ตอนที่1
คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงตระหง่านเขาใหญ่เขตตำบลหมูสี อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา มีบ้านหลังเล็กหลังใหญ่กระจัดกระจายอยู่เชิงเขาและรอบคฤหาสน์กลังใหญ่ซึ่งเจ้าของภูเขาทั้งลูกปลูกผักผลไม้รายรอบเหมือนเป็นรีสอร์ทมีผลไม้หลากหลายชนิดผลิดอกออกผลให้เจ้าของรับประทานตลอดทั้งปี และแอสตัน นีลล์ เจ้าของไม่ได้ปลูกไว้ขายแต่ปลูกไว้กินเผื่อแผ่ญาติพี่น้องมาเยี่ยมและเก็บให้เป็นของฝากกลับบ้านด้วย และเจ้าของเป็นทายาทอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกาที่แต่งงานกับกุลจิรา อภิรมย์รังสรรค์ ภรรยาสาวชาวไทยมีลูกชายด้วยกันสองคนที่สืบทอดธุรกิจของเขาที่สร้างมากับมือและไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวที่อเมริกาเพราะที่นั่นพี่น้องของเขาเป็นคนดูแลและเขาก็รับผลประโยชน์ตามที่ควรได้แม้จะน้อยกว่าพี่น้องแต่เขาก็พอจึงลงหลักปักฐานทำธุรกิจที่เมืองไทยกับภรรยาที่เป็นลูกสาวนักการทูตชื่อดังแต่ถูกตัดออกจากตระกูลและกองมรดกเพราะเลือกแต่งงานกับเขาแทนผู้ชายที่พ่อแม่หาให้ แต่เขาสามารถเลี้ยงลูกเมียได้และเพิ่งจะดีกับพ่อตาแม่ยายได้ตอนลูกชายคนโตเรียนจบกลับบมาและช่วยกอบกู้ธุรกิจที่น้องชายน้องสาวของภรรยาทำจนเกือบจะเจ้งแต่เขาไม่ได้สนใจจะมีแต่ภรรยาดีใจที่พ่อแม่หายโกรธและยอมรับหลังจากรอคอยให้พ่อแม่ให้อภัยมานานกว่ายี่สิบปี
“กริ้งงๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่พ่อแม่ลูกนั่งดื่มกาแฟคุยกันที่ชายเรือนนั่งเล่นกินลมชมวิวธรรมชาติเขาใหญ่อย่างมีความสุขแล้วคนเป็ลูกก็ชูโทรศัพท์ของตัวเองให้พ่อแม่ดูว่าเป็นของเขา
“ครับคุณตา” เสียงห้าวรับสายของตาที่โทรมาหาเขาและไม่รู้ว่าท่านมีเรื่องอะไรก่อนจะชำเลืองมองพ่อที่แบะปากใส่ขำๆ
“ธารณ์ว่างมั้ยลูก พอดียายของธารณ์จัดงานเลี้ยงที่บ้านตาอยากให้ธารณ์มาร่วมงานน่ะจะได้แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของตากับยายนะลูก” นายลิขิตอดีตเอกอัครราชทูตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงต่างประเทศซึ่งมีผู้คนนับหน้าถือตาเพราะตระกูลของเขารับราชการและเป็นเอกอัครราชทูตมาทุกรุ่นจนมาถึงรุ่นแม่ของเขาที่มีพี่ชายคนโตเจริญรอยตามบรรพบุรุษยกเว้นแม่ของเขาที่แหกคอกมารักกับพ่อไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อแม่จับคู่ให้และเขาเองก็คงไม่พ้นเหมือนแม่เพราะทุกครั้งที่ตายายจัดงานเลี้ยงก็จะต้องเชิญเพื่อนๆและลูกหลานของเพื่อนมาร่วมงานเพื่อจะจับคู่ให้หลานๆ
