ตีราคา (2)#4

1616 คำ
“เจ๊! มาได้ไง” “ไม่ต้องถามหรอกว่าเจ๊มาได้ไง บ่ายแล้วยังมัวนอนอยู่อีก พีพี! รีบไปแต่งตัวเร็วเข้า” “มีเรื่องอะไรเจ๊” ผีเสื้อราตรีกว่าจะหลับก็ตอนเช้าจึงไม่แปลกที่ตอนบ่ายนักร้องจะยังคงนอนบนเตียง แล้วก็มีแค่เจ๊ศรีคนเดียวที่รู้ว่าจุดซุกหัวของพีพีอยู่ไหน แล้วก็มีวิธีเดียวในการเจอตัวคือต้องมาหาถึงห้องเท่านั้น พุทธศักราชนี้ไม่มีใครใช้โทรศัพท์ จะมีก็แค่เธอคนนี้ “เจ๊มีอะไร” “พีพี! เจ๊ไหว้แหละ” คนที่แสนเย่อหยิ่งยกตัวเองเป็นดั่งนางพญายกมือไหว้สาวอ่อนวัยกว่าด้วยหน้าตาตื่นตะลึง เจ๊ศรีคนเดิมหายไปไหนแล้ว “อะไร” “เจ๊รับงานเขาไปแล้ว” “งานอะไร” “เขาจ้างพีพีไปร้องเพลงที่โรงแรม” “...” คนฟังทิ้งหัวลงนอนตามเดิมไม่สนใจเสียงหวีดร้อง ใครรับงานไว้ก็จัดการเองเรื่องนี้เองเถอะพีพีไม่เกี่ยวข้อง “พีพี! ช่วยเจ๊หน่อยนะ ถือว่าช่วยร้านของเราด้วย” ... “พีพี! เจ๊ต้องการเงินหมุน ไม่งั้นร้านคงเจ๊งไปนานแล้ว” “ถ้าร้านเจ๊ปิดพีก็หางานที่อื่นได้” คนหน้านิ่งมากความสามารถหาได้ใส่ใจ พีพีสามารถหางานร้องเพลงร้านอื่นได้สบายๆ มีคนมาทาบทามออกเยอะ “โธ่พีพี! ไม่สงสารเจ๊ก็สงสารพนักงานคนอื่นๆ เถอะ ถ้าร้านปิดพวกนั้นก็ตกงาน” “ไม่ใช่ปัญหาของพีนี่” “พีพีอะ!” “เจ๊เป็นคนออกกฏไม่ให้พีรับงานนอกเองนะ” “แต่งานนี้เจ๊เป็นคนรับให้ไง” “พีเป็นนักร้องอิสระนะและร้านเจ๊ก็ไม่ใช่ค่ายเพลง ตอนรับงานเจ๊ไม่ได้ถามพีสักคำ ตอนนี้ก็แก้ปัญหาเอง” “เจ๊รับเงินเขามาแสนหนึ่งนะพีพี” “แล้วไง” “ให้เ**กราบก็ได้ ช่วยเจ๊สักครั้งเถอะนะ” “ไม่” พีพียืนยันหนักแน่น เธอรู้ว่ามันไม่ใช่งานแค่ออกไปร้องเพลง เจ๊ศรีร้านซาเวทมีประวัติอื้อฉาวเข้าหูพีพีมาบ้าง ก่อนจะเป็นผับแอนด์เรสเตอรองที่เห็นในปัจจุบัน อดีตมันเคยเปิดเป็นสถานบันเทิงสำหรับผู้ชาย นักร้องโนเนมไม่มีชื่อเสียงแต่คนยอมจ่ายตั้งแสนหนึ่งมันน่าคิดไม่ใช่หรือ “เจ๊จะเลือกเงินแสนเดียวหรือพี” “ทำไมเจ๊ต้องเลือกด้วยพีพี” “ถ้าเจ๊จะให้พีไปร้องที่ร้านตามเดิมก็กลับไปซะ พีจะนอน” “นางพีพี!” หลังจากคำอ้อนวอนจบลงก็ตามมาด้วยคำตัดพ้อน้อยใจผสมเหน็บแนม เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ เจ๊ศรีเห็นชัดแล้วว่าเธอไม่มีทางบังคับพีพีให้ลุกแต่งตัวไปร้องเพลงได้เธอจึงถอยกลับไปหาทางแก้ หายไปหลายวันถึงวันศุกร์ของสัปดาห์ที่นักร้องสาวต้องไปทำหน้าที่ของเธอ ณ ร้านเดิมอีกครั้ง บรรยากาศดูแปลกตา คนที่เคยเยอะอยู่แล้วแลดูเยอะขึ้นอีกเท่าตัว สายตาทุกคู่จ้องมองนักร้องขณะก้าวลงจากแท็กซี่จนกระทั่งเดินเข้าร้าน ไม่เว้นแม้แต่พนักงานที่คุ้นหน้ากันดี ทุกคนจ้องมองพีพีและเต็มไปด้วยคำถามผ่านสายตาทุกคู่ “มีอะไรกันวะ...