หนีออกจากบ้าน
หญิงสาวรูปร่างสูงระหงในชุดเดรสยาวสีดำเข้ารูป แขนกุด คอเต่า ค่อนข้างจะเรียบร้อยมิดชิดเกินไปสำหรับสถานที่แห่งนี้ที่กำลังก้าวเข้ามาเพียงลำพังเรียกฌานที่เพิ่งสั่งเครื่องดื่มแก้วแรกไปให้หันมอง เขาเห็นเธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก่อนเดินตรงมาทางเขาแล้วนั่งลงที่โต๊ะตัวเล็กห่างจากเขาไปราวสี่โต๊ะ ซึ่งแม้ว่าโต๊ะนั้นจะอยู่ในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่ก็อยู่ในองศาที่มองเห็นจากโต๊ะเขาได้อย่างชัดเจน
ในตอนที่เธอยืนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาคิดว่าเธอคงนัดใครไว้ แต่เมื่อเห็นเธอเดินไปนั่งโต๊ะตัวเล็ก และสั่งเครื่องดื่มมาดื่มอยู่คนเดียวโดยไม่มีท่าทางมองเวลา เขาก็ได้รู้ว่าเธอไม่ได้นัดใคร แต่มาที่แห่งนี้เพื่อนั่งดื่มตามลำพัง
ฌานนั่งมองหญิงสาวยกเครื่องดื่มสีหวานที่มีแอลกอฮอล์ดีกรีแรงผสมอยู่ขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด หากเธอยังดื่มเป็นบ้าเป็นหลังอยู่แบบนี้คงได้เมาหมดสติในเร็ว ๆ นี้แน่ โดยปกติเขาไม่ชอบยุ่งกับใคร แต่การมองเห็นอนาคตในระยะเวลาสั้น ๆ ของหญิงสาวตรงหน้าก็ทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหา
“นั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนผายมือไปยังเก้าอี้ตัวตรงข้ามที่ว่างอยู่ แล้วบอก
“เชิญค่ะ”
ฌานทรุดกายลงนั่งแล้วทำมือเรียกพนักงานเสิร์ฟที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักมาสั่งเครื่องดื่ม รอจนพนักงานลับตัวไป จึงถาม
“มาคนเดียวเหรอครับ”
เธอพยักหน้า ก่อนยกเครื่องดื่มที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วขึ้นดื่ม แล้วถามเขากลับ
“คุณล่ะคะ ทำไมมาขอนั่งกับคนแปลกหน้า ไม่มีเพื่อนหรือไง”
คำถามของเธอทำให้ฌานหลุดหัวเราะเบา ๆ
“วันนี้ไม่มี ผมมาคนเดียว”
“เหมือนกันเลย นี่เราเป็นพวกเดียวกันเหรอเนี่ย” เธอว่า ปรือตามองเขาอย่างพิจารณา
“พวกเดียวกันยังไง” เขาถาม
“ก็พวกไม่มีเพื่อนไง คุณไม่มีเพื่อน ฉันก็ไม่มีเพื่อน งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่า มา ๆ ชนแก้ว” เธอชวน ยกแก้วขึ้น ก่อนอุทาน เมื่อเห็นว่าตรงหน้าเขาไม่มีเครื่องดื่ม “อ้าว แก้วคุณล่ะ”
“นั่นไง” เขาชี้ไปยังแก้วเครื่องดื่มบนถาดในมือของพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะพอดี ซึ่งเมื่อเครื่องดื่มสองแก้วถูกวางลงบนโต๊ะ เขาก็เลื่อนแก้วหนึ่งให้เธอ แล้วบอก “นี่ของคุณ”
“คุณสั่งให้ฉันเหรอ มีสิ่งแปลกปลอมเปล่าเนี่ย เขาบอกว่าไม่ให้รับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า” เธอว่า เอ่ยพึมพำพร้อมส่ายศีรษะ
“จะมีได้ไงเล่า ผมยังไม่ได้แตะแก้วคุณเลย”
“งั้นเหรอ งั้นก็ได้ ขอบคุณนะคะคุณเพื่อนใหม่ มาชนแก้วฉลองมิตรภาพของเรากันเร็ว” เธอเอ่ยแล้วหยิบเครื่องดื่มแก้วใหม่ขึ้นมาชนแก้วกับเขา ก่อนที่จะยกดื่มจนพร่องไปเกือบครึ่ง
“ผมชื่อฌาน” ฌานแนะนำตนเอง
