ตอนที่ 1 ทิ้ง
“ครืดดด....ดดดด” เสียงคัตเตอร์กรีดลงบนเนื้อขาวเนียน มีดบาดลึกลงบนข้อแขน ส่งผลให้เลือดไหลซืมออกมาน้ำสีแดงไหลลงตามทางยาวจากข้อแขนลงสู่พื้นห้อง เจิ่งนองขยายวงกว้างขึ้น กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
มือหญิงสาวอ่อนแรง ร่วงหล่นลงสู่พื้นห้อง เธอพิงกายข้างเตียงนอน พร้อมหลับตาลงอย่างคนสิ้นหวัง
“พอกันที กับชีวิตที่ถูกบังคับ ฉันจะไม่ยอมเป็นนกน้อยในกรงทอง ฉันขอเป็นอิสระจากทุกสิ่ง” นั่นคือสิ่งที่หญิงสาวคิด
“กรี๊ดดดด....กรี๊ดดดดด....คุณหนู...คุณหนู....ใครก็ได้ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ช่วยคุณหนูด้วยค่ะ...กรี๊ดดดด....” ป้าพริกแม่บ้านใหญ่ประจำคฤหาสน์ เกษมมนตรี ตะโกนลั่นบ้าน ร้องเรียกหาคนโหวกเหวกเสียงดังอย่างคนสติแตก
คุณอัศวินและคุณมาลา เกษมมนตรี บิดามารดาของกุลนารีหญิงสาวคนดังกล่าว รีบวิ่งหน้าตาตื่น ตามเสียงร้องดังมายังห้องนอนลูกสาวสุดรัก สุดหวงเพียงคนเดียวของตระกูล
“ยายแอ้...ลูกแม่...อร๊ายยย....ใครก็ได้ช่วยที....ลูกทำอย่างนี้ทำไม...ฮือออ....ฮือออ” คุณมาลาร้องไห้อย่างคนเสียสติ
ภาพลูกสาวที่นอนรวยริน ลมหายใจเริ่มแผ่วเบา รอยเลือดที่ไหลเป็นทางเจิ่งนองไปทั่วบริเวณกว้าง คุณมาลารีบประคองลูกสาวไว้ในอ้อมแขน เลือดเปรอะเปื้อนไปตามเสื้อผ้าสุดหรู ราคาแพง แต่ในเวลานี้คุณมาลาหาได้สนใจไม่
“ทำอย่างนี้ทำไมลูก...อย่าทิ้งแม่ไปนะ...อย่าทิ้งแม่ไป” คุณมาลาคร่ำครวญอย่างหนัก
“เอารถออก เอารถออกเดี๋ยวนี้” คุณอัศวินที่ตั้งสติได้ รีบอุ้มร่างน้อยขึ้นบนอก ก่อนจะรีบเร่งพาลูกสาว นำส่งโรงพยาบาล
ณ โรงพยาบาล สองสามีภรรยา ยืนกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องผ่าตัด หลายชั่วโมงแล้วที่ไม่ได้ข่าวคราวของลูกสาวสุดที่รัก
“เป็นความผิดของเรา เป็นความผิดฉันเอง” คุณมาลา ร่ำไห้ สะอึกสะอื้น ได้แต่กร่นว่าตัวเองอย่างหนัก
“ใจเย็น ๆ นะคุณ ใจเย็น ๆ คุณอย่าโทษตัวเองเลย ถ้าจะผิดก็คงเป็นผมที่ไม่เอาไหน ทำให้คุณ ให้ลูกต้องมาตกที่นั่งลำบากอย่างนี้” คุณอัศวินปลอบโยนลูกสาว ก่อนจะนั่งคอตกนึกโทษตัวเองที่ทำให้ทุกสิ่งเลวร้ายขนาดนี้
