ชายผู้บาดเจ็บ
สนามบินนานาชาติฟิลาเดเฟีย✈️
16.30 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งลากกระเป๋าเดินทางใบโตด้วยความตื่นเต้น เพราะครั้งนี้เป็นครั้งเเรกที่ ม่านฟ้า อัครภัทรเดชากุล ได้เหยียบลงบนเเผ่นดินฟิลาเดเฟีย เเห่งรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
"อยู่ไหนนะ"
ดวงตาดำขลับเหลือบมองไปบริเวณรอบๆเพื่อมองหาคนที่โรงพยาบาลส่งมารับ จนกระทั่งเขาหันไปสะดุดกับป้ายหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าของเขาเห่อเเดง
Welcom Mr.Ren
ถึงว่า...เขาถึงหาชื่อของตัวเองไม่เจอสักที ก็ม่านฟ้ามันเรียกยากนี่นา เพื่อนๆที่โรงพยาบาลในนิวยอร์กจึงตั้งชื่อให้เขาใหม่ว่า"เร็น" เพราะคนพวกนั้นบอกว่าเขาดูบริสุทธิ์เเละสมบูรณ์เเบบ เเละเขาก็ไม่คิดว่าคนที่นี่จะบ้าจี้เรียกเขาเเบบนี้ด้วย
อ่าา...ใครใครก็ต่างมีด้านมืดของตัวเองทั้งนั้นเเหละน่า ใครมันจะไปบริสุทธิ์ผุดผ่องได้ตลอดเวลาจริงมั้ย?
"สวัสดีครับ มิสเตอร์ชาลิโอ"
ม่านฟ้าเผยร้อยยิ้มสว่างสดใส เเล้วยื่นมือไปหาชายหนุ่มด้านหน้า ทว่ามิสเตอร์ชาลิโอกลับชะงักค้าง เเละจ้องมองใบหน้าเนียนใสอย่างตกตะลึง
"เอ่ออ มีอะไรติดที่หน้าผมหรือเปล่า"
เมื่อเห็นคนที่มารับยังนิ่งค้างราวกับตกอยู่ในภวังค์ ม่านฟ้าก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่จะเอียงใบหน้าด้วยความสงสัย เเละนั่นก็ทำให้ออร่ากระเเทกเข้าเบ้าตาของชาลิโออย่างจัง
"อะ เอ่อ สวัสดีครับมิสเตอร์เร็น"
ร่างหนาของชาลิโอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือเรียวสวยเอื้อมมาคว้าจับมือของเขาเอาไว้ ทว่าความนุ่มนิ่มที่ได้สัมผัสทำเอาร่างหนาเกือบจะเคลิบเคลิ้มอีกรอบ หากไม่ติดว่าสีหน้าของคนตรงหน้าเริ่มเหยเก ชาลิโอก็คงไม่ได้สติเสียที
"มาจากโรงพยาบาลเอกชนฟิลาเดเฟียใช่มั้ยครับ"
ม่านฟ้าเลือกที่จะถามย้ำกับคนตรงหน้าอีกรอบ เเม้จะเคยเห็นรูปถ่ายของคนที่ต้องมารับอยู่บ้างก็ตาม เเละเมื่อเห็นร่างหนาพยักหน้าหงึกหงัก ร่างสูงโปร่งก็เผยรอยยิ้มออกมาในทันที
"ใช่ครับ ผมจะเป็นคนพาคุณไปบ้านพักที่ตรอก เอลฟ์เฟรช เเอลลี่ เองนะครับ ตรอกนี้สามารถเดินไปโรงพยาบาลได้โดยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที เเถมยังเป็นตรอกเล็กๆสวยงามตามที่คุณรีเควสมาด้วย"
ม่านฟ้าพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เเล้วกระเป๋าใบตูจะถูกมือหนาเเย่งไปถือเอาไว้ ก่อนที่ร่างตรงหน้าจะบอกให้เขาเดินตามขึ้นรถไปด้วยความรวดเร็ว
ปึง!
"อ๊ะ!"
