หุ่นยนต์มีเลือดเนื้อ #2

940 คำ
ฟู่ววว... ควันสีเทาถูกพ่นออกจากกลีบปากหยัก ร่างสูงนั่งห้อยขาอยู่ที่ชั้นบนสุดของตึกกลางเมืองในยามราตรี มองดูไฟจากหน้ารถแล่นสวนกันไปมาบนท้องถนน เบื่อหน่ายกับทุกสิ่งและอยากพบเจอกับคำว่าอิสระที่แท้จริงสักครั้ง นัยน์ตาสีน้ำตาลมองตรงไปยังไกลโพ้นตรงสุดขอบฟ้าที่มืดมิดพร้อมเสียงพึมพำ...‘สบายดีมั้ย’ “ดึกแล้วนะคะ ไม่ง่วงเหรอ” “ออกไป!” “แต่คุณริว...” “จะเดินออกไปเองดีๆ หรือจะให้จับโยนลงไป” “ค่ะ” สาวสวยถูกแกะมือที่เธอสวมกอดเอวสอบ แม้จะเพิ่งกิจกรรมเรื่องบนเตียงลงไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้แต่เขาก็ทำเหมือนเธอเป็นขยะ เซ็กระหว่างเรามันก็ดีไม่ใช่หรือแต่เหตุใดเขาจึงเย็นชานัก เริ่มต้นด้วยดี ระหว่างทางก็ดีแต่จบลงด้วยสายตาเย็นชาที่พร้อมจะถีบเธอลงจากตึกสิบชั้นหากเข้าไปแตะต้องตัวเขาอีก “ยังไม่ออกไปอีก” “แต่นี้มันเที่ยงคืนแล้วนะคะ” “แล้ว...” ชายหนุ่มจ้องสาวงามตรงหน้า เธอดูดีมากด้วยเสื้อผ้าหน้าผมและเครื่องสำอาง แต่พอล้างสิ่งแปลกปลอมพวกนั้นออกก็เหลือแค่เนื้อแท้ที่แสนธรรมดาทั่วไปไม่ต่างผู้หญิงคนอื่นๆ “จะลองดี...” “ค่ะ! ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เข็มวินาทีเดินตามหน้าที่บอกเวลาว่าย่างก้าวเข้าวันใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มร่างใหญ่ในวัยสามสิบเอ็ดปี ยืนมองนาฬิกาแปะฝาผนังด้วยตาแดงก่ำ เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะเข้มแข็งและทำเหมือนว่าวันนี้แค่เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งให้เหมือนอีก364วันที่เคยผ่านมาได้ง่ายๆ พยายามเสพสุขในชีวิตที่มีเพียบพร้อมทุกด้าน พยายามสำราญกับทุกอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งพึงมีในชีวิต สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับผู้ชายหล่อ รวย มีอำนาจและบริวารมากมายอย่างเขา สมบูรณ์แบบ หรือคำนี้มันไม่มีอยู่จริงในโลก . . . 7.00 น. “อายุวันนัง สุขขัง พลัง...สาธุ” หญิงชรายกมือสาธุท่วมศีรษะ เธอตื่นตั้งแต่ตีสี่ของทุกวันมาเตรียมอาหารเพื่อใส่บาตรในทุกเช้า อุทิศบุญกุศลให้คนที่ยังอยู่และจากไป ลูกสาวล้มป่วยและตายก่อนวัยอันควรทิ้งแม่ที่แก่เฒ่าให้อยู่ตามลำพัง “เดินดีๆ นะยาย” “ยายเดินขึ้นลงตรงนี้ทุกวันน่ะ” “ทำเป็นเก่ง! แปดสิบแล้วนะเรา ไม่ใช่สาวๆ แล้ว” “แปดสิบยังแจ๋วไม่เคยได้ยินเหรอ” “โอ้โห! สาวๆ ได้ยินยายดวงใจพูดแบบต้องมีอายกันละทีนี้” หญิงสาวประคองกอดเอวยายชราขึ้นจากท่าน้ำ บ้านเก่าในวัยเด็กที่เกิดและเติบโตหลังนี้ “เท่าไรแล้วเราปีนี้” “ยี่สิบแปดจ้ะยาย” “เห้อ...