“เดี๋ยวสอพีพี! ขึ้นไปห้องวีไอพีหน่อย มีลูกค้าประจำเขาอยากเจอเราน่ะ”
“ไม่...”
“แค่แปบเดียวเอง เขาชอบเรามากนะ มาดูทุกครั้งที่เราร้องเพลงเลย”
“อ้อเหรอ...” เจ้าของเสียงร้องทรงเสน่ห์หาได้ใส่ใจไยดี พีพีสวมเสื้อตัวเดิมปิดบังร่างกายน้อยนิด เสื้อครอปลูกไม้สีขาวเผยเนื้อหนังพอเป็นพิธี เซ็กซี่แต่ไม่ล่อแหลม
“น่านะ! ถ้าไม่มีคุณจอมร้านเราคงอยู่ไม่ได้”
“แล้วถ้าไม่มีพีล่ะ” นักร้องสาวไม่ได้อวดอ้างแต่ท้วงความสำคัญของตน เพราะถ้าหากที่นี่ไม่มีเธอมาขึ้นร้องทุกวันศุกร์และเสาร์ ร้านนี้ก็ส่อแววปิดตัวลงได้ง่ายๆ
‘ตัวเงินตัวทอง’ เป็นคำชมที่เจ๊เจ้าของร้านตั้งให้
“ก็ทั้งคู่นั่นแหละ นะๆ พีพีคนเก่งของเจ๊ แค่ขึ้นไปทักทายคุณจอมสักนิดแล้วค่อยกลับ”
หญิงสาวรำคาญต่อเซ้าซี้การของเจ๊ศรีเจ้าของร้าน นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกค้าประจำเชิญชวนพีพีไปนั่งร่วมโต๊ะหลังร้องเพลงบนเวทีจบแล้ว
แต่ละคราวก็เปลี่ยนคนไปเรื่อยๆ เธอไม่ชอบความอึดอัดต่อหน้าคนไม่รู้จักกัน ไม่ชอบถูกตีราคาร่างกายเหมือนผักปลาด้วยสายตาหื่นตัณหา ไม่ชอบที่ถูกมองเป็นเครื่องบรรดาการทางเพศ แม้อาชีพนักร้องกลางคืนจะเรียกเกียรติได้ยากก็ตามทีแต่เธอก็พิสูจน์แล้วว่าทำหน้าที่บนเวทีได้อย่างไม่บกพร่องและไม่เคยรับงานร้องนอกสถานที่ไม่ว่าค่าจ้างจะสูงแค่ไหน
“สวัสดีครับคุณพีพี”
“ค่ะ”
“โชว์ดีมากๆ เหนื่อยมั้ยครับ”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณมาก” นักร้องสาวนั่งอีกฝั่งของโซฟาตัวเขื่อง ตอบคำถามด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งสุดๆ
“ดื่มอะไรดีครับ เชิญสั่งได้เต็มทีเลยนะ”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณมาก” เธอกล่าวซ้ำพยายามทำให้บทสนทนามันจบลงเร็วที่สุดเพื่อขอตัวลา ไม่จำเป็นต้องเอ็นเตอร์เทนลูกค้าเพราะเธอเป็นนักร้องไม่ใช่พีอาร์หรือเด็กนั่งดริ๊งส์
“สัปดาห์หน้าผมจะจัดปาร์ตี้ฉลองวันเกิด จะเป็นไรมั้ยถ้าจะขอเชิญคุณพีพีมาเป็นนักร้องในงานวันเกิดผม”
“พีร้องที่นี่ทุกวันศุกร์และเสาร์ค่ะ”
“แต่ที่นี่ไม่น่ารับรองแขกได้หมด มีผู้ใหญ่และคนสำคัญคงไม่เหมาะ...//พีร้องที่นี่เฉพาะวันศุกร์และเสาร์ค่ะ” พีพีพูดย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง ร้องเพลงเป็นอาชีพที่ตนรักและเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดให้ต้องรับงานเพิ่ม
“พี่ศรีจะว่าอะไรมั้ยถ้าผมขอยืมตัวคุณพีพีวันนั้น”
“ชนกับวันทำงานน้องพีพีมั้ยคะ”
“วันเสาร์ครับ”
“คุณจอมก็รู้ว่าลูกค้าจะเข้าเฉพาะวันที่พีพีมาร้อง งั้นแบบนี้ร้านพี่ก็ขาดรายได้สิค่ะ”
“พี่ศรีคิดเท่าไรบอกมาได้เลยนะครับ”
“พีไม่รับงานนอกค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ สวัสดี” นั่งให้คนอื่นตีราคาเหมือนผักปลา พีพีลุกออกจากห้องวีไอพีโดยไม่ฟังเสียงร้องของเจ๊ศรีแม้แต่นิดเดียว
หญิงสาวเดินไปตามทางเดินทอดยาวในยามราตรี จุดหมายเป็นร้านข้าวต้มริมถนนเจ้าเดิมที่แวะกินทุกครั้งหลังเลิกงาน
“เหมือนเดิมนะ”
