ตอนที่1 เด็กเอ็นท์จำเป็น
-ซีเคร็ทเลานจ์-
“อิแป้งวันนี้เอ็งได้ไปรับแขก VVIP เหรอ?”
“ใช่จ้ะพี่"
แป้งหญิงขายบริการหันไปตอบสาวใหญ่คนสนิทที่ช่ำชองในงานสายนี้มานานกว่าเธอนับสิบปี
"ได้ห้องวีไอพีที่ใหญ่ที่สุดในร้านเลยนะจ๊ะ ฉันยังไม่เคยเข้าไปเลยสักครั้ง”
“คนเรียกเอ็งคงไม่ใช่ยมทูตที่ชอบใส่หน้ากากขนนกสีดำคนนั้นหรอกนะ?” หญิงใหญ่หุบรอยยิ้มลงทันที สีหน้าเปลี่ยนกะทันหันทำเอาเด็กสาวแปลกใจ
“แหมคนนั้นแหละจ้ะ เอ๊ะ! ทำไมพี่ถึงทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะจ๊ะ?”
“ฉันก็ไม่อยากพูดให้เอ็งขวัญเสียหรอกนะ..."
หญิงใหญ่ทำทีท่ามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง และเมื่อไม่เห็นใครอื่นจึงก้มเอ่ยกระซิบสิ่งที่ตนได้พบเจอให้รุ่นน้องฟัง
"วันก่อนฉันบังเอิญเห็นลูกน้องยมทูตนั่นหิ้วคนตายออกมาจากห้องที่แกกำลังจะเข้าไปน่ะซี้”
"คนตาย! จริงเหรอจ๊ะ!?" แป้งที่ได้ฟังรุ่นพี่ที่ผู้มีประสบการณ์กว่าพูดก็ขวัญเสีย เกิดความหวาดกลัวขึ้น ถึงเธอจะชอบเงินแต่ก็ไม่ขอเอาชีวิตไปเสี่ยงดีกว่า
.
.
-ต่อมา-
“น้ำหอมเธอช่วยไปรับแขกแทนฉันหน่อยสิ”
แป้งเอ่ยขอร้องต่อรุ่นน้องสาวหน้าสวยอย่างน้ำหอม ซึ่งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านเดียวกัน
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าจ๊ะพี่แป้ง ทำไมทำหน้าตาตื่นแบบนั้น?” น้ำหอมที่เห็นรุ่นพี่มาขอร้องหน้าตาตื่นจึงถามกลับด้วยความแปลกใจ
“คือแม่ฉันป่วยนะ เธอช่วยไปรับแขกแทนฉันหน่อยได้ไหม น้า น้าาา~” แป้งพูดปดคำโต เธอไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อรับงานนี้ จึงออกอุบายให้น้ำหอมช่วยรับงานแทน ครั้นจะหนีงานไปเฉย ๆ ก็กลัวเจ้านายจะโกรธและหักเงินอีก
“แต่ฉันไม่ทำงานแบบนั้นพี่ก็รู้...” น้ำหอมอึกอักก่อนบอกไป
คนที่นี่ต่างรู้ว่าแป้งเป็นหญิงขายบริการ แต่น้ำหอมเป็นเพียงแค่พนักงานเสิร์ฟธรรมดาเธอจะไปทำงานแทนแป้งได้อย่างไร
“แหม แค่งานนั่งรินเหล้าเอง ไม่ถึงขั้นเสียตัวหรอกหน่า” แป้งคะยั้นคะยออย่างไม่ใส่ใจ แม้ประโยคสุดท้ายเธอจะไม่แน่ใจนักก็เถอะ เพราะการจะลึกซึ้งมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแขกด้วย ซึ่งแขกระดับวีไอพีหากต้องการคงจะขัดไม่ได้อยู่แล้ว
"ถ้าเธอไปฉันจะยกเงินให้ทั้งหมดเลย" แป้งยกเรื่องเงินขึ้นมาพูดล่อ คนที่นี่ต่างรู้ว่าน้ำหอมอ่อนไหวต่อเรื่องเงินมากแค่ไหน
“แต่...” น้ำหอมยังคงลังเล ถึงมันจะเป็นเงินจำนวนเยอะแต่ก็เธอไม่อยากเอาตัวเข้าแลก
“อุ๊ย! ที่โรงพยาบาลโทรมา ฉันต้องไปแล้ว ขอบใจมากนะจ๊ะน้ำหอม” แป้งแสร้งหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนทำทีพูดคุยกับคนในสาย แล้วเดินออกไปเลย ทิ้งให้น้ำหอมที่ถูกมัดมือชกยืนนิ่งค้างด้วยไม่มีช่องทางให้ปฏิเสธ
“เดี๋ยวสิพี่แป้ง พี่แป้ง!”
.
-ห้อง VVIP ซีเคร็ทเลานจ์-
“กูถามว่าใครเป็นคนสั่งมึงมา!?”