เจ๊!?” พีพีตกใจเสียงหลงเพราะคนที่นั่งรอมีสภาพสะบักสะบอมตามร่างกาย เจ๊ศรีมีผ้าพันแผลโพกหัว ใส่เฝือกดามแขนและขามีไม้ช่วยพยุงเดิน “ไปโดนอะไรมาเหรอเจ๊” สีหน้าคนถูกถามเข็นเคี้ยวนัก เจ๊ศรีโกรธแค้นพีพีแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะยังต้องพึ่งพานักร้องสาวคนนี้ “อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับคุณพีพี” “คุณ...” “เจอกันอีกแล้วนะครับ” “ค่ะ” ลูกค้าชื่อจอมส่งยิ้มให้ จากนั้นก็เดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องวีไอพีเช่นทุกครั้ง “เกิดอะไรขึ้นเหรอ” พีพีพยายามถามข่าวแต่ก็ดูเหมือนทุกคนในร้านจะไม่ยอมปริปากเล่าสักคน ซ้ำยังแสดงอาการไม่พอใจพีพีตลอดเวลา ถ้าให้เดา ก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่เจ๊ศรีรับงานแล้วแต่นักร้องดันไม่ไป “เดี๋ยว!” “อะไร” “ขึ้นไปคุยกับเจ๊ข้างบนห้องหน่อย” “พูดตรงนี้ไม่ได้...?” “แค่เดินขึ้นไปชั้นสองให้ฉันหน่อยมันคงไม่ทำให้ขาแกพิการหรอกใช่มั้ย หรือต้องให้ฉันจะแบกแกขึ้นบ่าฮะ” คนแก่กว่าขบฟันแน่นแทบคุ้มอารมณ์ไม่อยู่ เจ๊ศรีก็รังเกียจท่าทีหยิ่งผยองไม่ยอมคนของพีพีไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลยแต่ที่อยู่ด้วยกันมาได้เพราะต้องพึ่งพา ‘ตัวเงินตัวทอง’ นี้เรียกแขกเข้าร้านที่กำลังจะเจ๊ง “พอใจยัง” นักร้องสาวจำยอมทำตามแต่ก็ใช่ว่ากลัว ภายในห้องที่ออกแบบไว้เป็นสำนักงานมีลูกค้าประจำนั่งรออยู่ก่อนอีกครั้ง ใบหน้าหล่อแบบตัวร้ายในละครส่งยิ้มให้พีพีอีกหน กลิ่นไม่ชอบมาพากลลอยฟุ้งจนพีพีไม่อยากยืนอยู่ในนี้ “พอดีผมได้หุ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ กับพี่ศรีก็เลยมีอำนาจบริหารด้วยนิดหนึ่ง” “ไม่ได้อยากรู้ มีอะไรก็ว่ามาเถอะ” “จำเรื่องที่ผมจะจัดปาร์ตี้วันเกิดได้มั้ยครับคุณพีพี...” คนพูดเว้นช่องว่างให้คนถูกถามคิดทบทวน บรรยากาศชวนอึดอัดและมากกว่านั้นเจ๊ศรีก็ดูวิตกกังวลมากขึ้น มีเพียงพีพีที่ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว “พรุ่งนี้แล้วนะครับ” “ไม่! พีบอกแล้วว่าไม่รับงานนอก” “มึงอย่าเล่นตัวให้มากนักอีนางพีพี” เจ๊ศรีแม้จะดูไม่ใช่คนอ่อนหวานพูดจาเพราะแต่แกก็ไม่เคยเรียกพีพีแบบจิกหัวด่าเช่นครั้งนี้ ดูท่าครั้งนี้คงปัญหาใหญ่มิใช่น้อย “ถ้าพีไม่ไปแล้วใครจะทำไม จะไล่ออกเหรอ คิดว่าพีกลัวไม่มีงานทำสินะ” “เอาแบบนี้เหรอครับ” “แล้วมันทำไมล่ะ” “ก็ไม่ทำไมหรอกครับ! คุณพีพีจบกับที่นี่แล้ว ก็ไม่ต้องสนหรอกว่าใครจะเป็นจะตาย” “ฮะ” เกือบจะก้าวขอบประตูสำนักงานนักร้องสาวก็หยุดเดิน