ขอบริจาคเชื้อ (2)

1291 คำ
เป็นการยากมากๆ ที่ต้องทำงานกับผู้ชายที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และพลังทางเพศรุนแรงแบบกุลกวิน เขาเป็นคนฉลาดหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนดึงดูดเพศตรงข้ามเป็นอย่างมาก แต่คณภรณ์ก็ต้องพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปกับสิ่งที่เขาใช้ยั่วยวนเธอ ใช่!! เขาพยายามยั่วเธอให้หลงทำไมคณภรณ์จะไม่รู้เห็นเธอเงียบๆ ไม่ได้แปลว่าโง่หรอกนะ แต่ที่แสดงออกต่อเขาอย่างเฉยชาเพราะไม่อยากเสียใจอย่างไรล่ะ ก็ที่ผ่านมากุลกวินทำให้ผู้หญิงมากมายหลงรักแล้วก็อกหักผิดหวังจากเขาในระยะเวลาไม่นานที่คบกัน เขาเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าและเธอก็ไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น บางครั้งเป็นเธอด้วยซ้ำที่ต้องคอยสับรางหรือจัดการเรื่องผู้หญิงทั้งหลายให้เขา ขนาดเป็นถึงดารา นางแบบที่สวยๆ ยังโดนเขาทิ้งได้ลงคอ แล้วอย่างเธอเป็นแค่เลขาหน้าตาธรรมดาถ้ายอมขึ้นเตียงกับเขาขึ้นมาคงโดนเขี่ยทิ้งให้ช้ำใจได้ง่ายๆ เพียงผ่านครั้งแรกไปเท่านั้น คณภรณ์ถอนหายใจกับเรื่องที่คิดแล้วรีบดึงสมาธิกลับมาสนใจงานตรงหน้าก่อนที่จะฟุ้งซ่านเรื่องกุลกวินไปมากกว่านี้ ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานดังขึ้น ‘เข้ามาหาผมหน่อย’เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อคณภรณ์รับสาย หญิงสาวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเดินไปพบตามที่เจ้านายเรียกไม่ลืมที่จะเคาะประตูห้องก่อนจะเข้าไปเพื่อเป็นการขออนุญาต วันนี้คณภรณ์เลือกใส่ชุดเดรสพิมพ์ลายดอกไม้น่ารักๆ ตามสมัยนิยมจึงดูเหมือนเธอเป็นเด็กสาวแรกรุ่นเพราะไม่มีสูทสวมทับเนื่องจากวันนี้ไม่มีประชุมหรือออกไปพบลูกค้าทำให้สามารถแต่งตัวที่ไม่ต้องเป็นทางการมากนัก ร่างบางเข้ามายืนตรงหน้าโต๊ะทำงานกว้างในมือถือสมุดเตรียมจดคำสั่งงานเอาไว้ “นั่งลงซิ” กุลกวินที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเอ่ยอนุญาตพร้อมลุกขึ้นเดินมานั่งหมิ่นๆ ตรงขอบโต๊ะต่อหน้าเลขาสาวพร้อมเอื้อมมือไปอังที่หน้าผากมน “ไม่สบายเหรอ” คณภรณ์เงยหน้ามองเจ้านายด้วยสายตาตระหนกพร้อมตาโตเบิกกว้างและใจเต้นตึกตักสั่นระรัวที่กุลกวินก้มหน้าลงมาถามเกือบชิดกับใบหน้าของเธอทั้งยังแปลกใจต่อการกระทำนั้นแต่ยังไม่ทันตอบอะไรเขาก็พูดต่ออีก คงจะสังเกตเห็นสีหน้างุนงงของเธอ “นายกานต์บอกว่าเห็นคุณที่โรงพยาบาลเมื่อวานนี้” กุลกวินยืดตัวขึ้นพูดถึงน้องชายที่เป็นแพทย์ชื่อดังและทำงานอยู่โรงพยาบาลที่เธอไปมาเมื่อวานนี้ “เอ่อ.....เคทไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่ไปปรึกษาเรื่องของผู้หญิงๆ” “เรื่องผู้หญิงๆ ?” เขายังเลิกคิ้วถามต่ออย่างไม่ยอมเปลี่ยนเรื่องง่ายๆ คณภรณ์เป็นคนที่โกหกไม่เก่งปกติก็เป็นคนตรงๆ อยู่แล้วเลยไม่รู้ว่าจะตอบเรื่องนี้อย่างไรดีเธอหลบตาคมกริบของคนเป็นเจ้านายที่จ้องหน้าเธอไม่ลดละ เหมือนต้องการสะกดจิตให้เธอคายความลับทั้งหมดออกมา และแน่นอนว่าท่าทีอึกอักนี้ตกอยู่ในสายตาของผู้ชายตรงหน้าเธอ “คุณไม่เคยมีความลับกับผม รู้ใช่ไหมว่าผมเป็นห่วง” สายตาเว้าวอนพร้อมน้ำเสียงห่วงใยที่ส่งมากำลังทำให้เธอใจอ่อนยวบ “คือ เคทสบายดีค่ะแต่มีบางเรื่องไม่รู้ว่าจะอธิบายกับคุณยังไงดี” คณภรณ์กล่าวออกไปในที่สุด “ไม่เป็นไร พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยเล่าให้ผมฟัง” ไม่พูดเปล่ายังเอื้อมมือหนาของตัวเองคว้ามือนุ่มนิ่มของคณภรณ์มากุมไว้ “จำไว้นะ คุณไว้ใจผมได้” คณภรณ์ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มหูพร้อมส่งสายตาลึกซึ้งมาให้เธออย่างไม่ปิดบัง นี่เขาจะมอมเมาเธอไปถึงไหน “ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วเคทขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” เธอรีบดึงมือออกจากการเกาะกุมของเจ้านายมากเสน่ห์และขอตัวออกไปก่อนที่จะหลุดเล่าอะไรออกไปจนหมด “หึ ผมให้โอกาสคุณแล้วนะคนสวย” กุลกวินพึมพำกับตัวเองหลังจากร่างอรชรพ้นออกจากห้องทำงานของเขาไป โชคดีที่วันนี้งานที่ทำไม่ยุ่งยากมากเท่าไหร่เพราะคณภรณ์ไม่มีสมาธิกับงานเลยในหัวมีแต่ภาพดวงตาคมกริบหวานเยิ้มของกุลกวินตามหลอกหลอนหรือจะถึงเวลาที่เธอต้องไปจากที่นี่เสียที เพื่อหนีความหวั่นไหวที่มีต่อกุลกวินยิ่งนับวันยิ่งจะทำให้หัวใจไม่เป็นของตัวเองมากขึ้นทุกทีๆ คณภรณ์ชอบทำงานที่นี่ไม่ใช่เพราะได้ผลตอบแทนดีเท่านั้นทุกคนในองค์กรนี้ยังอยู่กันเหมือนเป็นครอบครัวแม้บริษัทจะใหญ่โตแต่ทุกคนก็เอื้อเฟื้อคอยช่วยเหลือกันสวัสดิการก็ดีมากๆ เพราะท่านประธานต้องการให้พนักงานมีความสุขในการทำงานเพื่อที่จะได้ผลงานที่ดีตอบแทนมา น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า กุลกวินให้นโยบายพนักงานทุกคนไว้อย่างนั้น อีกเหตุผลสำคัญที่สุดเลยคือ เธอชอบทำงานกับกุลกวิน เจ้านายสุดหล่อคนนี้ เขาเป็นคนเก่งรอบด้าน มีน้ำใจ และจิตใจดี แต่สิ่งที่เป็นข้อเสียของเขาก็คือความเจ้าชู้นั่นเองเขามีผู้หญิงมากมายมาติดพัน แน่นอนว่าใครก็อยากได้ตำแหน่งภรรยาของประธานบริษัทเกียรติวรรณกร และการที่เธอทำงานเป็นเลขาให้เขานั้นก็มีผู้หญิงค่อนประเทศพากันอิจฉาเพราะเธอได้ใกล้ชิดเขามากที่สุด แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอต้องพยายามห้ามใจตัวเองแค่ไหน ไม่ให้หลงไปกับเสน่ห์ร้ายของเขา แม้จะรู้ว่ากุลกวินทอดสะพานให้เธอมาตลอดแต่คณภรณ์ไม่อยากเพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบเพราะฐานะของเขาและเธอแตกต่างกันเกินไปจริงอยู่ว่าครอบครัวเธอก็ไม่ได้ยากจนท้นแค้นแต่ถ้าเทียบฐานะกับกุลกวินก็ยังต่างชั้นกันมากเธอไม่อยากถูกตราหน้าว่าใช้เต้าไต่แล้วก็ไม่มั่นใจสักนิดว่าเขาจะยกย่องเชิดชูเธอเป็นภรรยาออกหน้าออกตา ด้วยมีผู้หญิงมากมายที่เหมาะสมคู่ควรกับเขาทั้งฐานะ ชาติตระกูลและการศึกษา กุลกวินคงแค่อยากลองและต้องการเอาชนะเธอก็เท่านั้น คณภรณ์มีความฝันอยากเปิดคาเฟ่เล็กๆ เพราะเธอชอบทำขนมและใช้เวลาตอนว่างๆ ไปลงเรียนชงกาแฟสดได้สักพักหนึ่งแล้ว ไม่แน่ว่าหากเธอตั้งครรภ์แล้วอาจจะลาออกจากงานไปเปิดร้านเพื่อเป็นอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและลูกน้อยนี่คงเป็นทางออกที่ดีสำหรับเธอ เสียงข้อความจากไลน์ดังขึ้นคณภรณ์หยิบมือถือขึ้นมาดู Looktan : เย็นนี้ว่างหรือเปล่า K.Kate : ไม่ติดอะไรนะ Looktan : กินชาบูกัน อยากกิน อยากเมาส์ K.Kate : OK สุพัชชาเพื่อนสาวคนสนิทชวนเธอไปกินชาบูกันเย็นนี้คณภรณ์ตอบตกลงไปเพราะมีเรื่องอยากปรึกษาเพื่อนอยู่พอดี คณภรณ์และสุพัชชาเป็นเพื่อนสนิทกันสมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยและด้วยความบังเอิญที่เมื่อปีกว่าๆ สุพัชชาได้เข้ามาทำงานที่บริษัทเดียวกันในตำแหน่งล่ามภาษาจีนเพราะมีวัสดุบางรายการที่ทางบริษัทต้องนำเข้ามาจากประเทศจีนจึงจำเป็นต้องมีตำแหน่งล่ามขึ้นมาเพื่อให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม