ตอนที่1 เรื่องที่ฝังอยู่ในใจ
นับหนึ่งนั่งพิงพนักโซฟาในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมถนนสายหนึ่งในตัวเมืองของเชียงใหม่ แสงแดดสาดส่องเข้ามาผ่านกระจก แต่ทว่าอากาศภายในร้านกลับหนาวเหน็บเพราะเครื่องปรับอากาศที่ถูกเปิด อีกทั้งเชียงใหม่ตอนนี้กำลังเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการ
บนโต๊ะมีแก้วกาแฟเย็นกับขนมเค้กในจานเล็กหนึ่งชิ้น ที่ถูกเธอตัดทานไปหนึ่งคำ ก่อนจะได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทคือใยไหม
แชตกลุ่มสี่สาวสวยเกินต้าน
ใยไหม: งานเลี้ยงรุ่นวันเสาร์นี้ ร้านเหล้าtwo
ใยไหม: @นับหนึ่ง มึงต้องมานะนับ
เอวา: เออ อย่าให้กูไปลากมึงมาจากเชียงใหม่นะ มึงด้วยอีหม่อน @ใบหม่อน ติดผัวเกินไปแล้ว
ใบหม่อน: แท็กด่ากันแบบนี้เลยเหรอว่ะ อีเพื่อนเวร
เธอทำเพียงอ่านข้อความเหล่านั้น ด้วยหัวใจห่อเหี่ยวทันที ราวกับมีอะไรบางอย่างมาบีบเค้นมันเบา ๆ หนึ่งปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้กลับไปหาเพื่อนเลย ช่วงแรกก่อนจะมาที่นี่ เธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวตอนงานแต่งใยไหม แวบไปหาเพื่อนที่โรงพยาบาลตอนเพื่อนท้อง ครั้งนั้นโซลเข้าโรงพยาบาลเพราะแพ้ท้องแทนเพื่อนของเธอ ต่อมาสองเดือนเธอก็ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวงานแต่งเอวา ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเธอต้องมาทำงานที่เชียงใหม่
ปกติฐานะที่บ้านเธอก็ไม่ได้ถึงขั้นร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ลำบาก แต่ทว่าช่วงก่อนจะเรียนจบ บริษัทของพ่อเธอถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงาน จนขาดสภาพคล่องในบริษัทต้องไปควบรวมกิจการกับอ**บริษัทหนึ่ง ซึ่งก็เป็นบริษัทที่ส่งเธอมาประจำสาขาที่นี่
เรียกได้ว่าหลังเรียนจบ เธอได้ใช้ชีวิตอิสระกับเพื่อนได้ไม่นาน เธอก็เก็บกระเป๋าโดยไม่ได้บอกเพื่อนคนไหน ซื้อตั๋วเครื่องบินมาเชียงใหม่ทันที ทุกคนเพิ่งมารู้ตอนเธอหายไปได้สองเดือน ว่าเธอมาทำงานที่เชียงใหม่แล้ว
ตอนนั้นก็ถูกเพื่อนต่อว่าหนักอยู่พอสมควร ยิ่งเป็นใยไหมที่ตอนวันเพื่อนคลอดลูก เธอก็ได้แค่ส่งของขวัญไปให้ อ้างว่างานยุ่งไม่สามารถปลีกตัวไปได้ ทั้งที่จริงแล้ว เธอกลัวว่าจะเจอใครบางคนมากกว่า
ชีวิตใหม่ที่เธอสร้างขึ้นมาที่นี่ มันเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ตื่นเช้าทำงาน เที่ยงนั่งกินข้าวคนเดียว กลับบ้านพักตอนเย็นนอนดูซีรีย์จนหลับไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่นิสัยปกติของเธอค่อนข้างจะติดเพื่อนและรักสนุก
แต่ทว่าความทรงจำที่ไม่หายไปจากสมองเธอเลยคือความทรงจำของคืนนั้น คืนงานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานของรุ่นพี่ที่แผนกของบริษัทที่เธอฝึกงาน คืนนั้นเธอดื่มแอลกอฮอล์ของโปรดแบบจัดเต็ม ปล่อยตัวเองจนเมามายขาดสติ
โดยมีเขาคนนั้นอยู่กับเธอด้วย เขาคือสกายเพื่อนร่วมคณะที่ฝึกงานที่เดียวกับเธอ เราสองคนนั่งข้างกัน ในมือถือแก้วเหล้า อยู่ในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมู เสียงพูดคุยของเขายังดังก้องกังวานอยู่ในหูของเธอ
ช่วงแรกของงานเลี้ยงมีตะวันกับคีรินอยู่ด้วยกัน ทว่าผ่านไปถึงสี่ทุ่ม ตะวันกับคีรินก็ขอตัวกลับไปก่อน เหลือเพียงเธอกับสกายที่นั่งดื่มกับรุ่นพี่อีกหลายคน
เธอดื่มหนักจนเมา ไม่สามารถขับรถกลับเองได้ สกายที่กรึ่ม ๆ อาสาไปส่งเธอที่คอนโดของพี่สาว ตลอดทางเราสองคนนั่งเงียบ มีเพียงเสียงเพลงเบา ๆ ที่เขาเปิดคลอเอาไว้ เพราะเจ้าตัวกลัวว่าจะหลับใน เธอได้ยินเสียงเขาถามว่าคอนโดเธออยู่ที่ไหน ทว่าไม่รู้ทำไมตอนนั้นเธอถึงไม่ได้ตอบคำถามของเขาออกไป