เธอไม่สนใจใครอื่นก็จริงอยู่แต่ก็ไม่ถึงกับใจจืดใจดำ “มันมีอะไรมากกว่าร้องเพลงรึไง” “ผมจ้างคุณไปร้องเพลงด้วยความชอบส่วนตัวล้วนๆ แต่วันก่อน เจ๊เขาขายคุณให้คนที่ชอบคุณแบบไหนอันนี้ผมไม่พูดดีกว่าครับ” “คืออะไรเจ๊” “เสี่ยเขาก็ชอบมึงเหมือนกันแหละพีพี” “หมายความว่าไงพูดมาสิ” “พอเขาไม่ได้ก็สภาพอย่างที่คุณเห็นนี้แหละ คราวนี้เข้าใจรึยังว่าเพราะอะไรที่จู่ๆ จากผมที่เป็นแค่ลูกค้าประจำถึงได้มีหุ้นส่วนร้านด้วย” “แค่เงินแสนเดียวเหรอเจ๊” “อ้าว! ไหนว่าล้านหนึ่งไงครับ” “คุณจอม...คือว่าเจ๊” สองคนส่งสายตากดดัน เธอจะโกหกยังให้เนียนต่อหน้าทั้งสองคนโดยที่พูดไว้ไม่เหมือนกันเลย “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี ขอตัวนะ” “ใช่สิ! กูโดนกระทืบเกือบตายเพราะความเล่นตัวของมึง มึงก็ไม่สน ร้านนี้จะถูกปิดมึงก็ไม่สน เด็กในร้านจะตกงานไม่มีเงินให้ลูกให้เมียมึงก็ไม่สน” “เฮ้ยเจ๊! อย่าเอาความผิดมาโยนให้พีนะ” “ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะมึงเป็นต้นเหตุไง ที่กูทำก็เพื่อให้ร้านกูอยู่รอด ให้พนักงานของกูมีงานทำ มึงไม่ใช่คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพวกกูนี้ เด็กในร้านกูอยู่ด้วยกันมาหลายปีลำบากด้วยกันมานาน ในวันที่ไม่มีลูกค้า ในวันที่กูไม่มีแม้กระทั่งจะจ่ายค่าแรงกูก็ไม่เคยทิ้งลูกน้อง แต่มึงแค่มาอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ทำงานเสร็จรับเงินกลับบ้าน อยู่ด้วยกันแค่ปีเดียวจะรักจะผูกพันจะสนใจพวกกูทำไม พนักงานบางคนมีเมียท้องแก่ใกล้คลอด บางคนมีลูกต้องกินนม พ่อแม่บางคนต้องใช้เงินไปหาหมอ มึงมันตัวคนเดียวไม่มีภาระ ไม่มีใครรออยู่ ไม่มีใครเขาสบายอย่างมึงไง” ประโยคท้ายจี้ใจคนฟังจนน้ำในตาแทบทะลัก “สบายงั้นหรือ” ทำไมเจ้าตัวถึงไม่รู้สึกโชคดีเช่นนั้นแม้แต่นิด ไม่มีใครรอพีพีกลับบ้าน ไม่มีใครรอกินข้าวพร้อมกัน ไม่มีเลยสักคน หญิงสาวจุกในอกแต่ก็ไม่มีคำใดจะเถียง บางทีการที่เรามีตัวตนหรือเป็นคนสำคัญกับใครบ้างมันคงไม่อ้างว้างโดดเดี่ยวเช่นทุกวันนี้ “งั้นเราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก แต่ถ้ามี ผมเป็นแฟนตัวยงของคุณนะครับ” จอมเอ่ยลาด้วยใบหน้ายิ้มร้าย พีพีก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ “คุณจะทำอะไร” “ตรงนี้ทำเลดีและเคยเปิดเป็นสถานบันเทิงมาก่อน ผมว่าจะฟื้นฟูปรับปรุงแล้วเปิดใหม่ ก็เจ๊ศรีเขารับเงินไปแล้วอะเนาะ” เจ้าของเดิมแทบสำลักน้ำลาย พิษของการพนันมันร้ายกาจ เจ๊ศรีพลาดครั้งเดียวเท่ากับศูนย์เสียทุกสิ่ง “แค่พรุ่งนี้ใช่มั้ย” “ครับ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม