ตอนที่ 1 จระเข้โฉมงาม
ตอนที่ 1 จระเข้โฉมงาม
ณ เมืองบาดาลใต้หนองน้ำเมืองพิจิตร มีสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์หรือกุมภีล์อาศัยอยู่มากมาย ทว่าหาเป็นจระเข้เดรัจฉานไร้สติปัญญาไม่ พวกเขาต่างมีความรู้สึกนึกคิดดังมนุษย์ถูกปกครองด้วยราชวงศ์จระเข้มิต่างจากบนบกแม้แต่น้อย
ปัจจุบัน ‘ท้าวรำไพ’ เป็นจระเข้ผู้ปกครองเมืองบาดาลแห่งนี้โดยมีรัชทายาทเป็นบุตรชายนาม ‘ท้าวโคจร’
ชื่อเสียงของรัชทายาทภายในเมืองบาดาลนั่นขึ้นชื่อว่าเป็นจระเข้แสนงาม พูดน้อย รอยยิ้มอ่อนหวาน บอบบางน่าทะนุถนอม เป็นที่หมายตาของจระเข้น้อยใหญ่ทั่วทั้งเมือง
“ท้าวโคจรยังคงงดงามเช่นเคย พวกเจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่”
“นั่นสิ แค่เห็นพวกข้าก็เหมือนอยู่บนสรวงสวรรค์แล้ว มีนางฟ้ามาเดินอวดโฉมให้ดูอยู่ทุกวัน”
ท้าวโคจรต่างเป็นที่หลงใหลต่อเหล่าทหารจระเข้ ไม่เพียงน้ำใจงามแต่ยังหน้าตาสะสวยยิ่งกว่าจระเข้เพศเมีย จะไม่ให้จระเข้บ่าวเพศผู้แอบวาดฝันได้อย่างไร
“เฮ้อ ถ้าข้าได้สมสู่กับเขาสักครั้งคงจะเป็นบุญกาย”
“อย่าพูดดังไปเชียว หากมีคนอื่นมาได้ยินเดี๋ยวพวกเราจะหัวขาดเอา”
ทหารจระเข้รีบสั่งให้เพื่อนรักปิดปาก เพราะกลัวว่าถ้าท้าวรำไพบังเอิญได้ยินวาจาจาบจ้วงของพวกเขาเข้าจะโดนลงโทษหนักเป็นแน่ ทว่าเสียงอ่อนนุ่มแสนคุ้นเคยที่กล่าวทักทายอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยกลับทำให้เหล่าจระเข้หนุ่มขนลุกเกรียว
“คุยอะไรกันอยู่หรือ ดูน่าสนุกเชียว”
“มะ ไม่มีอะไรขอรับท้าวโคจร” ชายหนุ่มตอบเสียงสั่นเทา ในใจสั่นระรัวกลัวว่าท่านท้าวจะได้ยินสิ่งที่ตนเองพูดเข้า
“งั้นรึ”
ร่างบางส่งยิ้มหวานให้ทหารจระเข้ก่อนจะเดินจากไป การปรากฏตัวราวกับภูตผีของท้าวโคจรสร้างความตื่นตระหนกให้นายทหารยิ่ง แต่เมื่อได้รับรอยยิ้มหวานล้ำของอีกฝ่ายทหารผู้น้อยก็ถึงกับโล่งอก เพราะคิดว่าตนเองรอดจากสถานการณ์การเป็นตายของชีวิตมาได้แล้ว
“เกือบหัวขาดแล้วไหมเล่าไอ้ห่า”
“ใครจะไปรู้ว่าเขาจะผ่านมาพอดีเล่า!”
