ตอนที่1 ขอคืนเดียวเท่านั้น
[ด่วน! ไม่มีเซ็กส์ เสี่ยงตายเร็ว]
"ตายๆๆ นี่มันผลวิจัยอะไรวะ!"
'เอพริล' เด็กสาววัยสิบเก้าอุทานอย่างฉุนเฉียวขณะวางมือถือลงบนโต๊ะมัดถุงน้ำปลาพริก เธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่นาน ในหัวก็พลันคิดไปร้อยแปดถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองโดยตรง
แน่ล่ะ เรื่องร้ายนี้มันส่งผลกระทบต่อเธอเต็มที่
เพราะเธอกลัวตาย อยากมีชีวิตอยู่ไปนานๆ ที่ไม่ใช่อายุสั้นเพราะไม่ได้เปิดซิง
อีกอย่าง มันดูน่าเกลียดเกินไปด้วยที่จะมาด่วนตายเร็วเพราะเรื่องพรรค์นั้น
ยิ่งหันมองไปทางขวาเจอแม่นั่งสับหมูโป๊กๆ ก็ยิ่งบันทอนจิตใจเข้าไปใหญ่
ก็คุณนายศรีสมรเขาใช้ร่างกายจนคุ้มแล้ว กว่าจะมีเธอเกิดมา พ่อคอเหล้าก็คงจับแม่เล่นจ้ำจี้กันเป็นว่าเล่นล่ะ
ส่วนพี่สาว...เอพริลก็เพิ่งแอบเห็นพี่ใช้ 'น้องสาว' ไปหมาดๆ เมื่อคืนก่อนตอนไปเที่ยวงานวัด
ไม่ได้อยากสอดรู้สอดเห็นหรอกนะ แต่ไอ้พี่เต้แฟนพี่สาวของเธอนั่นล่ะเล่นควงสวาทกันหลังบ้านเธอพอดี
ดีนะแม่ไม่ตื่นมาเห็น คงได้เห็นสากกระบือลอยกระแทกหัวไอ้พี่เต้ไปแล้ว
แต่ถึงกระนั้นเอพริลก็ยังขนลุกไม่หาย ใครจะไปคิดว่าการหิวกลางดึกอยากกินสลัดผักขึ้นมาจะทำเอาเธอถึงกับขนลุกขนพองรีบโยนแตงกวาทิ้ง
ก็จะไม่ยี้ได้ไง เมื่อไอ้จ้อนของพี่เต้มันใหญ่กว่าแตงกวามาหน่อยเดียวเอง
คิดแล้วก็ยังขนลุกไม่หาย ไม่รู้ว่าพี่สาวเธอจะร้องครางขนาดนั้นทำไมทั้งที่มัน...เล็กนิดเดียว
เอาเถอะ เรื่องชาวบ้านตัวเธอไม่อยากสนใจนักหรอก ในเมื่อมีเรื่องใหญ่หลวงรออยู่ตรงหน้าในโทรศัพท์มือถือนี่เอง
"เอาไงดีวะ อิลูกแม่ค้าอย่างฉันจะไปหาคนมาใช้อย่างไงดี หรือว่าควรเอา...แตงล้านดีวะ"
พูดไปเอพริลก็ชำเลืองมองแตงล้านขนาดยาวใหญ่ในมือพี่สาว ซึ่งกำลังถูกหั่นซอยอย่างสวยงาม
เอพริลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ของกินอย่างนั้นจะเอามาตำๆ บดๆ ในร่างกายเธอได้อย่างไร แม่รู้คงด่าตาย และคงบ่นไปทั้งชาติว่าเป็นถึงลูกแม่ค้าอาหารตามสั่งสุดจะโด่งดังในซอย 'หมาหงอย' จะเอาของกินมาทำเรื่องทุเรศบัดสีไม่ได้เด็ดขาด
"เฮ้อออ...แล้วจะทำยังไงล่ะ ไอ้วิจัยนี่ก็กวนใจเสียจริงวุ้ย"
แน่ล่ะ คนไม่อยากตายนี่นะ จะไม่เครียดอย่างไรไหว ถึงจะบอกว่าเป็นแค่ความเสี่ยงเท่านั้นใช่ว่าจะตายวันตายพุ่งเสียเมื่อไหร่มันก็จริงอยู่หรอก แต่ชีวิตคนเรามันเอาแน่เอานอนไม่ได้ไง และเธอเองยังมีเรื่องอยากทำมากมายไปจนถึงอายุแปดเก้าสิบนู่นล่ะ
เพราะฉะนั้นเพื่อความสบายใจเธอจะต้องรีบหาคนมาช่วยยืดอายุให้ได้เร็วไว
ต่อให้ใครจะหาว่าแรดร่านริอยากมีผัวแต่เด็กเธอก็ไม่สนใจหรอก เพราะนี่มันชีวิตเธอนี่ไม่ใช่ของคนอื่น
"นังพริลลูกค้าเข้าร้าน จดออเดอร์ด้วย"
เสียงแม่ตะโกนมาเล่นทำเอาคนกำลังคิดมากสะดุ้งตกใจ ก่อนจะถอนใจเฮือกหลังรู้ว่าลูกค้าที่ว่าเป็นใคร