รู้สึกตัวอีกทีในตอนเช้า เธอตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า ในผ้าห่มผืนหนาที่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง ร่างกายรู้สึกเมื่อยล้าและเจ็บปวดกลางกาย มีสกายนอนหลับอยู่ข้าง ๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ริมฝีปากหนาเผยออ้าออกเล็กน้อย แขนแกร่งของเขาพาดอยู่ตรงหน้าท้องของเธอ
พลันภาพในหัวของเธอก็หลั่งไหลออกมา ความทรงจำเร่าร้อนของเมื่อคืนย้ำเตือนให้เธอต้องหันไปมองผ้าปูที่มีรอยเลือดจางเป็นวงกว้างว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเธอไม่ได้ฝันไป
หัวใจเธอกระหน่ำเต้นรัวจนหายใจแทบไม่ออก เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายที่เสียครั้งแรกไป แต่ทว่าความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา เพราะเธอรู้อยู่เต็มอกว่าเผลอทำเรื่องน่าบัดสีลงไป
สกายมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เธอไม่รู้หรอกว่าทั้งสองคนคบกันหรือยัง แต่ที่รู้คือเขาชอบผู้หญิงคนนั้นมาก และกำลังพัฒนาความสัมพันธ์กันอยู่ แล้วเธอเป็นบ้าอะไร ถึงได้ทำเรื่องน่าอาย ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขนาดนี้ได้
เมื่อเห็นว่าหมดประโยชน์ที่จะมานั่งคิดมากถึงสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก เธอจึงเอาแขนของเขาออกด้วยความเบามือ หยัดตัวลุกขึ้นจากที่นอน เก็บเสื้อผ้าที่กระจายเกลื่อนพื้นขึ้นสวมใส่อย่างรีบร้อน และรีบออกจากห้องของเขาทันที
เธอไม่รับโทรศัพท์ ไม่โทรกลับหาสกายที่โทรมาหาเธอมากว่าสิบสาย กลัวว่าเขาจะต่อว่าเธอที่เมาแล้วทำตัวแบบนี้ ไม่กล้าเจอหน้าเขาเลยหาข้ออ้างลาการฝึกงานอีกสามวันที่เหลือ ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอป่วย
ตอนวันแต่งงานของใยไหมกับโซล เธอต้องไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวของใยไหม มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ระยะเวลาตอนนั้นห่างจากคืนที่เกิดเรื่องประมาณสองเดือน ตอนนั้นเธอยังไม่ได้ไปเชียงใหม่
เธอพยายามหลบเลี่ยงเขาตลอดทั้งงาน ซึ่งเขาเองก็มองมาที่เธอตลอด สายตาของเขามีคำถามอยู่ตลอดเวลา เธอจำได้ว่าพอจบพิธีช่วงค่ำ เธออยู่ดื่มกับเพื่อนช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ไม่ถึงชั่วโมง เธอก็ขอตัวกลับทันที และนั่นคือวันสุดท้ายที่เราสองคนเจอหน้ากัน เธอบล็อกเบอร์ บล็อกไลน์ของเขา จนถึงทุกวันนี้ เธอก็ไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ที่มั่นใจอย่างหนึ่งคือเขายังไม่แต่งงาน ยังไม่มีครอบครัว เพราะถ้าเขาแต่งงานจริง เธอต้องรู้ข่าวจากใยไหมเพื่อนสนิทของเธอแน่นอน
ที่หนีทุกอย่างไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดเพียงอย่างเดียว แต่เธอกลัวว่าตัวเองจะรู้สึกมากกว่าที่เขารู้สึก กลัวตัวเองจะต้องเจ็บปวดหากเขาต่อว่าเธอแรง ๆ ที่ทำแบบนั้นลงไป
นับหนึ่งยกแก้วขึ้นดูดกาแฟสีดำ รสชาติความขมซึมลึกเข้าไปในลำคอ เหม่อมองออกไปนอกกระจกของร้าน เห็นผู้คนเดินผ่านไปมา ยังคงมีเสียงแจ้งเตือนจากข้อความโทรศัพท์ดังขึ้นตลอด แต่ทว่าเธอไม่ได้สนใจที่จะอ่านมันอีก
ตอนนี้ในหัวเธอเอาแต่คิดว่า ตัวเองควรจะไปงานเลี้ยงรุ่นดีหรือเปล่า ในใจเธอรู้ดีว่าหากเธอไป ครั้งนี้เธอจะต้องเจอเขา และเธอคงไม่มีข้ออ้างที่จะหนีได้อีก หรือว่ามันถึงเวลาที่เราสองคนจะต้องเจอหน้ากันแล้ว