สองจระเข้ทหารต่างโบ้ยความผิดใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ดีมากแค่ไหนแล้วที่พวกเขาไม่หัวขาดตั้งแต่เยาว์วัย หากท้าวโคจรได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดละก็ คงไม่แคล้วกลายเป็นซากจระเข้ถูกประหารหลังวังแน่
แต่พวกเขาหารู้ไม่ ว่าทุกประโยคที่สองจระเข้คุยกัน ท้าวโคจรได้ยินทุกอย่างมาตั้งแต่แรกแล้ว
กับทหารงั้นหรือ ก็ไม่เลว
ท้าวโคจรฮึมฮัมจากไปอย่างอารมณ์ดี ทั้งยังเก็บคำพูดของจระเข้ปากพล่อยกลับไปจินตนาการอีกด้วย
อ่าใช่แล้ว ความจริงข้ามิได้เป็นอย่างที่พวกประชาชนจระเข้ร่ำลือหรอก พวกเขาต่างคิดไปเองและถูกฉากหน้าของข้าลวงหลอกทั้งนั้น
กิจกรรมบนเตียงกับสาวน้อยในวังก็ต่างผ่านมือข้ามาแล้วเกือบทุกราย จะมีเพียงบางคนเท่านั้นที่ข้าเห็นเป็นเพื่อน จึงยังพอพูดได้ว่ามิได้ร่านสวาทถึงเพียงนั้น
“อ๊ะ ท่าน อื้อ โคจร เจ้าคะ”
“อ่า”
ท้าวโคจรคนงามเกี่ยวปอยผมที่หลุดรุ่ยออกมาไว้ข้างใบหู จ้องมองบ่าวรับใช้สาวตัวน้อยร้องครางกระสันใต้ร่าง ในใจนึกสงสัย การถูกสอดใส่เข้าไปด้านในเสียวซ่านถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“อื้อ ท้าวโคจร อ๊ะ ข้าจะเสร็จแล้ว”
โคจรได้ยินดังนั้นจึงปล่อยความสงสัยไป แล้วเพ่งสมาธิไว้ที่การสอดใส่และบำเรอกามหญิงสาว แรงตอดรัดจากช่วงล่างทำให้จระเข้หนุ่มนิ่วหน้าและถอดถอนแก่นกายออกมาก่อนที่จะเสร็จสมภายในตัวร่างบาง
“พิกุลข้ามีเรื่องจะถาม”
“อะไรหรือเจ้าคะ”
บ่าวรับใช้สาวผู้โชคดีเอียงคอถามท้าวโคจรด้วยความสงสัย
“การถูกสอดใส่เข้าไป เสียวซ่านปานนั้นเชียวหรือ”
พิกุลได้ยินก็ใบหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าหลบสายตาเอ่ยปากตอบเสียงเบา
“เจ้าค่ะ”
คำตอบของพิกุลสร้างความสงสัยใจในจระเข้โฉมงามยิ่งกว่าเก่า อยากรู้อยากลองเต็มทนแต่กลับมิกล้าทดสอบกับคนใกล้ตัว เพราะกลัวว่าบิดาจะรับรู้
หากท้าวรำไพทราบว่าบุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของตนสมสู่กับทหารในวังซ้ำยังเป็นเพียงทหารผู้น้อยต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่ ท้าวโคจรจึงได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้ในใจตลอดมา
ทว่าวันหนึ่งท้าวโคจรก็ได้โอกาสในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เมื่อเมืองบาดาลข้างเคียงบังเอิญขอเข้าเฝ้าบิดาของตนพอดิบพอดี รูปโฉมของเจ้าเมืองบาดาลหล่อเหลายิ่ง ทั้งยังมีเสน่ห์อย่างประหลาดปลุกให้เกิดความต้องการส่วนลึกภายในออกมา
“พวกเจ้าต้องการพบข้ามีอะไรหรือ”
“ข้าเพียงอยากสานสัมพันธ์ระหว่างสองเมืองเท่านั้น ท้าวรำไพโปรดรับเอาไว้ด้วย”
จระเข้หนุ่มนาม ‘ท้าวแสนตา’ ผู้เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองบาดาลหนองน้ำข้างเคียงมอบของวิเศษสานสัมพันธ์กับท้าวรำไพ แต่สายตาแอบเหลือบมองบุตรชายของอีกฝ่ายเป็นระยะ
ทางฝั่งท้าวโคจรก็ลอบเลียริมฝีปาก สบสายตากับพญาจระเข้ผู้น้องนาม ‘พญาพันวัง’ แล้วยกยิ้มขึ้น
ใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ รูปร่างกำยำน่าลิ้มลองและข่าวลือเรื่องความเชี่ยวชาญด้านทักษะบนเตียงทำให้ท้าวโคจรสนใจ
เอาคนนี้แหละ
จระเข้โฉมงามตัดสินใจแล้วว่าพญาพันวังจะเป็นชายหนุ่มคนแรกที่ได้พรหมจรรย์ของตนเองไป
กลางดึกคืนนั้นเองท้าวโคจรจึงสวมใส่ชุดนอนแสนโปร่งบางและแต่งแต้มน้ำหอมรัญจวนเสน่ห์ไว้ที่ซอกคอขาว เตรียมตัวเตรียมกายเป็นอย่างดี ส่องกระจกบิดตัวไปมาสำรวจรูปร่างแสนวิเศษของตนแล้วกระตุกยิ้ม
หวังว่าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังหนาพันวัง
ท้าวโคจรลอบไปที่ห้องรับรองแขกโดยที่ไม่มีใครรู้ เหลือบซ้ายแลขวาออกจากห้องมุ่งตรงไปยังจุดหมาย
ก๊อก ๆ ๆ
จระเข้หนุ่มจากเมืองข้างเคียงแสยะยิ้มเดินตรงไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับโฉมงามที่ตนคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าต้องมา ชายหนุ่มกล่าวคำทักทายจากนั้นก็ผายมือให้ท้าวโคจรเข้ามาในห้องนอนอย่างอารมณ์ดี
“ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องมา”
“หึ ส่งสายตาหาข้าถึงเพียงนั้นคิดว่าข้ามิรู้หรือ” โฉมงามเลิกคิ้วแล้วนั่งลงบนเตียงนอนอีกฝ่ายราวกับเป็นห้องของตนเอง นั่งไขว้ห้างเผยให้เห็นเรียวขาขาวน่าสัมผัส
“ที่แท้บุตรชายของท้าวรำไพก็ร่านถึงเพียงนี้”
ท้าวโคจรได้ยินก็ยกยิ้มก่อนจะเชยคางพญาพันวังเข้ามาใกล้ ประทับริมฝีปากนุ่มลงไปบนแก้มจระเข้หนุ่มบางเบา
“เจ้าเพิ่งรู้หรือพันวัง”
“ข้ารู้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ท้องพระโรงแล้วโคจร”
ข้าเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ
จระเข้โฉมงามแสยะยิ้มกว้างยามโดนพญาพันวังผลักลงไปบนเตียงนอนนุ่มฉกชิมริมฝีปากบางอย่างหื่นกระหาย
ท้าวโคจรเพิ่งเคยจุมพิตกับจระเข้เพศชายผู้เก่งกาจเรื่องบนเตียงเป็นครั้งแรก รสสัมผัสของมันดิบเถื่อนและหยาบกระด้างกว่าคราวกับหญิงสาวยิ่งนัก ความรู้สึกแปลกใหม่ที่แสนเร่าร้อนทำให้จิตใจร่างบางเริงร่าราวกับผีเสื้อตัวน้อยบินเล่นในป่าใหญ่ตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี
ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงทิ้งเสื้อผ้าออกจากร่างจนมิมีสิ่งใดขวางกั้น ร่างกายโฉมงามเปลือยเปล่าต่อหน้าพญาพันวังอย่างยั่วยวน โอบรอบคอจระเข้หนุ่มให้เข้ามาบำเรอกามตนเองดังโสเภณีชาย
เสียงกระแทกกระทั้นแก่นกายในรูสวาททำให้บรรยากาศในห้องร้อนแรงจนแทบมอดไหม้ ร่างกายท้าวโคจรเต็มไปด้วยร่องรอยการขบกัดแสดงความเป็นเจ้าของ รสชาติการเป็นผู้รับมันดีเช่นนี้นี่เอง
“อ้า พันวัง”