ยายแก่แล้วนะ อาจจะอยู่ได้อีก...//ยายอะ! อย่าพูดแบบนี้สิ วันนี้วันเกิดหนูนะ” หลานสาวส่งเสียงแง่งอน ชีวิตเธอเหลือแค่ยายคนเดียวเท่านั้น เพราะพ่อและแม่ได้จากไปหมดแล้ว “พรเดียวที่หนูอยากได้คือขอให้ยายอยู่กับหนูไปนานๆ สุขภาพแข็งแรง กินข้าวอร่อยนอนหลับสบาย ไม่เจ็บไม่ไข้ อายุมั่นขวัญยืน” “นี้ตกลงใครต้องให้พรใครฮะ” สองยายหลานหัวเราะอยู่สักพักก่อนจะแยกย้าย หญิงสาวในวัยยี่สิบปลายๆ ขับรถออกจากบ้านริมน้ำหลังใหญ่เพื่อกลับไปทำหน้าที่การงานของตน โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครอีกคนแอบมองอยู่ห่างๆ เห็นความรักระหว่างยายกับหลานแล้วน้ำตาไหลนองแก้ม วันนี้เธอจะปล่อยให้จิตใจได้เผยด้านที่อ่อนแอที่สุดอย่างเต็มที่ออกมาแบบไม่อายใครหน้าไหน อีกหนึ่งวันที่เธอจะปล่อยให้อดีตและความทรงจำถาโถมเข้ามาแบบไม่กลั้นไว้ ต่อให้จมน้ำตาตายเธอก็ยินดีกับสิ่งนั้น “ขอให้มึงมีความสุขเหมือนกันนะ สุขโดยที่ไม่มีคนอย่างกูในชีวิต” คนไกลเอ่ยคำสะอึกสะอื้นมองดูท้ายรถหรูขับห่างออกไปเรื่อยๆ จนไกลลิบลับ เธอเดินไปตามทางเท้าที่ริมแม่น้ำของอีกฝั่งเพื่อเยี่ยมอีกคนที่รักและคิดถึงอย่างไม่รู้ลืม สุสาน “แม่! ปีนี้หนูยี่สิบแปดแล้วนะ โสดเหมือนเดิมด้วย” เธอพูดและยิ้มให้กับสาวสวยในรูปที่แปะไว้บนกำแพงวัด รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นถ่ายทอดผ่านพันธุกรรมมายังเธอและพี่สาว แต่ตอนนี้รอยยิ้มของเธอกลับเผยออกมาได้ยากแท้ “แม่! คิดถึงแม่จัง อยู่ที่นั่น แม่มีความสุขมั้ย หนูเองก็จะพยายามมีความสุขให้ได้ หนูเลือกเส้นทางนี้เอง หนูต้องมีความสุขให้ได้ แม่ไม่ต้องห่วงหนูนะ” รูปภาพของนางสาวดวงฤทัยถูกเช็ดและทำความสะอาดจนไม่เหลือคราบฝุ่น ที่แท่นปูนมีช่อดอกอัญชันสีม่วงสดวางประดับก่อนเจ้าของจะเดินจากไปอย่างเงียบๆ กลับสู่โลกสีหม่นท้องฟ้าไม่สดใสและเงียบเหงาอีกครั้ง ร่างเล็กผอมบางใต้เสื้อสเวตเตอร์สีดำหันหลังให้กับทุกอย่าง ใช้ชีวิตสันโดษอย่างไร้ญาติขาดมิตร เธอเลือกที่จะตัดขาดจากทุกคนและต้องรับผลมันให้ได้ ต้องอยู่กับมันจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม