บทนำ : จุดเริ่มต้นของความร้าวฉาน
... 🖌...
เทอมสุดท้ายก่อนเรียนจบ
บริเวณหน้าหอสมุดของมหาวิทยาลัย ร่างระเหิดระหงในชุดนักศึกษาเสื้อขาวกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่าเดินหอบหนังสือเต็มอ้อมแขนเพื่อเดินกลับหอพักด้านหลังมหาวิทยาลัย
“เอิง! เอิงรอด้วย! จะกลับแล้วเหรอ?”
หญิงสาวเจ้าของชื่อพลันหยุดเดินและหันกลับไปมองตามเสียงเรียก
“เอิงรอก่อน! เฮ้อ!! ตามหาซะทั่วมหา’ลัยเลย มาอยู่ที่นี่เอง”
ชายหนุ่มหน้ามนคนหล่อแห่งคณะบริหาร เดือนมหาวิทยาลัยผู้โด่งดังในหมู่สาวๆ ก้าวเท้าเร็วๆ เข้ามาหาหญิงสาวที่ตนร้องเรียก
“ไทด์! มีอะไรรึเปล่า ตามหาเราทำไม”
หญิงสาวเจ้าของชื่อ “เอิง” เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
เอิง หรือ อนิชา แก้วกุสุมา ดาวคณะศึกษาศาสตร์ และ ทินกร หรือ ไทด์ เจ้าของตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยผู้โด่งดัง ด้วยความหล่อรวยและเรียนเก่ง ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย
เขาและเธอเจอกันตั้งแต่งานประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยสมัยเข้าเรียนปีหนึ่ง
ทินกรแสดงออกชัดเจนว่าชอบพออนิชามาตั้งแต่แรก เพียงแต่หญิงสาววางเขาไว้ในสถานะเพื่อนเท่านั้น แม้จะถูกปฏิเสธเรื่อยมา แต่ทินกรก็ไม่เคยเลิกล้มความพยายามที่จะตามจีบเธอเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“ว่าจะชวนไปกินข้าวด้วยกัน อ๊ะๆ อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธนะ! ฟังก่อนๆ คือ เรามีข่าวสำคัญมานำเสนอให้เอิงด้วยนะ เรื่องทุนเรียนต่อปริญญาโทน่ะ แต่รายละเอียดมันเยอะ เพราะงั้นไปกินข้าวด้วยกันนะ ไม่ไกลหรอก อยู่ข้างๆ หอพักของเอิงนั่นแหละ ไปนะ”
ชายหนุ่มเอ่ยชวนเสียงอ่อนจนแทบจะกลายเป็นอ้อนวอน หญิงสาวยืนลังเลอยู่เพียงครู่ ยังไม่ทันที่จะได้ตัดสินใจอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังชายหนุ่มทันที
“จะไปไหนกันเหรอสองคนเนี่ย! ไม่ชวนกันเลยน๊าาาา” สาวสวยหน้าหมวยอินเตอร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหยอกเย้าติดทะเล้น
“แพม! เพิ่งเลิกเรียนเหรอ นึกว่ากลับบ้านไปแล้วซะอีก” อนิชาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงยินดี
แพม หรือ พัชรา สาวสวยคณะนิเทศศาสตร์ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของอนิชา ทั้งสองคบหากันมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม ทั้งที่พัชราและอนิชามีฐานะแตกต่างกันมาก
อนิชานั้นมาจากบ้านเด็กกำพร้า แต่พัชราเป็นลูกสาวคนเดียวของเถ้าแก่ร้านทอง
ทั้งสองพบกันครั้งแรกตอนเข้าเรียนมัธยมปีที่หนึ่ง เพราะความเรียนเก่งและมีน้ำใจของอนิชาทำให้คนที่เรียนอ่อนอย่างพัชราสอบผ่านได้ในทุกเทอม โดยแลกเปลี่ยนกับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่หยิบยื่นให้
แม้พัชราจะมีทุกอย่างเหนือกว่าอนิชาแทบทุกด้าน แต่เรื่องเรียนเก่งและการเป็นที่รักของผู้คน ต้องยอมรับว่าอนิชามีเหนือกว่าเธอมาก และนี่ก็เป็นเหมือนหนามตำใจที่ทำให้พัชราทั้งรักทั้งอิจฉาเพื่อนสาวคนนี้มาตลอด
“ก็ว่าจะกลับแล้วเหมือนกัน แต่พอดีอยากชวนเอิงไปหาอะไรกินกันก่อนกลับน่ะ”
ความจริงแล้วเธอไม่ได้รู้สึกหิวอะไรเลยสักนิด เพียงแต่บังเอิญได้ยินที่ทินกรเอ่ยชวนอนิชาจึงเกิดอยากร่วมวงด้วยก็เท่านั้น
…ก็โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับเดือนมหา’ลัย ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ ถ้าเธอไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทของอนิชา ก็คงไม่มีโอกาสได้สนิทชิดเชื้อกับทินกรแบบนี้!