“ผมไม่ว่างครับคุณตา พอดีผมมาหาพ่อแม่ที่เขาใหญ่ครับ” ชายหนุ่มตอบตาเพราะพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของพ่อและเขากับน้องชายจึงมาอวยพรให้พ่อเหมือนทุกปี
“ก็แค่งานวันเกิด แต่งานนี้ยายของธารณ์จัดขึ้นเพื่อต้อนรับเพื่อนที่มาจากญี่ปุ่นนะลูก ตาอยากให้ธารณ์กับแม่มาร่วมงานด้วย” นายลิขิตรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของลูกเขยแต่ว่าเพื่อนนักการทูตรุ่นน้องของท่านมาจากญี่ปุ่นพอดีก็อยากให้หลานชายเจอลูกสาวของเพื่อนรุ่นน้องเผื่อจะถูกตาต้องใจกัน
“แม่คงไม่ว่างเหมือนกันครับ พรุ่งนี้เราจะไปทำบุญวันเกิดของพ่อที่วัดและจะไปบริจาคของให้เด็กๆที่โรงเรียนใกล้บ้านด้วยครับ” เขารู้ว่าตาไม่ชอบพ่อเพราะพ่อหัวแข็งไม่อ่อนข้อให้ตาและแม่ยอมถูกตัดออกจากตระกูลเพื่อพ่อก็ยิ่งทำให้ตาเกลียดพ่อของเขาและไม่อนุญาติให้ไปหาที่บ้านจะมีแต่เขากับน้องชายและแม่เท่านั้นที่ท่านอนุญาติให้เข้าบ้านท่านและพ่อของเขาก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเพราะรู้ตัวว่าผิดที่ทำให้พ่อแม่ลูกมีปัญหากัน แต่ตากับยายกลับยอมรับเงินช่วยเหลือจากแม่ของเขาและเงินนั้นก็เป็นเงินของพ่อเพราะตอนนี้ตากับยายก็มีแต่เปลือกเพราะถูกลูกหลานช่วยกันผลาญจนเหลือแค่บ้านหลังใหญ่ที่อยู่นะปัจจุบันและรับเงินเดือนจากเขากับแม่
“ถ้าธารณ์ไม่มาก็โอนเงินมาให้ตาสักห้าแสนได้มั้ยลูก เพราะงานนี้ตาไม่จัดก็ไม่ได้ไม่งั้นได้อายผู้คนในสังคมแน่ๆ แล้วพ่อของธารณ์ยังเอาไปบริจาคได้แค่ให้ตาสักสี่ห้าแสนขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอกมั้ง” นายลิขิตพูดกับหลานชายเหมือนทุกครั้งหากเขาทำอะไรต้องใช้เงินเยอะก็จะขอลูกสาวหรือไม่ก็ขอหลานชาย
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้นะครับ” ชายหนุ่มขำตาแม้ปากจะบอกว่าเกลียดพ่อของเขาแต่กลับรับเงินจากพ่อของเขา
“ขอบใจมากลูก งั้นแค่นี้นะ” เมื่อได้เงินสมใจแล้วนายลิขิตก็วางสายจากหลานชาย
“รอบนี้โดนไปเท่าไหร่ล่ะเจ้าลูกชาย” แอสตันหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกาเกิดและโตที่แอลเอถามลูกชายยิ้มๆเพราะได้ยินชื่อพ่อตาเมื่อไหร่ก็ต้องเสียเงินทุกทีและแต่ละครั้งก็หลักแสนซึ่งเขาไม่ได้เสียดายเลยเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้ภรรยาต้องถูกพ่อแม่ตัดพ่อตัดลูกมากว่ายี่สิบห้าปี
“ห้าแสนครับ เห็นว่าจัดงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนมาจากญี่ปุ่นครับ” ธารณ์ เฟรดดี้ นีลล์ หนุ่มลูกครึ่งไทยเอมริกาหน้าตาหล่อเหลาคมเข้มรูปร่างแข็งแกร่งเพอร์เฟคตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไร้ที่ติไม่ว่าจะไปไหนสาวๆก็มองเหลียวหลังแต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษแต่ก็มีสาวสวยเข้าหาตลอดทำให้เตียงเขาไม่ว่างเว้นจากกิจกรรมในร่ม