คุณอัศวิน นักธุรกิจใหญ่ เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เขาเคยเป็นคนหนุ่มไฟแรง สร้างอาณาจักรเกษมมนตรีที่เคยยิ่งใหญ่ขึ้นมาด้วยสองมือเปล่า โดยมีภรรยาและลูกสาวสุดที่รัก เป็นแรงกายแรงใจให้เขา แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ความหนุ่มและความเก่งกาจของเขาก็ค่อย ๆ ลดลง ความยึดติดต่อการทำงานแบบเดิม ๆ ทำให้เขาไม่ทันต่อโลก บริษัทเริ่มขาดสภาพคล่อง จนสุดท้ายจากบริษัทที่เคยใหญ่โต เป็นที่นับหน้าถือตา ก็ค่อย ๆ ติดหนี้ติดสินมากขึ้น ๆ จนวันนี้ที่ชายแก่ไม่สามารถพยุงบริษัทได้อีกต่อไป
ข่าวหน้าหนึ่งขึ้นหนังสือพิมพ์หลายฉบับ อาณาจักรเกษมมนตรีกำลังจะล้มละลาย เมื่อกิจการของเขาทรุด ก็เหมือนซากศพที่ถูกเหยี่ยวต่างแย่งกันรุมทึ้ง ทั้งธนาคาร ทั้งเจ้าหนี้ ต่างพากันทวงหนี้ที่ตอนนี้มากมายมหาศาล
“คุณทำดีที่สุดแล้ว คุณอัศวิน” คุณมาลาที่เห็นสามีนั่งน้ำตาซึม เธอเดินมานั่งข้างกายชายแก่ ก่อนจะเอื้อมมือกอบกุมให้กำลังใจ
“อึกกก...” คุณอัศวินสะอื้น ก่อนจะเอนกาย ซบไหล่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของตน
สักพักคุณหมอก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัด สองสามีภรรยารีบปรี่เข้าหาคุณหมอทันที
“หมอคะ ลูกสาวดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ” คุณมาลารีบยิงคำถามใส่คุณหมอทันที
“ลูกสาวคุณปลอดภัยแล้วครับ แต่เนื่องจากเธอเสียเลือดมาก และแผลก็มีขนาดค่อนข้างลึก ดังนั้นหมอจำเป็นต้องให้เธอพักฟื้นที่โรงพยาบาลสักพัก เพื่อดูอาการ และป้องกันการติดเชื้อ หลังจากนี้ทางครอบครัวคงต้องช่วยดูแลสภาพจิตใจคนไข้ ไม่ให้เกิดเรื่องดังกล่าวซ้ำ” คุณหมออธิบาย
“ขอบคุณค่ะหมอที่ช่วยชีวิตลูกสาวดิฉัน” คุณมาลารีบขอบคุณคุณหมออย่างโล่งใจ
สองสามีภรรยาโอบประคองกัน รอคอยที่จะได้เห็นหน้าลูกสาวตนออกจากห้องผ่าตัด
ภาพหญิงสาวที่ถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด ใบหน้าที่ขาวซีดปราศจากเลือด ข้อแขนถูกพันผ้าขาวหนาเตอะ เลือดยังคงซึมออกมาเป็นดวงใหญ่ตรงข้อแขนบาง หญิงสาวสลบไสลด้วยฤทธิ์ยาและความอ่อนเพลียจากการเสียเลือด
คุณมาลายกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าลูกสาวด้วยความเป็นห่วงสุดดวงใจ หัวใจคนเป็นแม่แทบจะแหลกสลาย อยากที่จะเจ็บแทนลูกสาวตนเสียไม่ได้
ในขณะที่คุณอัศวินกอบกุมมือลูกสาวตัวน้อยไว้แน่น
“พ่อขอโทษ...ลูก...พ่อขอโทษ” ชายแก่พร่ำบอกลูกสาว ทั้งเสียใจ ทั้งสงสาร ทั้งรู้สึกผิด ผสมปนเปกันไปหมด...