พอถึงเวลาเลิกงานสุพัชชาก็รอคณภรณ์อยู่ที่หน้าบริษัทเพราะทั้งคู่ไม่นิยมขับรถมาทำงานเนื่องจากการจราจรในกรุงเทพติดขัดเป็นอย่างมาก โชคดีที่ออฟฟิศและคอนโดที่พักอาศัยตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าทำให้สะดวกในการเดินทาง
โดยไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบเห็นเธอทั้งสองนัดหมายกันกุลกวินนึกสนุกอยากรู้ขึ้นมาว่าสองสาวจะไปไหนกันเขาใช้ให้ตรัยธร บอดี้การ์ดหนุ่มที่ควบตำแหน่งคนขับรถสะกดรอยตามทั้งคู่ไปและให้รายงานเขาอย่างใกล้ชิด
ตรัยธรถูกเจ้านายไล่ลงจากรถก่อนออกจากบริษัทเพื่อสะกดรอยตามเลขาสาว เขารู้ดีว่ากุลกวินรู้สึกพิเศษกับคณภรณ์เพราะเขาเป็นคนใกล้ชิดชายหนุ่มที่สุดคนหนึ่ง
เพื่อนซี้สองสาวพากันขึ้นรถไฟฟ้าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ร้านชาบูในซอยทองหล่อใช้เวลาไม่นานเพียงสิบห้านาทีก็มาถึง ตรัยธรที่ตามดูห่างๆ รายงานเจ้านายเป็นระยะและคำสั่งต่อมาคือให้เขาเข้าไปนั่งกินชาบูโต๊ะใกล้ๆ กันเพื่อแอบฟังบทสนทนาของสองสาว ตรัยธรจำเป็นต้องสวมหมวกและใส่ผ้าปิดจมูกเพราะกลัวคณภรณ์เห็นและจำได้ เขาทิ้งเวลาประมาณสิบนาทีจึงเดินตามไปภายในร้านและโชคดีที่โต๊ะด้านหลังของคณภรณ์ยังว่าทำให้เขาเลือกที่ตรงนั้นโดยนั่งหันหลังชนกันสุพัชชา
ตรัยธรได้ยินสองสาวสั่งอาหารเสร็จและบทสนทนาก็เริ่มขึ้น
“เคท ไปหาหมอมาเป็นไงบ้าง”
“ก็ดีนะ อาทิตย์หน้าหมอนัดไปตรวจภายใน”
“โห้!! ไม่อายเหรอแก ต้องไปขึ้นขาหยั่งให้หมอดูจิ๊มิ สามีก็ยังไม่เคยมี”
สุพัชชายังอดสงสัยไม่หายกับความคิดแปลกๆ ของเพื่อนสนิท
“ก็อายนะ แต่ทำไงได้ฉันว่าจะหลับตาไว้จะได้ไม่เห็นหน้าหมอ”
“แกไม่คิดใหม่หน่อยเหรอ เป็นสาวอยู่ดีๆ ไม่ทันได้ฟินเลยจะไปทำลูกขอเชื้อใครมาก็ไม่รู้” คณภรณ์เข้าใจความฟินของเพื่อนดีว่าหมายความว่าอะไร สุพัชชาหมายถึงยังไม่เคยมีเซ็กซ์เลย
“อย่างที่บอกก่อนหน้า ฉันอยากมีอะไรกับคนที่ฉันรักแต่เมื่อไม่มีโอกาสเลยเหลือวิธีนี้ไง”
“อายุเพิ่ง 26 เองแกจะรีบไปไหนว่ะ เป็นฉันนะคุณกายอ่อยขนาดนั้นฉันยอมไปแล้วล่ะ อย่างน้อยก็ได้ฟินใครๆ ก็เมาส์ว่าเขาดุ” สุพัชชารู้ทุกเรื่องของ
คณภรณ์เพราะทั้งสองไม่มีความลับต่อกัน
ตรัยธรที่นั่งตรงนั้นแอบหยิบมือถือวางบนพนักพิงของเก้าอี้ที่ชิดติดกันเพื่อใช้อัดเสียงสนทนาไปให้เจ้านายรูปหล่อ
“บ้า ลูกตาลแกพูดอะไรก๋ากั่น ทำอย่างกับว่าตัวเองเคยฟิน” คณภรณ์ย้อนเพื่อนให้บ้าง
“ก็ไม่มีโอกาสไง กะให้แกลองกินคุณกายแล้วมาเล่าให้ฟังอยู่เนี่ย”
“เอาใหญ่แล้วนะพูดจาอะไรไม่สมกับสาวเวอร์จิ้นเลย” คณภรณ์อายหน้าแดงที่พูดถึงเรื่องบนเตียงออกมา
ตรัยธรที่นั่งฟังไปต้องกลั้นขำไปไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ทั้งสองคนนี้ยังเป็นสาวเวอร์จิ้นอยู่เพราะสมัยนี้ช่างหายากเหลือเกินทั้งที่ทั้งคู่ก็สวยหน้าตาดีแสดงว่าต่างคนต่างดูแลตัวเองได้ดีรักนวลสงวนตัวไม่เหมือนสาวสมัยนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ตรัยธรตกใจไม่น้อยเลยคือเรื่องที่คณภรณ์ตั้งใจจะลาออกเมื่อตั้งครรภ์ได้สักระยะเพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากและตอบข้อซักถามของใครๆ เธอจึงจะไปเปิดคาเฟ่เล็กๆ แถวบ้านเกิดเพื่อยึดเป็นอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและลูกของเธอ
เวลาประมาณสามทุ่มครึ่งตรัยธรก็นำบทสนทนาและข้อมูลที่ได้มาเมื่อตอนหัวค่ำมาถ่ายทอดให้กุลกวินที่รออยู่ที่เพนต์เฮ้าส์สุดหรูฟัง
