ตีราคา (1)#3

1185 คำ
“เดี๋ยวสอพีพี! ขึ้นไปห้องวีไอพีหน่อย มีลูกค้าประจำเขาอยากเจอเราน่ะ” “ไม่...” “แค่แปบเดียวเอง เขาชอบเรามากนะ มาดูทุกครั้งที่เราร้องเพลงเลย” “อ้อเหรอ...” เจ้าของเสียงร้องทรงเสน่ห์หาได้ใส่ใจไยดี พีพีสวมเสื้อตัวเดิมปิดบังร่างกายน้อยนิด เสื้อครอปลูกไม้สีขาวเผยเนื้อหนังพอเป็นพิธี เซ็กซี่แต่ไม่ล่อแหลม “น่านะ! ถ้าไม่มีคุณจอมร้านเราคงอยู่ไม่ได้” “แล้วถ้าไม่มีพีล่ะ” นักร้องสาวไม่ได้อวดอ้างแต่ท้วงความสำคัญของตน เพราะถ้าหากที่นี่ไม่มีเธอมาขึ้นร้องทุกวันศุกร์และเสาร์ ร้านนี้ก็ส่อแววปิดตัวลงได้ง่ายๆ ‘ตัวเงินตัวทอง’ เป็นคำชมที่เจ๊เจ้าของร้านตั้งให้ “ก็ทั้งคู่นั่นแหละ นะๆ พีพีคนเก่งของเจ๊ แค่ขึ้นไปทักทายคุณจอมสักนิดแล้วค่อยกลับ” หญิงสาวรำคาญต่อเซ้าซี้การของเจ๊ศรีเจ้าของร้าน นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกค้าประจำเชิญชวนพีพีไปนั่งร่วมโต๊ะหลังร้องเพลงบนเวทีจบแล้ว แต่ละคราวก็เปลี่ยนคนไปเรื่อยๆ เธอไม่ชอบความอึดอัดต่อหน้าคนไม่รู้จักกัน ไม่ชอบถูกตีราคาร่างกายเหมือนผักปลาด้วยสายตาหื่นตัณหา ไม่ชอบที่ถูกมองเป็นเครื่องบรรดาการทางเพศ แม้อาชีพนักร้องกลางคืนจะเรียกเกียรติได้ยากก็ตามทีแต่เธอก็พิสูจน์แล้วว่าทำหน้าที่บนเวทีได้อย่างไม่บกพร่องและไม่เคยรับงานร้องนอกสถานที่ไม่ว่าค่าจ้างจะสูงแค่ไหน “สวัสดีครับคุณพีพี” “ค่ะ” “โชว์ดีมากๆ เหนื่อยมั้ยครับ” “ไม่ค่ะ ขอบคุณมาก” นักร้องสาวนั่งอีกฝั่งของโซฟาตัวเขื่อง ตอบคำถามด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งสุดๆ “ดื่มอะไรดีครับ เชิญสั่งได้เต็มทีเลยนะ” “ไม่ค่ะ ขอบคุณมาก” เธอกล่าวซ้ำพยายามทำให้บทสนทนามันจบลงเร็วที่สุดเพื่อขอตัวลา ไม่จำเป็นต้องเอ็นเตอร์เทนลูกค้าเพราะเธอเป็นนักร้องไม่ใช่พีอาร์หรือเด็กนั่งดริ๊งส์ “สัปดาห์หน้าผมจะจัดปาร์ตี้ฉลองวันเกิด จะเป็นไรมั้ยถ้าจะขอเชิญคุณพีพีมาเป็นนักร้องในงานวันเกิดผม” “พีร้องที่นี่ทุกวันศุกร์และเสาร์ค่ะ” “แต่ที่นี่ไม่น่ารับรองแขกได้หมด มีผู้ใหญ่และคนสำคัญคงไม่เหมาะ...//พีร้องที่นี่เฉพาะวันศุกร์และเสาร์ค่ะ” พีพีพูดย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง ร้องเพลงเป็นอาชีพที่ตนรักและเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดให้ต้องรับงานเพิ่ม “พี่ศรีจะว่าอะไรมั้ยถ้าผมขอยืมตัวคุณพีพีวันนั้น” “ชนกับวันทำงานน้องพีพีมั้ยคะ” “วันเสาร์ครับ” “คุณจอมก็รู้ว่าลูกค้าจะเข้าเฉพาะวันที่พีพีมาร้อง งั้นแบบนี้ร้านพี่ก็ขาดรายได้สิค่ะ” “พี่ศรีคิดเท่าไรบอกมาได้เลยนะครับ” “พีไม่รับงานนอกค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ สวัสดี” นั่งให้คนอื่นตีราคาเหมือนผักปลา พีพีลุกออกจากห้องวีไอพีโดยไม่ฟังเสียงร้องของเจ๊ศรีแม้แต่นิดเดียว หญิงสาวเดินไปตามทางเดินทอดยาวในยามราตรี จุดหมายเป็นร้านข้าวต้มริมถนนเจ้าเดิมที่แวะกินทุกครั้งหลังเลิกงาน “เหมือนเดิมนะ” “ค่ะลุง” สองลุงกับป้าเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พีพีอยู่ด้วยแล้วไม่อึดอัดใจ เขาเป็นคนแนะนำที่ทำงานและห้องพักให้ในวันที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังและไร้จุดหมาย เรียกได้ว่ากลิ่นไข่เจียวหมูสับเป็นผู้ตบพีพีเข้าร้าน สองลุงป้าเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ท่าทางประหลาดหอบกีตาร์กับกระเป๋าเดินทางงงๆ เหมือนเด็กหลงทางกับพ่อแม่ ด้วยความเอ็นดูในตอนนั้นจึงทำให้ทั้งสามสนิทสนมกันมากขึ้น คนไทยสัญชาติไทยแท้ๆ แต่ไปเติบโตที่ต่างประเทศ แม้เปลือกนอกจะดูไม่น่าคบหาแต่ลุงกับป้าร้านข้าวต้มก็เอ็นดูพีพีเหมือนลูกหลานคนหนึ่งเลย “สั่งเยอะแยะแต่กินไม่เคยหมด” “ก็พีอยากกินหลายอย่างนี่หน่า” “งั้นเราก็กินให้มันเยอะๆ หน่อย ตัวแค่นี้เองจะเอาแรงไปสู้ใครเขาได้เนี้ย” “พีเป็นนักร้องนะลุงไม่ใช่ทหารหรือตำรวจ” หญิงสาวยกแก้วใบใหญ่บรรจุน้ำชามีฟองแก๊สสีขาวประดับ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กับบรรยากาศและอาหารรสอร่อย “นักร้องก็ต้องปอดใหญ่เก็บลมได้เยอะๆ แต่เราตัวแค่นี้อย่าว่าแต่ปอดเลย ข้างในมีกะเพรามีไส้รึเปล่าฮะ” นักร้องร่างเล็กมักสั่งกับแกล้มสี่ถึงห้าอย่างมาวางเรียงบนโต๊ะ นั่งมองมันเหมือนรอให้ใครกินก่อนจากนั้นก็ตักชิมอันนั่นคำอันนี้คำ สุดท้ายก็ห่อใส่ถุงกลับหรือบางคราวก็ให้คนไร้บ้านแถวนั้นได้ทานจนอิ่ม เธอดูเป็นคนเหงาที่ใจดีที่สุด เป็นคนพูดน้อยที่ตลกและเป็นสิงนักดื่มตัวเท่ามดที่ดื่มเท่าไรก็ไม่เคยเผยอาการเมาให้ใครเห็น “ลุง,ป้า! เมื่อวานวันเกิดพีล่ะ” เฉกเช่นทุกปีที่ไม่มีใครอวยพรวันเกิดให้แต่ปีนี้คนขี้เหงามีผู้ใหญ่ที่เธอสนิทด้วยแล้ว แต่ทว่า! “อ้าว! แบบนี้ก็ต้องฉลองสิ” เสียงจากคนมาใหม่ตะโกนเข้ามาก่อนตัวจะก้าวลงจากรถ หนุ่มหล่อเจ้าของรอยยิ้มตาหยีเป็นสระอิตบขาตั้งบิ๊กไบค์คันใหญ่ลงจอดอย่างมั่นคงแล้วถือวิสาสะร่วมโต๊ะทานข้าวด้วย “อะไรวะเนี้ย” “เสียดายที่พี่ไม่รู้ก่อน ไม่งั้นซื้อเค้กมาด้วยแล้ว” “ตลกแหละ” “อะไรตลก” “ก็นี้ไง! ตลกแดกชัดๆ” พีพีตาขวางมองคนไร้มารยาท หนุ่มตาสระอิคีบหมูแผ่นเข้าปากซ้ำยังยกขวดเบียร์กรอกปากดื่มอย่างสบายใจ “กินข้าวคนเดียวไม่เหงารึไง มา! พี่กินเป็นเพื่อน” “หลายๆ คนมันน่ารำคาญ” “อาวิว! เอ็งก็อย่าไปกวนน้องมันสิ” ลุงร้านข้าวต้มเอ่ยเตือน สีหน้าลูกค้าประจำดูออกว่ารำคาญคนมาใหม่ชัดเจน “มาฟากนี้บ่อยๆ จะไม่มีปัญหาเหรอวิว” “ผมแค่มาหาข้าวกินนะครับป้า จะมีปัญหาอะไร อีกอย่างตรงนี้มันก็ไม่ใช่เขตของใครสักหน่อยนะครับ” “เราก็! แต่ตรงนี้มันใกล้เขตของคุณ...” “เขตอะไรของใครเหรอ มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ” พีพีเป็นคนไม่สนใจสิ่งรอบข้างและคนรอบตัว แต่หากเป็นคนที่เริ่มสนิทสนมด้วยแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดเธอก็สนใจใคร่รู้ “ไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับพีพี กินข้าวเถอะ มื้อนี้พี่วิวเป็นเจ้าภาพเลี้ยงวันเกิดให้เองครับ” “ไม่ต้องหรอก! มีเงิน ซื้อกินเองได้” “!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม