ขอบริจาคเชื้อ (1)
RRRRR เสียงสมาร์ตโฟนสุดหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นเรียกสติให้คนที่นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หันไปหยิบมันขึ้นมาดูชื่อก่อนเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสาย
‘ว่าไง’กุลกวินรับสาย กุลธวัช น้องชายฝาแฝด
‘รู้ไหมพี่ชาย วันนี้ผมเจอใครที่โรงพยาบาล’กุลธวัชถามมาตามสายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
‘อยากจะเล่าก็ว่ามา ถ้าไม่เล่าก็วางสายไปนายก็รู้ว่างานฉันยุ่ง’แฝดผู้พี่ไม่มีอารมณ์มาฟังเรื่องไร้สาระในตอนนี้ วันนี้เขาอารมณ์ไม่ดีด้วยมีเรื่องก่อกวนใจที่เลขาคนสวยคู่ใจมาลาพักร้อนไปไหนก็ไม่บอกปล่อยให้เขาทำงานหัวฟู
‘ใจเย็นหน่อยครับ รับรองว่าถ้ารู้เรื่องนี้พี่ชายของผมอารมณ์ดีขึ้นเป็น 10 เท่า’กุลธวัชสูตินรีแพทย์ชื่อดังพูดทั้งยิ้มๆ ทำให้อีกฝ่ายอยากรู้มากขึ้นไปอีก
กุลกวินเปลี่ยนท่านั่งให้สบายขึ้นโดยเอนหลังพิงกับเก้าอี้ผู้บริหารตัวสูงพร้อมทั้งหมุนตัวออกไปมองวิวของกรุงเทพมหานครผ่านผนังกรุกระจกของห้องทำงานซึ่งตอนนี้เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้วทำให้แสงแดดที่แผดเผามาทั้งวันผ่อนแรงลงไปมากโข
‘ผมเจอคุณเคท เลขาสุดสวยของพี่มาปรึกษาเรื่องตั้งครรภ์’
‘อะไรนะ!!’กุลกวินตกใจกับสิ่งที่ได้ยินเผลอตะคอกถามเสียงลั่น
‘ฮ่า ฮ่า ฮ่า’เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของน้องชายสุดที่รักดังเข้าหู ไอ้น้องบ้ายังจะมาขำเขาอีกทั้งๆ ที่มันก็รู้ว่าเขาแอบชอบเลขาสาวคนนี้มานานแค่ไหนยังจะเอาเรื่องที่เธอต้องการมีลูกกับใครมาเยาะเย้ยเขาอีก
‘ฟังให้จบก่อนคร้าบ......อย่าเพิ่งโมโห’กุลธวัชยังลากเสียงล้อเลียนกันอีก
‘คืออย่างนี้นะพี่ชาย คุณเคทเขามาปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์โดยขอรับบริจาคเชื้อ’
‘บริจาคเชื้อ?’กุลกวินเคยได้ยินมาบ้างในเรื่องนี้แต่ไม่ค่อยมั่นใจในวิธีการนัก
‘ใช่ หมายความว่าเธออยากตั้งท้องโดยวิธีทางการแพทย์ที่ไม่จำเป็นต้องมีพ่อของเด็ก’
ได้ยินดังนั้นกุลกวินก็ยิ้มออกมาได้ โล่งใจที่คณภรณ์ เลขาของเขายังไม่มีคนรักอย่างที่นึกกลัว
‘ผมมีวิธีช่วยให้พี่เป็นพ่อของลูกคุณเคท สนใจไหม’
‘เฮ้ย!! สนใจซิ ต้องทำไงว่ามา’
‘พี่ก็แค่บริจาคเชื้อตัวเองให้คุณเคท’
‘หมายถึง ให้ฉันรีดสเปิร์มให้แกเอาไปฉีดใส่ท้อง
เคทเหรอ’กุลกวินพอรู้มาบ้างว่าการตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางการแพทย์ต้องทำอย่างไร แต่เขาอยากเป็นสามีจริงๆ มีลูกด้วยวิธีการธรรมชาติ
‘ผมมีวิธีช่วยพี่ได้แล้วกัน ถ้าทำสำเร็จพี่เตรียมของกำนัลไว้ให้ผมได้เลย’กุลธวัชมีแผนการในหัวอยู่แล้ว แม้จะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อยแต่เขาก็คิดว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก
