บทนำ
เยว่หมี่ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ เรื่องเสียใจที่ไม่มีโอกาสอยู่ต่อได้แล้วก็ใช่อยู่ แต่เรื่องนั้นเยว่หมี่ทำใจอยู่นาน ตั้งแต่ตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งพยายามรักษาด้วยคีโมมาตลอด แต่เหมือนโชคชะตาฟ้าดินจะกำหนดให้เยว่หมี่ต้องตาย
ร่างของหญิงสาวที่ผอมโซ นอนหอบหายใจที่แสนจะรวยรินด้วยเครื่องช่วยหายใจ แม้ร่างกายจะเจ็บปวดขนาดไหน แต่เยว่หมี่ก็รับรู้เรื่องราวทุกอย่างได้ดี พอร่างกายทำได้แค่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาลดังของเซี่ยงไฮ้ มีแพทย์ผู้เชี่ยวและอาจารย์แพทย์อีกหลายคนกำลังปรึกษาแล้วหาทางช่วยเยว่หมี่ ดูเหมือนความพยายามของพวกเขาจะสูญเปล่า นอกจากอาการของเยว่หมี่ไม่ทุเลาลงแล้ว ยังทรุดตัวลงอีก
เห็นแบบนี้แล้วความรู้สึกร้อนผ่าวหางตาก่อเกิดสงสารผู้ให้กำเนิดทั้งสองที่ต้องมาเสียใจที่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้ดูแลท่านอีกต่อไป แถมตัวเธอเองยังต้องมาจากไปด้วยอายุยังน้อย หมดกันความฝัน หมดกันคนที่รัก พอนึกถึงคนที่เธอรักแล้ว นอกจากป๊า หม่าม๊าแล้ว ก็มีหนุ่มรุ่นพี่ที่เยว่หมี่เคยแอบชอบ คงไม่มีโอกาสได้บอกว่าชอบเขาอีกแล้ว ร่างกายของเยว่หมี่คล้ายกับว่าจะทนต่อเซลล์มะเร็งที่ลุกลามอย่างกะทันหัน แว่วได้ยินเสียงของแพทย์แจ้งกับครอบครัวให้ทำใจตั้งแต่เนิ่น ๆ แม้ว่าเยว่หมี่จะหลับตาแต่กลับรับรู้ทุกอย่าง
ร่างกายของเธอช่างอ่อนแอจัง...... แค่จะหายใจด้วยตัวเองยังไม่ได้เลย ช่างน่าเวทนานัก ถ้าเกิดว่าชาติหน้ามีจริง...ขอให้เยว่หมี่คนนี้มีร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่เข้มแข็ง สัญญาว่าเธอจะรักตัวเองให้เต็มหัวใจ ก่อนจะมอบความรักให้คนอื่น.....
คิดแล้วก็เหมือนปลงใจ แม้ความเชื่อในทางศาสนาจะสอนให้คนแสวงหาการหลุดพ้น แล้วหลุดพ้นจากอะไรล่ะ เยว่หมี่ได้แต่ตั้งคำถาม หญิงสาวผู้ที่เกิดมาพร้อมทั้งหน้า รูปทรัพย์ ครอบครัวที่แสนอบอุ่น ความฝันที่อยากสานต่อธุรกิจให้กับทางครอบครัวคงจบลงแล้ว......ชีวิตของมนุษย์มันก็แค่ลมหายใจจริง.....
ไม่รู้ว่าการครุ่นคิดของเยว่หมี่เป็นเพียงการจิตล่องลอย หรือเป็นห่วงของจิตสุดท้ายกันแน่ เพราะร่างกายของเธอเริ่มไร้ความรู้สึกแล้วหรือ ความเจ็บปวดที่คล้ายหนามแหลมทิ่มร่างกายของเธอไปทั่วสรรพางค์
เยว่หมี่....เธอคงตายแล้วสินะ
นี่คงเป็นจิตสุดท้ายของเธอแล้วจริง ๆ
“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ” แรงเขย่าแขนคุณหนูที่นอนเอกเขนกดูต่างจากสตรีผู้ใดเลยสักนิด ตั้งแต่คุณหนูของซินหยานก็เปลี่ยนราวกับเป็นคนละคน มิได้เปลี่ยนไปในทันทีทันใดเฉกเช่นการเปลี่ยนฉากบทละคร แต่ท่าทางที่แสนเกรี้ยวกราดเช่นเมื่อก่อน แปรเปลี่ยนกลายเป็นสตรีผู้อมทุกข์เพราะชายหนุ่มที่ตนเองรักและเคยออกปากว่าจะมาขอคุณหนูของซินหยานไปเป็นฮูหยินเพียงคนเดียว ทุกอย่างกลับพังทลายเมื่อคุณชายผู้นั้นกลับไปแต่งงานกับพี่สาวของนางแทน
คุณหนูผู้น่าสงสาร หลังจากนั้นคุณหนูของซินหยานอารมณ์แปรปรวน เปลี่ยนจากคุณหนูผู้ใสซื่อกลายเป็นคุณหนูผู้ร้ายกาจ ทำร้ายทุกคนที่หวังอยากจะให้นางตาย ซินหยานผู้เลี้ยงนางมาตั้งแต่ยังไม่ปักปิ่นได้แต่เวทนาในโชคชะตาของคุณหนูผู้นี้ ช่างอาภัพรักเหลือเกิน เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งนางให้กลายเป็นคุณหนูผู้อำมหิตในสายตาของคนอื่น