“เจ้ามันร่าน”
คำพูดต่อว่าของจระเข้หนุ่มทำให้จิตใจด้านมืดของโฉมงามเปิดออก ยิ่งถูกต่อว่าให้ตกต่ำมากเพียงใด เขายิ่งเสียวซ่านจนช่องทางด้านหลังตอดรัดมากขึ้น
เสียวเป็นบ้า
พญาพันวังมองหน้าโฉมงามดวงตาเหลือกลอย ร่างกายบิดเร้าอยู่ใต้ร่างยิ่งมีความต้องการทางเพศเพิ่มมากขึ้น แก่นกายใหญ่ชูชันยิ่งกว่าทุกครั้งที่เคยสมสู่มา
ยิ่งเขากระแทกแรงโฉมงามใต้ร่างยิ่งจิกเล็บบนแผ่นหลังเขาลึกขึ้นจนเลือดซึม
“เจ้านี่มันร้ายเสียจริง”
“อ๊ะ เจ้าก็พูดไป อื้อ”
ทั้งสองบรรเลงเพลงสวาทบนเตียงราวหนึ่งชั่วยามก่อนจะได้ยินเสียงเปิดประตูออกเบา ๆ บุคคลผู้มาใหม่ทักน้องชายสายเลือดเดียวกันราวกับว่าภาพตรงหน้ามิใช่การกระทำบัดสีบัดเถลิง แต่เป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้ว
“เล่นเสียวไม่เรียกพี่ชายเลยหนา พันวัง”
“ก็ท่านมาช้าเอง ซี๊ด รัดแน่นเกินไปแล้วโฉมงาม”
“ท่านเรียกเขามาหรือ อ๊ะ”
“ใช่ แค่คนเดียวคงไม่ถึงใจคนงามอย่างเจ้ากระมั้งโคจร”
พญาพันวังแสยะยิ้มร้าย หวังจะได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของโฉมงามใต้ร่าง แต่ท้าวโคจรผู้ติดอยู่ในวังวนความต้องการกลับหัวเราะร่าและเอ่ยปากเชิญชวนผู้พี่ให้เข้ามาร่วมวงด้วยอีกคน
“ดี! ข้าก็อยากลองแบบสามคนมานานแล้ว มาสิท้าวแสนตา ปากข้ายังว่าง”
ท้าวโคจรแลบลิ้นส่งสายตายั่วยวนให้ผู้พี่ ลืมไปเสียด้วยซ้ำว่านี่เพิ่งเป็นครั้งแรกของตน
อยากรู้จริงเชียวหากได้ลองทำสามคนแบบที่เคยอ่านในหนังสือประโลมโลกจะเป็นเยี่ยงไร เสียวซ่านจนแทบขึ้นสวรรค์จริงหรือเปล่า
เพียงแค่จินตนาการท้าวโคจรก็ตัวสั่น ความต้องการมากล้น
“ที่แท้เจ้าก็ร่านถึงเพียงนี้ บิดาเจ้ารู้หรือไม่”
“ถ้ารู้ข้าจะมาทอดร่างใต้ตัวเจ้าเช่นนี้หรือ ถามโง่ ๆ อื้อ!”
ท้าวโคจรถูกท้าวแสนตายัดแก่นกายใหญ่เข้ามาในปาก กระแทกแท่งร้อนเข้าไปในลำคอจนมิดด้ามไม่สนใจว่าคนใต้ร่างจะเป็นเยี่ยงไร
“อ่า กินเข้าไปให้หมดเสีย อย่าให้เหลือเล่า”
สองพี่น้องจระเข้เคี่ยวกรำโฉมงามจนแทบหมดสติ แต่การสมสู่ครั้งแรกกับผู้มีฝีมือกลับทำให้ท้าวโคจรติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น
ยามกลับไปทำกับสาวน้อยภายในวัง ความต้องการส่วนลึกกลับไม่เหมือนเดิม
เขาไม่เสร็จและไม่เสียวซ่านดังที่เคยเป็นมา เขาต้องการแก่นกายใหญ่มากระแทกรูรักเสียมากกว่าการกระแทกลงไปในกลีบดอกแรกแย้มเช่นนี้
ตลอดเวลาที่สองพี่น้องจระเข้เที่ยวพักผ่อนในเมืองบาดาล ท้าวโคจรก็จะคอยแวะเวียนมาโดยตลอด พยายามไม่ให้คนอื่นจับได้ว่าพวกเขาสามคนมีความสัมพันธ์เช่นไร
แต่ยิ่งท้าวโคจรได้เสพสมกับจระเข้ทั้งสองมากเท่าไร เขายิ่งอยากรู้ว่าหากลองไปทำกับคนอื่นบ้างจะให้ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกันหรือไม่จนกระทั่งความต้องการส่วนลึกเผยโฉมออกมา