วันนี้ทั้งสองพี่น้องจึงนัดกันที่บ้านหลังใหญ่เพื่อกินอาหารค่ำกับครอบครัวและวางแผนเพื่อทำให้คณภรณ์ต้องตกเป็นภรรยาและแม่ของลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของกุลกวินด้วยความเต็มใจ ถึงแม้จะด้วยวิธีการที่ดูแล้วจะไม่เป็นธรรมกับหญิงสาวเท่าใดนัก
คณภรณ์ วสุภา หญิงสาววัย 26 ปีที่มีตำแหน่งเลขาของประธานบริษัทเกียรติวรรณกร จำกัด (มหาชน) ที่ทำธุรกิจก่อสร้างยักษ์ใหญ่มีทุนจดทะเบียนเป็นพันล้านบาทโดยประธานคนปัจจุบันคือ กุลกวิน เกียรติวรรณกร ชายหนุ่มอายุ 35 ปีผู้เป็นพี่ชายของนายแพทย์กุลธวัช เกียรติวรรณกร สูตินารีแพทย์ชื่อดังด้านการเจริญพันธุ์
กุลกวินแอบชอบคณภรณ์ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วที่เธอเข้ามารับตำแหน่งเลขาให้เขาใหม่ๆ เธอมีหน้าตาผิวพรรณผุดผ่องสวยงาม รูปร่างเหมือนนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ทมีหุ่นทรงนาฬิกาทรายหน้าอกคัพซีเอวคอดเล็กสะโพกงอนเด้งที่
กุลกวินเห็นครั้งแรกในวันสัมภาษณ์งานก็เกือบทำเลือดกำเดาไหลแต่เมื่อทำงานด้วยกันแล้วยิ่งทำให้เขาพึงใจมากขึ้นเพราะเธอเป็นคนเก่งทำงานคล่องแคล่วว่องไวและที่สำคัญไม่เคยสนใจอ่อยเจ้านายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวไม่เหมือนเลขาคนก่อนๆ ที่ผ่านมาหรือแม้แต่พนักงานสาวคนอื่นๆ ในบริษัทที่ชอบทอดสะพานให้กุลกวินเสมอเมื่อมีโอกาส
และนี่คงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้กุลกวินอยากเอาชนะใจเลขาสาวผู้ใจแข็งคนนี้ให้ได้ ถึงแม้คณภรณ์จะมักแต่งตัวปกปิดเรือนร่างอวบอิ่มชวนมองด้วยชุดสูทที่เป็นทางการกระโปรงยาวเลยเข่าที่หลายคนชอบบอกว่าแต่งตัวเหมือนแม่ชีแต่ก็ทำให้เจ้านายอย่างกุลกวินพอใจเป็นอย่างมากที่จะได้ไม่มีชายหนุ่มคนไหนได้เห็นรูปร่างงดงามเย้ายวนนี้ เขาชอบลอบมองร่องอกที่เบียดชิดกันภายใต้เสื้อเกาะอกตัวในที่เธอสวมใส่เวลาที่เผลอก้มหยิบของ หรือแม้แต่เวลาออกงานกับเขาที่เธอสวมใส่ชุดเดรสอวดรูปร่างที่เขาเป็นคนจัดหามาให้จนบางทีเกือบอดใจควบคุมบางส่วนของร่างกายไม่ให้ตื่นตัวต่อหน้าเธอไม่ไหว
หลังจากที่ฟังน้องชายกุลธวัชเล่าแผนที่วางไว้ให้เขาได้ใกล้ชิดเสนอตัวเป็นพ่อพันธุ์แก่คณภรณ์ กุลกวินที่นั่งเปิดรูปสาวในดวงใจบนเตียงกว้างของตัวเองรูปที่เขาแอบถ่ายเธอเอาไว้ในมือถือจนเมมโมรี่เกือบเต็ม นึกถึงวันที่เขาจะเริ่มแผนการก็อดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้ในที่สุดวันที่รอคอยก็ใกล้จะมาถึงแล้ว
น้องชายเล่าให้ฟังว่าจากการซักประวัติเบื้องต้นซึ่งคนไข้ต้องมีเหตุผลที่จำเป็นในการขอรับบริจาคเชื้อคณภรณ์ให้เหตุผลว่าเธอไม่เชื่อในความรักเนื่องจากเห็นตัวอย่างมากมายจากเพื่อนๆ หรือแม้แต่ญาติๆ ของเธอเองที่ตอนเป็นแฟนกันก็รักกันหวานชื่นแต่เมื่อแต่งงานไม่นานก็เกิดหย่าร้างกันขึ้นมาคนรับกรรมก็คือเด็กๆ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เธอจึงไม่อยากมีปัญหาการหย่าร้างที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังแต่งงานมีลูกแล้วไม่อยากให้ลูกของเธอเป็นเด็กมีปัญหาและเธอเองก็มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะเลี้ยงดูลูกเพียงลำพังซึ่งทางครอบครัวของเธอก็เข้าใจและยอมรับได้ เมื่อกุลกวินได้ฟังเหตุผลก็เข้าใจถึงการวางตัวของเธอได้เป็นอย่างดีเพราะถึงแม้จะมีชายหนุ่มหรือแม้แต่ตัวเขาเองขายขนมจีบให้เธอเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครจะชนะใจเธอได้เลย
กุลธวัชเลยแนะวิธีให้เขาใช้ความสัมพันธ์ทางร่างกายหลอกล่อเธอเพราะข้อมูลที่ได้มาอีกข้อในวันนี้ที่สำคัญที่สุดคือเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ซึ่งถ้าพี่ชายเขาสามารถสร้างความประทับใจให้เธอหลงใหลและยอมมีเซ็กซ์กับครั้งแรกด้วยกันได้ตำแหน่งสามีก็คงไม่หลุดพ้นจากกุลกวินไปได้
แผนของกุลธวัชก็คือจะให้พี่ชายฝาแฝดปลอมตัวเป็นเขาเองเข้าไปตรวจภายในแบบพิเศษให้แก่คณภรณ์ซึ่งวันที่นัดก็คือสัปดาห์หน้าเนื่องจากใกล้จะถึงวันที่หญิงสาวมีประจำเดือนซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิงขึ้นสูงสุด วันนี้ที่พบกับหญิงสาวไม่รู้ว่านายแพทย์ผู้นี้เป็นใครเพราะใส่หน้ากากอนามัยและบังเอิญว่าเขาเข้าตรวจแทนแพทย์หญิงอีกคนที่ติดผ่าตัดคลอดด่วนทำให้ป้ายหน้าห้องไม่ได้ปรากฏชื่อของนายแพทย์กุลธวัชไม่อย่างนั้นคณภรณ์จะต้องระวังตัวอย่างแน่นอน
การสลับตัวของฝาแฝดเจ้าเล่ห์ก็จะเป็นไปอย่างง่ายดายกุลธวัชบอกแค่เพียงให้พี่ชายเตรียมกลเม็ดเด็ดพรายทั้งหลายไว้มัดใจสาวเจ้าให้อยู่หมัดเป็นพอ
กุลกวินคิดเพียงเท่านี้ความเป็นชายของเขาก็แข็งขึงตั้งชันรอเสียแล้วจนต้องปลอบใจให้มันใจเย็นๆ อีกไม่นานก็จะได้สมหวังแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นกุลกวินมาทำงานด้วยความสดชื่นเมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานของเลขาสาวก็พบว่าหญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาเคลียร์งานที่ค้างอยู่ด้วยความตั้งใจจนไม่เห็นว่าเขามายืนอยู่ตรงหน้า
“อะแฮ่ม!” คนเป็นเจ้านายกระแอมให้เลขารู้ตัวและเอ่ยทัก
“สวัสดีค่ะ คุณกายมีอะไรจะใช้เคทหรือเปล่าคะ”
คณภรณ์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน
“ไม่มี แล้วเมื่อวานจัดการธุระเรียบร้อยดีไหม”
“เอ่อ....ค่ะ แต่ช่วงนี้เคทคงต้องลางานบ่อยหน่อยนะคะ” เธอรีบบอกเอาไว้ก่อนเพราะหลังจากนี้ไปคงต้องเข้าไปพบแพทย์ตามนัดหมายบ่อยๆ
“เคท คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ ไม่มีอะไร” รีบปฏิเสธพัลวัน
“คุณก็รู้ว่าเล่าให้ผมฟังได้ทุกเรื่อง”
จะเล่าได้ยังไงว่าเธอจะทำอะไรอยู่ตอนนี้ คณภรณ์ยังมีทีท่าอึกอัก
“ไม่เป็นไร พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเล่าก็ได้ ผมรอได้” สายตาที่เขาใช้มองเธอยามพูดนั้นทำให้คณภรณ์อดรู้สึกวูบวาบไม่ได้แม้เขาจะเดินเข้าห้องทำงานไปแล้วแต่เธอก็ยังไม่ละสายตาที่มองตามเขาไป