ชายลึกลับนั่งพิงโซฟาอยู่ด้วยท่าทีน่าเกรงขามก่อนเค้นถามด้วยน้ำเสียงวาวโรจน์ เสียงนั้นเหี้ยมโหดจนทำให้คนฟังสะดุ้งและรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วสันหลังในเวลาเดียวกัน และนามของเขาคือ 'ฮาเดส'
ชายรูปร่างใหญ่กว่าสองเมตร ร่างกายประกอบด้วยมัดกล้ามสมบูรณ์แบบสร้างความน่ากลัวและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ใบหน้าคมคายครึ่งบนถูกปิดเอาไว้ด้วยหน้ากากขนนกสีดำ แต่กระนั้นก็ไม่สามารถบดบังความหล่อเหลาของเขาได้
ส่วนเบื้องหน้าของเขาหรือผู้ที่ถูกถามนั้นเป็นชายร่างผอมนั่งคุกเข่าในสภาพสะบักสะบอมจากการถูกซ้อมตี ร่างกายมีแผลฟกช้ำและคราบเลือดตามตัวเต็มไปหมด
"ไรอัน" ฮาเดสหันไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนสนิท ก่อนที่ไรอันจะลงมือใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์จี้ไปยังชายร่างผอมเพื่อเป็นการทรมานซ้ำ ๆ บีบบังคับจนกว่าชายคนนั้นจะยอมสารภาพความจริง
“อ้ากกกก!” เสียงร้องครวญครางประกอบกับร่างกายที่กระตุกชักเกร็งเพราะโดนกระแสไฟฟ้ารุนแรง
“มึงจะตายอย่างไร้ค่าเพื่อนายเศษสวะที่จ้างมึงเหรอวะ?” ฮาเดสใช้จิตวิทยาเข้าช่วยเมื่อเห็นว่าชายผู้นั้นยังคงปากแข็งอยู่
"ถ้ามึงตอบความจริงกูอาจจะเมตตาก็ได้..."
"......"
ชายผอมมีท่าทีลังเลนิ่งคิดกับข้อเสนอที่ฮาเดสยื่นให้เมื่อครู่นี้ และนั่นก็ทำให้ฮาเดสคลี่ยิ้มก่อนจะส่งสัญญาณมือให้ไรอันลงมือช็อตไฟฟ้าอีกครั้ง
“บอกครับ! ผมบอกแล้ว” เมื่อเห็นว่ากำลังจะโดนสั่งให้ทรมานอีก ชายผอมก็รีบโพล่งเอ่ยยอมด้วยแววตาสั่นระริก เขาหวาดกลัวจนสารภาพในที่สุด
แม้จะเคยได้ยินมาว่าการได้เจอชายตรงหน้านั้นไม่ต่างจากการเจอมัจจุราช เพราะมีข่าวลือว่าฮาเดสเหี้ยมโหดและไม่เคยปล่อยให้สายที่ถูกส่งมามีชีวิตกลับไป แต่ครั้งนี้เขาจะขายนายเพื่อแลกกับความหวังอันน้อยนิดในการมีชีวิตรอด
"นายมาร์ตินครับ นายมาร์ตินเป็นคนส่งผมมา" ชายผอมยอมสารภาพจนหมดสิ้น
“ดี.. กูก็คิดไว้อยู่แล้ว” ฮาเดสยกยิ้มมุมปากเมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ เขาแค่ต้องการคำพูดเพื่อยืนยันสิ่งที่สงสัยก็เท่านั้น
“ไรอันเอายาตัวใหม่ของกูมาซิ”
“ครับนาย” ไรอันโค้งรับคำสั่งอย่างรู้งาน ก่อนจะนำกล่องสีดำที่ภายในบรรจุเข็มฉีดยาปริศนาออกมา
“ยาพิษนี่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และตรวจไม่สารเจอในเลือด"
"อึก" ชายร่างผอมมองไปยังเข็มยาพิษในมือฮาเดสพร้อมกลืนน้ำลาย
"คนบนโลกจะได้รู้แค่ว่ามึงหัวใจวายตายเท่านั้น” ฮาเดสเอ่ยออกมาพร้อมคลี่รอยยิ้มเย็นราวกับมัจจุราชทำเอาคนได้สบตาต้องแข็งทื่อ
“ผมบอกความจริงคุณไปหมดทุกอย่างแล้ว แต่ทำไมถึงยังจะฆ่าผมอีก” ชายร่างผอมดิ้นพล่าน เสมือนแสงแห่งความหวังในการมีชีวิตรอดได้ดับลงราวกับลมพัดแสงเทียนเล่มเล็ก
“เท่าที่กูจำได้ กูไม่เคยบอกว่าจะไม่ฆ่ามึงนี่หว่า” ฮาเดสว่าด้วยเสียงไม่ยี่หระก่อนจะค่อย ๆ แสยะยิ้มในประโยคต่อมา
“นี่คือเมตตาจากกู ไม่ต้องกลัวมึงจะทรมานไม่นานหรอก"
"มึงควรดีใจที่ก่อนตายได้ทำประโยชน์เป็นหนูทดลองให้กูนะ หึ” ฮาเดสว่าพร้อมหัวเราะในลำคอ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนั่งพิงโซฟามองดูผลงานตัวเองด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังรับชมสิ่งอรรถรสแก่ใจ
ไรอันลอบยิ้มกับการกระทำของเจ้านาย ก่อนสั่งให้ลูกน้องของตนฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือดของชายผอมจนหมดโดส
“อ้ากกกก!”
ชายร่างผอมร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างกายกระตุกชักเกร็งก่อนที่เขาจะล้มลงนอนแน่นิ่งกับพื้นและหยุดหายใจในที่สุด
'นะ..นี่เขาฆ่าคน!'
น้ำหอมที่บังเอิญเปิดประตูเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างยืนตะลึงกับภาพตรงหน้า เธอมองชายผอมดิ้นทุรนทุรายก่อนจะขาดใจตายไป ถึงเธอจะเรียนแพทย์มา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นคนตายต่อหน้าต่อตา
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าน่ากลัวเกินไป เธอจึงตัดสินใจรีบวิ่งหนีจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด แต่ด้วยความลนลานทำให้ขาเจ้ากรรมไปสะดุดกับกระถางต้นไม้ประดับหน้าห้องเข้า
โครม!
“ใคร!?” ฮาเดสตะโกนถามด้วยน้ำเสียงดังวาวโรจน์ สายตาคมจับจ้องไปยังต้นเสียง
'ซวยแล้วยัยน้ำหอม'