนึ่ง ใช้เวลาไม่นานก็หายเอง เจ้านายสุดหล่อของเธอจึงไม่ต้องมีตำหนิบนผิวกายเรียบตึง
ก็ดีแล้วละ เขาหล่อเหลาปานเทพบุตร รูปงานตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้ชายเกรดพรีเมี่ยมอย่างเขาไม่คู่ควรกับรอยด่างพร้อยใดๆ บนร่างกายสักนิด
“ก็เพราะว่าคุณดูไม่หลงเสน่ห์ผมสักนิดเลยน่ะสิ” อัทธ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบกระซาบเสียงยานคราง
“ดิฉันเป็นเพียงเลขาของคุณอัทธ์ เราสองคนเป็นแค่คนทำงานด้วยกัน ดิฉันแยกแยะได้ค่ะว่าเรื่องงานคือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว และตอนนี้ดิฉันก็กำลังทำงานอยู่ จะให้รู้สึกอะไรได้ละคะ”
ถึงลมหายใจเขาจะเป่าไล้ผิวอ่อนเธอจนขนกายลุกซู่ พลอยให้เย็นวาบไปทั้งตัว ไหนจะกลิ่นน้ำหอมสดชื่น เย็นที่โชยเข้าจมูกจนทำให้ลมหายใจเธอสะดุด แต่คีตามนก็ต้องทำเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไร โดยเฉพาะในยามที่ดวงตาคมปราบมองเธอตั้งแต่ดวงตา จมูก ริมฝีปากจนไปถึงเนินอกใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน และปลายเล็บเจียนมนมาอย่างดีสะกิดเกาต้นแขนเปล่าเปลือยของเธอเบาๆ
“อีกอย่างดิฉันก็รู้ดีว่าคุณอัทธ์เป็นคนยังไง”
“ยังไง”
“เอาเป็นว่าหากดิฉันจะมีสามีสักคน คุณอัทธ์คงไม่ได้อยู่ในตัวเลือกของดิฉันแน่นอน”
“…”
“อย่าว่าแต่สามีหรือแฟนเลย แค่คนคุยก็คงจะเป็นไม่ได้”
“ทำไม” คนอารมณ์ดีพลันหายไป เหลือเพียงเสือที่โดนกระตุกหนวดจนรู้สึกไม่สบอารมณ์
“เอาเป็นว่านอกจากคุณเกรซ คงไม่มีใครเข้ามาเป็นเจ้าของหัวใจคุณอัทธ์ได้อีกแล้วล่ะคะ”
“…”
“ถ้าคุณอัทธ์ไม่คิดจริงจังกับใคร ก็น่าจะเลิกให้ความหวังพวกเธอได้แล้วนะคะ อย่าให้สาวๆ ต้องคิดเข้าข้างตัวเอง หรือมานั่งเสียใจเพราะความขี้เล่นของคุณเลยค่ะ”
บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยือก ใบหน้าของอัทธ์เรียบตึงกว่าเดิม ตึงชนิดที่ว่าดีดนิดเดียว ความอดทนของเขาก็พร้อมขาด!
“ขอโทษค่ะ ดิฉันก็แค่พูดตามประสาผู้หญิงหัวอกเดียวกันเท่านั้น” คีตามนแสร้งตีหน้าเศร้า ใบหน้าจืดเจื่อน หลังกล้าวิจารณ์นิสัยเจ้านาย
ถึงตลอดมาอัทธ์จะเป็นคนเถรตรง และชอบให้เธอแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาจนเธอเป็นคนไม่อ้อมค้อม และบ่อยครั้งเธอมักจะกล้าเตือนเขาจนความสัมพันธ์ระหว่างเราดูเหมือนไม่ใช่แค่ลูกน้องกับเจ้านาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอลามปามเรื่องส่วนตัว
“เรียบร้อยแล้วค่ะ รีบกลับเข้าประชุมกันดีกว่า เดี๋ยวทุกท่านจะรอนาน” ท่าทางเธอกลับมาดูเป็นการเป็นงานทันที ทำเหมือนว่าเมื่อครู่ไม่ได้เผลอแตะหนวดเสือเข้า ทำเป็นเมินดวงตาคมกริบที่จ้องกันราวกับว่าจะกรีดเนื้อแล่หนังด้วย
ก็ใครใช้ให้เขายียวนเธอก่อนละ
คีตามนหมุนตัวเดินออกไป เก็บงำความไม่พอใจ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาหน้าที่การงานของตัวเอง ไม่ใช่เพื่ออัทธ์ที่ต้องใช้สมาธิในการเข้าประชุมต่อจากนี้
เธอเป็นเพียงเลขาที่แสนดี ทำตามหน้าที่โดยไม่มีแม้แต่ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง
ไม่มีความรัก ไม่มีความห่วงใย ไม่เคยแม้แต่หวั่นไหว หรืออยากอยู่ใกล้เขาเลยสักนิด
ใช่ เธอ…ควรเป็นอย่างนั้น
.
.
ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน
คืนนั้นอัทธ์มีนัดคุยกับลูกค้าชาวต่างชาติที่สถานบันเทิงหรูแห่งหนึ่งเรื่องการต่อสัญญาผลิตเครื่องดื่มอัดลมชื่อดัง นอกจากนั้นอีกฝ่ายยังเรียกสาวๆ มาเอนเตอร์เทนเขาเพื่อเอาใจอัทธ์อีก คงหวังให้ผลการเจรจาเป็นที่น่าพอใจ ถึงอย่างนั้นอัทธ์ก็ไม่ขัด เขายอมตามใจ และก็คงจะ…นั่นแหละ
อัทธ์สั่งให้เลขาที่ติดตามมาด้วยอย่างคีตามนกลับไปก่อน แม้จะแอบหมั่นไส้ แต่เธอก็ทำตามคำสั่งเขา กระทั่งเธอเดินทางถึงคอนโดได้ไม่นาน เจ้านายก็โทรหา และออกคำสั่งเสียงกระเส่า
“คุณมารับผมหน่อย”
.
.
.