"วันนี้เอาอะไร"
เธอถามเสียงห้วนๆ อย่างติดนิสัย เพราะไม่ค่อยอยากเสวนาด้วยกับผู้ชายตัวถึกที่ดูยังไงก็ไม่เหมาะมาขายพวงมาลัยข้างทาง
เรื่องขายพวงมาลัยไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่ขัดใจเลยคงเป็นความสะอาดของอีกฝ่าย ซึ่งมองมุมไหนก็หาความสะอาดไม่เจอ หน้าตามอมแมมราวกับไม่เคยแตะน้ำมาหลายวัน อีกทั้งหนวดเครายังรกรุงรังอีก มองกี่ทีก็ไม่เจริญหูเจริญตาเป็นบ้า
"มีไข่ดาวไหมจ๊ะหนู"
"มี แต่ยังไม่ได้ทอด"
"แล้วจะทอดไหม"
"ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์น่ะ"
เอพริลชอบตอบกวนเช่นนี้เสมอ แต่ดูคนฟังจะไม่สะทกสะท้านยังคงสั่งอาหารต่อไป
"งั้นเอาไข่สามฟองทอดรวมกันเลยนะราดข้าวจานนึงจ๊ะ"
เด็กสาวกลอกตามองบนทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดจบ มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะ ทั้งที่เพิ่งบอกไปเองว่าแล้วแต่อารมณ์ ตาลุงขายพวงมาลัยนี่ดันจะสั่งมาได้อีกนะ
"งั้นวันนี้คิดหกสิบ"
"เฮ้นังหนู คิดอะไรตั้งหกสิบ ไข่สามฟองราดข้าวมันสามสิบบาทเองนะ ตกเลขหรือเปล่านี่"
"ฉันสอบเลขได้อันดับหนึ่งของห้องจะมาตงมาตกได้ไง แต่ที่คิดนี่คือบวกเพิ่มค่าทอด"
"ห๊ะ? มีบวกเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อวานยังไม่มีเลย"
"ก็มีวันนี้ล่ะ จะเอาไหม"
เธอหน้าง้ำงอเป็นจวักทำเอาคนยืนตากแดดจ้องมองเขม็งก่อนจะพูดเสียงอ่อยๆ
"หกสิบก็หกสิบ เฮ้อ...กินไข่ทอดแค่นี้ต้องมาจ่ายแพง มันช่างไม่ยุติธรรมต่อคนหาเช้ากินค่ำเลย เบื่อจริงสังคมไร้น้ำใจนี่"
คำพูดลอยๆ ไปตามลมราวบ่นดินฟ้าอากาศเข้าหูคนฟังอย่างเอพริลอย่างจัง เธอมองค้อนลุงขายพวงมาลัย นึกอยากเดินหนี แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคุณนายศรีสมรคอยจับตาดูอยู่ หากหนนี้เธอเมินลูกค้าอีก คงได้ถูกเฉดหัวออกจากบ้านแน่
"นั่งรอตรงนู้นเลยนะ"
เพราะความโมโหจึงชี้นิ้วไปยังถนนฝั่งตรงข้าม ไม่วายบอกมาอีก
"ในร้านคนเต็ม นั่งตรงนู่นล่ะเดี๋ยวให้ไอ้ปินไปส่ง"
ไอ้ปินที่ว่าก็คือเด็กลูกจ้างผู้หญิงวัยใกล้เคียงกับเธอนั่นล่ะ รายนั้นชอบคุยเล่นกับตาลุงขายพวงมาลัย ไม่รู้ไปถูกคออะไรนักหนาคุยกันได้เป็นวรรคเป็นเวร แถมบางทีก็เดินหายกันไปเกือบชั่วโมง พอเธอจะตามไปดูก็จับไม่ได้สักที
จนสุดท้ายเลิกสนใจ เพราะคิดว่าคงจะจีบกันอยู่ล่ะมั่ง ก็ดี คนแบบเดียวกัน มักอยู่กันได้
สักพักเอพริลก็เรียกเด็กในร้านเอาจานข้าวไข่ดาวหอมฉุยไปให้ลุงขายพวงมาลัย เธอจับตามองคนทั้งคู่ ก่อนจะมีความคิดพิเรนทร์ขึ้น
"คู่นี้มันได้กันยังวะ"
ยิ่งเห็นลุงขายพวงมาลัยวัยสามสิบมีรอยยิ้มให้เด็กลูกจ้างร้านเธอแล้ว เอพริลถึงกับขนลุกขนพอง สายตาหวานฉ่ำแบบนั้นสาบานได้เลยตกคนอย่างเธอไม่ได้คนหนึ่งล่ะ
และต่อให้โลกเหลือตาลุงคนนี้คนเดียว เอพริลก็ไม่ขอเอาเขามาทำผัวแน่
ไม่มีวันเด็ดขาด!