“อือ ปลุกทำไมเนี่ย” เสียงที่ดูหงุดหงิดปลุกจากสตรีผู้เกียจคร้านให้ลุกจากเตียง หนำซ้ำยังมีเรี่ยวแรงมหาศาลผลักบ่าวรับใช้ผลักนางลงบนพื้น แต่ความพยายามของซินหยานยังไม่ลดละ รั้งแขนเรียวของคุณหนูให้ลุกขึ้น
เยว่หมี่ลืมตาโพลงมองเห็นเพดานห้องที่เปลี่ยนไปจากเพดานโรงพยาบาลสีขาว เยว่หมี่เองก็ตอบตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าสิ่งเห็นตอนนี้อธิบายไม่ถูกเช่นกัน สภาพเหมือนเมืองจีนโบราณที่เยว่หมี่เคยเห็นในละคร หรือแม้กระทั่งสื่อออนไลน์ สายตาก้มมองสภาพของตัวเองคงอยู่ในชุดโรงพยาบาล แต่เปล่าเลยสักนิด เธออยู่ในเสื้อผ้าโบราณ ก่อนหันมองอีกคนที่มาอยู่ในห้องกับเธอ ไม่ใช่หมอ....แต่เป็นใครก็ไม่รู้ แต่งตัวเหมือนออกมาจากซีรีส์จีนที่เธอเคยดู
“คุณหนูตื่นแล้ว”
“เธอเป็นใครเนี่ย” เสียงตะโกนถามพร้อมกับสายตาจดจ้องมองซินหยานด้วยอาการตกใจไม่น้อย แววตาต่างจากคุณหนูของนางลิบลับ
“ข้าคือ ซินหยาน บ่าวคนสนิทของท่านเจ้าค่ะ” ซินหยานตอบพร้อมพุ่งตัวเข้ามาประคองคุณหนูเอาแต่ใจ
“ห๊า.....อะไรนะ”
ไม่ใช่แค่ซินหยานเท่านั้นตกใจกับคุณหนูที่ท่าทางของนางและกิริยาการพูดจามิใช่คุณหนูที่ซินหยานคุ้นเคย แต่ก็ได้เก็บความสงสัยเอาไว้เท่านั้น
“ข้าซินหยาน”
ซินหยานพูดขึ้นอีกครั้ง เมื่อสายตาพลันเห็นคุณหนูของนางยังทำหน้าตกตะลึง
ความรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงมาที่ตัวจนชาวาบเป็นอย่างไร เยว่หมี่เข้าใจถ่องแท้ก็ตอนนี้ ชื่อของซินหยานทำไมเยว่หมี่จะจำไม่ได้ คือชื่อตัวละครในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบยังไงล่ะ และถ้าสมองของเยว่หมี่ยังทำงานปกติ ตอนนี้ร่างกายที่เยว่หมี่กำลังสิงอยู่ ไม่ใช่! เยว่หมี่ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
“งั้น แปล ว่า ข้า...คือ คุณหนูผู้เอาแต่ใจ หลี่เสียวฟางใช่ไหม” ปลายนิ้วเรียวยาวที่มองอย่างไรก็ไม่ใช่ร่างกายผอมโซของคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอย่างเยว่หมี่ ปลายนิ้วเรียวยาวจนน่าอิจฉากำลังหันปลายนิ้วเข้ามาทางตัวเอง คำพูดชัดถ้อยชัดคำเอื้อนเอ่ยออกมาทีละคำ แต่ใบหน้างดงามยังมิคลายสงสัย
ซินหยานเห็นดังนั้นก็พยักหน้ารับ ยืนมองคุณหนูที่สภาพไม่สู้ดีนัก ก่อนที่นางจะลุกขึ้นมาจากเตียงนอนแล้ววิ่งออกไปในสภาพที่ไม่พร้อมเช่นนี้
เยว่หมี่ลุกขึ้นมาในแล้วรีบวิ่งออกไปข้างนอก ภาพตรงหน้าเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเยว่หมี่ไม่ได้อยู่ในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เมืองจีนอย่างที่เยว่หมี่คุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว สภาพร่างกายที่อ่อนเพลีย หรือเข้าสู่ภาวะตกใจจนช็อกกะทันหันทำให้ดวงตาหรี่ลงเห็นสีดำ พยายามลืมตาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ แข็งชาไปหมด....ก่อนจะสลบลงไปในอ้อมแขนของซินหยานที่เอี่ยวตัวมารับคุณหนูหลี่เสียวฟางได้ทันการณ์ ถ้ามาช้ากว่านี้เกรงว่าหลี่เสียวฟางคงล้มเป็นอะไรไปเสียก่อน