“อ้อ! แพมก็อยากไปหาอะไรกินงั้นเหรอ อืม…งั้น พวกเราก็ไปพร้อมกันเลยสิ ดีไหมไทด์”
อนิชาหันไปถามเพื่อนชายด้วยรอยยิ้มบางๆ เหมือนอย่างเคย ขณะที่ทินกรก็ได้แต่ขานรับไปอย่างไม่มีทางเลือก แม้ในใจจะอยากไปกับอนิชาเพียงแค่สองคนก็ตาม
“อืม ก็ดีๆ แพมไปด้วยก็ดีเลย ไปหลายคนสนุกดีออก”
ชายหนุ่มเอ่ยเออออไปตามน้ำแม้จะรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ เขาเชื่อว่าอนิชาต้องหาทางปฏิเสธอีกตามเคย
หางตาคมตวัดมองใบหน้าขาวหมวยสวยจัดของพัชราแวบหนึ่งตามสัญชาตญาณ เขาพอจะรับรู้ความรู้สึกของเธออยู่บ้าง แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจอะไร
ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดีเด่อะไร! แค่ถือคติว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนใกล้ตัวของหญิงสาวที่เขาหมายปองเท่านั้น
“โอเค งั้นก็ไปกันเลยเถอะ! เลือกร้านใกล้ๆ หอของเอิงนะ” อนิชาเอ่ยรวบรัดก่อนจะเดินนำเพื่อนทั้งสองไป
หลังการรับประทานอาหารพร้อมคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ทำให้ทินกรไม่มีโอกาสได้พูดเรื่องสำคัญที่ตั้งใจจะมาคุยกับอนิชาเลย
ความจริงทุนที่เขาหามาให้เป็นทุนให้เปล่าจากมูลนิธิที่ครอบครัวของเขาสนับสนุนเงินบริจาคในทุกๆ ปี
เงื่อนไขของทุนก็คือเรียนดีกิจกรรมเด่นแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งอนิชามีครบอยู่แล้ว เขาเพียงใช้เส้นสายนิดหน่อยเพื่อให้ได้มาก็เท่านั้น
นอกจากเรื่องทุนเรียนต่อปริญญาโทที่เขาดั้นด้นไปหามานำเสนอให้อนิชาแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาตั้งใจจะขอคบกับอนิชาอีกครั้ง เพราะตั้งใจจะพาเธอไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยกัน และระหว่างนั้นก็สานสัมพันธ์แบบคู่รัก
เมื่อไปอยู่ต่างแดนไกลบ้าน บรรยากาศต่างๆ ก็น่าจะเป็นใจให้คนสองคนผูกพันกันได้ไม่ยาก นี่คือแผนคร่าวๆ ที่เขาตั้งใจเอาไว้
แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีจังหวะได้คุยกับอนิชาสักที เพราะพัชราแทบจะผูกขาดการสนทนาไว้แต่เพียงผู้เดียว
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จพัชราก็ขอติดรถทินกรกลับบ้านไปด้วย เพราะบ้านของเธออยู่ในทางผ่านบ้านของเขา โดยมีเพื่อนสาวอย่างอนิชาช่วยฝากฝังจนเขาปฏิเสธไม่ออก ทินกรจึงต้องไปส่งพัชราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นับจากวันนั้นก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลสอบปลายภาค ที่นักศึกษาทุกคนต่างก็เก็บตัวอ่านหนังสือสอบกันอย่างขะมักเขม้น ทั้งสามคนจึงแทบไม่มีเวลาได้เจอกัน
จนกระทั่งการสอบได้ผ่านพ้นไป คนทั้งสามจึงได้พบปะกันอีกครั้งในงานเลี้ยงส่งหลังจบการศึกษา