“ค่ะลุง” สองลุงกับป้าเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พีพีอยู่ด้วยแล้วไม่อึดอัดใจ เขาเป็นคนแนะนำที่ทำงานและห้องพักให้ในวันที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังและไร้จุดหมาย เรียกได้ว่ากลิ่นไข่เจียวหมูสับเป็นผู้ตบพีพีเข้าร้าน สองลุงป้าเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ท่าทางประหลาดหอบกีตาร์กับกระเป๋าเดินทางงงๆ เหมือนเด็กหลงทางกับพ่อแม่ ด้วยความเอ็นดูในตอนนั้นจึงทำให้ทั้งสามสนิทสนมกันมากขึ้น
คนไทยสัญชาติไทยแท้ๆ แต่ไปเติบโตที่ต่างประเทศ แม้เปลือกนอกจะดูไม่น่าคบหาแต่ลุงกับป้าร้านข้าวต้มก็เอ็นดูพีพีเหมือนลูกหลานคนหนึ่งเลย
“สั่งเยอะแยะแต่กินไม่เคยหมด”
“ก็พีอยากกินหลายอย่างนี่หน่า”
“งั้นเราก็กินให้มันเยอะๆ หน่อย ตัวแค่นี้เองจะเอาแรงไปสู้ใครเขาได้เนี้ย”
“พีเป็นนักร้องนะลุงไม่ใช่ทหารหรือตำรวจ” หญิงสาวยกแก้วใบใหญ่บรรจุน้ำชามีฟองแก๊สสีขาวประดับ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กับบรรยากาศและอาหารรสอร่อย
“นักร้องก็ต้องปอดใหญ่เก็บลมได้เยอะๆ แต่เราตัวแค่นี้อย่าว่าแต่ปอดเลย ข้างในมีกะเพรามีไส้รึเปล่าฮะ” นักร้องร่างเล็กมักสั่งกับแกล้มสี่ถึงห้าอย่างมาวางเรียงบนโต๊ะ นั่งมองมันเหมือนรอให้ใครกินก่อนจากนั้นก็ตักชิมอันนั่นคำอันนี้คำ สุดท้ายก็ห่อใส่ถุงกลับหรือบางคราวก็ให้คนไร้บ้านแถวนั้นได้ทานจนอิ่ม
เธอดูเป็นคนเหงาที่ใจดีที่สุด เป็นคนพูดน้อยที่ตลกและเป็นสิงนักดื่มตัวเท่ามดที่ดื่มเท่าไรก็ไม่เคยเผยอาการเมาให้ใครเห็น
“ลุง,ป้า! เมื่อวานวันเกิดพีล่ะ” เฉกเช่นทุกปีที่ไม่มีใครอวยพรวันเกิดให้แต่ปีนี้คนขี้เหงามีผู้ใหญ่ที่เธอสนิทด้วยแล้ว แต่ทว่า!
“อ้าว! แบบนี้ก็ต้องฉลองสิ” เสียงจากคนมาใหม่ตะโกนเข้ามาก่อนตัวจะก้าวลงจากรถ หนุ่มหล่อเจ้าของรอยยิ้มตาหยีเป็นสระอิตบขาตั้งบิ๊กไบค์คันใหญ่ลงจอดอย่างมั่นคงแล้วถือวิสาสะร่วมโต๊ะทานข้าวด้วย
“อะไรวะเนี้ย”
“เสียดายที่พี่ไม่รู้ก่อน ไม่งั้นซื้อเค้กมาด้วยแล้ว”
“ตลกแหละ”
“อะไรตลก”
“ก็นี้ไง! ตลกแดกชัดๆ” พีพีตาขวางมองคนไร้มารยาท หนุ่มตาสระอิคีบหมูแผ่นเข้าปากซ้ำยังยกขวดเบียร์กรอกปากดื่มอย่างสบายใจ
“กินข้าวคนเดียวไม่เหงารึไง มา! พี่กินเป็นเพื่อน”
“หลายๆ คนมันน่ารำคาญ”
“อาวิว! เอ็งก็อย่าไปกวนน้องมันสิ” ลุงร้านข้าวต้มเอ่ยเตือน สีหน้าลูกค้าประจำดูออกว่ารำคาญคนมาใหม่ชัดเจน
“มาฟากนี้บ่อยๆ จะไม่มีปัญหาเหรอวิว”
“ผมแค่มาหาข้าวกินนะครับป้า จะมีปัญหาอะไร อีกอย่างตรงนี้มันก็ไม่ใช่เขตของใครสักหน่อยนะครับ”
“เราก็! แต่ตรงนี้มันใกล้เขตของคุณ...”
“เขตอะไรของใครเหรอ มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ”
พีพีเป็นคนไม่สนใจสิ่งรอบข้างและคนรอบตัว แต่หากเป็นคนที่เริ่มสนิทสนมด้วยแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดเธอก็สนใจใคร่รู้
“ไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับพีพี กินข้าวเถอะ มื้อนี้พี่วิวเป็นเจ้าภาพเลี้ยงวันเกิดให้เองครับ”
“ไม่ต้องหรอก! มีเงิน ซื้อกินเองได้”
“!”