“เดี๋ยวแม่โอนไปให้คุณตาเองลูก” คุณกุลจิราพูดกับลูกชายเพราะเธอมีเงินส่วนตัวมากพอที่จะดูแลพ่อแม่ตอนแก่ได้สบายและมันก็มาจากสามีนั่นแหละ
“ไม่เป็นไรครับแม่ เดี๋ยวผมโอนให้คุณตาเองครับ”
“ฮันนี่โอนให้พ่อตาสักล้านนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมเอาไปเลี้ยงคนอื่นได้แต่เลี้ยงพ่อตาแม่ยายไม่ได้อีก” แอสตันก็รู้ทันพ่อตาถึงแม้จะไม่ได้ยินแต่เขาคิดว่าพ่อตาต้องพูดกระแนะหระแหนเขาแน่นอน
“แด๊ดได้ยินคุณตาพูดเหรอครับ”
“เดาเอาลูก”
“แม่นยังกับคุยกับคุณตาเลยครับ ฮ่าๆๆ..” ธารณ์พูดแล้วหัวเราะขำพ่อกับตาเมื่อก่อนเขาอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงต้องถูกตาตัดออกจากตระกูลและตัดพ่อตัดแม่แต่พอได้ยินพ่อแม่เล่าให้ฟังเขาก็เข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจคือตาของเขา ทั้งที่พ่อแม่รักกันแต่ทำไมถึงต้องห้ามเพราะพ่อก็มีหน้ามีตามีฐานะในสังคมไม่ด้อยไปกว่าใครและยังเหนือกว่าผู้ชายที่ตาจับคู่ให้แม่อีก
“เดาแม่นขนาดนี้แม่ว่าแด๊ดของลูกไปเป็นหมอดูดีกว่าจ้ะ” คุณกุลจิราพูดกับลูกชายแล้วมองสามีอย่างหมั่นไส้เพราะแบบนี้ไงพ่อแม่ของเธอถึงไม่ชอบเขา ตอนแรกที่คบกันเขาไม่ได้บอกว่าเป็นลูกชายของมหาเศรษฐีเพราะเขาทำตัวเหมือนฝรั่งแบคแพคทั่วไปและเธอก็ไม่ได้สนใจฐานะของเขาแต่เธอชอบเขาและรักเขาเพราะเขานิสัยดีน่ารักจริงใจชอบก็บอกว่าชอบรักก็บอกว่ารักและทำให้เธอเห็นมาตลอดว่าเขามีเธอคนเดียวจึงทำให้เธอกล้าขัดใจพ่อแม่เพื่อความสุขของตัวเอง และไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รักเขาถึงแม้จะมีหน้าที่การงานดีอนาคตได้เป็นท่านทูตแต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบทำให้เธอถูกพ่อแม่ตัดออกจากตระกูลตัดขาดความเป็นพ่อแม่ลูกและตัดออกจากกองมารดกที่ตอนนี้กลวงโบ๋ไม่เหลืออะไรแล้ว แม้จะเสียใจแต่เธอก็คิดว่าตัวเองเลือกสามีไม่ผิดเพราะแอสตันดูแลเธอกับลูกๆเป็นอย่างดีมาตลอด และถ้าพ่อแม่ของเธอไม่หมดตัวก็คงไม่ยอมรับเธอกับลูกชายและตอนนี้ก็ยังไม่ยอมรับสามีของเธอ
“เป็นสามีคุณกุลดีกว่าครับ” แอสตันพูดหยอกภรรยาสุดที่รักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากว่าสามสิบปีและตอนนี้ลูกชายคนโตก็อายุ32ปีและยังไม่มีแฟนและไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษนอกจากเพื่อนกินเพื่อนนอนเพื่อนเที่ยวเท่านั้นส่วนพ่อตาก็พาลูกหลานของเพื่อนมาแนะนำให้ลูกชายทั้งสองรู้จักบ่อยๆ