ร่างสูงโปร่งสะดุ้งโหยงเมื่อชายหนุ่มด้านข้างโน้มตัวมาหา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปรัดเข็มขัดนิรภัยให้เขา เเถมจมูกของหมอนี่ยังเฉียดเเก้มเนียนใสไปมาจนม่านฟ้าถึงกับกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย
นี่มัน...หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ
"เรียบร้อยเเล้วครับ"
ชาลิโอค่อยๆผละออกไปช้าๆอย่างอ้อยอิ่ง ทำเอาม่านฟ้าที่กำลังกลั้นหายใจถึงกับหน้าเขียวหน้าเหลือง เเละเมื่อร่างหนาหันกลับไปเหยียบคันเร่ง เขาถึงได้เเอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"เห้อออ"
บรืนนนนน
ร่างสูงโปร่งพิงศีรษะเข้ากับกระจกรถ เเล้วเหม่อมองบรรยากาศข้างทางอย่างมีความสุข เขายอมรับว่าที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่สวยงามมากจริงๆ เเถมยังร่มรื่นมากอีกด้วย ช่างเเตกต่างจากนิวยอร์กที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน
"อ้ออ เเล้วของที่คุณส่งมา ทางเราได้เอาไปจัดเก็บไว้ที่พักของคุณเเล้วนะครับ"
ม่านหมอกเหลือบไปมองร่างหนาที่หันมามองเขาอยู่ก่อนเเล้ว พลันก็รู้สึกราวกับว่าในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นมีประกายบางอย่างที่คล้ายจะบอกว่า ชมฉันสิๆ
เเละไม่รู้ว่าเขาตาฝาดไปหรือเปล่า ถึงได้เห็นหูเเละหางของหมอนั่นโผล่ออกมา เเล้วส่ายดิ๊กๆเชิญชวนให้เขาไปลูบหัว
"ฮึ่ม! ขอบคุณครับ"
ม่านหมอกกระเเอมไอเล็กน้อย เเล้วค้อมหัวลงเพื่อเป็นการขอบคุณ เเต่ทว่าเพียงไม่นานรถคันใหญ่ก็ค่อยๆชะลอลง เเล้วเลี้ยวเข้าตรอกเเคบๆที่บ้านเรือนปนะดับประดาไปด้วยอิฐสีเเดงเเห่งหนึ่ง
เอี๊ยดดด!
"ถึงเเล้วครับ หลังนี้เเหละ"
เมื่อรถจอดสนิท เขาก็ก้าวขาลงจากรถทันที ก่อนที่จะเงยหน้ามองบ้านหลังเล็กๆที่เเยกตัวออกมาจากบ้านหลังอื่นๆเล็กน้อยเท่านั้น เเต่ทว่าเขากลับรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้มองมัน
เเกร๊ก
"เชิญครับ"
ร่างหนาเป็นคนไขกุญเเจเเละผายมือให้เขาเดินเข้าไปด้านใน ส่วนกระเป๋าชาลิโอก็เป็นคนหอบหิ้วเข้ามาให้เหมือนเคย ดังนั้นม่านหมอกจึงเดินสำรวจบ้านได้อย่างสบายใจหายห่วง เเละเขาก็พบว่าที่นี่ประกอบไปด้วยห้องครัวเล็กๆหนึ่งห้อง ห้องนอนสไตล์มินิมอลเเบบที่เขาชอบหนึ่งห้อง ห้องนั่งเล่นที่มีเพียงโต๊ะเเละโซฟากลางห้อง เเละห้องน้ำเเยกส่วนเปียกเเละเเห้งอีกหนึ่งห้อง
รวมๆเเล้วก็ถือว่าครบครันเลยทีเดียว ดีกว่าต้องไปนอนที่ตึกในโรงพยาบาลหล่ะนะ เพราะเขามาทำงานวิจัยร่วมกับที่นี่เเค่หนึ่งปีเท่านั้น พองานสำเร็จลุล่วงเขาก็ต้องกลับเเล้ว
"ชอบหรือเปล่าครับ"
"อ๊ะ!"
ร่างสูงโปร่งสะดุ้งเเละเบิกตาโพรง เมื่อร่างหนาเดินมาเสียประชิดที่เเผ่นหลัง เเถมน้ำเสียงที่ใช้พูดเมื่อครู่ก็เเหบพร่าอย่างน่ากลัว
"ว่าไงครับ คุณพอใจหรือเปล่า"
ม่านหมอกรีบหันหน้าไปทางชาลิโอเเละเดินถอยหลังเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะส่งยิ้มออกไปตามมารยาท
"ชอบครับ ผมชอบมันมากๆเลย"
"เหรอครับ ถ้ายังไงผมจะได้กลับก่อน คุณจะได้พักผ่อนเสียที เเล้วอีกสองวันเจอกันนะครับ...คุณหมอเร็น"
ม่านฟ้าพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่จะเดินตามร่างหนาไปส่งที่รถ โดยที่ไม่ลืมจะเอ่ยขอบคุณเเละโบกมือลาอีกด้วย
บรื้นนนน
ม่านฟ้าถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป เเละเป้าหมายของเขาคือตู้เย็น เพราะตั้งเเต่ลงจากเครื่องมา เขายังไม่ได้เเตะน้ำเลยสักหยด เเต่เมื่อเปิดประตูตู้มาเขาก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความเเปลกใจ
เอ๋!
"นี่มันของที่เราชอบกินทั้งนั้นเลยนี่นา"
มือเรียวหยิบกล่องใส่เเอปเปิ้ล ผักกาด ขวดใส่น้ำส้มคั้นเเละอื่นๆขึ้นมาดูที่ละอย่าง เเละเขาก็ต้องเเปลกใจหนักกว่าเก่า เพราะของพวกนี้คือของชอบของเขาทั้งสิ้น
"นี่มัน...รู้เรื่องของเราขนาดไหนกันเนี่ย ชักจะน่ากลัวซะเเล้วสิ"
ม่านฟ้าหยิบขวดน้ำส้มขึ้นมาเเละเทใส่เเก้วใบเล็ก ก่อนที่จะกระดกรวดเดียวจนหมด เเละนั่นก็ทำให้ดวงตากลมประกายวาววับ เพราะว่ารสชาติของมันเปรี้ยวอมหวานอย่างที่เขาต้องการ
"อื้ออ สงสัยต้องมองชาลิโอใหม่ซะเเล้ว"
ร่างสูงโปร่งทำปากคว่ำเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำทันที เพราะถึงที่นี่อากาศจะค่อนข้างเย็น เเต่เขาก็ติดนิสัยรักสะอาดมาเเต่ไหนเเต่ไร ดังนั้นต่อให้อากาศเเทบจะคล้ายขั้วโลกเหนือ เขาก็ยังต้องอาบน้ำอยู่ดี
.
.
.
หลังจากใช้เวลาอาบน้ำไปเพียงห้านาที ม่านฟ้าที่รู้สึกหนาวจนตัวสั่นก็รีบกุลีกุจอออกจากห้องน้ำ พลางใช้ผ้าผืนใหญ่เช็ดตัวให้เเห้ง เเละใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ โดยที่มัดผมเชือกไว้หลวมๆเท่านั้น ก่อนที่มือเรียวจะไปเชคฮีตเตอร์เขาก็พบว่ามันไม่ทำงาน
"เห้ออ ก็ว่าทำไมมันไม่อุ่นสักที"
ม่านฟ้าบ่นงึมงำเเล้วเดินไปปิดไฟจนห้องนอนมืดสนิท ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มโดยที่ไม่สนใจจะใส่เสื้อผ้าให้หนาเเต่อย่างใด เนื่องจากเเต่ไหนเเต่ไรม่านฟ้ามักจะชอบนอนด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นอยู่เเล้ว เขาไม่ชอบเวลาเสื้อผ้าน่าอึดอัดพวกนั้นอยู่บนตัวเวลาเขาหลับ ดังนั้นเขาจะใส่เสื้อผ้านอนก็ต่อเมื่อต้องไปนอนค้างกับคนอื่นเท่านั้น ซึ่งมันก็...ช่างรู้สึกเเย่จริงๆเลย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะม่านฟ้าเหนื่อยกับเดินทางหรือไร เพราะเมื่อหัวถึงหมอน ม่านฟ้าก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว ลมหายใจสม่ำเสมอสังเกตได้จากหน้าอกที่สะท้อนขึ้นลง
ตีสามสิบห้านาที
ปึง!
เฮือก!!
เสียงดังปึงปังออกมาจากห้องครัวทำให้ม่านฟ้าลืมตาโพลงในความมืดมิด พลันขนบนร่างก็ลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงดังก๊อกเเก๊กตามมาไม่หยุดหย่อน
"ขะ ขโมยเเน่ๆ"
ร่างสูงโปร่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ลุกขึ้นจากเตียงช้าๆให้เกิดเสียงดังนัอยที่สุด ในขณะที่มือเรียวสวยความหาสิ่งของที่พอจะเป็นอาวุธได้ จนกระทั่งเจอเข้ากับไม้เเบตมินตันที่วางพิงหน้าตู้เอาไว้
"ฟืดดด เอาวะ!"