จากบทสนทนาเขาพอจะจับความรู้สึกบางอย่างของคณภรณ์ได้และรู้ถึงเหตุผลที่ต้องการมีลูกโดยขอรับบริจาคเชื้อ กุลกวินคิดว่าต้องรีบรวบรัดเธอมาเป็นของเขาให้ได้เพราะคณภรณ์คิดที่จะลาออกเมื่อตั้งครรภ์ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ เรียบร้อยอ่อนหวานอย่างเธอจะมีจิตใจเด็ดเดี่ยวเมื่อต้องตัดสินใจทำอะไร
ที่จริงแล้วเขาไม่อยากจะใช้วิธีเจ้าเล่ห์เพทุบายแบบนี้กับหญิงสาวเลยหากแต่เธอยอมเปิดใจให้เขาบ้างและตอนนี้ก็มีเวลาไม่มากพอที่จะให้เขาคิดหาวิธีอื่นได้ กุลกวินมั่นใจว่าหากเธอได้ตกเป็นของเขาแล้วนั้นเขาจะใช้กรงสวาทผูกมัดทั้งกายและใจไม่ให้คณภรณ์หนีไปไหนได้อีกอย่างไรแล้ว คณภรณ์ ต้องได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาในไม่ช้า
คณภรณ์มาถึงโรงพยาบาลแต่เช้าในวันที่นัดตรวจร่างกายเพื่อเช็กระดับฮอร์โมนและตรวจภายในเพื่อดูความพร้อมในการตั้งครรภ์ ที่ต้องตรวจภายในเนื่องจากคุณหมอต้องการดูการทำงานของรังไข่ ความหนาของผนังมดลูกหรือสภาพภายในเพราะคนไข้บางรายจะมีก้อนซีตส์โดยไม่รู้ตัวซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหากับการตั้งครรภ์ได้
ขณะที่นั่งรอพยาบาลเรียกคิวด้วยความตื่นเต้นพลันหางตาของคณภรณ์ก็เหมือนมองเห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตาแต่เป็นเพียงไกลๆ เท่านั้นแล้วพยาบาลก็เรียกชื่อเธอพอดีทำให้ดึงความสนใจกลับมาเสียก่อน
พยาบาลเดินนำเธอให้เข้าไปภายในห้องตรวจพร้อมอธิบายขั้นตอนการตรวจคร่าวๆ และบอกให้เธอไปเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อคลุมตัวใหญ่โดยต้องถอดชุดที่ใส่อยู่ออกทั้งหมดและยังมีผ้าปิดตาส่งให้ พยาบาลคนสวยเล่าว่ามีคนไข้บางรายอายคุณหมอมากๆ ทางโรงพยาบาลจึงหาวิธีแก้ไขปัญหาโดยการเตรียมผ้าปิดตาให้คนไข้เผื่อบางคนไม่อยากสบตาคุณหมอจะได้ลดอาการกระดากเขินอายได้ซึ่ง
คณภรณ์คิดว่าเธอคงต้องใช้ผ้าปิดตาผืนนี้แน่ๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะต้องเปิดเปลือยตัวเองต่อสายตาผู้อื่น
คณภรณ์เปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็เดินตามพยาบาลมาที่เตียงตรวจซึ่งดูเหมือนเตียงธรรมดาไม่เหมือนกับที่เธอจินตนาการไว้สักนิดพยาบาลให้เธอขึ้นไปนอนราบรอคุณหมอบนนั้น ใกล้ๆ เตียงมีรถเข็นที่ใส่เครื่องมือตรวจเอาไว้ครบครัน ที่ผนังปลายเตียงมีหน้าจอ LCD ขนาดกลางติดเอาไว้แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเอาไว้สำหรับทำอะไร ผนังห้องด้านหนึ่งมีรูปภาพลักษณะภายในของมดลูกที่หญิงสาวมองแล้วเกิดอาการแปลกๆ เลยเลือกมองที่รูปเด็กน้อยน่ารักๆ ที่ติดไว้ที่ผนังอีกฝั่ง
ได้ยินเสียงประตูเปิดออกคณภรณ์ก็รีบสวมผ้าปิดตาไว้เสียก่อนป้องกันอาการประหม่าเขินอายเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังใกล้เข้ามาเสียงหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นแทบกระเด็นออกมาจากหน้าอก
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มนุ่มหูทักทายอย่างสุภาพ
“ขออนุญาตปรับเตียงให้นะครับ” สิ้นเสียงนั้นเตียงที่หญิงสาวนอนราบอยู่ก็ปรับตั้งขึ้นยกส่วนลำตัวด้านบนสูงเหมือนนั่งเอนๆ และส่วนปลายเตียงก็แยกเรียวขาของเธอออกพร้อมตั้งชันหัวเข่าอ้าแยกกว้างขึ้นเพื่อสะดวกสำหรับการตรวจภายใน
“เตียงนี้เป็นรุ่นใหม่ทางโรงพยาบาลเพิ่งสั่งนำเข้ามาสามารถปรับตั้งหรือเอนราบได้ด้วยระบบไฟฟ้าครับ”
“อ๋อ...ค่ะ”
“เรามาเริ่มตรวจภายในกันดีกว่า ตื่นเต้นหรือเปล่าครับ”