อดีตระหว่างเรา #1
“ลุกไหวรึเปล่า เจ็บมั้ย” หนุ่มร่างสูงโตเต็มวัยเอ่ยถาม เด็กสาวในวัยสิบสี่ย่างสิบห้ามีรอยถลอกที่หัวเข่าจนเลือดซึมและน้ำตาเอ่อเจียนล้น เขาหาได้กังวลกับรอยกรีดที่ท่อนแขนของตนจากขวดปากฉลามสักนิด
“เปาไม่เจ็บ พี่ริวล่ะ ไม่เจ็บบ้างเหรอ”
“รอยแค่นี้เอง ไกลหัวใจตั้งเยอะ” เจ้าของเลือดสีแดงสดยกแขนดูรอยบาดแผลฉกรรจ์ เขาชินกับอะไรพวกนี้เสียแล้ว
“เดี๋ยวเปาช่วยทำแผลให้นะ...พรึ่บ!” โรคกลัวเลือดไม่รู้ได้มาจากใคร เด็กสาวเป็นลมหงายหลังผึ่งศีรษะเกือบกระแทกพื้นแต่โชคดีที่ชายหนุ่มคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน
.
.
.
สองปีต่อมา
“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องซื้อให้อะไร”
“วันเกิดมีแค่ปีละครั้งเองนะ รับไปเถอะน่าา” หญิงสาวหอบตุ๊กตาหน้าตาประหลาดตัวเบ้อเริ่มส่งให้ ไม่มีอะไรจะเหมาะไปกับผู้ชายตัวใหญ่หน้านิ่ง ขี้เก๊กแถมหยิ่งอย่างเขาอีกแล้ว
“ก็ได้! พอถึงวันเกิดเปาบ้าง อย่าบ่นเราก็แล้วกัน”
“อ๋อ...! นี้ริวจะแก้แค้นเปาเหรอ นิสัยไม่ดี”
อีกสองปีต่อมา
“เมื่อไรจะยอมเราอะ”
“วันแต่งงานไง”
“เราขอเปาหลายครั้งแล้วนะ ตั้งแต่สิบสี่”
“ก็เรายังไม่พร้อมนี้! ตอนนี้เราก็เพิ่งจะยี่สิบเอง รอไปก่อนได้มั้ยล่ะ”
“ได้สิ! ทำไมจะรอคนที่เรารักไม่ได้ล่ะ” ความรักของคนอื่นเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่ความรักระหว่างเขาและเธอเกิดขึ้นมาสี่ปีและถึงแม้จะอยู่ห่างกันคนละฟากโลกก็ไม่ใช้อุปสรรคเรื่องความรักของทั้งสอง
ยากูซ่าหนุ่มมักบินไปเยี่ยมคนรักที่แอลเอเสมอเมื่อมีโอกาส ใช้เวลาร่วมกันเช่นคนรักทั่วไปโดยไร้ความสัมพันธ์ทางกาย ในสายตาริวแล้ว เปาก็ยังดูเหมือนเด็กมัธยมต้นคนเดิมที่เขาคอยแอบมองในสมัยอยู่โรงเรียนเดียวกัน เด็กหญิงคอซองผมสั้นหน้านิ่งไม่สนใครคนนั้นสามารถหยุดเวลาและลมหายใจของเขาได้เพียงแค่เธอยิ้ม
“แค่คำพูดของตัวเองมึงยังรักษาไว้ไม่ได้”
“ขอโทษ...”
“ขอโทษ!! คำขอโทษของมึงช่วยอะไรได้ ดูสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับกูซะก่อนไอ้ริว กูกับมึงเลิกกันแล้วไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แล้วทำไมกูถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”
ชายฉกรรจ์ห้านายยืนล้อมระหว่างเปาและริว หญิงสาวใบหน้าเขียวช้ำจนเปลือกตาแทบปิดแต่เธอก็เห็นอดีตคนรักได้ชัดเจนทุกรายละเอียด ตรงหน้าเปา ริวถูกพันธนาการติดกับเก้าอี้ด้วยโซ่และแม่กุญแจ ส่วนตัวเธอถูกมัดข้อมือและห้อยแขวนไว้กับคาน
ห้าชีวิตที่เรียกตัวเองว่าบุรุษเพศทรมานเปาด้วยสารพัดวิธีเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอยากูซ่าหนุ่มออกมาช่วย
สองขายันร่างตัวเองให้ยืนพยายามแสดงออกว่าไม่เป็นไรแม้จะไม่มีแรง เสียงแหบแห้งตะโกนด่าทอคนไม่รักษาคำพูด เลือดสีแดงสดหยดออกจากปากและจมูกจนเลอะเปรอะเปื้อน รอยฟกช้ำตามใบหน้าและลำตัวไม่ส่งผลเท่ากับหัวใจที่กรีดร้องเมื่อเห็นริวต้องโดนกระทำจากคู่อริที่จ้องจะล้างแค้น
“เมียคนเดียวยังดูแลไม่ได้แล้วจะดูแลใครได้”
“ไม่รู้แหละ! สัญญากับเราก่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“พวกมันเป็นยากูซ่านะเปา พ่อกับพี่เรามันยังเอาเกือบตาย”
“เพราะมันรู้ว่านั่นคือคนสำคัญของริวไง แต่ถ้าเป็นเรา...ขอร้องนะ ให้มันจบเร็วที่สุด”
“เปาจะให้เราปล่อยมันทำอะไรเปาก็ได้เหรอ ไม่มีทาง!”
“เราอาจจะตายแต่เราจะไม่ทรมานเหมือนที่พ่อกับพี่ของริวไง ขอร้องล่ะ..สัญญากับเรานะ อย่าให้เราเป็นจุดอ่อนในชีวิตของริว ริวต้องดูแลตัวเองให้ปลอดภัย สัญญานะ”
.
.
.
เฮือก!!!
นาฬิกาชีวิตปลุกหญิงสาวในตื่นขึ้นกลางดึกในเวลาตีสามของทุกวัน มือขวากำจิกเนื้อต้นขาด้านเดียวกันไว้แน่นเช่นเดียวกันทุกครั้ง ภายใต้รอยเล็บของตัวเองมีรอยแผลเป็นจากของมีคมจากเมื่อหลายปีก่อนซ่อนไว้ มันไม่ใช่แค่รอยแผลเป็นที่ยังไม่หาย เธอรู้สึกเจ็บแปลบทุกคราวที่นึกถึง ฝันร้ายในคืนที่เกือบตายไม่เคยเลือน กลิ่นคาวเลือดที่ยังคละคลุ้ง และใบหน้าของชายคนหนึ่ง ตาแววแห่งความรู้สึกผิดของเขามองมาที่เธอตลอดเวลา เห็นทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้น เธอเจ็บปวดที่เห็นน้ำตาของเขา และมันก็ผ่านมาแล้วหลายปี ในทุกคืนวันที่เธอยังสลัดเรื่องเดิมๆ ไม่ออกไม่ว่าจะหลับหรือตื่น แต่ผู้ชายคนเดิมคนนั้นได้หายไปจากชีวิตเหมือนต่างคนต่างเกิดใหม่ในโลกคู่ขนาน
มันเป็นเรื่องดีหรือเปล่านะที่...ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
Savage bar (ปัจจุบัน)
“หน้าตาอิดโรยจังเลยนะ งานการก็ไม่ได้ทำทำไมไม่รู้จักนอน”
“พีไม่ทำให้เสียงานหรอก”
“แต่เราเป็นนักร้องนะพีพี หน้าตามันสำคัญ”
“อืม...” หญิงสาวตอบรับแบบให้บทสนทนามันจบลง เธอมาในชุดดำทั้งตัว สวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหญ่โคร่งและกางเกงยีนเข้ารูปขายาว ใบหน้าตายด้านไร้หัวใจและปลายมือที่พ้นเสื้อออกมานั้นสีขาวซีด
นักเรียนนอกกลับมายังประเทศบ้านเกิด หางานที่ตนร่ำเรียนมาเลี้ยงชีพในวัยยี่สิบปลายๆ อุปนิสัยพูดน้อย สันโดษไม่นิยมสุงสิงกับใคร พีพีรับงานเป็นนักร้องประจำซาเวทบาร์สัปดาห์ละสองวันคือศุกร์และเสาร์ ด้วยสัญญาผูกขาดแบบห้ามไม่ให้ไปร้องร้านอื่นเธอจึงได้ค่าตัววันละห้าพันบาท เงินเดือนสี่หมื่นไม่หักอะไรทั้งนั้นพีพีจึงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายได้อย่างสบายๆ ปีกว่ากับการอยู่คนเดียวอย่างไร้ญาติขาดมิตร
ไม่มีรถขับ ไม่ใช้ของแบรนด์เนม เช่าห้องเล็กๆ ติดรถไฟฟ้าเพื่อง่ายต่อการเดินทาง มือถือคู่ใจถูกเก็บไว้อย่างดีและไม่เปิดเครื่อง มีกีตาร์สองตัวเหมือนตัวแทนใครสักคนเป็นเพื่อนคลายเหงา ยานอนหลับแบบแรงสุดภายใต้การควบคุมของแพทย์ประจำตัวและขวดแก้วบรรจุน้ำชาสีเข้ม
เข้าใจว่านี้คือความสงบสุขที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งพึงมี แต่หารู้ไม่ว่าหัวใจของพีพีกำลังแห้งเหี่ยวและไร้จิตวิญญาณลงไปเรื่อยๆ เธอเหมือนหุ่นยนต์ที่ดื่มเมื่อกระหาย กินเมื่อหิวและหลับเมื่อเมาหรือยากล่อมประสาทออกฤทธิ์เท่านั้น
ใช้เวลาไปแต่ละวันเพื่อรอคอย...สักวัน
วันที่ไม่ต้องตื่นขึ้นมาเจอแต่ความเงียบเหงา โดดเดี่ยวเหมือนอย่างที่เป็น