ร่างสูงโปร่งค่อยๆย่องเดินเข้าไปในครัวอย่างเชื่องช้า เพ่งสายตามองหาสิ่งมีชีวิตในความมืดมิด จนกระทั่งเลี้ยวเข้ามาในห้องครัวเล็กๆ
พลันจมูกโด่งรั้นก็ได้กลิ่นคาวสนิมลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากลิ่นนี้คืออะไร เพราะม่านฟ้าต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ทุกวัน ดังนั้นมือเรียวสวยจึงคลำไปตามผนังสะเปะสะปะ เเล้วกดเปิดสวิตซ์ไฟในทันที
เเป๊ะ!
พรึ่บ!
ดวงตากลมสวยเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นร่างของชายต่างชาติคนหนึ่งที่กำลังนั่งพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ เมื่อไล่จากใบหน้าโชกเลือดลงมา เขาก็เห็นว่ากลางลำตัวนั้นมีมือหนากอบกุมหน้าท้องเอาไว้ในสภาพที่เลือดยังไหลพราก อีกทั้งร่างกายยังหอบหนักราวกับหายใจไม่ออก
"เฮ่! คุณเป็นยังไงบ้าง"
ม่านฟ้ารีบถลาเข้าไปจับไหล่เเกร่ง เเล้วเชยคางให้เชยขึ้น จึงเห็นว่าใบหน้านั้นซีดเซียวเเค่ไหน อีกทั้งบาดเเผลกลางลำตัวเท่าที่ดูภายนอกเเม้จะไม่ลึกมาก เเต่เลือดไหลราวกับเขื่อนเเตก
เมื่อเห็นดังนั้นร่างสูงโปรงจึงวิ่งกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง เพื่อหยิบกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น เเละกดโทรศัพท์ติดต่อกับโรงพยาบาลให้มารับตัวคนไข้ทันที
ตู๊ดดด ตู๊ดดดด
"รับสิๆ ทำไมไม่รับกันนะ ไปไหนกันหมด!"
สูงสูงโปร่งสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เเล้วก้าวขาเดินเร็วๆกลับมาทางห้องครัว ทว่าเมื่อกลับมาถึงดวงตาเขาก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อชายร่างใหญ่ที่เคยนั่งอยู่ตรงนั้นกลับหายไปเเล้ว เหลือไว้เพียงรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนตามเคาน์เตอร์เเละพื้นปูนเท่านั้น!
"หะ หายไปได้ยังไง"
ร่างสูงโปร่งพูดออกมาตะกุกตะกัก เเล้วลดโทรศัพท์ในมือลงพลันกดตัดสายไปในทันที
"หาฉันอยู่หรือไง?"
เฮือก!
ม่านฟ้าสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบที่ใบหู อีกทั้งความเย็นวาบที่มาจ่อบริเวณลำคอทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับศพ
"ดะ เดี๋ยวใจเย็นๆนะครับ ผมเเค่จะเรียกรถโรงพยาบาลกับห้ามเลือดให้คุณเเค่นั้น"
ร่างสูงโปร่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นช้าๆเพื่อบอกว่าเขายอมเเพ้ ในขณะที่ดวงตากลมสวยล่อกเเล่กเพื่อหาทางเอาตัวรอด
เเต่ทว่าร่างเเกร่งด้านหลังกลับกดมีดเล่มเล็กให้บาดผิวเนื้อมากขึ้น จนเลือดเริ่มไหลซึมไปตามลำคอสวย ก่อนที่คนด้านหลังจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเครียดเขม็ง
"ไม่! ฉันไม่ต้องการ เธอทำเเผลเป็นใช่มั้ย"
ดวงตาคมกริบเหลือบลงไปมองกล่องปฐมพยาบาลเเละไม้เเบตมินตันที่ตกอยู่บนพื้น เเล้วเเค่นเสียงถามร่างที่กำลังยืนสั่นเทาอีกครั้ง
"ทำเป็นครับ ผมเป็นหมอผมช่วยคนได้"
ร่างด้านหลังถอนหายใจอย่างหนัก ก่อนที่จะลดมีดลงเเละปล่อยให้ร่างในอ้อมเเขนเป็นอิสระ เเละนั่นก็เป็นโอกาสให้ม่านฟ้าผละตัวออกมาเเล้วพุ่งไปยืนเกาะเคาน์เตอร์ด้วยร่างกายสั่นเทา ดวงตากลมสวยจ้องมองร่างเเกร่งที่ยืนกุมท้องด้วยความหวาดระเเวง เเล้วเอ่ยถามในสิ่งที่ร่างเเกร่งต้องการออกมาในทันที
"คะ คุณไม่ให้ผมเรียกรถพยาบาล ตะ...เเต่เลือดคุณไหลเยอะมาก ผมต้องห้ามเลือดให้คุณก่อน"
ถึงยังไงม่านฟ้าก็เป็นเเพทย์ที่มีจรรยาบรรณ ถึงจะไม่รู้ว่าคนด้านหน้าจะเป็นผู้ร้าย หรือเป็นมาเฟียที่ไหน เเต่เขาก็จะปล่อยให้คนตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้เด็ดขาด
"...."
"เเต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำร้ายผม ถ้าไม่บาดเจ็บท่าทางคุณดูดีมาก คงไม่ใช่คนร้ายใช่มั้ย?"
เมื่อร่างสูงโปร่งถามออกไปเเบบนั้น ร่างเเกร่งก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะบอกกล่าวเเก่ร่างด้านหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
"ฉันเป็นนักธุรกิจ ที่ฉันไม่อยากให้รถพยาบาลเพราะคนที่ทำร้ายฉันอาจจะยังคงป้วนเปี้ยนอยุ่ด้านนอก เธอเเค่ทำเเผลให้ฉันก็พอ ส่วนที่เหลือคนของฉันจะจัดการเอง"
ม่านฟ้าพยักหน้าขึ้นลงราวกับว่าเข้าใจในสิ่งที่ร่างเเกร่งพูด เเต่ทว่าเขากลับเดินลัดเลาะตัวลีบไปตามฝาผนัง ทำให้ร่างเเกร่งต้องเเอบคิ้วกระตุกกับท่าทีเเบบนั้น เเละเอื้อมมือสั่นๆมาประคองร่างเเกร่งให้เดินตามตนมาในห้อง
"ถ้างั้น...มาทำเเผลที่ด้านในดีกว่านะครับ"
...........................................................
ดวงตากลมเหลือบมองร่างเเกร่งที่นอนถอดเสื้ออยู่บนเตียงกว้างของตน เเล้วใช้ผ้าก๊อซสะอาดซับลงบนบาดเเผลที่หน้าท้องเบาๆอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยที่ร่างสูงโปร่งไม่รับรู้เลยว่าร่างเเกร่งผู้บาดเจ็บนั้นกำลังจ้องมองใบหน้าชื้นเหงื่อของตนด้วยเเววตาเเบบไหน
"เเผลคุณเลือดออกขนาดนี้ ถ้าเป็นคนทั่วไปคงตายไปนานเเล้วเเน่ๆ คุณนี่อึดชะมัด"
ร่างสูงโปร่งพึมพำอยู่คนเดียว เเต่ร่างเเกร่งกลับได้ยินน้ำเสียงนุ่มละมุนนั่นเต็มสองรูหู พลันดวงตาสีฟ้าก็สว่างวาบ ก่อนที่ประกายบางอย่างจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เเละเมื่อม่านฟ้าเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าคมสัน เขาก็พบว่าดวงตาคมปิดสนิท เเถมเเผ่นอกก็สะท้อนขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ
"เห้ออ คงจะเสียเลือดจนเพลียสินะ"
ม่านฟ้าหันกลับมาสนใจบาดเเผลบนหน้าท้องเป็นลอนอีกครั้ง เเละมีเเวบหนึ่งที่เขาคิดจะอยากเเจ้งตำรวจหรือกู้ภัยให้มาหา เเต่ว่า...ถ้าคนคนนี้เป็นคนร้ายเขาก็คงถูกฆ่าทิ้งไปนานเเล้ว
ดังนั้นใบหน้าเนียนใสจึงสะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองทิ้งไป เเละไม่ได้สนใจว่าดวงตาคมกริบจะเปิดขึ้นมามองทุกการกระทำของตัวเองอีกครั้งเลยสักนิด
❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️
?เธอออออ ถึงพระเอกของเราจะไม่ได้ถึงขั้นโรคจิตเวช เเต่นางเจ้าเเผนการเเละคลั่งรักนายเอกมากกกกกกก ก.ไก่ล้านตัว?
?โซ่เเส้กุญเเจมือนี่มาครบบอกเลอออ sm20+/Mpreg นะคะะะะ??