“คุยอะไรกันอยู่ครับแม่แด๊ด” เธียร์หนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อไม่แพ้พี่ชายแต่เขาได้ยีนส์พ่อมาเยอะกว่าพี่ชายที่ได้ยีนส์แม่มามากจึงหล่อคมหนุ่มฝรั่งไม่ได้หล่อคมเข้มเหมือนหนุ่มลูกครึ่งเหมือนพี่ชาย
“แด๊ดของเธียร์กำลังนินทาคุณตาอยู่น่ะลูก” คุณกุลจิราพูดแล้วค้อนสามีแต่เขาแค่พูดถึงสนุกสนานเท่านั้น
“ใครว่าผมนินทาพ่อตาครับฮันนี่ ผมแต่พูดถึงด้วยความเคารพต่างหากครับ หึหึๆๆ..” แอสตันตอบภรรยาแล้วโอบไหล่เธอไว้อย่างออดอ้อนอย่างไม่แคร์สายตาหมั่นไส้ของลูกชายทั้งสอง
“แด๊ดแก่แล้วนะครับ ผมไม่อยากมีน้องหลงมาให้เลี้ยงนะครับ” เธียร์แซวพ่อกับแม่ที่หวานกันตลอดเวลาและพ่อของเขารักและตามใจแม่มาก ส่วนแม่ก็รักและตามใจพ่อมากเช่นกันและเขาเห็นมาตั้งแต่จำความได้ว่าพวกท่านแทบจะไม่ทะเลาะกันหรือว่าพวกท่านทะเลาะกันแต่ไม่ให้พวกเขาเห็นก็ไม่รู้เหมือนกัน
“แด๊ดของเธียร์ไม่มีน้ำยาแล้วลูก ไม่งั้นธารณ์กับเธียร์ก็มีน้องๆเป็นทีมฟุตบอลแล้วลูก” คุณกุลจิราพูดแล้วยิ้มขำสามี
“ฮันนี่พูดแบบนี้ผมว่าเราเข้าไปคุยกันในห้องดีกว่ามั้ยหึ..”
“เบื่อคนขี้โม้จริงๆ ไปว่ายน้ำกันมั้ยพี่ธารณ์” เธียร์พูดอย่างหมั่นไส้พ่อแม่ที่สวีทหวานกันตลอดเวลา
“ไปสิ ได้ออกกำลังกายสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” ธารณ์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปกับน้องชายปล่อยให้พ่อแม่สวีทกัน
“ว่าไงฮันนี่ จะคุยกันที่นี่หรือในห้องดีครับ”
“ใครจะบ้าจี้ไปกับคุณคะที่รัก ฉันไปดูในครัวดีกว่าว่ามีอะไรให้ลูกทานบ้าง เดี๋ยวจะได้ให้แม่บ้านไปจ่ายตลาดด้วย” คุณกุลจิราพูดกับสามีเพราะพรุ่งนี้เธอสั่งอาหารจากร้านอาหารชื่อดังของอำเภอปากช่องไปเลี้ยงเพลที่วัดพร้อมกับถวายสังฆทานเท่าอายุของสามีและแจกทุนการศึกษาให้เด็กๆที่โรงเรียนใกล้บ้านและเลี้ยงอาหารกลางวันด้วย
“งั้นผมไปดูหุ้นสักหน่อยไม่รู้ว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว” แอสตันก็เดินแยกจากภรรยาไปที่ห้องทำงานของเขาที่มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามจากมุมสูงเพราะบ้านของเขาตั้งอยู่บนยอดเขานั่นเอง และเขาก็โชคดีที่มีภรรยาทั้งสวยน่ารักขยันเป็นแม่บ้านแม่เรือนเป็นเพื่อนคู่คิดและยังมีลูกชายให้เขาอีกสองคนซึ่งไม่มีอะไรจะทำให้เขามีความสุขไปมากกว่าครอบครัวอีกแล้ว
สองพี่น้องเดินไปทีสระว่ายน้ำลอยฟ้าของพ่อที่ออกแบบให้เหมือนกับว่ายน้ำอยู่ในท้องฟ้าและกลางคืนก็นอนดูดาวอย่างใกล้ชิดซึ่งเพื่อนๆของเขาชอบที่นี่มากและว่างเมื่อไหร่ก็ยกพวกมาพักผ่อนตลอด
“ตู้ดดๆๆ..”