“ชานเหรอ ชานยังไง ชานบ้าน? เชี่ยวชาญ?” เธอถามเสียงยานคาง คิ้วขมวด ปรือตามองเขาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
ฌานส่ายหน้า
“ฌาน ฌ เฌอ สระอา น หนู” เขาสะกดให้เธอ
“แล้วชื่อจริงล่ะ”
“ก็นี่แหละชื่อจริง”
“ทำไมสั้น ชื่อจริงต้องยาว ชื่อเล่นสั้นได้” เธอว่า ทำท่าคิดนิดหนึ่ง ก่อนถาม “ถ้าฌานเป็นชื่อจริง แล้วชื่อเล่นล่ะ”
“ชื่อเล่นไม่มี” เขาตอบ
“คนไทยหรือเปล่า ทำไมไม่มีชื่อเล่น” เธอว่า ทำให้เขาหลุดหัวเราะอีกครั้ง
“แล้วคุณล่ะ เราชนแก้วเป็นเพื่อนกันแล้วแต่ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย” เขาถาม แอบขำตนเองที่นั่งคุยกับคนเมาเป็นวรรคเป็นเวร แต่เขาก็สนุกกับบทสนทนาที่กำลังดำเนินไปอยู่นี้จนอดแปลกใจตนเองไม่ได้
“ฉันชื่อมีน มินตรา” เธอตอบ
“มีนเหรอ รู้หรือเปล่าว่ามีนแปลว่าอะไร”
“รู้สิ แปลว่าใจร้าย แต่ชื่อฉันไม่ได้มาจากภาษาอังกฤษ มาจากราศีมีนต่างหาก”
“อ้อ คุณเกิดราศีมีนเหรอ” เขาถาม
“เปล่า”
“อ้าว”
เธอหัวเราะคิกเมื่อได้ยินคำอุทานจากเขา และฌานเดาว่าสีหน้าเขาคงจะดูเหลอหลาอยู่ไม่น้อย
“มีนก็มาจากชื่อจริงนี่แหละ ตัวแรกของมินตรา แต่แม่บอกว่ามินมันไม่เพราะ เลยออกเสียงยาวเป็นมีนแบบราศีมีน” เธออธิบาย ยกเครื่องดื่มตรงหน้าขึ้นดื่ม
ฌานพยักหน้าเข้าใจ มองเธอที่ยังคงตั้งใจกับการดื่มโดยไม่สนว่าเพื่อนใหม่อย่างเขาจะดื่มด้วยหรือไม่ ในที่สุดก็ถามอย่างอดไม่อยู่
“ทำไมมานั่งดื่มคนเดียวล่ะครับมีน”
หลังได้ยินคำถามของเขาเธอก็หันมองไปรอบกาย ก่อนยื่นหน้ามาหาเขา ใช้มือป้องปาก และกระซิบเสียงเบา
“อย่าบอกใครนะ ฉันหนีออกจากบ้านมา”
ฌานมองผู้หญิงสาวสะพรั่งวัยทำงานที่บอกว่าหนีออกจากบ้านแล้วเริ่มคาดเดา
“ทะเลาะกับแฟน?”
เธอส่ายหน้า มองเขาอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม
“คุณอยากฟังเรื่องราวชีวิตรันทดของฉันหรือเปล่า”
“เล่ามาสิครับ” เขาตอบรับ อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงในวัยทำงานอย่างเธอ ถ้าไม่ได้หนีออกจากบ้านมาเพราะทะเลาะกับสามี แล้วเพราะอะไร เพราะสำหรับเขา การหนีออกจากบ้านนั้นเหมือนจะเป็นการกระทำของวัยรุ่นมากกว่าหญิงสาวในวัยของเธอ
“ฉันน่ะ มาดื้อตอนแก่” เธอเริ่ม ซึ่งเขาก็นิ่งฟัง ให้เธอเล่าโดยไม่ขัด “แต่ฉันจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ฉันเป็นเด็กดีมาตลอด พ่อแม่บอกให้ตั้งใจเรียนฉันก็ตั้งใจเรียน ห้ามมีแฟนฉันก็ไม่เคยมีแฟน ฉันทำตามที่พ่อแม่บอกทุกอย่าง เรียนจบเกียรตินิยม ได้งานทำดี ๆ ตอนนี้ระดับผู้จัดการแล้วด้วย เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย ๆ แต่รู้ไหม ฉันไม่มีสมบัติส่วนตัวอะไรเลย เพราะแม่เอาเงินฉันไปบริหารหมด แล้วให้เงินค่าขนมเหมือนตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะคุณ แต่ฉันยังต้องเข้าบ้านให้ตรงเวลา ถ้าจะกลับบ้านดึกต้องบอก จะไปไหนต้องขออนุญาต แต่ฉันก็ยอมทุกอย่างเพราะเขาคือพ่อแม่ แต่ตอนนี้มันมากเกินไป”