เมื่อมีเวลาอยู่กับตัวเองตามลำพัง ใจลอยคิดไปถึงเรื่องที่กังวลได้ไม่ทันไร เสียงครืดๆ จากมือถือในกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นดังขึ้นเล่นทำเอาตกใจ
เอพริลดึงโทรศัพท์เครื่องหรูออกมาดู พอรู้ว่าเป็น 'ตาหวาน' เพื่อนชายใจเป็นสาวสุดซี้ก็รีบกดรับสายทันที
"อิหวานนน กูคิดถึงมึง"
เด็กสาวกรอกเสียงอ่อยลากยาวบ่งบอกแก่อีกฝ่ายว่าคิดถึงมาก แต่คนรับฟังนี่สิ
"อิหอย หยุดเลยมึงอย่ามาคิดถึงกู กูฟังเสียงนี้ของมึงทีไรงานงอกทุกที"
"โว๊ะ เกลียดจริงอิพวกรู้ทัน"
เอพริลจิปากอย่างหมันไส้คนปลายสาย หากตากลับเผลอไปมองถนนฝั่งตรงข้าม จากมองเฉยๆ ก็ต้องเขม้นมองจนหัวคิ้วจะผูกโบว์ได้
ไอ้ปินจัดโต๊ะเก้าอี้ไปให้ลุงเพชรนั่งเลยเหรอ
เอาจริงไม่ได้ใจร้ายเกินจนให้ลูกค้ายืนกินข้าว แต่ที่แปลกใจคือท่านั่งของฝ่ายนั้น
ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไปแถวนี้ เขานั่งไขว่ห้างสวยๆ ประหนึ่งนั่งกินอาหารในห้องภัตตาคารหรู หากตัดเรื่องความสกปรกออก เขาก็คงเป็นผู้ดีตีนแดงที่ไหนสักคนหนึ่งล่ะ
"นี่อิหอยมึงจะเงียบอีกนานไหมคะ"
"เออๆ ขอโทษๆ"
เอพริลรีบดึงความสนใจกลับมายังเพื่อน เรื่องคนอื่นมันจะอย่างไรไม่ใช่เรื่องตน เพราะปัญหาที่ตีกันอิรุงตุงรังในหัวมันมากจนจะบ้าได้อยู่แล้ว
นอกจากเหตุผลที่บอกว่ายังมีสิ่งต้องทำนู่นนี่ตอนแก่แล้ว เอพริลก็ยังอยากอยู่เป็นคุณนายเหมือนแม่ นั่งนับเงินใส่ทองเส้นใหญ่ แล้วนั่งมองดูร้านอาหารตามสั่งนี้ใหญ่โตไปเรื่อยๆ ก่อนส่งต่อถึงมือลูกหลาน
"มึงมีอะไรว่ามาดิ วันนี้ดูแปลกๆ นะ"
พรชัย หรือตาหวานในชื่อใหม่ที่อีกฝ่ายกระแดะตั้งขึ้นเองเอ่ยมาด้วยความใจอ่อน
"แต่ถ้ายืมเงินไม่ให้นะโว้ย กูต้องเก็บไว้เปย์เหล้าผู้ชาย"
"แรดว่ะ"
"โอ๊ยอินี่ สมัยนี้รอให้ผู้มาติดกลับคงเหี่ยวพอดี ต้องรุกเท่านั้นค่ะ เข้าใจไหมรุกเท่านั้นที่จะครองทุกสรรพสิ่ง เหมือนอย่างกูที่ชอบเป็นสายรุกมากกว่ารับน่ะ แม่งเอ้ยโคตรสนุกเลยว่ะที่ได้กระแทกผู้ชายอ่ะมึง"
พอเพื่อนพูดนำทางมาอย่างนั้น เอพริลเหมือนเห็นแสงสว่าง
นี่ล่ะ เธอหาทางรอดเจอแล้ว
"พากูไปร้านเหล้าพ่อมึงด้วยสิ"
"จะไปทำไม"
"ไปหาผัว"
"หาา!" ตาหวานเสียงแหลมขึ้นมาทันใด "เดี๋ยวๆ นะ เมื่อกี้มึงเพี้ยนหรือหูกูฝาดไปวะ หาผงหาผัวอะไรของมึง ที่นั่นมีผู้ชายให้มึงที่ไหน!"
"มีสิ"
"หื้ออ?!"
"เอาน่าพากูไปก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง"
"แต่ว่า..."
"โอเคตามนี้ล่ะ เดี๋ยวปิดร้านแล้วกูไปหา"
ไม่รั้งรอให้เพื่อนค้านมา เอพริลกดวางสายไปก่อนที่มันจะพล่ามด่าเธอไปอีกครึ่งชั่วโมง
หญิงสาวกำมือถือในมือแน่น ความหวังของเธอคงมีแค่ที่นั่น
เอาสิ แค่ครั้งเดียวก็พอ
คงไม่ผิดหรอกมั้งถ้าหนนี้เธอจะขอร้องให้เพื่อนมาเป็นผัวเฉพาะกิจ
ผัวแค่คืนเดียว
ไม่ผูกมัด ไม่ผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น!