“ว่าไงวะจอร์แดน”
“ทัวร์ลงน่ะสิ ตอนนี้เมียกูจะคลอดด้วยก็เลยข้ามมาอยู่บ้านพ่อตารอคลอด มึงว่างหรือเปล่าช่วยมาดูงานให้กูหน่อยสิ” จอร์แดนหนุ่มหล่อลูกครึ่งลาวอเมริกาอาศัยอยู่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาวริมฝั่งแม่น้ำโขงตรง ข้ามอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หรือเรียกกันว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเป็นพื้นที่พรมแดนระหว่างสามประเทศคือไทย ลาว พม่าและเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำรวกกับแม่น้ำโขง
“ทัวร์จริงหรือทัวร์เล่นวะ” ธารณ์ถามเพื่อนขำๆและรู้ว่าช่วงปลายปีจะมีนักท่องเที่ยวบินมาเล่นการพนันมากมายซึ่งทางบริษัทท่องเที่ยวของนัทริกา ภรรยาของจอร์แดนเป็นคนรอรับทัวร์ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวและเล่นการพนันช้ามไปคาสิโนฝั่งลาว
“จริงสิวะ ตอนนี้กูอยู่แม่สายพอดีนัทอาการไม่ค่อยดีถ้ามึงว่างก็มาช่วยกูดูหน่อยสิ” จอร์แดนพูดกับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนคาสิโนและโรงแรมที่เขามาบุกเบิกพร้อมเพื่อนๆหลังเรียนจบเพราะแม่ของเขามีที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขงกว่าห้าร้อยไร่เขาจึงสร้างคาสิโนกับโรงแรมขึ้นเพราะเขาเห็นนักธุรกิจชาวจีนมาลงทุทำธุรกิจคาสิโนและธุรกิจมืดที่นี่และตาของเขาก็เป็นผู้มีอิทธิพลแถวนี้เขาจึงอาศัยบารมีของตาสร้างธุรกิจของตัวเองและห้าปีที่ผ่านมามันก็ทำเงินให้เขาปีหนึ่งหลายพันล้านและมีหุ้นส่วนสี่คนคือเขา ธารณ์ แอสตัน ลูกชายนักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกาแต่อยู่คนละรัฐกับพ่อของเขา เลปกร สุขมาลย์พิรมย์ ลูกชายนักการเมืองคนดังของเมืองปากน้ำโพ เขมนันท์ สัจจาพงระพี ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลแต่ไม่ใช่หมอเขาเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลและเป็นนักแข่งรถมืออาชีพและไม่ค่อยได้อยู่เองไทยจะตระเวรแข่งรถไปตามสนามต่างๆทั่วโลกและอยู่อันดับห้าของโลกและคนที่จะมาดูแลงานแทนเขาได้ก็มีแค่ธาร์ณ์กับเลปกร ส่วนพงษ์พิชย์กับกันดิศเพื่อนอีกสองคนไม่ยุ่งเพราะคนหนึ่งเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่อีกคนเป็นนักธุระกิจนำเข้ารถยนต์หรูจากยุโรปและญี่ปุ่น